<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยพลิก!หันมาถล่มลุงตู่เรื่องการเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.2564 - นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ตลอด 7 ปี ภายใต้การบริหารของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เกษตรกรถูกละเลยมากที่สุด รายได้ของเกษตรกรตกต่ำมาตลอด เนื่องมาจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลให้หนี้สินของเกษตรกรเพิ่มขึ้นสูงมาก พลเ.อ.ประยุทธ์ยังไม่ได้มีการช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทำให้ต้นทุนสินค้าเกษตรมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับราคาสินค้าเกษตรของประเทศคู่แข่ง ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายได้ยาก ประกอบกับสภาวะการระบาดของไวรัสโควิดทำให้การบริโภคสินค้าเกษตรภายในประเทศลดลง ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อรายได้ของเกษตรกรมากขึ้น หลังจากที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมากว่า 2 ปีแล้ว เกษตรกรก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอยคำมั่นสัญญาของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองแกนนำของรัฐบาลที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนในการปรับราคาสินค้าเกษตร โดยอยากขอเตือนความจำดังนี้ ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน, ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน, อ้อย 1000 บาท/ตัน, ยางพารา 65 บาท/ กก., ปาล์ม 5 บาท/ กก. และมันสำปะหลัง 3 บาท/ กก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายเหล่านี้คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยเคยท้วงติงไว้แล้วว่าจะทำได้หรือ แล้วจะหาเงินมาจากที่ไหน แต่พรรค พปชร. ยืนยันว่าทำได้แน่นอนและทำได้จริง แต่พอถึงเวลากลับไม่ทำ ซึ่งเป็นการทำผิดสัญญาในการหาเสียงหรือไม่ จะเป็นการผิดกฎหมายการหาเสียงด้วยหรือไม่ เพราะสัญญาแล้วไม่ทำ ทั้งนี้ยังมีค่าแรง 400-425 บาท ต่อวัน นโยบายมารดาประชารัฐ และอีกหลายนโยบายที่ยังไม่ได้ทำเลย จึงอยากเรียกร้องให้ทำบ้างและทำได้แล้ว เพราะประชาชนเขาฝากมาทวงถาม นอกจากจะไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงแล้ว ยังปล่อยปละละเลยไม่แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรค ไม่ว่าจะเป็นลิมปิสกิน และโรคอหิวาต์สุกรที่ทำความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างมาก แต่ พล.อ.ประยุทธ์กลับทำงานล่าช้า ไม่เร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภาควัตกล่าวอีกว่า อยากเร่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ศึกษาและดำเนินการ การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการเกษตร ให้สอดคล้องกับอนาคตของโลก การพัฒนาการเกษตรเป็น Smart Farmer และ พัฒนาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมสร้างเกษตร-อุตสาหกรรมครบวงจรยุคใหม่ โดยมุ่งความต้องการของตลาดเป็นหลัก พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแตกต่าง แและผลิตให้ครบวงจรเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตกร โดยปัจจุบันได้มีคลัสเตอร์การเกษตรในลักษณะนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายแห่งแล้ว และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาโมเดล และเร่งดำเนินการ โดยมีหลายพี้นที่มีศักยภาพ แต่ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่จะดำเนินการเรื่องนี้เป็นนโยบายหลัก เพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในภาวะวิกฤติ ประเทศไทยต้องแสวงหาโอกาส การพัฒนาการเกษตรเป็นแนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเร่งดำเนินการ โดยภาคการเกษตรถูกละเลยมาตลอด 7 ปี เหมือนไม่ใส่ใจ หรือ พล.อ.ประยุทธ์อาจจะไม่มีความรู้และไม่เข้าใจ ซึ่งหากรู้ตัวก็ไม่ควรจะดื้อรั้นอยู่ในตำแหน่งแล้ว เพราะที่ผ่านมายังไม่เห็น พล.อ.ประยุทธ์จะเก่งทางด้านไหนเลย นอกจากการรักษาอำนาจไปวันๆโดยไม่สนว่าประเทศจะพัฒนาหรือไม่ ประชาชนจะลำบากอย่างไร อย่าทำให้ประเทศต้องล่มสลายทุกด้านคามือเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112905</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเกษตร, นายภาควัต ศรีสุรพล, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113259a4c50d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
