<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวทช. จับมือ มหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ จากตัวอย่างแบบง่าย และชุดตรวจโรค โควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;ความสำเร็จการพัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อโควิด-19 และชุดตรวจโควิด-19 แบบรวดเร็ว ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว (COVID-19 XO-AMP colorimetric detection kit) &amp;rdquo; เพื่อประหยัดงบประมาณและลดการนำเข้าชุดสกัดอาร์เอ็นเอ และชุดตรวจจากต่างประเทศ พร้อมด้วยการลงนามความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพและการแพทย์ ระหว่าง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กับ สวทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัย สวทช. ได้คิดค้นและวิจัยนวัตกรรมที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น โดยนำองค์ความรู้ในเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ได้ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของด่านหน้า ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งเรื่องการตรวจยืนยัน ตรวจติดตาม และประเมินความเสี่ยง สำหรับผลงานวิจัยการพัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสจากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ซึ่งการพัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอนี้ ได้นำไปทดสอบกับตัวอย่างโดยคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าให้ผลไม่แตกต่างจากชุดสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็นจุดแข็ง สนับสนุนความมั่นคงด้านสุขภาพ ช่วยให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือต่อการระบาดของโรค และลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าชุดสกัดจากต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียวเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการตรวจเชิงรุก ชุดตรวจนี้ มีความจำเพาะ (Specificity) 100% ความไว (sensitivity) 92% และมีความแม่นยำ (accuracy) ที่ 97% สามารถแสดงผลได้ภายใน 75 นาที ได้ผลเร็วกว่า RT-PCR ถึง 2 เท่า สามารถอ่านผลได้ด้วยตาเปล่า ไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ หากสีเปลี่ยนจากม่วงเป็นเหลือง แสดงว่ามีการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจมีราคาเพียง 10,000 บาท ถูกกว่า RT-PCR ถึง 100 เท่า ต้นทุนน้ำยาที่ใช้สำหรับแลมป์ต่ำกว่าน้ำยาที่ใช้กับ RT-PCR ถึง &amp;nbsp;3 เท่า เมื่อคำนวณต้นทุนราคาแล้ว ชุดตรวจโรค COVID-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ที่ไบโอเทคพัฒนาขึ้นนี้มีราคาถูกกว่าชุดตรวจแลมป์นำเข้า 1.5 เท่า อีกด้วยผลงานทั้งสองชิ้นนี้ช่วยให้ประเทศลดการนำเข้าชุดสกัดอาร์เอ็นเอ และชุดตรวจเชื้อจากต่างประเทศ หากมีการระบาดเพิ่มเติม หรือต้องการตรวจเชิงรุก ผลงานนี้พร้อมนำมาใช้ได้ทันที ถือเป็นการยกระดับการวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของประเทศ เปลี่ยนจากการเป็นประเทศผู้นำเข้าเพียงอย่างเดียว ให้เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ได้เอง และในอนาคตอาจจะส่งออกไปต่างประเทศได้อีกด้วย&amp;rdquo; ดร.ณรงค์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง ผู้อำนวยการศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ สวทช. ให้ข้อมูลว่า &amp;nbsp;การสกัด RNA โดยใช้ &amp;nbsp;Magnetic Bead เป็นวิธีการที่ทางทีมได้ใช้สกัดสาร RNA และ DNA ในพืชและสัตว์ อยู่แล้วประจำ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้มีการทดลองนำไปใช้กับคน โดยการสกัด RNA จากพืชบางชนิดมีแป้งสูง ทำให้ต้องเติมสารละลายบ้างอย่าง เพื่อช่วยดูดซับแป้งออก ขณะที่ของคนเป็นเซลล์ย่อยสลายไลสิสง่ายกว่าพืช ดังนั้นในขั้นตอนการสกัด RNA ของคนจึงไม่ซับซ้อนเท่าของพืช ซึ่งได้มีการร่วมทดชองในห้องแล็บทางมหิดลได้ทดลอง โดยวิธีการสกัดคือ มีการเก็บสารคัดหลั่ง จากเยื้อบุในโพรงจมูก และคอ ของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 จากนั้นจึงใส่Lysis Buffer และบ่มที่อุณหภูมิ 55 องศา &amp;nbsp;เพื่อให้เซลล์แตก RNA ก็จะหลุดออกมา และใส่ Magnetic Bead วางบนแท่นแม่เหล็ก เพื่อให้สารจับกับ RNA แล้วดูดส่วนใสออกจากหลอดทดลอง ต่อไปคือใส่ Wash Buffer เพื่อทำความสะอาด Magnetic Bead &amp;nbsp;ดูดส่วนใสออกอีกรอบ และใส่ Elution Buffer ที่จะเปลี่ยนคุณสมบัติ เพื่อให้ Magnetic Bead ปลดปล่อย RNA ออกมา จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจหา RNA ของไวรัส ไม่ว่าจะด้วยเทคนิค RT-PCR, LAMP หรือ LAMP-XO โดยรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 25 นาที ซึ่งอาจจะยังไม่ต่างจากวิธีการเดิมมากนัก แต่ข้อดีคือเราสารเคมีที่ใช้และเครื่องมือหาได้ง่ายในประเทศ ลดความเสี่ยงของการจาดแคลน เป็นผลให้สามารถผลิตได้เองในประเทศไทย ทั้งนี้วิธีสกัดอาร์เอ็นเอนี้สามารถนำไปใช้ได้กับไวรัสที่มีสารพันธุกรรมเป็นอาร์เอ็นเอได้ทุกชนิดไม่จำกัดเพียงไวรัสก่อโรคโควิด-19 ทั้งไวรัสก่อโรคในพืช สัตว์ และมนุษย์ ทำให้ในปัจจุบันมีบริษัทเอกชนสนใจ พร้อมรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจำนวน 2 บริษัท คือ บริษัท ไบโอเอนทิสท์ จำกัด และ บริษัท อาฟเตอร์ แล็บ จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนางวรรณสิกา เกียรติปฐมชัย หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีวิศวกรรมชีวภาพและการตรวจวัด ศูนย์ไบโอเทค สวทช. &amp;nbsp;หนึ่งในทีมพัฒนาชุดตรวจโรค COVID-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ให้ข้อมูลว่า สำหรับเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสี (Colorimetric LAMP-XO) เป็นนำเทคโนโลยีแลมป์ กับการใช้สี XO ร่วมกัน ซึ่งเป็นสีที่ใช้ย้อมเซลล์ทั่วไป ทำให้สามารถดูผลได้ง่าย ไม่ต้องใช้วิธีการหรือเครื่องมือที่ยุ่งยาก และมีความจำเพาะ คือ ตรวจได้เฉพาะไวรัสโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งเมื่อนำไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซาร์ส หรือ เมอร์ส มาตรวจก็จะไม่แสดงผล โดยชุดตรวจของเราจะเป็นหลอดตรวจที่มีสี XO สีม่วงเติมไว้อยู่แล้ว และชุดตรวจที่มีสีเขียว วิธีการทำงานคือ เมื่อใส่สารสกัด RNA ในหลอดที่มีสีม่วง และเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมด้วยเทคนิคแลมป์ ด้วยอุณหภูมิ 65 องศา &amp;nbsp;เป็นเวลา 75 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่เราทดสอบแล้วว่าผลจะออกมาชัดเจน และยังสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แม้จะมีเชื้อน้อย ผลการทดสอบจะปรากฎสีหากไม่ติดเชื้อก็จะแสดงสีม่วงเช่นเดิม ถ้าติดเชื้อก็จะแสดงสีเหลือง แต่ทั้งนี้เพื่อความแม่นย่ำในกรณีที่สารยังเป็นสีม่วง ซึ่งอาจจะเกิดข้อสงสัยได้ 2 กรณี คือ ไม่ติดเชื้อจริง หรือสกัด RNA ไม่ได้ ปฏิกิริยาจึงไม่ทำงาน ดังนั้นอาจจะต้องตรวจพร้อมกับชุดตรวจสีเขียว เพื่อทดสอบคุณสมบัติของ RNA หากยังเป็นสีเขียว แสดงผลตรวจถูกต้อง ซึ่งในการทดสอบเราได้ทำการตรวจทั้ง 2 ชุดพร้อมกัน ทำให้เราลดเวลาจากการตรวจแบบเรียบไทม์ที่ใช้เวลาถึง 2.30 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ ไบโอเทคได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเมินเทคโนโลยี และ อย. กำลังพิจารณาเกณฑ์มาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับเทคนิคแลมป์ เพื่อหามาตรฐาน ซึ่งชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียวนี้ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณา ซึ่งก็มีบริษัทเอกชนได้แสดงความสนใจที่จะขอรับถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้ว และถ้าอย.เห็นขอบ เราสามารถผลิตชุดตรวจนี้ได้ เดือนละ 40,000 เทสต์&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71655</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสกัดอาร์เอ็นเอของโคโรนาไวรัส, ชุดตรวจโควิดของสวทช.-มหิดล, ไบโอเทค สวทช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f10356ce3fed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
