<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการเห็นด้วย การแก้ปัญหา ลดการสอบ ประเมิน วัดผลของประเทศ  โดยเฉพาะการสอบเข้ามหา&#039;ลัยแนวใหม่  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21เม.ย.63- นักวิชาการ เห็นด้วย กับการแก้ปัญหาการประเมินและวัดผลของประเทศ กับการสอบเข้า มหา&amp;rsquo;ลัย เชื่อ หากทำได้จริงจะทำให้การปฏิรูปได้ชัดเจนมากขึ้น แนะ ทำให้นโยบายการศึกษาเป็นมติของประเทศ ที่ไม่ว่าใครเข้ามาบริหารก็ควรสานต่อให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมที่จะปรับปรุงแบบทดสอบต่างๆ ที่จะใช้คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยลดจำนวนครั้งการสอบให้น้อยลง เพื่อลดความเครียดของนักเรียน ว่า ตนเห็นด้วยและสนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว เป็นครั้งแรกที่ทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายการเมืองคือนายณัฏฐพล , ฝ่ายข้าราชการ ได้แก่ สพฐ. และ สทศ. และฝ่ายมหาวิทยาลัย คือ ทปอ. ที่มีความคิดเห็นที่ไปในทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความร่วมแรงร่วมใจกันในการแก้ปัญหาการประเมินและวัดผลของประเทศ กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หากทำได้จริงจะทำให้การปฏิรูปการประเมินและการวัดผลของประเทศเกิดการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ได้ และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของการปฏิรูปของประเทศได้ชัดเจนมากขึ้นครั้งหนึ่ง &amp;nbsp;เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นต้นแบบของการสอบเข้าม.1 และ ม.4 ถ้าสามารถปลดล็อคการสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้มีการปรับเปลี่ยนข้อสอบที่วัดทักษะ สมรรถนะ มากกว่าเนื้อหา ความรู้ความจำ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นทอดๆลงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า องค์ประกอบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ได้แก่ คะแนนโอเน็ต ที่วัดความรู้พื้นฐานของนักเรียน , แฟ้มสะสมผลงาน ซึ่งประกอบด้วยทักษะ สมรรถนะ การมีส่วนร่วมที่เน้นการทำกิจกรรมของเด็ก , และ ข้อสอบของมหาวิทยาลัย เช่น GAT/PAT &amp;nbsp;ซึ่งมี 3 องค์ประกอบก็น่าจะเพียงพอแล้ว ที่จะวัดเด็กได้อย่างรอบด้าน โดยข้อสอบโอเน็ตที่จะรวมวิชาสามัญ 9 วิชาเข้าด้วยกัน ถ้ายึดตามแนวทางการพัฒนาข้อสอบ SAT เหมือนที่ประเทศสหรัฐอเมริการ ใช้ ซึ่งเป็นข้อสอบกลางที่สามารถวัดทักษะการอ่าน คิด เขียน ระดับความรู้พื้นฐานที่เด็กเรียนในโรงเรียน และวัดศักยภาพเด็กที่จะเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาได้ ซึ่งถ้าข้อสอบกลางของไทยสามารถพัฒนาไปในแนวทางเดียวกับ SAT ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ ความต่อเนื่องของฝ่ายการเมือง หากเปลี่ยนตัว รมว.ศธ.หรือ ผู้บริหาร ของ ทปอ. อาจทำให้แนวคิดนี้เปลี่ยนไป จึงอยากเสนอว่า ควรให้ทำให้นโยบายการศึกษาเป็นนโยบายหรือประเด็นสาธารณะ เมื่อได้ข้อสรุปเกิดขึ้นควรมีการทำประชาพิจารณ์ เพื่อเป็นข้อผูกมัดให้เป็นมติของประเทศ เป็นวาระชาติด้านการศึกษา ที่ไม่ว่าใครเข้ามาบริหารก็ควรสานต่อให้สำเร็จ ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานก็ควรช่วยกันอธิบายให้สังคมเข้าใจว่า แนวทางนี้จะช่วยเด็กและเยาวชน ลดความเครียด ลดความเหลื่อมล้ำ &amp;nbsp;และเด็กสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองได้อย่างรอบด้าน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63850</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสอบเข้ามหาวิทยาลัย, สมพงษ์ จิตรระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e99821cb97e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;แนะรวบสอบ&quot;โอเน็ต-GAT/PAT- 9วิชา&quot;รวมกันเหลือสอบรอบเดียว                    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
15เม.ย.62-รมว.ศธ.&amp;rdquo; ชี้ควรปรับเนื้อหาข้อสอบโอเน็ต ให้สามารถวัดทักษะ เพื่อเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา โดยรวบเอาทั้งการสอบโอเน็ต,สอบ GAT/PAT และสอบ 9วิชา ให้เหลือการสอบครั้งเดียว &amp;nbsp;เพื่ออนาคตเด็กไทยจะได้ไม่ต้องสอบเยอะ &amp;nbsp; เผยสทศ. อยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการปรับข้อสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) เนื่องจากพบว่าเนื้อหาข้อสอบโอเน็ตเน้นวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กและประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ไม่ได้วัดทักษะของเด็กในการเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษานั้น โดยส่วนตัวตนคิดว่าเรื่องการปรับเนื้อหาข้อสอบโอเน็ตสำหรับวัดทักษะเพื่อเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา น่าจะสามารถทำได้อยู่แล้ว ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ทั้งนี้ต้องมีการศึกษาภาพรวม เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ดูแค่การสอบอย่างเดียวแต่ดูองค์ประกอบทั้งหมดด้วย เพราะเรื่องโอเน็ตเป็นการสอบสำหรับวัดมาตรฐานของเด็ก ซึ่งหากจะนำการสอบโอเน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งของการสอบแข่งขันเพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาด้วย ก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเทศเราไม่ควรจะมีการสอบต่างๆ เยอะไม่ว่าจะเป็นการสอบโอเน็ต การทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และ การทดสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ (PAT) หรือการสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ควรจะเหลือการสอบเพียงอันเดียวและจะต้องเป็นข้อสอบที่ใช้ทั้งวัดมาตรฐานและสอบแข่งขันได้ด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบขณะนี้ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำการสอบต่างๆอยู่ และผมเชื่อว่าในอนาคตเป็นไปได้อย่างแน่นอนที่เด็กไทยจะไม่ต้องมานั่งสอบเยอะๆ เหมือนที่ผ่าน&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33683</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สอบGAT/PAT, การสอบเข้ามหาวิทยาลัย, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สทศ., สอบ9วิชาสามัญ, สอบโอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190327/image_big_5c9b4f8a0e81c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
