<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทดสอบ&quot;ตั๋วครู&quot;มีคนผ่านน้อย ภาพรวมคาบเส้น &quot;ตรีนุช&quot;ชี้เป็นเรื่องใหญ่ มองข้ามไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1มิ.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่ประชุมได้หารือถึงผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ที่มีผู้เข้ารับการทดสอบ จำนวน 7,263 คน ใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครูและ 5.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งในจำนวนนี้แยกเป็น หมวดวิชาพื้นฐาน คือ ทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร ทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และหมวดความรู้ทางวิชาชีพครู มีผู้ผ่านการทดสอบ คิดเป็นร้อยละ 57 ส่วนหมวดความรู้วิชาเอก มีผู้ผ่านการทดสอบ ร้อยละ 47.9 โดยภาพรวมของผู้ผ่านการทดสอบมีประมาณ 700 คนนั้น เรื่องนี้ตนได้รับทราบข้อมูลว่ามีกลุ่มผู้สมัครสอบจำนวนหนึ่งไปร้องศาลปกครองถึงมาตรฐานการสอบดังกล่าว เช่น กระบวนการของข้อสอบมีความเหมาะสมหรือไม่ เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคงมองข้ามไปไม่ได้ ซึ่งคุรุสภาจะไปหาแนวทางว่าจะดำเนินการปรับแก้ไขอะไรได้บ้าง ซึ่ง ศธ.พร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ เพราะการทดสอบของหมวดต่างๆ ได้สะท้อนเรื่องความเป็นครูได้จริงหรือไม่ โดยตนมั่นใจว่าหลักการของการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นหลักการที่ดี แต่เมื่อการทดสอบครั้งแรกกลับมีผู้ผ่านการทดสอบในจำนวนน้อยเราก็ต้องมาทบทวน ว่า อุปสรรคอะไรหรือไม่ เพื่อให้การทดสอบครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ เป็นที่ยอมรับ ซึ่งจะต้องรักษามาตรฐานวิชาชีพครูไว้อย่างเข้มข้นด้วย ส่วนจะมีการปรับลดเนื้อหาวิชาการสอบลงหรือไม่นั้น เรื่องนี้ยังเป็นข้อคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งคงต้องมาหารือเพื่อหาจุดตรงกลางที่เหมาะสมที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง การอนุญาตให้บุคคลประกอบวิชาชีพควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเป็นการชั่วคราว พ.ศ. ... ด้วย เนื่องจากเรื่องการต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั่วคราวยังเป็นปัญหาอยู่ เช่น จะให้มีการอนุญาตต่อชั่วคราวไปได้เรื่อยๆ หรือต้องมาดูว่าจะต้องทำมาตรฐานการต่อให้เข้มข้นมากขึ้น เป็นต้น ซึ่งเป็นโจทย์ที่คุรุสภาจะต้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการเรื่องนี้แล้ว เพื่อดาเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104935</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, การสอบขอตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b605426f90b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทศ.ขอข้อมูลประวัติเดินทาง  ผู้เข้าสอบขอตั๋วครูรุ่นแรก ป้องกันโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14ม.ค.64- นางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) กล่าวว่า ตามที่คุรุสภาได้กำหนดให้มีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพครู หรือ การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ครั้งที่ 1 โดยจะจัดสอบวันที่ 20 &amp;ndash; 21 กุมภาพันธ์ 2564 และประกาศผลสอบวันที่ 31 มีนาคม 2564 ซึ่งการจัดสอบครั้งนี้ผู้มีสิทธิ์สอบจำนวน 7,263 คน ใน 5 สนามสอบ ดังนี้ สนามสอบกรุงเทพฯ 2,626 คน จังหวัดขอนแก่น 1,751 คน จังหวัดสงขลา 1,157 คน จังหวัดเชียงใหม่ 944 คน และ จังหวัดนครราชสีมา 785 คน ซึ่ง สทศ.ในฐานะผู้ดำเนินกระบวนการการทดสอบ เราพร้อมที่จะจัดสอบขอตั๋วครู และเพื่อเป็นการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สทศ.ได้ออกมาตรการป้องกันและแนวปฏิบัติสำหรับผู้เข้าสอบตั๋วครูอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศิริดา กล่าวต่อว่า โดยขอให้ผู้เข้าสอบที่มีบุคคลในครอบครัวอาศัยอยู่บ้านเดียวกันที่มีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและประเทศอื่นตามประกาศของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข หรือประเทศที่อาจประกาศเพิ่มเติมภายหลังให้แจ้งข้อมูลประวัติการเดินทาง ชื่อ สกุล เลขที่นั่งสอบ ณ กองอำนวยการประจำสนามสอบ เพื่อที่สนามสอบจะได้เตรียมห้องสอบให้เหมาะสม ให้ผู้เข้าสอบและบุคลากรประจำสนามสอบสวมหน้ากากอนามัย และทำความสะอาดมืออย่างสม่ำเสมอด้วยแอลกอฮอล์ หรือล้างมือด้วยสบู่ ส่วนผู้เข้าสอบที่มีอาการไข้ ไอ จาม มีน้ำมูก เจ็บคอ ต้องสวมหน้ากากอนามัย และไปรายงานตัว ณ กองอำนวยการประจำสนามสอบ เพื่อให้ศูนย์สอบประเมินอาการและพิจารณาจัดเตรียมสถานที่สอบให้เหมาะสม และขอความร่วมมือผู้ปกครองสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลหรือสบู่ล้างมือในช่วงอยู่ในสนามสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ที่ยังรุนแรงอยู่ สทศ.ก็เป็นห่วงผู้ที่จะเข้าสอบทุกคน ดังนั้น สทศ.จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์โควิด 19 เป็นรายวัน เพื่อดูว่าจะมีเหตุการณ์อะไรหรือไม่ เพื่อจะได้ป้องกันได้ และถ้าใกล้วันสอบสทศ.ก็จะต้องหารือกับทางกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขถึงสถานการณ์ดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;ผอ.สทศ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89838</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, นางศิริดา บุรชาติ, สทศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf6eea9a60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกณฑ์ใหม่&quot;ตั๋วครู &quot;ต้องสอบให้ผ่าน 5 หมวด เก็บคะแนนได้3ปี ประเดิมต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7ก.พ.63-นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครู (กมว.) กล่าวภายหลังการประชุม กมว. ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องการรับรองหลักเกณฑ์การทดสอบประเมินความรู้ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ว่า จะมีการกำหนดวิชาที่จะต้องทดสอบใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทย 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษ 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 5.หมวดความรู้วิชาเอก โดยในส่วนของหมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ผู้เข้ารับการทดสอบสามารถไปสอบในสถาบันที่ได้รับรองรับรองจากคุรุสภาได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอสอบเมื่อจบการศึกษา และเมื่อสอบเรียบร้อยแล้วสามารถเก็บคะแนนไว้ใช้ได้เป็นระยะเวลา 3 ปี ทั้งนี้หากผู้เข้ารับการทดสอบไม่สามารถสอบผ่านได้ในหมวดวิชาใดวิชาหนึ่ง สามารถมาสอบย้อนหลังได้เพียงหมวดวิชาเดียว ไม่จำเป็นต้องสอบทุกหมวดวิชา โดยการสอบจะจัดสอบจำนวน 2 ครั้ง อาจจะในช่วงเดือนตุลาคมและเดือนมีนาคมของปีถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับกลุ่มที่จะสอบครั้งแรกในช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 นี้ คือ กลุ่มผู้ที่จะจบการศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 สำหรับความคืบหน้าการจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint ขณะนี้ได้มีการขอรายชื่ออาจารย์ในคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของทุกมหาวิทยาลัยมาร่วมจัดทำ Test Blueprint ในวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการจัดทำแนวทางเสนอให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปใช้ในการออกข้อสอบต่อไป โดยในการทดสอบครั้งแรกจะจัดสอบในรูปแบบกระดาษ ส่วนจะพัฒนาไปสู่การทดสอบในรูปแบบออนไลน์หรือไม่นั้น คงต้องดูความพร้อมของข้อสอบ&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการเสนอร่างจรรยาบรรณของวิชาชีพ 2563 ซึ่งปรับจากจรรยาบรรณวิชาชีพเดิม ที่มีการกำหนดการประพฤติตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพไว้นานแล้ว โดยการปรับใหม่จะครอบคลุมในเรื่องจรรยาบรรณต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้รับบริการ ต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และต่อสังคม เช่น การรักษาข้อมูลความลับของผู้รับบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเอกสาร ภาพ วีดิทัศน์หรือเสียงของผู้บริการ จะต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเข้าถึง แก้ไข ใช้เผยแพร่ ดัดแปลงข้อมูลหรือการกระทำใดๆ ที่เป็นละเมิดหรือผิดกฎหมาย หรือสร้างคสามเสื่อมเสียต่อผู้รับบริการ ซึ่งในข้อนี้หากมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอ หรือคลิปเสียงของเด็กก็จะมีความผิดทางจรรยาบรรณทันที ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56562</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมว., การสอบขอตั๋วครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d035f9135908.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งสอบขอรับ&quot;ตั๋วครู&quot;ผ่านระบบคอมพ์ หวังการสอบครั้งแรกไร้ข้อบกพร่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

1ธ.ค.63-คุรุสภา &amp;nbsp; เล็งใช้ระบบสอบผ่านคอมพิวเตอร์ขอรับใบอนุญาต&amp;quot;ตั๋วคร&amp;quot; พร้อม ขยายระยะเวลา จัดทำผังข้อสอบ คาดส่งไม้ต่อ สทศ. ม.ค. 63 หวังให้การร่างผังข้อสอบมีความละเอียด ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานอย่างดีที่สุด

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะอนูฯ ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint ที่จะประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ หมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 2.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 3.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งที่ประชุม ได้มีความเห็นว่าจะขยายระยะเวลาในการจัดทำผังข้อสอบดังกล่าว แล้วจะส่งต่อให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปดำเนินการจัดการออกข้อสอบในเดือนมกราคม 2563 เนื่องจากที่ประชุมต้องการให้การยกร่างผังข้อสอบมีความละเอียด ถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานอย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปฎิบัติหน้าที่เลขาฯคุรุสภา กล่าวอีกว่า อีกทั้งที่ประชุมยังได้มีการทบทวนถึงเรื่องวิธีการที่จะใช้ในการทดสอบ &amp;nbsp;ที่เดิมใช้แบบการมีการจัดสอบ &amp;nbsp; และผู้เข้าสอบทำการทดสอบผ่านกระดาษคำตอบ ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้มีการศึกษารูปแบบการจัดการทดสอบ ว่า สามารถดำเนินการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ไหม เพื่อที่จะให้การทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่ถือว่าเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกดีที่สุด และไม่เกิดปัญหา

&amp;ldquo;จากเดิมที่มีการหารือกันว่าจะมีการสอบครั้งแรกในช่วงเดือนพฤษภาคม และสอบอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนนั้น และเมื่อที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับผู้ที่จะจบการศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 พบว่า คนกลุ่มนี้จะจบการศึกษาในช่วงเดือนกันยายน 2563 ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นว่ายังพอมีเวลาที่จะยกร่างผังข้อสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน มีคุณภาพและสมบูรณ์ที่สุด&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาขอขอใบอนุญาตประกอบวิชาพครู ไม่ต้องมีการสอบ เพียงแต่ครูที่ไม่ได้จบครุศาสตร์&amp;nbsp; หรือศึกษาศาสตร์โดยตรง ต้องไปเรียน เพื่อให้ได้ ป.บัณฑิต ก็มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตแล้ว ส่วนครูที่จบสายสอนโดยตรง จะได้รับใบอนุญาตทันทีที่ยื่นขอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การสอบเพื่อให้ได้ตั๋วครูที่จะมีขึ้น จึงเป็นปรับกติกาใหม่ และเป็นการสอบครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53642</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, คุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2019 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2019 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot; คุรุสภา&quot;ยกร่างผังการสอบขอ&quot;ตั๋วครู&quot;  เพิ่มจัดสองครั้ง/ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

2ธ.ค.62-คุรุสภา เร่ง ยกร่างผังข้อสอบ เพื่อขอรับ &amp;ldquo;ตั๋วครู&amp;rdquo; คาด เสร็จ ธ.ค.นี้ ก่อน เสนอ สทศ. ดำเนินการออกข้อสอบ &amp;ldquo;วัฒนาพร&amp;rdquo; เผย ปี 63 จัดสอบ 2 ครั้ง เชื่อ วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครู

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา (เลขาฯ คุรุสภา) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้มีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ และแนวทางการจัดการทดสอบ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติให้มีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อที่จะตั้งคณะทำงานจัดทำผังข้อสอบ หรือ Test Blueprint โดยในการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะประกอบด้วย 3 หมวด ได้แก่ หมวดทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 2.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 3.หมวดความรู้วิชาเอก ทั้งนี้ที่ประชุมได้วางคุณสมบัติ&amp;nbsp;และเกณฑ์การคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะวางผังข้อสอบทั้ง 3 หมวดให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากจะต้องมีประกาศให้ผู้ที่เข้ารับการทดสอบได้ทราบถึงผังข้อสอบก่อน และจะเริ่มใช้การทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตฯ กับนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ที่จะจบการศึกษาในปีการศึกษา 2563 นี้ ซึ่งเมื่อดำเนินการจัดทำผังข้อสอบเรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไปดำเนินการออกข้อสอบต่อไป

นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับการทดสอบจะมีการจัดให้ทดสอบ 2 ครั้งในปี 2563 คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม และเดือนกันยายน ทั้งนี้ทางคุรุสภาได้มีการสำรวจผู้ที่จะเข้าทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ในปี 2563 พบว่า จะมีผู้ที่จบใน 23 กลุ่มวิชาเอก จากทั้งหมด 27 กลุ่มวิชาเอก ทั้งนี้ในส่วนของการทดสอบในหมวดที่ 1 เรื่องทักษะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล คณะทำงานจะต้องจัดทำผังข้อสอบ และกำหนดตัวเทียบเคียงในแต่ละทักษะด้วย เพราะทั้ง 3 ทักษะมีหลายหน่วยงานที่จัดการทดสอบ และมีความเป็นสากล ซึ่งหากผู้รับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ผ่านการทดสอบที่ได้มาตรฐานและได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถเทียบเคียงได้ ก็นำเอกสารการสอบมายื่นได้ทันทีไม่ได้เข้าสอบการทดสอบ นอกจากนี้ทางคุรุสภาจะมีการเก็บสถิติขอผู้ที่เข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ด้วย ว่า เพื่อที่จะเป็นตัวช่วยให้มหาวิทยาลัยใช้ในการพิจารณาประกอบการจัดการเรียนการสอน

&amp;ldquo;เมื่อคุรุสภาจัดให้มีการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ขึ้น แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะต้องไปกำหนดหลักสูตร จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง และเกิดความมั่นใจได้ว่าเมื่อเด็กเรียนจบแล้วจะสามารถสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ได้ และเรื่องนี้ยังจะส่งผลให้วิชาชีพครูยกระดับมากขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้ครูด้วย&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่เลขาฯ คุรุสภา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51554</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, บอร์ดคุรุสภา, วัฒนาพร ระงับทุกข์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191022/image_big_5daed41c8efcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2019 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดรับฟังความเห็นเกณฑ์สอบคั๋วครูอีกรอบ12พ.ค.  หลังส.ค.ศ.ท.เสนอทบทวนกฎต้องมีคะแนนวิชาเอก 2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.62-ส.ค.ศ.ท. เสนอ ทบทวน คุณสมบัติ ผู้ขอรับใบตั๋วครู&amp;nbsp; โดยเฉพาะประเด็นต้องได้คะแนนเฉลี่ยวิชาเอกไม่น้อยกว่า 2.5&amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;เอกชัย&amp;rdquo; ยันต้องมีกติกานี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับโรงเรียนผู้ใช้ครู&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งการเปิดสอบวิชาเอก ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย ย้ำเปิดรับฟังความเห็นทางเว็บไซต์ ถึง 12 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่าตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เปิดรับความคิดเห็นแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีครู ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน-12 พฤษภาคมนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา&amp;nbsp;www.ksp.or.th&amp;nbsp;พบว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย อีกทั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ทางคณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ได้มีการรับฟังความเห็นแบบกลุ่มร่วมสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) โดยที่ประชุมได้มีความเห็นเรื่องการกำหนดคุณสมบัติ&amp;nbsp; ของผู้ที่จะสามารถทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ได้นั้น จะต้องมีคะแนนเฉลี่ยในกลุ่มรายวิชาเอกไม่น้อยกว่า 2.50 ว่าอาจจะทำให้นักศึกษาครูบางคนเกิดปัญหาไม่สามารถเข้ารับการทดสอบได้จึงเสนอให้มีการทบทวน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอว่าจะให้ผู้ที่คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาเอกมากกว่า 2.50 ไม่ต้องสอบในส่วนของวิชาเอก แต่ใครคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่า 2.50 ต้องสอบในวิชาเอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ชี้แจงว่า การกำหนดคุณสมบัติดังกล่าว ทำเพื่อให้ผู้ที่รับครูไปใช้สามารถมั่นใจในความรู้ของครู ว่ามีความรู้จริง อีกทั้งนักศึกษาครูทุกคนจะทราบก่อนที่จะเข้ารับการศึกษา ดังนั้นหากเกรดเฉลี่ยของใครไม่ถึงก็จะต้องลงทะเบียบเรียนใหม่&amp;nbsp; ให้ได้ตามที่กำหนด ส่วนกรณีผู้ที่คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาเอกต่ำกว่า 2.50 ต้องสอบในวิชาเอกนั้น ปัญหา คือ กลุ่มวิชาเอก มีจำนวนมากกว่า 50 วิชา และวิชาเอกบางสาขาเรียนมากกว่า 60 หน่วยกิต ดังนั้น&amp;nbsp; การออกข้อสอบให้ครอบคุมกลุ่มวิชาเอก และให้ระยะเวลาในการทำข้อสอบเพียง 3 ชั่วโมง&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย อย่างไรก็ตาม การเปิดรับความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของคุรุสภา จะปิดรับฟังความเห็นในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะนำความเห็นที่ได้รับฟังมาทั้งหมดมาพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35202</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบขอตั๋วครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190308/image_big_5c82423c65159.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
