<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดฤกษ์4ต.ค.ยื่น’ป.ป.ช.’เอาผิด’ประยุทธ์-ครม.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น10 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) &amp;nbsp;มีการประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 12.00 น.นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ลงนามเพื่อยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเดินทางไปยื่นต่อ ป.ป.ช. วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม เวลา 10.00 น. มีการยื่นเอาผิด 4 ชุด ชุดแรก เป็น ครม.ทั้งคณะ ชุดที่ 2 นายกรัฐมนตรี ชุดที่ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชุดที่ 4 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของประเด็นที่จะยื่นนั้น เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีนทั้งหมด 3 เรื่อง เช่น การไม่เข้าโครงการโคแว็กซ์, การผูกขาดเอื้อประโยชน์วัคซีนแอสตราเซเนก้า, การทุจริตจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค, ทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK, การบริหารจัดการวัคซีนที่ผิดพลาดไร้ประสิทธิภาพ, จัดซื้อวัคซีนที่ไม่มีประสิทธิภาพให้คนไทย และอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการออกมติ ครม.ที่ขัดต่อกฎหมาย โดยมีการเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริตสต๊อกยางพารา ส่งผลให้เกิดการขายในราคาที่ต่ำกว่าปกติ เอื้อเอกชนรายเดียว ผิดกฎหมายการยางเรื่องการรักษาเสถียรภาพ ทำราคายางลดต่ำเพราะมีการทุ่มราคา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118221</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะรัฐมนตรี, ครม., นายกรัฐมนตรี, ป.ป.ช., พรรคร่วมฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_61541071e9e62.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัช&#039;อ้างโควิดทำพิษอดจัดติวรมต.ถูกซักฟอก มั่นใจทุกคนพร้อมตอบได้ทุกเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27​ ส.ค.64- ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ได้มีการกำหนดการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. - 3 ก.ย. และลงมติวันที่ 4 ก.ย. ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในเวลา 10.00 น. โดยฝ่ายค้านขอเวลามา 40 ชั่วโมงสำหรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 5 คน โดยได้มีการกำหนดการประชุมเอาไว้คร่าวๆ คือ ฝ่ายค้านจะใช้เวลาอย่างน้อยวันละไม่น้อยกว่า 10 ชั่วโมง เนื่องจากครั้งที่ผ่านมาจะเกิดปัญหา คือ เมื่อใกล้เวลา 21.00 น. ไม่ส่งชื่อผู้ที่จะอภิปราย จึงเหลืออยู่ประมาณ 8-9 ชั่วโมง รัฐมนตรีก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะตอบไปหมดแล้ว วันนี้เราจึงบอกว่าหากใช้เวลาน้อยกว่า 10 ชั่วโมง ให้ถือว่าเป็น 10 ชั่วโมงเลย ฉะนั้น จึงต้องพยายามทำเวลาให้ครบ นอกจากนี้หากถามว่ารัฐบาล สมาชิกรัฐบาลและผู้ถูกอภิปรายมีสิทธิ์ตอบได้นานแค่ไหน ตรงนี้เปิดเว้นว่างว่าสามารถชี้แจงได้อย่างเต็มที่ ส่วนอื่นๆ ก็ไม่น่ามีอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมของผู้ที่ถูกอภิปราย นายวิรัช กล่าวว่า ทราบมาว่าทุกคนมีความพร้อมและสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง ซึ่งการตอบและชี้แจงก็อยากให้ตอบโดยกระจ่างแจ้งในรอบเดียว แต่หากยังไม่จบก็สามารถลุกขึ้นมาตอบอีกได้ ซึ่งภายใน 4 วันก็คิดว่าคงเต็มที่แล้ว โดยจะใช้เวลาตั้งแต่ 09.30-00.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าครั้งนี้ต้องมีการติวเข้มอะไรหรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และยังมีประกาศของ ศบค. ทำให้ไม่สามารถจัดได้และจะไปจัดที่อื่นก็ทำไม่ได้เช่นกัน แต่ก็ได้มีการสอบถามและเป็นห่วงเป็นใยเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าไม่เป็นห่วง และจากการสอบถามก็ทราบมาว่ารัฐมนตรีพร้อมที่จะตอบทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความเป็นเอกภาพในการลงมติวันที่ 4 ก.ย. นายวิรัช กล่าวว่า เวลามีการอภิปรายทุกครั้งก็จะต้องมีการถามว่ารัฐบาลเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือไม่ ในเบื้องต้นก็ต้องตอบว่าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ถามว่าจะลงมติไปในทิศทางไหน ก็ต้องดูผลที่ฝ่ายค้านนำเสนอ รวมทั้งผู้ที่ถูกอภิปรายชี้แจงว่าชี้แจงได้แค่ไหน ในส่วนนั้นก็จะมีการมาคุยกันอีกครั้ง คาดว่าก่อนวันลงมติจะมีการประชุมวิปรัฐบาลอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม วิปรัฐบาลมีกำหนดที่จะประชุมภาพรวมทั่วไปในวันที่ 30 ก.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าหลายคนอาจจะยังจับตาเรื่องการโหวตสวนมติพรรคอย่างที่เคยมีมา เป็นห่วงในส่วนนี้หรือไม่ นายวิรัช กล่าวว่า บางทีเราก็ไม่เห็นว่าจะสวนไปในทิศทางทางไหน อย่างไรก็ตาม จะพยายามดูให้ดีที่สุด ให้มีน้อยที่สุด หรือไม่มีเลยก็จะดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114724</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, จัดติวรัฐมนตรี, นายวิรัช รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128895ed0579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองหัวหน้าพท.โวศึกซักฟอกครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายรัฐบาล ขู่เปิดแผล&#039;ประยุทธ์&#039;แก้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ส.ค.64-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร ได้ข้อสรุปกำหนดวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.ถึง 3 ก.ย. นัดโหวตลงมติวันที่ 4 ก.ย. ว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในอำนาจมาเกือบ 8 ปี สถานการณ์ในขณะนี้วิกฤตหนักที่สุด แต่พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด จนต้องหลบต่ำเวิร์คฟอร์มโฮม ทำตัวเป็นขอมดำดิน หวังใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ปรับทัพสารพัดทีมหนีตายในวาระสุดท้าย การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาล จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในรัฐบาล เป็นการอภิปรายฯ ที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดครั้งหนึ่ง เฉพาะเป้าใหญ่ความผิดพลาดล้มเหลวซ้ำซาก ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาลชุดนี้จะเป็นรัฐบาลที่โอหังคลั่งอำนาจอย่างไร ก็ตอบคำถามประชาชนลำบาก รอดยาก
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เกือบ 8 ปีในการถือครองอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ อาจเดินทางมาถึงจุดตกต่ำสุด เผชิญวิกฤตศรัทธา สารพัดปัญหารุมเร้าอย่างหนัก ไม่มีใครด้อยค่าพล.อ.ประยุทธ์ได้ หากพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ้อง ไม่ด้อยค่าตัวเอง&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114696</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แก้ปัญหาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612852a5a2e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;มั่นใจ&#039;บิ๊กตู่&#039;ผ่านศึกอภิปรายฉลุย ดักคออย่าฉายหนังเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.64- นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับการยื่นอภิปรายไม่วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น รัฐบาลไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะที่ผ่านมามั่นใจว่ารัฐบาลบริหารงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความตั้งใจที่จะทำงานให้กับประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย เป็นรูปธรรมชัดเจนประชาชนจับต้องได้ การที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายในครั้งนี้ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นเวลาที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก เนื่องจากขณะนี้ประเทศกำลังประสบปัญหาวิกฤตโควิด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในหลายๆ ด้าน รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเต็มที่เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤตในครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนกร กล่าวอีกว่า การใช้เวทีสภาฯ ตรวจสอบรัฐบาลเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งตนเองเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่จะเป็นเวลาที่เหมาะสมหรือไม่ประชาชนก็เฝ้ามองอยู่ เพราะเท่าที่ตนเองทราบการอภิปรายในครั้งนี้ไม่ได้มีข้อมูลใหม่อะไร เท่าที่โหมโรงมาก็เป็นเรื่องเก่า เกรงว่าประชาชนจะเบื่อหน่าย ยิ่งถ้าเอาเรื่องความล้มเหลวของการบริหารโควิด-19มาอภิปรายก็คงไม่ใช่ เพราะรัฐบาลบริหารจัดการได้ดีจนทั่วโลกชื่นชม ส่วนการระบาดระลอกใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ก็บริหารจัดการจนสถานการณ์ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ และประชาชนชื่นชมที่ไม่ได้ล็อกดาวน์ อย่างน้อยก็สามารถผ่อนคลายความเดือดร้อนไปได้บ้าง เศรษฐกิจก็ไม่ได้แย่มาก อย่างไรก็ตาม เห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจุดพลุว่าดุเดือดเลือดพล่าน แต่คงเหมือนฉายหนังเก่า ประชาชนเดาได้ว่าตอนจบไม่มีอะไรใหม่ ระวังพระเอกตายตอนจบ ทั้งนี้ ตนเองมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ สามารถชี้แจงได้ทุกเรื่องเพราะรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด บริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาล จึงไม่กลัวการตรวจสอบ แต่ไม่อยากให้ฝ่ายค้านใช้วาทกรรมหรือข้อมูลเท็จโจมตีรัฐบาล เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์ อยากให้อภิปรายอย่างสร้างสรรค์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90834</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, ธนกร  วังบุญคงชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210116/image_big_60023f2c14b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปธ.วิปรัฐบาล&#039; ชงครม.เปิดศึกซักฟอก เผยฝ่ายค้านขอ 7 วันมากไป แนะให้รีบอภิปรายเนื้อๆอย่าเอาแต่น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายเมื่อใด ถ้ายื่นในวันที่ 25 ม.ค. คาดว่าครม.จะจัดการอภิปรายได้ในช่วงกลางเดือนก.พ. โดยวิปรัฐบาลได้เสนอช่วงเวลาอภิปราย 4 วัน ไปให้ครม.พิจารณา ได้แก่ ช่วงวันที่ 16-19 ก.พ. เป็นเวลา 4 วัน รวมกับวันลงมติ วันที่ 20 ก.พ. อีก 1วัน รวมทั้งหมดเป็น 5 วัน หากฝ่ายค้านอยากได้เวลา 7วัน คงต้องคุยกัน แต่คงเป็นไปได้ยาก เวลา 5 วันถือว่ามากแล้ว ถ้ามีไฮไลท์อะไร ให้อภิปรายตั้งแต่วันแรกๆ ไม่ใช่เอาแต่น้ำก่อน ส่วนเนื้อไว้ทีหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิรัช กล่าวอีกว่า สำหรับการพิจารณาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น คาดว่าร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ รัฐสภา จะนำเข้าพิจารณาวาระ 2 ได้ ช่วงวันที่ 24-25 ก.พ. จากนั้นจะปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 28 ก.พ. จึงคาดว่ากลางเดือนมี.ค.จะเปิดสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาลงมติร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 รวมถึงพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประชามติด้วย แต่คงใช้เวลาเปิดสมัยวิสามัญไม่นาน ขณะนี้สภาฯมีโปรแกรมพิจารณาทั้งร่างกฎหมายต่างๆ กระทู้ต่างๆจำนวนมาก โดยจะต้องเร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90313</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, พรรคฝ่ายค้าน, วิรัช รัตนเศรษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc08cbd22f70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;ได้ทีตีจุดอ่อนเตรียมอภิปรายซักฟอกนายกฯ ประเด็น&#039;บ่อน-แรงงานเถื่อน&#039; พ่วงEEC</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2564 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากประเด็นความล้มเหลวในการจัดการกับเรื่องของนายทุนบ่อนการพนันและการลักลอบขนแรงงานเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคนมีสี ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการระบาดโควิด-19 ในรอบ 2 และจากการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่ค้างคามาช้านาน จนประชาชนต้องต่อสู้กับปัญหาดังกล่าวด้วยตนเอง ยังกลับพบอีกว่ามีการบริหารงบประมาณแผ่นดินในหลายโครงการที่น่าสงสัย เช่น การลงทุน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC) ใช้พื้นที่ 98,715 ไร่ ซึ่งมีงบประมาณกว่า 527,603 ล้านบาท เป็นโครงการขนาดยักษ์ใหญ่ โดยการร่วมลงทุนของรัฐ &amp;ndash; เอกชน หรือ PPP ที่ควรเป็นผลประโยชน์ของคนไทยทุกคน และถือว่านี่คือการเดิมพันของคนไทยทั้งประเทศ เพราะเศรษฐกิจไทยตกต่ำมาตลอด 6 ปี ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาและคณะรัฐมนตรี ควรที่จะใช้เงินภาษีของประชาชนแบบระมัดระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการเชื่อมการเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงระหว่าง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินฉะเชิงเทรา รวม 3 สนานบินนั้น นอกจากความหวังจากโครงการนี้คือการพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว &amp;nbsp;เราควรจะพิจารณาว่าการเชื่อมระหว่าง 3 สนามบิน ณ เวลานี้มีความสำคัญและคุ้มค่ากับประเทศไทยจริงหรือ ซึ่งในสัญญาระบุถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณทางรถไฟ ซึ่งบริษัทเจ้าของสัญญาสามารถพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานี (TOD) โดยที่ดินผืนงามใจกลางกรุงเทพฯ กว่า 457 ไร่ บริเวณย่านมักกะสัน &amp;nbsp;ความหวังสุดท้ายของพื้นที่สีเขียวของคนกรุงเทพฯ กำลังถูกพัฒนาเป็นคอมเพล็กยักษ์ และที่ดินบริเวณสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งหากทำให้เป็นการเชื่อมระหว่างจังหวัดต่างๆ แทนนั้นจะดีกว่าหรือไม่ เพราะการกระจายความเจริญไปสู่ทุกจังหวัดนั้นมีความสำคัญมากกว่า และจากการที่คณะกรรมการ EEC ที่มาจากส่วนกลาง 27 คน โดยไม่มีคนในพื้นที่แม้แต่คนเดียว มีพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีนักวิชาการอีก 5 คนเป็นคณะกรรมการ ซึ่งคนจากส่วนกลางจะมีความเข้าใจปัญหาของคนในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์กล่าวว่า จากการวิเคราะห์เชิงลึก ของศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นว่า การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การที่ผู้เข้าร่วมโครงการ EEC ได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคล (Corporate Income Tax) เยอะมากและนานเกินไป ถึง 15 ปี โดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0 ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ที่มากกว่า BOI หากไม่ใช่อุตสาหกรรมที่เกิดห่วงโซ่อุปทานใหม่ (New Supplier Chain) เราก็ควรจะเก็บภาษีให้เท่ากับอุตสาหกรรมอื่นๆ และนำรายได้นั้นกลับคืนให้กับท้องถิ่น เพื่อให้คนระยอง คนชลบุรี และคนฉะเชิงเทรา ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ EEC ในส่วนของฝุ่นควัน น้ำที่อาจเป็นพิษ เพื่อให้คนในท้องถิ่นที่รู้ซึ้งถึงปัญหาได้จัดการแก้ไขและป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน เพราะพวกเขารู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไรให้ดีที่สุด และจากการที่บริษัทที่เข้าร่วมกับ โครงการ EEC ได้รับการยกเว้นกฎหมายที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการจัดสรรที่ดิน ให้อำนาจรัฐเวนคืนที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น จะดีแล้วหรือ เพราะมันจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ชาวบ้านทำการเกษตร แหล่งผลิตอาหาร ขวางทางน้ำ และการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะกระทบต่อระบบสาธารณูปโภคของ ปตท. ทั้งท่อน้ำมันและท่อก๊าสธรรมชาติ และหากต้องมีการรื้อถอนระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด จะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 4,000 ล้านบาท แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ หาก พล.อ.ประยุทธ์ อยากส่งเสริมระบบเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควรที่จะเอาภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ จะดีกว่าหรือไม่ เพราะคนต่างจังหวัดจะได้ไม่ต้องเข้ามาทำงานในกทม.เพียงอย่างเดียว และจะเกิดอะไรขึ้นหากบริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ EEC พร้อมใจกันใช้แต่หุ่นยนต์ ภาษีก็ไม่ต้องเสีย คนไทยจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร &amp;nbsp;ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ขอเสนอโครงการไทยทำ โดยเน้นที่สินค้าของคนไทย (Made in Thailand) คิดและผลิตโดยคนไทย ซึ่งอุตสาหกรรมนั้นควรจะต้องกระจายไปในทุกภาค ไม่ใช่มุ่งเน้นเฉพาะ 3 จังหวัดเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิด้าโพลเคยตั้งคำถามเอาไว้ว่า คนไทยรับรู้เรื่อง EEC หรือไม่ แต่ผลการสำรวจปรากฎว่าร้อยละ 56.90 ไม่เคยรับรู้ ไม่เคยได้ยิน และคนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ทราบถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับอย่างชัดเจน ดังนั้นศึกซักฟอกในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งยากที่จะเอาตัวรอดได้ แต่ถ้าวิเคราะห์ดูจากผลงานตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ คงจะเป็นไปได้ยากมากที่จะนำประเทศไทยให้พ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจในครั้งนี้ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างที่คนไทยทั้งประเทศกำลังต่อสู้กับปัญหาโควิด-19 ที่ระบาดหนักรอบ 2 แต่กลับมีมือดีแอบเซ็นสัญญาไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน แบบนี้เราจะยังเชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ได้ต่อไปอีกหรือไม่ เพราะประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่าผลประโยชน์ของโครงการ EEC ที่แท้จริงแล้วตกอยู่กับใครกันแน่ รัฐ นายทุน หรือชาวบ้าน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90078</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f14518abbd6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยล็อกเป้าอภิปราย &#039;บิ๊กตู่&#039;แก้โควิดผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ม.ค.2564 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะทำงานเตรียมการการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะมีประเด็นหลักคือการแก้สถานการณ์โควิดที่ผิดพลาดของรัฐบาล เรื่องนี้เกี่ยวโยงไปทั้งการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดปล่อยให้มีการระบาดรอบใหม่ การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดจนประชาชนได้รับความเดือดร้อน รวมถึงเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องความมั่นคงที่ปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายนำเชื้อเข้ามาและปล่อยให้มีบ่อนการพนันเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ทั้ง 3 เรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหมต้องรับผิดชอบไปเต็มๆ เพราะคุมทั้ง ศบค. คุมตำรวจทหาร และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง จะไปโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะมันชัดเจนว่านายกฯบริหารล้มเหลวจนชาวบ้านเดือดร้อน ก่อนหน้านี้ตนเคยบอกปัญหาบ่อนไปแล้ว นายกฯบอกถ้ามีหลักฐานให้มาแจ้งตำรวจ ตนเอาหลักฐานไปบอกในสภาฯแล้ว แต่นายกฯก็ไม่ดำเนินการอย่างนี้จะถือว่าละเว้นหรือไม่ เรื่องบ่อนนี้เรื่องส่วยเรื่องทุจริตชัดๆ หัวหน้ารัฐบาลปล่อยให้เป็นนี้ได้อย่างไร พร้อมกันนี้การอภิปรายประเด็นนี้ก็จะพ่วงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปในแต่ละเรื่องด้วย ทั้งรมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย รมว.แรงงาน เกี่ยวข้องกับใครเราจะอภิปรายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า นอกจากเรื่องโควิดแล้วยังจะมีการอภิปรายเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลด้วย อาทิ โครงการอีอีซี และการต่อสัญญารถไฟสายสีเขียว ส่วนใครจะเป็นผู้อภิปรายนั้นคงต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นก่อนเพื่อดูเนื้อหาที่แต่ละพรรคจะอภิปรายว่ามีเรื่องไหนเกี่ยวโยงกันหรือไม่แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมเรื่องนี้กันวันที่ 15 ม.ค. ที่จะถึงนี้แล้วจะยื่นญัตติสัปดาห์สุดท้ายของเดือนม.ค. หลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลว่าจะให้อภิปรายเมื่อไหร่เพราะฝ่ายค้านพร้อมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89376</URL_LINK>
                <HASHTAG>การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa54c46e64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
