<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ชูแผน&#039;3เปิด&#039;รับฟินเทคเดินเครื่องสกัดภัยไซเบอร์การเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ต.ค.2564 - นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงาน Bangkok FinTech Fair 2021: Shaping Digital Finance in the New Decade ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเร็วและแรง โดยเฉพาะการปรับตัวของภาคการเงินในทศวรรษนี้ ซึ่งจะเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญอย่างน้อย 2 ด้าน คือ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงินอย่างกว้างขวาง และการเพิ่มขึ้นของบทบาทของผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ทั้งในรูปแบบที่เป็น non-bank เดี่ยวหรือ non-bank ร่วมมือกับธนาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ธปท.จึงจำเป็นต้องปรับและดำเนินการเพื่อช่วยให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์จากโอกาสที่มากับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างเต็มที่ โดยการเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำกับดูแล และรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมและการดูแลเสถียรภาพของระบบการเงินที่จะคำนึงถึงต้นทุนจากการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจ และการกำกับดูแลตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธปท. จะดำเนินการใน 3 แนวทางสำหรับสร้างภูมิทัศน์ของระบบการเงินไทยในระยะต่อไป หรือที่เรียกกันภายในว่า 3 Open คือ 1. Open, shared and interoperable infrastructure ได้แก่ การมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม โดยต้องเปิดกว้างให้ผู้ให้บริการทั้งรายเดิมและรายใหม่สามารถเข้ามาต่อยอดบริการทางการเงินได้ และแข่งขันได้อย่างเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Open environment หรือ การสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการแข่งขันอย่างเท่าเทียมเพื่อให้เกิดนวัตกรรมจากผู้เล่นทุกประเภท โดยจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อทั้งการปรับตัวของผู้เล่นรายเดิมและการเข้าสู่ตลาดของผู้เล่นรายใหม่ และ 3. Open data คือ การพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูล และนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ธปท.หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องกล่าวถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งด้านภัยไซเบอร์และการหลอกลวงที่ทวีจำนวนและความหลากหลายของรูปแบบมากขึ้น ธปท. จึงยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถให้การป้องกันและรับมือกับภัยไซเบอร์ของผู้ประกอบการทางการเงินอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานสากล รวมทั้งการให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ใช้บริการในการระวังป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120151</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเงิน, ธปท, ฟินเทค, ภัยไซเบอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210708/image_big_60e6a8f0caa03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Krungthai NEXT เวอร์ชันใหม่ ใช้ชีวิตให้เก่งขึ้นในแอปเดียว รองรับธุรกรรมการเงินแบบไร้ขีดจำกัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย คณะกรรมการและผู้บริหาร พร้อมด้วย ณเดชน์ คูกิมิยะ พรีเซ็นเตอร์ ร่วมเปิดตัวแอป &amp;ldquo;Krungthai NEXT&amp;rdquo; เวอร์ชั่นใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัลอย่างครบวงจรภายในแอปเดียว เตรียมก้าวสู่การเป็น The Full&amp;ndash;scale Digital Banking ที่เป็นมากกว่าแอปธนาคารทั่วไป ตั้งเป้าดันยอดผู้ใช้งานทะลุ 15 ล้านคน ภายในปี 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายผยง ศรีวณิช เปิดเผยว่า ธนาคารเดินหน้าผลักดันให้ Krungthai NEXT ก้าวสู่การเป็น The Full&amp;ndash;scale Digital Banking ออกจากขีดจำกัดการเป็นเพียงตัวกลางในการทำธุรกรรมทางการเงิน สู่การเป็น Open Platform ที่เปิดให้องค์กรอื่นๆ สามารถเชื่อมต่อระบบในการสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อรองรับทุกกิจกรรมการเงินในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายทอง บิตคอยน์ หรือสินทรัพย์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยคาดว่าภายในสิ้นปี 2564 จะมียอดผู้ใช้งาน Krungthai NEXT ไม่ต่ำกว่า 12 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีผู้ใช้งานกว่า 9 ล้านคน และมียอดธุรกรรมสูงกว่า 6,000 ล้านครั้งในสองปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เปิดตัว Krungthai NEXT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Krungthai NEXT เวอร์ชั่นใหม่ นำเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกทำให้ลูกค้าและประชาชนได้ใช้ชีวิตเก่งขึ้นในแอปเดียว ด้วย Cloud Native ที่มอบที่สุดแห่งประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี 3S อันได้แก่ Scalability &amp;ndash; รองรับการทำธุรกรรมการเงินที่พร้อมกันจำนวนมหาศาลในช่วงระยะเวลาเดียวกัน Stability &amp;ndash; มีความเสถียรใช้งานได้อย่างลื่นไหล และ Secuirty &amp;ndash; มีความปลอดภัยสูงสุดด้วยเทคโนโลยีระดับโลก นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยี AI (Artificial intelligence) สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งานผ่าน Smart Transaction ที่เรียนรู้และขึ้นแถบรายการธุรกรรมทางการเงินที่ใช้งานบ่อย Smart Banner ทำหน้าที่แจ้งเตือนรายการสำคัญ เช่น การครบกำหนดชำระค่าเบี้ยประกัน การต่ออายุบัตรเดบิต บัตรเครดิต การแจ้งเตือนวันเกิด เป็นต้น และ Smart Promotion รู้ใจด้วยโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะบุคคล นอกจากนี้ ยังตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยปรับ User Experience (UX) และ User Interface (UI) เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่า สามารถเปิดใช้งานด้วย Face Authentication สแกนใบหน้าและบัตรประชาชน เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ตัวตน หมดกังวลเรื่องการลืม Username และ Password เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรืออีเมลเพื่อรับรหัส OTP ด้วยตนเอง ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปที่สาขา ใช้งานสนุกขึ้น โดยการตั้งรูปโปรไฟล์ ปรับแต่งหน้าโฮมเพจได้ตามใจ และมีการปรับโฉมธีมสีใหม่อัตโนมัติตามช่วงเวลาหรือเทศกาลสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟีเจอร์เด่นของ Krungthai NEXT เน้นให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นด้วยจุดแข็งการให้บริการ โอน เติม จ่าย ที่มีเน็ตเวิร์คการทำธุรกรรมการเงินที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ทั้งช่องทางภาครัฐ&amp;nbsp; และเอกชน เช่น ค่าไฟฟ้า น้ำประปา ค่าบริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ค่าบริการอินเทอร์เน็ต บริการรับชำระค่าปรับจราจร และยังครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ทั้ง กิน เที่ยว หรือช้อปปิ้ง เช่น Foodpanda Shopee Lazada&amp;nbsp; Agoda Central เป็นต้น แจ้งความประสงค์กู้ยืมเงินออนไลน์ โดยกรอกรายละเอียดและข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญของธนาคารติดต่อกลับได้อย่างสะดวก Krungthai NEXT Savings เปิดบัญชีใหม่ ผ่าน Krungthai NEXT รับดอกเบี้ยสูงสุด 1.50% ต่อปี ซื้อประกันเดินทางออนไลน์และตรวจสอบกรมธรรม์ได้ทุกที่ ทุกเวลา เลือกได้ตามจำนวนวันเดินทาง จ่ายตามไลฟ์สไตล์ คุ้มครองรอบด้านอย่างสบายใจ ตลอดจน สมัครบัตร Krungthai Travel Card บัตรแรกและบัตรเดียวที่แลกเงินตราต่างประเทศด้วยตนเองได้ถึง 18 สกุลเงินในอัตราพิเศษ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือบัตร Krungthai Travel UnionPay Debit Card แลกสกุลเงินหยวนในอัตราพิเศษ สามารถเปิดบัตรเสริมและสร้างกระเป๋าเงินสกุลบาทสำหรับใช้จ่ายภายในประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ณเดชน์ คูกิมิยะ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ได้เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว &amp;ldquo;กรุงไทย&amp;rdquo; ในฐานะแบรนด์พรีเซ็นเตอร์ และได้มีโอกาส ไป Roadshow ต่างจังหวัด นำบริการล้ำๆ อย่าง Krungthai NEXT ไปให้พ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศได้เข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ซึ่งเห็นได้เลยว่า Krungthai NEXT ได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวไทยอย่างล้นหลาม สำหรับผมถึงแม้การทำธุรกรรมการเงินออนไลน์มีเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่กังวลเพราะสามารถจ่ายบิลได้ทันทีผ่าน &amp;ldquo;Krungthai NEXT&amp;rdquo; ตอบโจทย์คนที่เดินทางบ่อยและไม่ค่อยมีเวลาอย่างผมเป็นอย่างมาก จึงขอเชิญชวนดาวน์โหลดแอป Krungthai NEXT ได้ทั้งใน iOS, Android และ HarmonyOS ที่ใช้งานง่าย สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ที่ดีที่สุด ครอบคลุมที่สุด และให้คุณ &amp;ldquo;ใช้ชีวิตเก่งขึ้นในแอปเดียว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78677</URL_LINK>
                <HASHTAG>Krungthai NEXT เ, การเงิน, ผยง ศรีวณิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6ea13614014.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กเพื่อไทยชงแบงก์รัฐเร่งปล่อยสินเชื่อช่วงโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มาตรการทางการเงินที่ใช้รับมือโควิด-19 แบ่งได้สองช่วง ช่วงแรกคือป้องกันภาวะตกใจเกินจริงของตลาดเงินทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ เพื่อให้ระบบการเงินสามารถทำงานเป็นแหล่งทุนต่อไปได้ในสภาวะที่ประชาชนอยากถือเงินสด ช่วงที่สองคือการกระจายสภาพคล่องเข้าไปในระบบเศรษฐกิจจริง ให้เพียงพอให้ธุรกิจอยู่รอด ซึ่งในส่วนที่สองกำลังมีปัญหามาก สภาพคล่องที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้เพียงพอ แต่ปัญหาคือมันไม่ได้ถูกจัดสรรไปที่ภาคเศรษฐกิจจริงตามต้องการ ภาวะสภาพคล่องที่ล้นตลาดนี้ไปหมกอยู่ที่ตลาดหุ้น และไปหมกอยู่ที่ เงินฝากจนล้นธนาคาร แต่เป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบหาบเร่แผงลอย ร้านอาหารริมทาง ฯลฯ คนเหล่านี้กลับอยู่ในภาวะตะเกียกตะกายวิ่งหาสภาพคล่อง แต่เข้าไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเผ่าภูมิระบุว่า ซอฟท์โลนในระดับหลักการนั้นดี แต่ความสำเร็จของมันอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียดว่าจะผลักสภาพคล่องลงสู่ส่วนที่มีปัญหาจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่อนุมัติกรอบวงเงิน ตัวชี้วัดของธนาคารพาณิชย์ คือ กำไรสูง เอ็นพีแอลต่ำ ความเสี่ยงต่ำ ผลคือธุรกิจความเสี่ยงสูงจากโควิด ขาดสภาพคล่อง แต่โดนปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นความพยายามของธนาคารแห่งประเทศไทยในการกระตุ้นธนาคารพาณิชย์ให้ปล่อยกู้ แต่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล ประเทศไทยมีอีกหนึ่งเครื่องมือหนึ่งที่มีพลัง แต่ยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก คือ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐที่ทำหน้าที่เสมือนธนาคารพาณิชย์ แต่มีภารกิจเพื่อตอบสนองมาตรการของรัฐ แม้จะต้องขาดทุน ซึ่งสิ่งเร่งด่วนที่ต้องทำขณะนี้คือ จัดสรรสภาพคล่องไปถึงมือคนเดือดร้อนจริงให้ได้ ผมมองว่าเมื่อธนาคารพาณิชย์ไม่พร้อมเสี่ยง แบงก์รัฐจึงต้องเข้าสอดรับบทบาทตรงนี้ ยกระดับการช่วยเหลือประชาชน กล้าได้กล้าเสียกล้าเสี่ยง มากขึ้น&amp;nbsp;พึงระลึกไว้ว่าตัวชี้วัดของแบงก์รัฐไม่ใช่กำไร ไม่ใช่เอ็นพีแอลต่ำๆ ไม่ใช่ BIS Ratio สูงๆ แต่หากเป็นประสิทธิภาพในการตอบสนองรัฐและอุดช่องว่างสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ทำไม่ได้ ซึ่งความเสี่ยงที่จะเกิดหนี้เสียบ้างในภาวะแบบนี้ ย่อมดีกว่ากอดเงินเอาไว้ แล้วปล่อยให้ธุรกิจค่อยๆตายลง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72162</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเงิน, พท., พรรคเพื่อไทย, เผ่าภูมิ โรจนสกุล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37c5d0733a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. จับมือ ธปท.และก.ล.ต. ร่วมแถลงข่าว เผยผลการประเมินภาคการเงิน Financial Sector Assessment Program (FSAP) สาขาประกันภัยไทยผ่านฉลุย เป็นลำดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลำดับที่ 4 ของโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คปภ. จับมือ ธปท.และก.ล.ต. ร่วมแถลงข่าว เผยผลการประเมินภาคการเงิน Financial Sector Assessment Program (FSAP) สาขาประกันภัยไทยผ่านฉลุย เป็นลำดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลำดับที่ 4 ของโลก &amp;nbsp;เตรียมนำข้อเสนอไปพิจารณาต่อยอดการจัดทำแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (2564 - 2568) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและเสริมเขี้ยวเล็บของธุรกิจประกันภัยของไทยให้เทียบชั้นมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2562 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยผลการประเมินภาคการเงินตามโครงการ Financial Sector Assessment Program (FSAP) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ณ ห้องสมานสโมสร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ประเทศไทยเคยเข้ารับการประเมินภาคการเงิน (FSAP) แบบ Voluntary Basis (สมัครใจ) ครั้งแรกเมื่อปี 2550 (2007) ซึ่งในการประเมินครั้งนั้น สาขาประกันภัยไม่ได้เข้าประเมินแบบเต็มรูปแบบ แต่เป็นการประเมินเฉพาะประเด็น (Focus Review) ซึ่งได้รับข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์มาก เป็นผลให้มีการจัดตั้ง สำนักงาน คปภ. เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นอิสระ ตลอดจนมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายแม่บทด้านการประกันภัย การนำระบบการกำกับดูแลตามความเสี่ยงมาใช้ในภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนมีการจัดตั้งกองทุนประกันชีวิต กองทุนประกันวินาศภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้ารับการประเมินครั้งนี้ของสาขาประกันภัยถือเป็นการเข้ารับการประเมินอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกอย่างละเอียดครบทุกมิติในการกำกับดูแลด้านประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการประเมินจากหลักเกณฑ์ประกันภัยระหว่างประเทศ (ICP) ฉบับปรับปรุงล่าสุดของสมาคมหน่วยงานกำกับดูแลด้านประกันภัยระหว่างประเทศ (IAIS) ทั้ง 26 ข้อ ซึ่งถือเป็นกติกาสากลด้านประกันภัยที่ทุกประเทศถือปฏิบัติตลอดจนการประเมินจากการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ฯลฯ ซึ่งมีคณะผู้ประเมินภาคการเงิน (FSAP) สาขาประกันภัยจาก World&amp;nbsp; Bank ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก IMF เข้ามาประเมินในช่วงต้นปีนี้ โดยสำนักงานคปภ.ได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่ปี 2559 และมีการทดสอบประเมินตนเอง (self-assess) ในด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยเป็นระยะๆ ทำให้ทราบจุดอ่อนจุดแข็ง และมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยในหลายๆ ด้าน อย่างต่อเนื่องทำให้กติกาต่างๆสอดคล้องกับมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะผู้ประเมินได้มีการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนในระบบประกันภัย อาทิเช่น หน่วยงานภาครัฐ บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย และสมาคมประกันภัยทุกสมาคมตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการว่าผลการประเมินเต็มรูปแบบของสาขาประกันภัยของประเทศไทยในครั้งนี้เราผ่านการประเมินตามเกณฑ์ ICP ทั้ง 26 ข้อ โดยได้คะแนนในระดับที่ดีมาก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลการประเมินของประเทศอื่นๆที่ได้รับการประเมินแล้ว ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 4 ของโลก และเป็นลำดับที่ 2 ของภูมิภาคอาเซียน ในจำนวนนี้ผ่านการประเมินในระดับ Observed (O) ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จำนวน 10 ข้อ ผ่านการประเมินระดับ Largely Observed (LO) จำนวน 12 ข้อ และผ่านการประเมินระดับ Partly Observed (PO) จำนวน 4 ข้อ โดยไม่มีข้อใดที่ประเมินไม่ผ่าน ซึ่งในส่วนที่ผลการประเมินอยู่ในระดับ Partly Observed (PO) จำนวน 4 ข้อ ก็ไม่น่าเป็นห่วง เพราะหลายข้อเป็นเรื่องที่สำนักงาน คปภ. เสนอขอแก้ไขปรับปรุงกฎหมายไปแล้วและขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ขณะที่บางข้อเป็นเรื่องความร่วมมือในการกำกับดูแลระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือ MOU กับหลายประเทศ และอยู่ระหว่างการขยายผลให้เป็นรูปธรรมต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากรายงานการประเมินที่เป็นทางการชี้ว่าทิศทางการกำกับดูแลด้านประกันภัยของไทยเป็นไปอย่างถูกทาง มีพัฒนาการที่ดีสอดคล้องกับมาตรฐานสากล บุคลากรของสำนักงาน คปภ. มีความรู้ ความสามารถและทักษะในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยที่ดี และมีประสิทธิภาพ และการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ในหลายๆ ด้าน มีการพัฒนาและส่งผลให้มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เช่น กรอบการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง การกำกับคนกลางประกันภัยและพฤติกรรมทางการตลาด การดำรงเงินกองทุน การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ หนี้สิน สำรองประกันภัย และการกำกับดูแลเสถียรภาพระดับมหภาคในธุรกิจประกันภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญที่ทำให้สำนักงาน คปภ. ได้รับเกณฑ์การประเมินที่ดีนั้น มาจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย ก.ล.ต. และกระทรวงการคลัง รวมทั้งความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคอุตสาหกรรมประกันภัย จึงต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานมา ณ โอกาสนี้ นอกจากนี้ยังปรากฏหลักฐานชัดเจนจากพัฒนาการในด้านต่างๆ ซึ่งมีทิศทางที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ทั้งนี้ผลจากการประเมินสาขาประกันภัยในระดับที่ดีมากครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อระบบการเงินของไทย แก่ทั้งคนไทยและนักลงทุนจากต่างประเทศ ว่าเรามีระบบบริหารความเสี่ยงที่น่าเชื่อถือตามกติกาสากล ทั้งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อระบบประกันภัยของประเทศไทย เนื่องจากทำให้ทราบจุดอ่อน จุดแข็ง ของภาคธุรกิจและการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยไทย และที่สำคัญคือได้รับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์หลายด้าน ที่จะสามารถนำมาปรับปรุงเพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยข้อเสนอแนะต่างๆ ที่ได้รับจากการประเมินในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะนำไปพิจารณาประกอบการกำหนดแนวทางในพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ทั้งในเรื่องการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติต่างๆ รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลภาคการเงินของประเทศไทย และบูรณาการต่อยอดในแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 4 (2564 - 2568) เพื่อกำหนดกรอบทิศทางนโยบายในการพัฒนาการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่น และส่งเสริมระบบประกันภัยสู่ระดับสากลต่อไป&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47545</URL_LINK>
                <HASHTAG>(เลขาธิการ คปภ., ก.ล.ต., การเงิน, ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), ประกันภัยไทยผ่านฉลุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b52289b58b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 22:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเริ่มแซงก์ชันน้ำมัน-การเงินอิหร่านขั้นหนัก จีนไม่เล่นด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐเริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรภาคน้ำมันและการเงินของอิหร่านครั้งหนักหน่วงรุนแรงที่สุดแล้วเมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี มั่นใจอิหร่านจะเอาตัวรอดจากการคว่ำบาตรครั้งนี้ได้อย่างภาคภูมิ ขณะรัฐบาลจีนประณามสหรัฐการขยายอำนาจศาลเกินขอบเขต ยืนกรานจีนจะทำการค้าทวิภาคีกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ต่อไป แต่ &amp;quot;ไมค์ ปอมเปโอ&amp;quot; แก้เกี้ยว ระบุจีนได้รับสิทธิยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวอิหร่านเผาธนบัตรดอลลาร์และธงชาติสหรัฐขณะชุมนุมประท้วงด้านนอกสถานทูตเก่าของสหรัฐในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2561 ก่อนหน้าที่มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐจะเริ่มมีผลในวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษอิหร่านรอบใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งสหรัฐคุยว่าเป็น &amp;quot;การแซงก์ชันที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;quot; เกิดขึ้น 6 เดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจถอนสหรัฐออกจากความตกลงร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุม ปี 2558 เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงถ่ายทอดทางโทรทัศน์ของอิหร่านวันเดียวกัน ประธานาธิบดีโรฮานีประกาศว่าอิหร่านจะอ้อมผ่านการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายและไม่ยุติธรรมของสหรัฐไปได้อย่างภาคภูมิ เพราะมาตรการของสหรัฐนั้นขัดต่อกฎข้อบังคับระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราอยู่ในสภาวะสงครามทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญหน้ากับมหาอำนาจขี้รังแก ข้าพเจ้าเชื่อว่า ในประวัติศาสตร์อเมริกาไม่มีผู้ที่เข้าทำเนียบขาวคนใดที่ขัดต่อกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศถึงเพียงนี้&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งพุ่งเป้าเล่นงานอิหร่านนับแต่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐเมื่อต้นปี 2560 โจมตีว่า ความตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านลงนามไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจ ซึ่งประกอบด้วย สหรัฐ, จีน, รัสเซีย, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี นั้นมีข้อบกพร่องและไม่เพียงพอที่จะยับยั้งอิหร่านให้เลิกบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคว่ำบาตรรอบใหม่นี้สหรัฐมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดการส่งออกน้ำมัน ซึ่งลดลงไปถึงวันละ 1 ล้านบาร์เรล นับแต่เดือนพฤษภาคม และตัดสถาบันการเงินของอิหร่านออกจากระบบการเงินโลก ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ คุยไว้กับรายการ &amp;quot;เฟซเดอะเนชัน&amp;quot; ของสถานีซีบีเอสเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า สหรัฐจะกดดันให้อิหร่านขายน้ำมันดิบไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์กล่าวไว้ว่า สหรัฐต้องการเจรจาทำข้อตกลงฉบับใหม่กับอิหร่านที่จะควบคุมการแทรกแซงของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลาง และควบคุมโครงการมิสไซล์ของอิหร่านด้วย รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีที่กรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2561 / Iranian Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรฮานีกล่าวว่า อิหร่านจะไม่เจรจาต่อรองใหม่อีก อันดับแรก สหรัฐต้องเคารพความตกลงที่ได้ข้อสรุปกันไปแล้วก่อน นั่นจึงเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อรองครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐได้ให้สิทธิพิเศษแก่ 8 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นจากมาตรการลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ในจำนวนนี้รวมถึงอินเดีย, ญี่ปุ่น และตุรกี ที่สหรัฐยอมให้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านได้ต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้และต่อตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงและประกาศจะรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตร โดยที่ประเทศอื่นๆ ที่ร่วมลงนามต่างคัดค้านอย่างแข็งขัน มีบริษัทเอกชนและธนาคารหลายแห่งในประเทศเหล่านี้ที่ไม่ต้องการสร้างศัตรูกับกระทรวงการคลังสหรัฐถูกบีบให้ถอนตัวจากตลาดอิหร่านแล้ว รวมถึงบริษัท โททาล, เปอโยต์ และเรโนลต์ของฝรั่งเศส และบริษัท ซีเมนส์ ของเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ รัฐบาลจีนยืนยันว่าจีนจะยังทำการค้ากับอิหร่านต่อไปตามปกติ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า จีนคัดค้านการคว่ำบาตรโดยฝ่ายเดียวและการขยายขอบเขตอำนาจศาล จีนเชื่อว่าความร่วมมือปกติระหว่างจีนกับอิหร่านภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้น ถูกกฎหมายและชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกจีนผู้นี้ไม่ได้ตอบคำถามที่ว่าจีนอยู่ในกลุ่ม 8 ประเทศที่ได้รับการยกเว้นหรือไม่ แต่ยืนยันว่าจีนยังคง &amp;quot;ความร่วมมือปกติ&amp;quot; กับอิหร่านที่อยู่ภายใต้กรอบการทำงานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาต่อมา ปอมเปโอแถลงที่กรุงวอชิงตัน ประกาศรายชื่อ 8 ประเทศ ที่สหรัฐจะให้สิทธิพิเศษ ยกเว้นจากมาตรการคว่ำบาตรห้ามซื้อน้ำมันของอิหร่าน ได้แก่ จีน, อินเดีย, อิตาลี, กรีซ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และตุรกี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21417</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเงิน, ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน, ความตกลงร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุม, คว่ำบาตรอิหร่าน, จีน, น้ำมัน, สหรัฐ, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05d264193c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
