<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักไวรัสวิทยา&#039;ยกเคสสิงคโปร์การติดเชื้อจะหายไปจากวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้ไม่น่าจะเกิดขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ก.ย.64- ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อมูล ณ วันที่ 14 กันยายน 81% ประชากรของสิงคโปร์ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม (ส่วนใหญ่ได้รับ mRNA vaccine ของ Pfizer) และ 84% ได้รับวัคซีนไปแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม ... ความคาดหวังคือ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 น่าจะอยู่ในวงจำกัดจากภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ข้อเท็จจริงคือ จำนวนเคสของผู้ติดเชื้อกำลังไต่ระดับขึ้นสูงคล้ายๆกับช่วงระบาดตอนต้นปี แต่ข้อมูลผู้ป่วยอาการหนัก และ เสียชีวิตของสิงคโปร์อยู่ต่ำมาตลอด และ ยังไม่มีวี่แววว่าจะสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนช่วยป้องกันโรค แต่การว่าคาดหวังว่าตัวเลขการติดเชื้อจะหายไปจากวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้... ต้องยอมรับว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116988</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, การสร้างภูมิคุ้มกัน, ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0d84a4e7ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ยกเคสอินเดียติดเชื้อกว่า2ใน3จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ เชื่อทุกคนในโลกต้องติดในไม่ช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ส.ค.64-นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า
ประเทศอินเดียมีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 วันละ 400,000 คน แต่ปัจจุบันเดือนสิงหาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเหลือวันละ 40,000 กว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการวิจัยระดับประเทศสุ่มตรวจเลือดหาแอนติบอดีบ่งบอกถึงมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสโควิดจากการติดเชื้อ พบคนอินเดีย 2 ใน 3 ของประชากร คือ 900 ล้านคนติดเชื้อตามธรรมชาติแล้ว พบติดเชื้อตั้งแต่อายุ 6 ปีขึ้นไปเกินครึ่งแล้วทุกอายุ (ดูรูป) บุคลากรทางการแพทย์มีแอนติบอดีร้อยละ 85 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนอินเดียอีก 1 ใน 3 คือ 400 ล้านคนที่ยังไม่ติดเชื้อ อินเดียฉีดวัคซีนครบโดสแค่ร้อยละ 8 หรือประมาณ 100 ล้านคนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากรายงานอย่างเป็นทางการด้วยการตรวจหารหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโควิด ประเทศอินเดียพบผู้ติดเชื้อ 31.8 ล้านคน และคนเสียชีวิต 426,000 ราย ทั้ง 2 ตัวเลขนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก คนอินเดียติดเชื้อไปแล้ว 900 ล้านคน ขนาดปรับจำนวนคนเสียชีวิตขึ้น 5 เท่า คือ 2.13 ล้านคน อัตราการเสียชีวิตของคนอินเดียที่ติดเชื้อไวรัสโควิดร้อยละ 0.24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศอินเดียรายงานพบไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าครั้งแรกเดือนตุลาคม 2563 มีการศึกษาระดับประเทศสุ่มตรวจเลือดหาแอนติบอดีเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนกรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศอินเดียเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 21&amp;nbsp; คือ 270 ล้านคน เป็น 900 ล้านคนในเวลา 5 เดือน อีกไม่นานคนที่เหลือ 400 ล้านคนก็จะติดเชื้อ เมื่อนั้นโรคโควิดคงจะหยุดการแพร่ระบาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราตายของโรคโควิดถูกประเมินว่าร้อยละ 1&amp;nbsp; อัตราตายจริงๆน่าจะต่ำกว่านั้น ดูสถิติของประเทศอินเดียอัตราตายของโรคโควิดประมาณร้อยละ 0.24&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป: เหตุผลหลักที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อประเทศอินเดียขณะนี้ลดลง ก็เพราะคนอินเดียติดเชื้อแล้วมากกว่า 2 ใน 3&amp;nbsp; เชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าแพร่เชื้อทางอากาศ ติดทางการหายใจ ติดต่อกันง่ายมากเหมือนเชื้อไวรัสโรคอีสุกอีใส ดูจากสถิติของประเทศอินเดียแล้ว เชื่อว่าทุกคนในโลกนี้คงต้องติดเชื้อไวรัสโควิดไม่ช้าก็เร็ว โรคนี้จะหยุดการแพร่ระบาดก็ต่อเมื่อมากกว่าร้อยละ 90 ของคนในประเทศติดเชื้อ เพราะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามธรรมชาติ และโรคนี้จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นเหมือนโรคไข้หวัดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องยอมรับความจริงและทำใจวันหนึ่งคงติดเชื้อ ต่อให้มีการล็อกดาวน์ ป้องกันตัวเองเต็มที่ และฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม การฉีดวัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อและการแพร่เชื้อ แต่ลดการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้มากถึง 10 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้รับวัคซีน เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนรีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตเมื่อติดเชื้อไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112425</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด19, การสร้างภูมิคุ้มกัน, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, อินเดียติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61075823aea02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 14:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซฟเราเซฟโลก..ด้วยการแยกขยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม ที่เป็นเรื่องง่ายและใกล้ตัวที่สุด&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การคัดแยกขยะ&amp;rdquo; ก่อนทิ้งลงถัง ยิ่งในช่วงเวลานี้ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; เรามีขยะติดเชื้อจากครัวเรือนเพิ่มมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัยใช้แล้ว ถุงมือยาง ถุงมือพลาสติก กระดาษชำระ เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ฮีโร่&amp;rdquo; (HERO) ได้นำข้อการแยกขยะง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ มาฝากกันเพื่อให้พวกเราได้เซฟทั้งตัวเองพร้อมไปกับเซฟโลกใบนี้&amp;nbsp; เริ่มจาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.แยกขยะเปียก ขยะแห้ง ง่ายต่อการนำไปรีไซเคิล &amp;nbsp;แนะนำหาถุงขยะเล็กๆ ไว้สำหรับทิ้งเศษอาหารแล้วทิ้งทันทีเพื่อป้องกันการรบกวนของมด หนู แมลงสาบ แถมยังลดกลิ่นเหม็นจากเศษอาหาร ทั้งนี้การแยกขยะเปียกแห้ง ช่วยในการรีไซเคิลได้ง่ายยิ่งขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.อัดขยะและมัดปากถุงขยะให้แน่นก่อนลงถัง &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มพื้นที่ในถังขยะ จะยิ่งง่ายและเร็วหากใช้ถุงขยะแบบมีหูผูกหรือมีหูรูด เวลาขยะเต็มเพียงแค่มัดและหิ้วไปทิ้งถังขยะเทศบาลหน้าบ้าน สะดวก รวดเร็ว และประหยัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.แป๊ะโน๊ตข้อความ ระบุประเภทขยะสักนิด ก่อนถึงมือคนเก็บขยะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแจ้งให้ผู้ที่มีหน้าที่จัดเก็บระมัดระวังตัว เช่น ถุงขยะนี้มีหน้ากากอนามัยใช้แล้ว หรือ ถุงขยะรีไซเคิล งานนี้ช่วยเซฟพี่ๆ ทีมเก็บขยะได้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.แยกหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วลงในถุงซิปก่อนทิ้งลงถัง ถุงซิปนอกจากนำมาเพื่อใช้สำหรับเก็บอาหารได้แล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้ เรายังสามารถดัดแปลงให้ถุงซิป มาเพื่อใช้ทิ้งหน้ากากอนามัยได้ด้วย วิธีการง่ายๆ คือ มัดหน้ากากอนามัย ทิ้งลงในถุงซิป และเมื่อถุงซิปเต็ม ก็ปิดถุงให้สนิทเพื่อทิ้งต่อไป สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องปิดปากถุงให้สนิทเพื่อช่วยให้พนักงานเก็บขยะได้มีสุขภาวะที่ดีด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.ทิ้งถูกถัง ช่วยลดปริมาณขยะ การแยกขยะ คือจุดเริ่มต้นของการลดปริมาณขยะเพื่อให้ขยะที่ต้องกำจัดจริงๆ ให้เหลือน้อยที่สุด บางบ้านไม่สะดวกใช้ถุงขยะ แต่ถนัดใช้ถังขยะในการแยกมากกว่า ดังนั้นวิธีการง่ายๆ คือ แยกขยะสัก 2 ถัง ถังขยะเปียกหรือถังสีเขียว สำหรับใส่เศษอาหาร ขยะย่อยสลายได้ และ ถังขยะแห้งหรือถังสีฟ้า สำหรับขยะทั่วไปหรือขยะรีไซเคิล เพียงเท่านี้ก็ง่ายต่อกระบวนการจัดการขยะแล้ว &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109227</URL_LINK>
                <HASHTAG>การคัดแยกขยะ, การสร้างภูมิคุ้มกัน, ขยะติดเชื้อจากครัวเรือน, ถุงมือพลาสติก, ถุงมือยาง, บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด, ผู้นำนวัตกรรมด้านการผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติก, หน้ากากอนามัย, ฮีโร่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e925c1eaee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
