<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองนายฯชี้การศึกษาไทยน่าห่วง อยู่ท้ายๆ การแข่งขัน ผู้ลงทุน-ไม่มั่นใจ/ฝากความหวังไว้ที่การปฎิรูปการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ก.ย.61- ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ - สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดงานมหกรรม &amp;ldquo;ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ&amp;rdquo; โดยมีพล.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษ ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสนับสนุนการศึกษาค่อนข้างมาก ซึ่งภายในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดไว้ชัดเจนว่ารัฐจะต้องจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องดูแลอย่างทั่วถึงตั้งแต่เด็กปฐมวัย ผู้มีงานทำไปจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษามาตลอด อีกทั้งยังได้คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่เข้าเป็นแกนหลักที่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ พร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ของการพัฒนาการศึกษา คือ เพิ่มประสิทธิภาพของบุคลากรภายในประเทศให้ทุกคนมีโอกาส มีความเสมอภาค เข้าถึงทุกโครงสร้างพื้นฐาน เพราะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งต้องสร้างคนที่มีความรู้ มีวินัย ความรับผิดชอบ เป็นคนดีของประเทศ และการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเสมอภาคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวว่า ความท้าทายในการแก้ปัญหาการศึกษาไทยที่ถูกมองว่าไม่ดีนั้น คือ การหาความจริงว่าคืออะไร เกิดจากปัจจัยไหน และทิศทางกระบวนการที่จะทำให้การศึกษาดีขึ้นจะทำได้อย่างไร เช่น การพัฒนาครู พัฒนาหลักสูตร การมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมผลักดันให้การเรียนการสอน การอบรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้น ต้องมีการสร้างกลไก ประกอบด้วยกฎหมาย กฎระเบียบ กติกาต่างๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้คอขวด อุปสรรคที่เกิดขึ้นผ่านขั้นตอนสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น &amp;nbsp;พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ... ที่มีการปรับปรุงแก้ไข ต้องช่วยกันดู ช่วยกันแก้อะไรที่เป็นคอขวดการศึกษา หรือ พ.ร.บ.การศึกษาปฐมวัย ที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทำอย่างไรให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมชาติบวกกับความรู้ และการใส่ใจให้ความสำคัญ อย่าปล่อยให้หลักสูตรที่เข้มข้นทำให้เด็กเสียดุลความเป็นธรรมชาติ ซึ่งการลงทุนกับเด็กปฐมวัยจะได้ผลตอบลัพธ์ถึง 7 เท่า และการเกิดกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาก็จะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสด้วย
พลเอกประจิน &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า การศึกษาไทยน่าห่วง เพราะเกณฑ์ชี้วัดหลายแห่ง ระบุว่าไทยอยู่ในส่วนท้ายๆ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประเทศ &amp;nbsp;นำไปสู่การสร้างงานในระดับสากล และอาเซียน เนื่องจาก ผู้ที่จะมาลงทุนจะมองว่าการศึกษาของไทยไม่ได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นเราจะต้องเร่งแก้ไขเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้ได้ เพื่อไปสู่จุดหมาย ไทยแลนด์ 4.0 แต่การจะพัฒนาอะไรสักอย่าง ต้องใช้เวลาเพราะไทยไม่ได้มีทรัพยากรมากมายที่ทำให้ทุกอย่างเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างเร็ว &amp;nbsp;ไม่ได้มีคนเก่งทุกสาขา ไม่ได้มีนวัตกรรม จึงต้องเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือในหลายพื้นที่ หลายวิชาการ เพราะความร่วมมือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เดินไปข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายการปฏิรูปประเทศ โดยกำหนดให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นประเด็นสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ความมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืนนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ร่วมกันดำเนินการพัฒนาการศึกษา ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และประชาชน โดยประสบความสำเร็จคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งได้ค้นพบการปฏิบัติที่ดี ควรค่าแก่การนำมาเผยแพร่ สกศ.จึงได้จัดงานปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งระดับนโยบาย ปฏิบัติ และผู้รับบริการเกี่ยวกับแนวทางในการปฏิรูปการศึกษาในมิติต่างๆ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาการศึกษาทุกระดับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17223</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษาไทยรั้งท้าย, การศึกษาไทยแข่งขันไม่ได้, ปฎิรูปการศึกษา, ประจิน จันตอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b963ddf1eeaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
