<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; มอบ ก.ค.ศ. สำรวจ เสียงสะท้อนจากเด็ก ครู และผู้ปกครองทั่วประเทศ ในช่วงสถานการณ์โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ส.ค.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่กระทรวงศึกษา (ศธ.) ได้มอบนโยบายและวางแผนกับทุกส่วนราชการในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 โดยการสอนแบบ 5 On (Online/On Air/On Demand/On Hand/On Site) นั้น ตนเห็นว่าเด็กนักเรียนและครูได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนรูปแบบดังกล่าวมาสักระยะแล้ว และยังไม่ได้รับข้อมูลจากบริบทของแต่ละพื้นที่ว่าเกิดปัญหาและอุปสรรคที่ชัดเจน ตนเองมีความกังวลและมีความห่วงใยในการดำเนินการดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะมีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่มีบริบทที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก จึงต้องการรับฟังความคิดเห็นจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่ เพื่อสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนมายังศธ. เพื่อที่กระทรวฯจะได้รับทราบ แก้ไขปัญหา และปรับนโยบายได้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ดียิ่งขึ้น จึงได้มีการประชุมหารือกันถึงแนวทางในการได้มาถึงข้อมูลที่จะนำมาสู่การแก้ไขปัญหา และได้มอบหมายให้ นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ได้หาแนวทางและวิธีการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลและการประเมินแบบเร่งด่วนภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนได้รับทราบข้อมูล ว่า มีการวางแผนและวางระบบวิธีการเก็บข้อมูลจากนักเรียน ครู และผู้ปกครองจากพื้นที่ต่าง ๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศ ผ่านกลไกใหม่ที่เรียกว่าการประเมินแบบเร่งด่วน ซึ่งเป็นวิธีการที่นานาชาติใช้กัน และเป็นวิธีการที่จะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างรวดเร็วจากสภาพความเป็นจริงและเชื่อถือได้ โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 4 แห่ง คือ คณะวิทยาลัยการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา, ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และข้าราชการครูที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการ ซึ่งจะกระจายพื้นที่ทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;อาสาสมัครครูนักประเมิน&amp;rdquo;(Rapid Appraisal Volunteer : RAV) ซึ่งผู้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเข้าร่วมเป็น RAV Team ในครั้งนี้คือ ครู ผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ ที่มีพื้นฐานการวิจัยและประเมิน (จบ ป.โท - ป.เอก) จะเป็นผู้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลจากโรงเรียน หรือพื้นที่ต่าง ๆ และประเมินผลแบบเร่งด่วน ส่งผลกลับมายังส่วนกลาง เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;โดยโครงการนี้ได้เปิดรับผู้ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการประมาณ 250 คน ซึ่งทราบว่าขณะได้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการเต็มจำนวนดังกล่าวแล้ว ภายในระยะเวลา 1 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีและก็รู้สึกดีใจที่มีผู้ที่เห็นความสำคัญและได้อาสามาช่วยงานของศธ. ซึ่งหลังจากนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้กำหนดให้มีการจัดการประชุมชี้แจงแนวทางและวิธีการดำเนินงานให้กับอาสาสมัครดังกล่าว ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้ ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตนเองก็จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่ ศธ.ได้รับข้อมูลดังกล่าวมาแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็จะเร่งดำเนินการวางแนวทางปรับปรุงนโยบายในการพัฒนา การบริหารจัดการการเรียนการสอน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคของการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน ครู รวมถึงผู้ปกครองได้คลายความกังวลและคลายความเครียดที่ต้องเผชิญกับสภาวะการณ์เช่นนี้ และในฐานะที่ดิฉันเองเป็น รมว.ศธ. ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ ดูแล และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ดีที่สุด&amp;quot;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112069</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #โควิด19, การสำรวจความคิดเห็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108f8a2e14c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2020 07:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2020 07:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพลเผยประชาชนหนุนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้้งคณะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22 &amp;ndash; 23 มกราคม 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อสิ่งที่ฝ่ายค้านควรกระทำเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 42.57 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งคณะ (ทั้งคณะรัฐมนตรี) รองลงมา ร้อยละ 35.54 ระบุว่า ควรขอเปิดอภิปราย &amp;nbsp;ไม่ไว้วางใจรัฐบาล รายบุคคล (เฉพาะรัฐมนตรีบางคน) ร้อยละ 13.82 ระบุว่า ยังไม่ถึงเวลาขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ร้อยละ 5.35 ระบุว่า &amp;nbsp;ไม่ควรขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลย และร้อยละ 2.72 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนต่อข้อมูลเด็ดของฝ่ายค้านที่จะมัดคณะรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจนดิ้นไม่หลุด พบว่า ร้อยละ 20.76 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก เพราะ ฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนพอสมควรต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า &amp;nbsp;มีความมั่นใจในการทำงานของฝ่ายค้าน และมองว่าการทำงานของฝ่ายรัฐบาลตลอด 5 เดือนที่ผ่านมายังไม่เป็นรูปธรรม ร้อยละ 32.99 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น เพราะ ฝ่ายค้านน่าจะมีข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากพอสมควร ขณะที่บางส่วนระบุว่า การทำงานของฝ่ายรัฐบาลยังไม่เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ร้อยละ 28.51 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น เพราะ เรื่องที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายยังถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่านโยบาย และหลักฐานยังไม่ชัดเจนพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บางส่วนระบุว่า มองเป็นเกมการเมืองและเหมือนการกลั่นแกล้งกันมากกว่า ร้อยละ 15.26 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย เพราะ ฝ่ายค้านยังไม่มีข้อมูลหรือประเด็นอะไรที่ทำให้รัฐบาลเสียหาย มองเป็นแค่เกมการเมืองเท่านั้น ขณะที่บางส่วนระบุว่า อยากให้รัฐบาลทำงานให้มากกว่านี้ก่อนถึงค่อยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และร้อยละ 2.48 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด ความเชื่อของประชาชนต่อกระแสข่าวที่ว่า พรรคเพื่อไทยมีข้อตกลงพิเศษกับพรรครัฐบาลในการตัดชื่อรัฐมนตรีบางรายออกจากญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 5.35 ระบุว่า เชื่อมาก เพราะ จากประวัติการทำงานของ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง คณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย น่าจะมีข้อตกลงพิเศษกับทางพรรครัฐบาลจริง ร้อยละ 16.85 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ เพราะ เป็นเกมการเมืองอย่างหนึ่งสามารถพลิกสถานการณ์ได้ตลอดเวลา และมี ส.ส. จำนวนหนึ่งจากพรรคเพื่อไทยเข้าอยู่ร่วมกับรัฐบาล ร้อยละ 32.91 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ จุดยืนของทั้ง 2 ฝ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน เป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อตกลงพิเศษร่วมกัน และเป็นเพียงเกม การเมืองเท่านั้น ร้อยละ 33.79 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพราะ จุดยืนของพรรคเพื่อไทยมีความชัดเจนอยู่แล้วในการที่จะไม่สนับสนุนรัฐบาล และอาจเป็นเฟคนิวส์เพื่อเป็นการสร้างกระแสข่าวเท่านั้น และร้อยละ 11.10 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55482</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสำรวจความคิดเห็น, การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, ทำโพล, นิด้าโพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200126/image_big_5e2cdff9336e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2020 06:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2020 06:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวกทม.ไม่พอใจการแก้ปัญหาฝุ่นของรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค. 2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การจัดการวิกฤตฝุ่นละออง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 16 มกราคม 2563 จากประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร กระจายทุกระดับการศึกษา &amp;nbsp; &amp;nbsp; และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,256 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการจัดการวิกฤติฝุ่นละอองในเขตกรุงเทพมหานคร การสำรวจอาศัย &amp;nbsp; การสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเผชิญปัญหาจากวิกฤตฝุ่นละอองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.98 ระบุว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้าน รองลงมา ร้อยละ 21.50 ระบุว่า หลีกเลี่ยงการเดินทางออกนอกบ้าน ร้อยละ 10.59 ระบุว่า งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ร้อยละ 6.61 ระบุว่า ใช้เครื่องฟอกอากาศ ร้อยละ 5.41 ระบุว่า ปิดประตู-หน้าต่างกันฝุ่น ร้อยละ 3.66 ระบุว่า ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ทำอะไรเลย ร้อยละ 3.50 ระบุว่า ไม่สนใจ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง ร้อยละ 3.18 ระบุว่า ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 2.23 ระบุว่า ไม่สนใจ เพราะเป็นปัญหาเล็ก ๆ ร้อยละ 1.83 ระบุว่า ไม่สนใจ เพราะคิดว่าร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ร้อยละ 0.64 ระบุว่า เดินทางไปอยู่ต่างจังหวัดที่ไม่มีฝุ่น ร้อยละ 0.48 ระบุว่า ไม่ได้ทำอะไร เพราะไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้ออุปกรณ์ป้องกันฝุ่นละออง และร้อยละ 0.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ปลูกต้นไม้ ฉีดน้ำบริเวณรอบบ้าน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ซื้อเครื่องตรวจจับค่า pm 2.5 มาใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง พบว่า ร้อยละ 2.47 ระบุว่า มีประสิทธิภาพมาก เพราะ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีการจัดการแก้ปัญหาที่ดี ร้อยละ 17.60 ระบุว่า ร้อยละ ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ เพราะ มีการพ่นละอองน้ำเพื่อลดฝุ่น มีการแจ้งเตือนเขตพื้นที่สีแดง ทำให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมรับมือ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่ได้เกี่ยวกับหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นที่ตัวบุคคลในการทำให้เกิดฝุ่นละออง ระบุว่า ร้อยละ 40.84 ระบุว่า ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังแก้ไขได้ไม่ตรงจุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำงานไม่จริงจัง ไม่ต่อเนื่อง ควรมีมาตรการอย่างจริงจังที่เป็นรูปธรรมในการควบคุม เช่น การก่อสร้าง รถควันดำ หรือผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ร้อยละ 36.22 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพเลย เพราะ การจัดการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการตื่นตัว ไม่มีการเเก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม ไม่มีความชัดเจน ปัญหายังเดิม ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น งานก่อสร้างต่าง ๆ รถประจำทาง/รถส่วนตัวยังมีควันดำ และร้อยละ 2.87 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการมีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.57 ระบุว่า ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว รองลงมา ร้อยละ 24.20 ระบุว่า ฉีดน้ำล้างฝุ่นละอองหน้าบ้านตนเอง ร้อยละ 23.09 ระบุว่า หยุดเผาขยะ ใบไม้ เศษวัสดุ ร้อยละ 21.66 ระบุว่า ไม่มีส่วนช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง เพราะ การใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ทำอะไรหรือสร้างปัญหาอะไรเกี่ยวกับฝุ่น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่แต่ที่บ้าน/อาคารไม่ได้ไปไหน ขณะที่บางส่วนระบุว่า เนื่องจากจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเพื่อไปทำงาน ร้อยละ 16.96 ระบุว่า ดับเครื่องยนต์ &amp;nbsp;ทุกครั้งเวลาจอดรถ ร้อยละ 8.20 ระบุว่า หยุดการจุดธูป ประทัด ร้อยละ 7.48 ระบุว่า นำรถไปเข้าอู่เพื่อแก้ไขปัญหาควันดำ ร้อยละ 2.23 ระบุว่า หยุดการก่อสร้าง และร้อยละ 3.50 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ใช้รถจักรยานยนต์ รถจักรยาน หรือเดินแทนการใช้รถยนต์ ปลูกต้นไม้ และอยู่บ้านเพื่อลดการใช้รถ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ลดการใช้รถที่เติมน้ำมันดีเซล เปลี่ยนมาใช้รถที่เติมน้ำมันเบนซิน หรือ E20 แทน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54924</URL_LINK>
                <HASHTAG>การสำรวจความคิดเห็น, การแก้ปัญหารัฐบาล, นิด้าโพล, ฝุ่น PM 2.5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e2399ecdbceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาญ่า-ณเดชน์ ควงแขนติดโผ ดาราในดวงใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โพลประสานเสียง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกและกิจกรรมจิตอาสาทำให้คนไทยมีความสุขมากที่สุด ส่วนบุคคลที่น่ายกย่องสูสีระหว่าง &amp;ldquo;ตูน บอดี้สแลม-บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์&amp;rdquo; ส่วนดาราหญิง-ชาย &amp;ldquo;ณเดช-ญาญ่า&amp;rdquo; ติดท็อปทรีทุกผลสำรวจ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ บรรดาการสำรวจความคิดเห็น (โพล) ต่างพร้อมใจกันเปิดเผยผลสำรวจในเรื่องที่สุดและบุคคลแห่งปี 2562 โดยกรุงเทพโพลล์ ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยผลสำรวจเรื่อง &amp;ldquo;ที่สุดแห่งปี 2562&amp;rdquo; ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ 1,228 คน พบว่า บุคคลแห่งปีที่น่าชื่นชมยกย่องมากที่สุดคือ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ 59.4%, ตูน บอดี้สแลม 21.7%, เจ้าคุณอลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ 7.8%, ปวีณา หงสกุล 3% และบุ๋ม ปนัดดา 2.3%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนดาราหญิงที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดในรอบปีนี้ คือ ญาญ่า อุรัสยา 19.4%, เบลล่า ราณี 16.6%, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก 9.5%, ใหม่ ดาวิกา 6.7% และนุ่น วรนุช 6.3% ขณะที่ดาราชายที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด คือ ณเดชน์ คูกิมิยะ 21.4%, เวียร์ ศุกลวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;17.4%, มาริโอ้ เมาเร่อ 7.1%, บอย ปกรณ์ 4.5% และเจมส์ จิรายุ 4.4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข่าวเด่น คดีดัง แห่งปี 2562 พบว่า 39% ยกให้ข่าวคดีลูกฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น, 35.2% การเสียชีวิตปริศนาของพริตตี้สาวลัลลาเบล, 30.1% ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินธนาธรพ้นสมาชิกภาพ ส.ส., 23.8% คดีแชร์แม่มณีแชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ และ 18.7% ผู้พิพากษายิงตัวตายหน้าบัลลังก์ศาลจังหวัดยะลา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณี &amp;ldquo;ที่สุดแห่งปี&amp;rdquo; โดยสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศ 8,475 คน ซึ่งเหตุการณ์ที่มีความสุขมากที่สุด พบว่า 37.98% พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10, &amp;nbsp;36.66% คนไทยได้สัมผัสอากาศหนาว และ 25.36% วันหยุดตามเทศกาลต่างๆ ส่วนเหตุการณ์ในประเทศไทยที่เศร้า 54.4% เศรษฐกิจไม่ดี สินค้าแพง, 25.26% น้ำท่วมใหญ่ จ.อุบลราชธานี และภาคต่างๆ ของไทย และ 20.34% ข่าวอาชญากรรม อุบัติเหตุ และความรุนแรง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เมื่อถามถึงนักร้องเพลงไทยสากลชาย-หญิงที่ชื่นชอบมากที่สุด ฝ่ายชาย คือ เป๊ก ผลิตโชค 40.85%, ตูน บอดี้สแลม 36.06% และทรีนิตี้ (trinity) 23.09% ฝ่ายหญิง ปาล์มมี่ 41.62%, แก้ม เดอะสตาร์ 35.15% และดา เอ็นโดรฟิน 23.23% ส่วนนักร้องลูกทุ่งชาย-หญิงที่ชื่นชอบมากที่สุด ฝ่ายชาย ก้อง ห้วยไร่ 36.45%, ไผ่ พงศธร 35.19% และไมค์ ภิรมย์พร 28.36% ส่วนฝ่ายหญิง เจนนี่-ลิลลี่ 47.41%, ต่าย อรทัย 34.88% และเปาวลี 17.71%
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดาราชาย-หญิงที่ชื่นชอบมากที่สุด ในฝั่งดาราชาย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ 43.94%, เวียร์ ศุกลวัฒน์ 33.04% และต่อ ธนภพ 23.02% ส่วนฝ่ายหญิงญาญ่า อุรัสยา 38.47%, ใหม่ ดาวิกา 31.91% และเบลล่า ราณี 29.62% ส่วนนักกีฬาชาย-หญิงที่ชื่นชอบมากที่สุด ฝ่ายชาย เจ ชนาธิป 43.20%, บัวขาว บัญชาเมฆ 39.11% และคีริน ตันติเวทย์ 17.69% ฝ่ายหญิง ปลื้มจิตร์ ถินขาว 46.95%, นุศรา ต้อมคำ 31.02% และรัชนก อินทนนท์ 22.03%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้เผยผลโพลเรื่องบุคคลแห่งปี 2562 ซึ่งสอบถามประชาชนทั้งสิ้น 1,192 ตัวอย่าง โดยศิลปินขวัญใจทำประโยชน์เพื่อสังคมมากที่สุด ตูน บอดี้ สแลม 74.7%, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ 3.9%, โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ 1.4% และอื่นๆ 20% ส่วนดาราชายขวัญใจประชาชนมากที่สุด เต๋า สมชาย เข็มกลัด 31.1%, ณเดชน์ คูกิมิยะ 14.6%, เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ 8.3%, &amp;nbsp;มาริโอ้ เมาเร่อ 6.8%, โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ 4.7%, หมาก ปริญ สุภารัตน์ 3.6% และอื่นๆ 30.9% ด้านดาราหญิงขวัญใจประชาชน ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง 26.5%, ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ 13.9%, เบลล่า ราณี แคมเปน 13.5%,&amp;nbsp;
อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ 8.1%, ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ 5.1%, ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ 4.9% และอื่นๆ 28%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านนักกีฬาชาย ขวัญใจประชาชนมากที่สุด ยามีน กฤษฎา นิลไสว 51.8%, เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ 17.2%, บัวขาว บัญชาเมฆ 5%, ชาริล ชับปุยส์ 3.7% และอื่นๆ 22.3% ส่วนนักกีฬาหญิงขวัญใจประชาชนมากที่สุด ปลื้มจิตร์ &amp;nbsp;ถินขาว 40.6%, เมย์ รัชนก อินทนนท์ 28.2%, อรอุมา สิทธิรักษ์ 10.9%, นุศรา ต้อมคำ 9.8% และอื่นๆ 10.5%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบุคคลเด่นดังอื่นๆ ขวัญใจประชาชนมากที่สุด นางงาม ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น 61.9%, ตูน บอดี้สแลม 3.3% และบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ 2.5% และคำถามถึงกิจกรรมที่ทำให้คนไทยมีความสุขมากที่สุด กิจกรรมจิตอาสา 34.2%, ก้าวคนละก้าว บริจาคเพื่อโรงพยาบาลต่างๆ 30.1%, ช่วยเหลือภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ภัยหนาว เป็นต้น 28.7% และอื่นๆ 7%.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, การสำรวจความคิดเห็น, ณเดช-ญาญ่า, ติดท็อปทรีทุกผลสำรวจ, ตูน บอดี้สแลม, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ผลสำรวจในเรื่องที่สุดและบุคคลแห่งปี 2562, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b8f54d4d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
