<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม บี้13 หน่วยเร่งเบิกจ่ายงบปี63 มีหนาวขู่วัดKPIปลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเร่งรัดและติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ในส่วนของงบฯ ปกติของรัฐบาล ร่วมกับ 13 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า กระทรวงคมนาคมได้รับงบประมาณประจำปี 2563 วงเงิน 208,317 ล้านบาท แยกเป็น รายจ่ายประจำ 37,7 92 ล้านบาท หรือ 18% ของงบประมาณทั้งหมดและรายจ่ายการลงทุน 170,525 ล้านบาท หรือ 82% โดยงบประมาณดังกล่าวนั้น แบ่งเป็น รายการปีเดียว 100,442 ล้านบาท รายการผูกพันเดิม 52,122 ล้านบาท และรายการผูกพันใหม่ 17,961 ล้านบาท

ทั้งนี้ จากปัญหาที่กระทรวงคมนาคม และประเทศไทยได้เผชิญอยู่ในขณะนี้ ทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และปัญหาเรื่องภัยแล้ง ซึ่งไม่รวมถึงการเกิดภาวะสงครามทางเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วนั้น กระทรวงคมนาคมจึงจำเป็นที่ต้องบริหารงบประมาณปี 2563 ให้เป็นไปตามเป้าหมายตามที่รัฐบาลต้องการ เป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ คือ มี.ค. 2563 รัฐบาลกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายไว้ที่ 40%, เม.ย. 48%, พ.ค. 57%, มิ.ย. 65%, ก.ค. 77%, ต.ค. 88% และ ก.ย. 100% โดยให้ปรับแผนว่า เม.ย. จะต้องดำเนินการประกาศเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เพื่อหาตัวผู้รับจ้าง จากนั้นต้น พ.ค. จะเรียกลงนามในสัญญา ตนจึงได้สั่งการให้ทั้ง 13 หน่วยงานไปจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการและเร่งรัดให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า สำหรับเป้าหมายที่กระทรวงคมนาคมกำหนดนั้น คือ พ.ค. ต้องเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมให้ได้ 42% คิดเป็นวงเงิน 87,493 ล้านบาท, มิ.ย. จะต้องเบิกจ่ายให้ได้ 66% หรือวงเงิน 137,487 ล้านบาท, ก.ค. ต้องเบิกจ่ายให้ได้ 8% หรือวงเงิน 170,819 ล้านบาท, ส.ค. ต้องเบิกจ่ายให้ได้ 92% หรือวงเงิน 1 91,650 ล้านบาท ซึ่งจะตรงกับเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนด และ ก.ย. จะสามารถเบิกจ่ายให้ได้ครบ 100% ทั้งนี้ ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายและทันตามที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันในวันที่ 3 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุนประจำปี 2563 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้วย

&amp;ldquo;หลังจากที่ได้คุยและกำหนดเป้าหมายนั้น ทุกหน่วยยืนยันว่า สามารถดำเนินการได้ตามที่กำหนดไว้ ซึ่งผมจะนำเรื่องนี้เป็นตัวชี้วัด (KPI) ที่จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงปลายปี และผมได้มีการกำชับว่า เป้าหมายที่กำหนดรายเดือน ขอให้แต่ละส่วนราชการได้กำกับดูแลเป็นรายสัปดาห์ เพื่อที่จะสามารถเห็นว่ามีการดำเนินการได้ดำเนินการตามเป้าหมายหรือไม่ โดยทั้งหมดผมเชื่อว่าสามารถดำเนินการได้ หลังจากนี้จะมีการติดตามทุกเดือน และถ้ามีปัญหาอุปสรรคอะไร ต้องรีบแจ้งประสานงานโครงการใดดำเนินการไม่ได้ ให้ปรับแผนและไปตกลงกับสำนักงบประมาณให้เร็วที่สุด เพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณ สามารถไปช้วยกระตุ้นเศรษฐกิจและทำโครงการแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ตามที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องสุขภาพของประชาชนคนไทยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณ เพื่อนำแก้ปัญหานั้น ได้สั่งการให้ทุกหน่วยราชการประสานงานกับสำนักงบประมาณในการปรับแผนการดำเนินการ โดยไม่ได้ปรับลดโครงการ แต่จะเป็นการปรับแผนผูกพันงบประมาณเพื่อเข้าสู่ปี 2564 ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานได้ตามปกติ ทั้งนี้ ยืนยันว่าทุกหน่วยพร้อมที่จะปฏิบัติตามเป้าหมาย

สำหรับ 13 หน่วยงานที่ได้ประชุมในวันนี้นั้น ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.), กรมเจ้าท่า (จท.), กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), กรมท่าอากาศยาน (ทย.), กรมทางหลวง (ทล.), กรมทางหลวงชนบท (ทช.), สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), กรมการขนส่งทางราง (ขร.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.), การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.), องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61692</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การเบิกจ่าย, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f8be3c0a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 10:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สคร. ปลื้มรัฐวิสาหกิจตะลุยเบิกจ่ายกระฉูด 3.1 แสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สคร. ปลื้มรัฐวิสาหกิจตะลุยเบิกจ่ายกระฉูด 3.1 แสนล้านบาท ขยายตัว 45% จากปีก่อน อานิสงส์ลงทุนโครงการใหญ่คืบต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมของรัฐวิสาหกิจ 45 แห่ง ที่ สคร. กำกับดูแลโดยตรงตั้งแต่เดือนม.ค. &amp;ndash; ก.ย 2561 มีจำนวน 3.1 แสนล้านบาท ขยายตัวสูงถึง 45% เมื่อเทียบกับผลเบิกจ่ายงบลงทุนสะสมในช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 87% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แบ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ แบบปีงบประมาณเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ตั้งแต่เดือนต.ค. 2560 &amp;ndash; ก.ย.2561 จำนวน 1.01 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม และรัฐวิสาหกิจปีปฏิทินเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม ตั้งแต่เดือนม.ค. &amp;ndash; ก.ย. 2561 จำนวน 2.27 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 98% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ผลการเบิกจ่ายงบลงทุนส่วนใหญ่มาจากรัฐวิสาหกิจที่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิ โครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 และโครงการขยายระบบไฟฟ้า ระยะที่ 12 &amp;nbsp;ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม - มีนบุรี และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต &amp;ndash; สะพานใหม่ - คูคต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โครงการพัฒนาระบบสายส่งจำหน่ายระยะที่ 1 และโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ 9 ส่วนที่ 1 ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้า ฉบับที่ 12 ปี 2560 &amp;ndash; 2564 ของการไฟฟ้านครหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คาดว่ารัฐวิสาหกิจปีปฏิทินจะสามารถช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม โดยประมาณการว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบลงทุนส่วนที่เหลือได้สูงสุดถึง 90% ของแผนการเบิกจ่ายงบลงทุนทั้งปี ภายสิ้นเดือนธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงทุนของรัฐวิสาหกิจยังคงเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2561 ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สคร. จึงยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินการลงทุนและเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในไตรมาส 4/2561 โดยได้เร่งรัดรัฐวิสาหกิจให้เบิกจ่ายงบลงทุนไม่น้อยกว่า 95% ของกรอบงบลงทุนที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนด&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งกำชับให้รัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในระยะเวลาที่เหลือของปี 2561 ที่เหลืออีก 3 เดือน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ด้วย เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21434</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงทุนภาครัฐ, การเบิกจ่าย, ประภาศ คงเอียด, รัฐวิสาหกิจ, เมกะโปรเจ็กต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
