<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะฯ จับมือ Shopee จัดแคมเปญ “มหกรรมสินค้า ตลาดชุมชนคนเคหะ” ครั้งแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การเคหะฯ เดินหน้าจัดอบรมการสื่อสารเชิงรุกผ่านช่องทาง Social Media ให้ผู้อยู่อาศัยและผู้ปฏิบัติงาน พร้อมต่อยอดจับมือ Shopee หนุนเปิดร้านค้าออนไลน์ จัดแคมเปญ &amp;ldquo;มหกรรมสินค้า ตลาดชุมชนคนเคหะ&amp;rdquo; ครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากผู้รับสารสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งช่องทางการสื่อสารออนไลน์ และ E - commerce ในประเทศไทยเติบโตขึ้นเป็นประวัติการณ์ การเคหะแห่งชาติตระหนักถึงความสำคัญต่อการนำสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์กระจายข้อมูลข่าวสาร และต่อยอดการใช้เครื่องมือผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเผยแพร่ภารกิจของการเคหะแห่งชาติควบคู่กับการเสริมสร้างการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ต้องการให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางได้มีอาชีพและรายได้เลี้ยงครอบครัวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน การเคหะแห่งชาติจึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ หัวข้อ &amp;ldquo;การสื่อสารเชิงรุกผ่านช่องทาง Social Media&amp;rdquo; เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ รวมทั้งสามารถสร้างเนื้อหา เผยแพร่ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการเคหะแห่งชาติสู่สื่อสาธารณะ และบูรณาการต่อยอดสู่การบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการเปิดร้านและจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์บนแพลตฟอร์ม E - Commerce อันจะนำไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเนื้อหาการอบรมออนไลน์ที่จะถ่ายทอดให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนและผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติสามารถนำไปต่อยอดสู่การเปิดร้านค้าออนไลน์ และจำหน่ายสินค้าทาง Website รวมถึง Application ทางโทรศัพท์ เป็นการสร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่ง ประกอบด้วย การถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสร้างเนื้อหาโดนใจในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) และความรู้เกี่ยวกับการเปิดร้านค้าออนไลน์ขายได้ทันที และการบริหารร้านค้าออนไลน์ ซึ่งการอบรมออนไลน์ในครั้งนี้มีผู้อยู่อาศัยและผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติเข้าร่วมอบรมกว่า 200 คน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อต่อยอดให้ครบทุกมิติ การเคหะแห่งชาติได้ร่วมมือกับ Shopee จัดแคมเปญ &amp;ldquo;มหกรรมสินค้า ตลาดชุมชนคนเคหะ&amp;rdquo; ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยเชิญชวนผู้อยู่อาศัยและผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติ ทั้งที่ได้เข้าร่วมอบรมแล้ว และผู้สนใจเพิ่มเติม ร่วมเปิดร้านค้าออนไลน์ และจำหน่ายสินค้าผ่านแคมเปญ ซึ่งจัดทำเป็นไมโครไซต์พิเศษในช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม 2564 นี้ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมและส่งเสริมการขายให้เป็นพิเศษ ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาทักษะและเสริมสร้างรายได้ไปพร้อมกัน ซึ่งเรามีคลิปวิดีโอการอบรมออนไลน์ให้สามารถรับชมย้อนหลัง สำหรับท่านผู้อยู่อาศัยในโครงการของ กคช. ทุกแห่งที่สนใจ สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถติดตามและสอบถามรายละเอียดได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจของการเคหะแห่งชาติ https://www.facebook.com/PR.NHA&amp;rdquo; ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119825</URL_LINK>
                <HASHTAG>SHOPEE, การกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การสื่อสารเชิงรุกผ่านช่องทาง Social Media, การเคหะแห่งชาติ, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, มหกรรมสินค้า ตลาดชุมชนคนเคหะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_61694f3ab75c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ผนึกการเคหะฯ ใช้ที่ดินรถไฟสร้างที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.2564-นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)และนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ด้านบูรณาการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมี พลตรี ดร. เจียรนัย วงษ์สอาด ประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ นายมงคล จันทษี ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และนายเอก สิทธิเวคิน รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน การรถไฟฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายนิรุฒ กล่าวว่า ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณาการการใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อจัดทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย ระหว่างการรถไฟฯ กับการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย และคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งความร่วมมือนี้ถือเป็นภารกิจเพื่อสังคมที่เป็นการบูรณาการทำงานร่วมระหว่างสองหน่วยงาน ตามกรอบระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2569) ในการวางแผนพัฒนาและขับเคลื่อนโครงการฯ โดยใช้ที่ดินของการรถไฟฯ เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ข้าราชการบำนาญ พนักงานรถไฟที่ปฏิบัติงานหรือเกษียณอายุไปแล้ว รวมถึงกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐ และประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นายนิรุฒ กล่าวว่าปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้จัดทำโครงการพัฒนาการบริหารที่ดินของการรถไฟฯ ทั่วประเทศ เพื่อนำมาจัดประโยชน์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด และในขณะเดียวกันก็จัดพื้นที่บางส่วนมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายของรัฐบาล และทิศทางการพัฒนาของประเทศ ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;การบูรณาการร่วมกันของทั้งสององค์กร คือการรถไฟแห่งประเทศไทย และการเคหะแห่งชาติในครั้งนี้ มุ่งหวังที่ช่วยแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้มีที่อยู่อาศัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119142</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), การเคหะแห่งชาติ, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, นิรุฒ มณีพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615fd8380b13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะฯ ลุยจัดตั้ง &#039;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 &#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย. 64 - นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และส่งผลต่อการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ และความปลอดภัยของประชาชนเป็นอย่างมาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ ได้ดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้จัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 การเคหะแห่งชาติ&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ทั้งภายในและภายนอกองค์กร นับตั้งแต่ที่มีการระบาดระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการขอความช่วยเหลือจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนและผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งนำข้อมูลที่ได้รับมาประเมินผล วิเคราะห์ วางแผน และถอดบทเรียนเพื่อรองรับการดำเนินงานท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;สำหรับการทำงานของศูนย์ดังกล่าว แบ่งออกเป็นศูนย์ปฏิบัติการย่อย 3 ศูนย์ ได้แก่ 1. ศูนย์ช่วยเหลือโควิด - 19 ภาคประชาชน ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 3,987 ราย หายป่วยแล้ว 1,215 ราย มีผู้กักตัวสะสม 617 ราย ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ 2,555 ราย เสียชีวิตสะสม 76 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2564) โดยการเคหะแห่งชาติให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น จัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชน 15 แห่ง มอบอาหารปรุงสุกและน้ำดื่มร่วมกับภาคีเครือข่าย 91,409 ชุด มอบถุงยังชีพ 1,466 ราย มอบชุดเวชภัณฑ์ 3,000 ชุด ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในอาคารพักอาศัย 99 อาคาร ประสานงานกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จัดรถโมบายพาณิชย์จำหน่ายสินค้าราคาถูกในชุมชน 29 ชุมชน ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด - 19 เชิงรุกในชุมชน 32,198 คน มีผู้ติดเชื้อ 2,523 คน รวมทั้งประสานงานกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดหาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด - 19 ให้ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;2. ศูนย์ช่วยเหลือโควิด - 19 ภาคประชาชน กทม. 4 เขตมีนบุรี คลองสามวา หนองจอก ลาดกระบัง โดย นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ในพื้นที่ 50 เขต กทม. ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวในพื้นที่ 4 เขต ได้แก่
เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตหนองจอก และเขตลาดกระบัง ปัจจุบันให้ความช่วยเหลือแล้ว 62 เคส ประกอบด้วย
การให้คำปรึกษา 60 เคส และประสานกลับภูมิลำเนา 2 เคส นอกจากนี้ ยังได้นำถุงยังชีพของการเคหะแห่งชาติไปมอบให้ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 และผู้กักตัวอีก 31 ถุง และชุดเวชภัณฑ์ 27 ชุด รวมถึงส่งมอบ &amp;ldquo;ถุงกำลังใจ สู้โควิด - 19&amp;rdquo; ของสำนักนายกรัฐมนตรี 833 ถุง (ข้อมูล ณ วันที่ 15 กันยายน 2564)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;และ 3. ศูนย์ช่วยเหลือโควิด - 19 ผู้ปฏิบัติงานและบุคคลในครอบครัว ซึ่งการเคหะแห่งชาติได้จัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานและครอบครัวที่ติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชน เช่น ค่ารักษาพยาบาล การช่วยเหลือด้านการเงิน การฉีดวัคซีนของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว การส่งมอบถุงยังชีพและยารักษาพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ป่วย การตรวจคัดกรอง/ตรวจเชิงรุกให้กับผู้ปฏิบัติงาน การประสานสถานพยาบาลรับผู้ป่วยเข้ารักษาตัว และการจัดเตรียมศูนย์พักคอยสำหรับผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้ง จัดทำ Line OA : NHA Care เพื่อรับแจ้งข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานที่ติดเชื้อโควิด - 19 และส่งต่อข้อมูลให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติได้จัดทำระบบสารสนเทศเพื่อบริการประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 3 ระบบ คือ 1. ระบบขอความช่วยเหลือ ประสานส่งต่อผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 ทั้งในชุมชนของการเคหะแห่งชาติและประชาชนในพื้นที่ 4 เขต กทม. 2. ระบบติดตามอาการของผู้ป่วยที่รักษาตัวในศูนย์พักคอย (Community Isolation)/แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation)/กักตัวที่โรงแรม (Hotel Isolation) และ 3. ระบบรับบริจาคและแจกจ่ายถุงยังชีพนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยจะแสดงข้อมูลของผู้ที่บริจาคถุงยังชีพและกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความช่วยเหลือด้วยความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117030</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคหะแห่งชาติ, นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614463892ed60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการ กคช. ยืนยัน“โครงการบ้านสุขประชา” ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามกฎหมายพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;(กคช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชาว่า การดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชา อยู่ภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ตามมติ ครม. ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินการถูกต้องตามข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ แผนโครงการนำร่องระยะเร่งด่วน บ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; จำนวน 2 แห่ง คือโครงการฯ ฉลองกรุงและร่มเกล้ารวม 572 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงทุน ตามมติครม.ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างปี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอครม. เพื่อให้ความเห็นชอบภายหลังจากนำผลการดำเนินงานโครงการนำร่องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกอบการนำเสนอโครงการบ้านเคหะสุขประชาต่อไป เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความบอบช้ำในอดีตที่เกิดขึ้นกับโครงการของการเคหะแห่งชาติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินงานถมดินของโครงการ ตามหนังสือของ สศช. ลงวันที่10 กันยายน 2563 อนุมัติการปรับปรุงงบลงทุนประจำปี 2563 เพิ่มวงเงินดำเนินการ 821.125 ล้านบาท โดยผูกพันไปดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้ กคช. สามารถดำเนินการถมดินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามศักยภาพและความสามารถ ซึ่งอยู่ในงบลงทุนเพื่อการดำเนินงานปกติ แผนรายปี เป็นงบประมาณรายการเดียวซึ่ง กคช.ดำเนินการภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ จำนวน 821.125 ล้านบาท โดยดำเนินการตามผลการศึกษาความเหมาะสมในการจัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; มีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดจ้าง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทที่ กคช. ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตาม พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดทุกโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นยินดีให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ขอยืนยันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใสในการทำงาน และพร้อมที่จะตอบชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นายทวีพงษ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กคช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาบ้านเช่า, การเคหะแห่งชาติ, การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชา, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, บ้านเคหะสุขประชา, ป.ป.ช., ยื่นหนังสือ, แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี, โครงการบ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138a4781b29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะแห่งชาติ เชิญชวนร่วมกิจกรรม “CSR Day การเคหะแห่งชาติ 2564” ผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดเวที “Homey CSR เสวนา For Now and Then” เดินหน้าผลักดันโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่ อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติ เผยแพร่นิทรรศการและกิจกรรม &amp;ldquo;CSR Day การเคหะแห่งชาติ 2564&amp;rdquo; ผ่านช่องทางออนไลน์ www.homey-CSR2021.com เชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการ และการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;Homey CSR เสวนา For Now and Then&amp;rdquo; พร้อมร่วมกิจกรรมแสดงความคิดเห็น และลุ้นรับของที่ระลึกจากการเคหะแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 12 กันยายน 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;CSR Day การเคหะแห่งชาติ&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยนำผลงานโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนด้าน CSR ของการเคหะแห่งชาติมาเผยแพร่ให้แก่สาธารณชนได้รับทราบ พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในการเปิดเวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมด้าน CSR ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนในการสร้างชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่พี่น้องประชาชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวต่อว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปีนี้จึงได้ปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมเป็นนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ บอกเล่าเรื่องราวการดำเนินนโยบายด้าน CSR ของการเคหะแห่งชาติตลอด 48 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนผู้สนใจสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงยังได้จัดกิจกรรม &amp;ldquo;Homey CSR เสวนา For Now and Then&amp;rdquo; ซึ่ง ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล&amp;nbsp; ประธานกรรมการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม การเคหะแห่งชาติ นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ และนายวิชัย คำบุญเรือง ผู้แทนชุมชนบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) ร่วมเสวนา รวมทั้งเปิดช่องทางการแสดงความคิดเห็นเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการดำเนินงานด้าน CSR ของการเคหะแห่งชาติ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิทรรศการออนไลน์ในครั้งนี้จัดขึ้นตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการรวบรวมข้อมูลและความก้าวหน้าด้าน CSR ของการเคหะแห่งชาติ พร้อมทั้งโครงการ SSC ที่เป็นโมเดลสำคัญในการขับเคลื่อนงาน CSR ซึ่งเป็นการเปิดมุมมองเกี่ยวกับชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในมิติต่างๆ จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมรับชมและร่วมกิจกรรมได้ที่ www.homey-CSR2021.com รวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมต่างๆ ของการเคหะแห่งชาติได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจของการเคหะแห่งชาติ&amp;rdquo; ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวเชิญชวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116067</URL_LINK>
                <HASHTAG>CSR Day การเคหะแห่งชาติ 2564, Homey CSR เสวนา For Now and Then, SSC, www.homey-CSR2021.com, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ชุมชนอัจฉริยะ, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, นายวิชัย คำบุญเรือง, นิทรรศการออนไลน์, ผลักดันโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่, รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61389def42f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“การเคหะแห่งชาติ” ผนึกภาคีสำคัญ เดินหน้าเสริมแกร่งโครงการ SSC โชว์ต้นแบบ “บางโฉลง” ชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Smart and Sustainable Community for Better Well - being : SSC) ว่า การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการเกี่ยวกับ &amp;ldquo;SSC&amp;rdquo; มาตั้งแต่ปี 2560 โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;SSC&amp;rdquo; ในมิติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่แตกต่างกัน จนสามารถเดินหน้าโครงการนำร่องที่โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง (นิติ 1) ได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; และเป็นแนวทางสำคัญของโครงการบ้านเคหะสุขประชา &amp;ldquo;บ้านเช่าพร้อมอาชีพ&amp;rdquo; ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการเคหะแห่งชาติกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ ตามนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Community) ของการเคหะแห่งชาติได้ดำเนินงานร่วมกับภาคีสำคัญข้างต้นครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ มีการเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ให้โอกาสในการตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของตนเอง และการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะ มิติที่ 2 ความมั่นคงของระบบนิเวศ มุ่งดำเนินการใน 5 ด้าน คือ คุณภาพอากาศ น้ำ และพลังงาน การบริหารจัดการขยะ การจัดการน้ำเสีย และการจัดการพื้นที่สีเขียว เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน ขณะที่มิติที่ 3 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ดำเนินการให้ความรู้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อสร้างอาชีพให้กับชุมชนในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่เพื่อสร้างรายได้ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และพัฒนาชุมชนให้สามารถประหยัดค่าไฟในครัวเรือน ส่วนมิติที่ 4&amp;nbsp; สุขภาวะทางสังคม มีการดำเนินการด้านสุขภาพที่เพียงพอให้กับชุมชน ให้ชุมชนมีความปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร&amp;nbsp; ต่อสุขภาพ รวมถึงความสามารถในการปรับตัวในสภาวะต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตัวอย่างสำคัญของการดำเนินการ ได้แก่ &amp;ldquo;Sensor for All&amp;rdquo; ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้อาศัยในชุมชน สามารถติดตามและป้องกันตนเองจากฝุ่นควันและมลพิษ&amp;nbsp; ทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปัจจุบันการเคหะแห่งชาติได้ติดตั้งเครื่องเซนเซอร์ตรวจวัดฝุ่นและคุณภาพอากาศแล้ว จำนวน 32 เครื่อง ที่บริเวณสำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ จำนวน 2 เครื่อง และติดตั้งบริเวณสำนักงานเคหะนครหลวงและสำนักงานเคหะจังหวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 10 พื้นที่ จำนวน 30 เครื่อง ได้แก่ ร่มเกล้า, หนองจอก, รามคำแหง, นวมินทร์, ออเงิน, บ่อนไก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม และสมุทรปราการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการด้านจัดการน้ำเสีย การทดลองปรับพื้นที่เพื่อการใช้ประโยชน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมโมเดลการจัดขยะ 3 ประเภท คือ ขยะรีไซเคิล ขยะอาหาร ขยะอันตราย และการทำถังหมักรักษ์โลก (Green Cone) รวมถึงยังมีแนวทางด้านการจัดการพลังงานด้วยการการติดตั้ง Smart Meter (เครื่องมือวัดพลังงานแบบไร้สาย) เพื่อวัดการใช้พลังงานของแต่ละอาคาร โดยแสดงผลการใช้พลังงานผ่านการแสดงผลในรูปแบบ Dashboard ซึ่งทำให้ผู้พักอาศัยภายในโครงการรับรู้ข้อมูล การใช้พลังงานของตน และเกิดการมีส่วนร่วมในการช่วยกันลดการใช้พลังงานผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ และยังอยู่ระหว่างวางแผนติดตั้ง Solar Powered Pump โดยนำพลังงานไฟฟ้าที่ได้มาใช้ในการสูบน้ำเข้าถังเก็บน้ำ และกรณีที่ไม่มีการทำงานของปั๊มน้ำ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จะถูกส่งไปที่ตัวอาคารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ภายในอาคารต่อไป รวมถึงอยู่ในระหว่างวางแผนจะติดตั้ง Solar Powered Aerator เพื่อเติมอากาศบำบัดบ่อนํ้าเสีย อีกทั้งเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมานี้ การเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันจัดงานเสวนาออนไลน์ขึ้น ในหัวข้อ &amp;ldquo;การพัฒนาความยั่งยืนให้ชุมชน&amp;rdquo; พร้อมทั้งนำออกเผยแพร่ในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ ซึ่งก็มีทั้งเนื้อหาวิชาการ และสื่อมัลติมีเดียหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและเข้าใจแนวคิด SSC มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะดำเนินการขยายผลต่อเนื่อง ในปี 2565 อีก 4 ชุมชน ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 บ้านเอื้ออาทรรังสิตคลอง 10/2 บ้านเอื้ออาทรราชบุรี 3/2 และบ้านเอื้ออาทรเศรษฐกิจ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภาคีสำคัญในการผลักดันนำพาทุกชุมชนของการเคหะ ก้าวไปสู่ Smart and Sustainable Community โดยการบูรณาการด้วยหลัก 3P ได้แก่ Profit ผลกำไร, People คุณภาพชีวิตของประชาชน และ Planet สิ่งแวดล้อม โดยเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้อยู่อาศัยเป็นประเด็นหลัก เพราะท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาทุกอย่างก็เพื่อประโยชน์และความสุขอย่างยั่งยืนของพี่น้องประชาชนผู้อยู่ในอาศัยในชุมชนของการเคหะแห่งชาตินั่นเอง&amp;rdquo; ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน นายวิชัย คำบุญเรือง ผู้นำชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทร บางโฉลง นิติ 1 กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับ SSC ที่บางโฉลงในช่วงแรกได้รับความร่วมมือจากกลุ่มเล็กๆ ในชุมชน ต่อมาการเคหะแห่งชาติ และหน่วยงานภาคี เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติมทำให้สามารถขยายกิจกรรมมากขึ้น เมื่อเกิดตัวอย่างที่สร้างประโยชน์ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือจากสมาชิกผู้อยู่อาศัยในชุมชนก็เพิ่มมากขึ้น โดยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยใช้พลังกลุ่มเยาวชนซึ่งมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญอย่างมากคือกลุ่มผู้นำชุมชน ต้องตั้งใจ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์ เมื่อเราจับมือร่วมกันทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตนเองและส่วนรวมไปด้วยกัน พลังจากความตั้งใจและการลงมือทำนี้ จะทำให้มีแนวร่วม แล้วในที่สุดการพัฒนาและความสุขที่ยั่งยืนก็จะเกิดขึ้นในชุมชนของเราครับ&amp;rdquo; นายวิชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115540</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green Cone, People, Planet, Profit, Sensor for All, Smart and Sustainable Community, Smart and Sustainable Community for Better Well - being : SSC, Smart Meter, SSC, Sustainable Community, กคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาที่ยั่งยืน, การเคหะแห่งชาติ, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ถังหมักรักษ์โลก, นายจุติ ไกรฤกษ์, นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ, นายวิชัย คำบุญเรือง, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), บ้านเช่าพร้อมอาชีพ, ป้องกันตนเองจากฝุ่นควันและมลพิษ, หลัก 3P, เครื่องมือวัดพลังงานแบบไร้สาย, โครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น, โครงการบ้านเอื้ออาทรบางโฉลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_61321db02da0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะฯ รับโควิดกระทบกำไรไม่ได้ตามเป้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อแผนงานของการเคหะฯ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การส่งมอบที่ล่าช้ากว่าเป้าหมายที่กำหนด รวมถึงการลงทุนแบบ PPP ที่อาจจะต้องนำทุกเรื่องกลับมาพิจารณาใหม่ เพื่อหาแนวทางและภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนได้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ส่วนผลประกอบการในปี 64 คงมีกำไรน้อยกว่าที่ประมาณการณ์ไว้ แต่ก็ยังได้กำไร 700 กว่าล้านบาท &amp;nbsp;แต่ก็ยังพยายามผลักดันเป้าหมายในปี 65 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับผลการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติปี 64 ได้มีการปรับปรุงองค์กรในหลายมิติ รวมถึงหาแนวทางจะทำให้องค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น และลดภาระค่าเช่าให้กับประชาชน รวมทั้งการเคหะแห่งชาติจะเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซมห้องพักอาศัย ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมภายในโครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนให้ผู้อยู่อาศัยมีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก จึงออกมาตรการการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ลูกค้าใหม่ ในอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ 0 % และลดราคาขายพิเศษ &amp;nbsp;โครงการบ้านเอื้ออาทร 56 โครงการ หน่วยละ 250,000 - 520,000 บาท และยังมีบ้านเช่าราคาพิเศษ 999 - 1,200 บาท/เดือน จำนวน 84 โครงการ ขณะที่ลูกค้าเช่าซื้อปัจจุบัน ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 6.50 % ทุกประเภทสัญญา พร้อมปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าเช่าซื้ออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนลูกค้าเช่าและจัดประโยชน์ จัดโปรโมชันระยะเวลา 5 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 31 ธันวาคม 64 สำหรับกลุ่มลูกค้าเช่ารายย่อยโครงการอาคารเช่า ปรับลดค่าเช่าที่มีราคาค่าเช่าตั้งแต่ 999 บาท/เดือนขึ้นไป ปรับลดเหลือ 999 บาท/เดือน หากค่าเช่าเดิมต่ำกว่า 999 บาท/เดือน ให้ปรับลดราคา 50% กลุ่มเช่าจัดประโยชน์ในโครงการของการเคหะแห่งชาติ ปรับลดค่าเช่าเป็นเวลา 2 เดือน ตามสัดส่วนของผลกระทบที่ได้รับในอัตรา 30 % และ 50% เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115460</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเคหะแห่งชาติ, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c322ef906ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
