<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 23:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 00:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฝีมือ ‘บิ๊กตู่’  เน้นฟังเสียงประชาชน สู้วิกฤติไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุณหภูมิการเมืองร้อนกำลังร้อนแรง หลังจบศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา &amp;lsquo;นายกฯบิ๊กตู่&amp;rsquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกจับตาและถูกพาดพิงในหลายวาระ ทุกองคาพยพในสังคมระดมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากไม่เว้นแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเป็นนายกรัฐมนตรี หรือผู้นำประเทศคนก่อน ๆ ที่ผ่านมาคง &amp;lsquo;เต้นเป็นเจ้าเข้า&amp;rsquo; หารือพรรคร่วมพบนู่นปะนี่เพื่อต่อรอง &amp;lsquo;ดีลเกมอำนาจ&amp;rsquo; กันจนไม่เป็นอันบริหารกิจการบ้านเมืองไปแล้ว ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่สำหรับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ดีว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาแห่งการเล่นเกมการเมือง แต่คือเวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกา และจีน รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังซบเซาลงอย่างหนักจากไวรัสโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนับช่วงเวลาประมาณ 7-8 เดือนที่ผ่านมาที่ &amp;lsquo;ครม.บิ๊กตู่&amp;rsquo; 2/1 บริหารราชการแผ่นดิน มีหลายนโยบายออกมาช่วยเหลือประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤติตั้งแต่ภัยแล้ง น้ำท่วม ฝุ่น PM 2.5 จนถึงสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน โดยนโยบายหลักที่สามารถนำไปคุยได้บนเวทีโลกคือ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ถูกปรับปรุงโฉมใหม่โดยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงนโยบายบัตรสวัสดิการประชารัฐ ที่ช่วยให้ชาวบ้านได้ลืมตาอ้าปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และไม่ใช่แค่เรื่องการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยในอนาคตให้ &amp;lsquo;หยั่งราก&amp;rsquo; ลึกแข็งแรงบนเวทีโลกด้วย โดยเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่น่าสนใจ มีหลายนโยบาย หรือหลายมาตรการที่ผ่านมา ที่ฝ่ายบริหาร และนายกรัฐมนตรีใช้วิธี &amp;lsquo;โยนหินถามทาง&amp;rsquo; เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนโยบายใดประชาชนไม่เอาด้วย หรือประชาชนไม่ชอบใจ แน่นอน &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ดำเนินการ &amp;lsquo;โละ-รื้อ&amp;rsquo; เพื่อตามใจประชาชนเป็นอันดับแรก เรียกได้ว่าไม่มีการออกนโยบายใดที่ &amp;lsquo;เอาเปรียบ&amp;rsquo; ประชาชนแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่จำเป็นต้องย้อนไปไกลมาก เอาแค่ในช่วงต้นปี 2563 ก็พอ มีอย่างน้อย 2 มาตรการที่ฝ่ายบริหารชงเรื่องให้ ครม.บิ๊กตู่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น เมื่อเดือน ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลจะอนุมัติให้มีการหยุดยาว 9 วัน ในช่วงสงกรานต์ปี 2563 นัยว่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวที่กำลังซบเซา ให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนหนึ่ง &amp;lsquo;ไม่เอาด้วย&amp;rsquo; กับมาตรการนี้ เพราะว่าเกิดวิกฤติการณ์ไวรัสโควิด-19 พอดิบพอดี รวมถึงการหยุดยาวมากถึง 9 วันอาจไม่ตอบโจทย์การกระตุ้นเศรษฐกิจเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; สั่ง ครม.เบรกมาตรการนี้โดยพลัน แบบที่ไม่จำเป็นต้องให้ฝ่ายไหนไปทบทวนอีก !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถัดมาอีกเดือน มี.ค. 2563 ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 กำลังสุกงอมและแพร่ระบาดไปทั่วทั้งโลก นอกเหนือจากจีน โดยเฉพาะแถบตะวันออกกลาง เอเชีย และยุโรป ขณะที่ในไทยสถานการณ์ยังคงที่ มีมาตรการรับมืออย่างมั่นคง โดยในไทยยังเข้าสู่ระดับที่ 2 จาก 3 ระดับ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 1/2563 โดยพูดกลางวงประชุมให้ทบทวนและบูรณาการทุกหน่วยงานแนวปฏิบัติแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงต้นเดือน มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา &amp;lsquo;ครม.เศรษฐกิจ&amp;rsquo; เตรียมชงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อรับมือไวรัสโควิด-19 โดยจะแจกเงินให้ประชาชน&amp;nbsp; รายละ 2,000 บาท ผ่านระบบอีเพย์เมนต์ เป็นระยะเวลา 2 เดือน (จ่ายเดือนละ 1,000 บาท) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่าเกิดกระแสต้านจากประชาชนบางกลุ่ม ที่เห็นว่า การแจกเงินดังกล่าวอาจ &amp;lsquo;ไม่ตรงจุด&amp;rsquo; ในการแก้ไขสถานการณ์ ส่งผลให้ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; ต้องออกโรง &amp;lsquo;เบรก&amp;rsquo; มาตรการนี้อีกครั้ง โดยวันที่ 9 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ แถลงว่าในการประชุม ครม. วันที่ 10 มี.ค. 2563 จะไม่มีการเสนอมาตรการแจกเงินรายละ 2,000 บาท แต่จะมีการเสนอมาตรการอื่นแก้ไขแทน เช่น การคืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าให้แก่ประชาชน รายละ 3,000 บาท ยกเว้นผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงมาตรการเพิ่มเติม เช่น ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเหตุผลหลักที่ &amp;lsquo;นายกฯบิ๊กตู่&amp;rsquo; เบรกมาตรการดังกล่าว เพราะรัฐบาลต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อดูแลภาคเอกชนที่ประสบปัญหา เช่น ด้านการท่องเที่ยว ร้านค้า การจัดอีเวนต์ ฯลฯ โดยอาจออกนโยบายเรื่องภาษี การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ขยายเวลาในการยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าประชาชนระดับรากหญ้า เกษตรกร หรือแม้แต่ภาคเอกชน ทุกอย่างดูแลเท่าเทียมกันหมดอย่างทั่วถึง ไม่แบ่งแยกชนชั้นแต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถามว่าเหนื่อยมั้ย ก็เหนื่อย แต่ไม่มาก ยังทนไหว ไม่ใช่ทนสิ ต้องปลุกตัวเองตลอดเวลาว่าต้องทำนะ ถ้าไม่ทำ จะทำอย่างไรกันต่อไป ดังนั้นในช่วงที่ผมยังอยู่ ก็ทำให้ดีที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการอื่นที่คาดว่าจะนำมาทดแทน &amp;nbsp;ตามการแถลงของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ได้แก่1.มาตรการคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า ตามที่ &amp;lsquo;บิ๊กตู่&amp;rsquo; บอกไปแล้ว จำนวน 21.5 ล้านราย วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท 2.มาตรการตรึงค่าไฟฟ้าประชาชน อยู่ที่ 3.50 บาท/หน่วย เป็นเวลา 3 เดือน 3.มาตรการขยายระยะเวลาชำระค่าไฟฟ้าในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. ออกไป 6 เดือน ให้กับบ้านพักอาศัย กิจการขนาดเล็ก และธุรกิจโรงแรม 4.มาตรการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า จำนวน 4 พันล้านบาท เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการ อาทิ การขุดบ่อบาดาล แก้ปัญหาภัยแล้ง &amp;nbsp;ซึ่งจะร่วมกับกระทรวงต่างๆ มี่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นท่าที-ผลงาน &amp;lsquo;นายกฯบิ๊กตู่&amp;rsquo; รวมถึงการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมากันบ้างแล้ว เอาแค่เฉพาะในปี 2563 ผ่านมาแค่ 3 เดือนยังทำได้ขนาดนี้ หวังว่าหลายคนคงปรับความเข้าใจเสียใหม่ และช่วยเหลือให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกัน ไม่แบ่งข้าง-แบ่งสีสร้างความขัดแย้งเหมือนที่ผ่าน ๆ มากันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59328</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง., บิ๊กตู่, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67121aa8686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิด&#039;4รมต.&#039;ผลงานเข้าตา! ป้อม-จุรินทร์-ต่อ-สนธิรัตน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สจล.เปิดผลสำรวจข้อคิดเห็นต่อผลงานรัฐบาล &amp;quot;ประยุทธ์ 2&amp;quot; พบ 4 รมต.ผลงานเข้าตา &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เป็นที่พึ่งของ ปชช.ในโครงการแก้หนี้นอกระบบ-ปลดหนี้ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ประกันรายได้เกษตรกรจับต้องได้ &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; แก้ราคาสินค้าเกษตรและราคายางให้ ปชช.ได้ชัดเจน ขณะที่คนส่วนใหญ่อยากรู้จักและเข้าถึง &amp;quot;พลังงานชุมชน&amp;quot; ไอเดียของ &amp;quot;สนธิรัตน์&amp;quot; รมว.พลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 17 ม.ค.63 วิทยาลัยวิจัยนวัตกรรมทางการศึกษา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้เปิดเผยผลการสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการทำงานของคณะรัฐมนตรี และความชื่นชอบต่อโครงการต่างๆ ของรัฐบาล โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นประชาชนที่อาศัยหรือทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวมทั้งสิ้น 1,200 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลการสำรวจได้ออกแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ 1,144 ชุด โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 678 คน คิดเป็นร้อยละ 59.27 มีอายุระหว่าง 21-30 ปี จำนวน 576 คน คิดเป็นร้อยละ 50.35 มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี จำนวน 639 คน คิดเป็นร้อยละ 55.86 มีสถานภาพโสด จำนวน 745 คน คิดเป็นร้อยละ 65.12 ประกอบอาชีพลูกจ้างทั่วไป จำนวน 355 คน คิดเป็นร้อยละ 31.03 และมีที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 607 คน คิดเป็นร้อยละ 53.06 &amp;nbsp;และได้ผลการสำรวจข้อคิดเห็น ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;1.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ/ปลดหนี้ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริง คิดเป็นร้อยละ 50.46&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่จับต้องได้ พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในโครงการประกันรายได้เกษตรกร เป็นโครงการที่มีผลงานเป็นที่จับต้องได้ คิดเป็นร้อยละ 58.31&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ชัดเจน พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในโครงการดูแลราคาสินค้าเกษตร และแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรและราคายาง ที่แก้ปัญหาให้ประชาชนได้ชัดเจน คิดเป็นร้อยละ 50.59&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่รัฐมนตรีมีผลงานที่ประชาชนอยากรู้จักและอยากเข้าถึงง่าย พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ในโครงการพลังงานชุมชน ที่ประชาชนอยากรู้จักและอยากเข้าถึงง่าย คิดเป็นร้อยละ 60.03&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การสำรวจข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลในโครงการ/นโยบายที่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและเป็นรูปธรรม พบว่าข้อคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อผลงานของรัฐบาลของคณะรัฐมนตรี ในโครงการ/นโยบายที่เป็นผลงานของรัฐบาลที่ประชาชนชื่นชอบและเป็นรูปธรรมมากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร คิดเป็นร้อยละ 20.96, โครงการส่งเสริมเปลี่ยนน้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันไบโอดีเซล B10 คิดเป็นร้อยละ 20.46 และโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ คืนที่ดินทำกินให้ประชาชน และแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน คิดเป็นร้อยละ 15.57 ตามลำดับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54844</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต., การเมือง., คุยข่าวการเมือง, ผลงานเข้าตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21b47d82784.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน” ชู Thailand First เสริมแกร่งเศรษฐกิจชาติ ย้ำนโยบายพรรคภูมิใจไทยต้องเห็นผลเร็ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงทิศทางการทำงานของพรรคในงาน &amp;ldquo;เจาะใจพรรคภูมิใจไทย แนวนโยบายพรรคภูมิใจไทยที่พรรคจะผลักดันให้เป็นนโยบายรัฐบาลใหม่&amp;rdquo; จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ไทยพานิชย์ จำกัด ใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พรรคภูมิใจไทยต้องการทำงานในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่พรรคหาเสียง ถ้าได้ดูแลในส่วนนั้น ย่อมสามารถผลักดันนโยบายแก่ประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนั้น ที่ตนอยากเห็นคือ ไทยแลนด์เฟิร์ส(Thailand First) หลายประเทศทำได้ ไทยก็ต้องทำได้ ข้อเท็จจริง คือ คนไทยทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แต่กลับไปซื้อ ไปใช้ของนอกกัน ทั้งที่ควรนำเงินนั้นมาใช้จ่ายในประเทศ เสริมรากฐานประเทศให้มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอนุทิน ยังพูดถึงโครงการ EEC ว่า เป็นโครงการที่ดีและไม่มีใครหยุดได้ แต่เสนอให้ส่งเสริมการลงทุน ในพื้นที่อื่นด้วย เพื่อกระจายการพัฒนา โดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เราต้องการเปลี่ยนเสียงระเบิดเป็นเสียงเครื่องจักร เพื่อให้ประชาชนได้ทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนในเรื่องกัญชา พรรคไปคุยกับหลายภาคส่วนและพบว่ากัญชาเป็นยาทางเลือก ต้องเริ่มต้นจากการให้คนเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ก่อน ให้เดินเข้าร้านขายยา ไปหาแพทย์ทางเลือก แพทย์แผนไทย แล้วสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ทำจากกัญชาได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอนุทินยังพูดถึงนโยบายด้านการท่องเที่ยว ว่า ที่บุรีรัมย์ในอดีตตำน้ำกิน มันคือความแห้งแล้งที่เคยเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้ เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อเริ่มมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน สร้างแลนด์มาร์คด้วยฟุตบอล ค่อยๆ สร้างจุดเด่นของจังหวัดขึ้นมา ตอนนี้บุรีรัมย์กลายเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;quot;บุรีรัมย์มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น ใช้จ่ายมากขึ้น นี่คือโมเดลที่ต้องนำไปพัฒนาจังหวัดอื่นด้วย แต่ต้องไปดูว่าแต่ละจังหวัดมีอะไรเป็นจุดขาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วม GRAB, Homestay ต้องแก้ให้ถูกกฎหมาย การท่องเที่ยว ประเทศไทยจะขายวัฒนธรรมที่สวยงาม ส่วนนักท่องเที่ยว ต้องเจาะกลุ่มให้เป็นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อถามถึงเสถียรภาพของรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า การที่รัฐบาลมีเสียงเกิน 250 นิดหน่อย มันจะบีบให้ทุกคนต้องฟังกันและกัน จากนี้ ต้องพูดคุยกันมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าการดำเนินงานมันจะช้าหน่อย แต่ชัวร์ เป็นธรรมชาติของการปกครองที่ต้องฟังเสียงทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ สิ่งที่อยากสรุปคือ ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร แต่คนไทยจะได้การเมืองที่ตรวจสอบถ่วงดุลกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องรีบสร้างผลงาน ให้ประชาชนสัมผัสจับต้องได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีโอกาสทำงาน ผลลัพท์จะต้องเป็นรูปธรรมในระยะเวลาที่สั้นที่สุด&amp;rdquo;หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39495</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง., นายอนุทิน ชาญวีรกูล, พรรคภูมิใจไทย, เศรษฐกิจชาติ, ไทยแลนด์เฟิร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d12e5cfd6de9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
