<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปิยบุตร’ท้าเขี่ย‘ทอน’ขู่ใช้การเมืองบนถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; อ้าง &amp;quot;เขา&amp;quot; มีแผนล้างพรรคอนาคตใหม่ กำจัด &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ขู่เล่นในสภาไม่ได้ การเมืองท้องถนนก็จะเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;การนำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกำจัดผู้เห็นต่าง ทำให้เกิดการแบ่งแยกเช่นที่เกิดขึ้น มีการสอดส่องความคิดของคน ไม่ต่างอะไรกับการมีเกสตาโปในสมัยนาซีเยอรมนี กำลังทำลายความหวังของคนรุ่นใหม่ จะฆ่าหนูตัวเดียว เผาบ้านทั้งบ้าน เผาป่าทั้งป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กลุ่มคณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ จัดงานเสวนาในหัวข้อ &amp;ldquo;สังคมไทยหลังยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;rdquo; โดยมีนักวิชาการ นักกิจกรรมมาร่วมเวที อาทิ นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหนึ่งของงาน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ติดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวาระการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้วิดีโอคอลเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนในประเด็นดังกล่าวด้วย โดยระบุว่า ในส่วนตัวแล้วมีความมั่นใจว่าถ้าพิจารณาตามข้อกฎหมายจริงๆ ทั้งสองคดีที่อยู่ในศาลตอนนี้ไม่มีทางนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ แต่การวิเคราะห์ฟันธงของทุกคนที่ว่ายุบแน่นอน ไม่ได้มาจากการประเมินทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องการประเมินในทางการเมืองล้วนๆ ซึ่งตนเสียดายว่าในรอบ 13 ปีที่ผ่านมาเรายังคงต้องใช้การประเมินในมิติทางการเมืองมามองเรื่องที่ควรเป็นประเด็นทางกฎหมายอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้มีสองคดีที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ คือคดีอิลลูมินาติ ที่จะมีการวินิจฉัยคดีในวันที่ 21 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นการยื่นคำร้องตามมาตรา 49 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งในกรณีนี้ไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้ ได้เพียงสั่งให้บุคคลหยุดการกระทำเท่านั้น แต่สุดท้าย กกต.ก็เลือกที่จะทำผิดขั้นตอนดังกล่าว และอีกคดีหนึ่งคือคดีเงินกู้ ซึ่งมีเอกสารหลุดออกมาชี้ให้เห็นแล้วว่ามีความจงใจทำผิดขั้นตอนเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ให้ได้ ซึ่งสิ่งที่ตนต้องการจะบอก คือต่อให้สุดท้ายแล้วถ้าเขาใช้ช่องทางนี้สำเร็จในการจัดการตนและนายธนาธรได้จริง ก็จะไม่มีทางทำให้ตนและนายธนาธรหายไปจากการเมืองไทย ไม่ให้ตนและนายธนาธรพูดในสภา ตนก็จะเดินสายพูดทั่วประเทศ รณรงค์เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องต่อไป และไม่ทำให้พรรคอนาคตใหม่และ ส.ส.อนาคตใหม่หายไป เพราะ ส.ส.ทั้งหมดก็จะไปอยู่ที่บ้านใหม่แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่ผลกระทบคือคุณกำลังนำประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกำจัดผู้เห็นต่าง ทำให้เกิดการแบ่งแยกเช่นที่เกิดขึ้นมาในอดีต ต่อมาเราจะเกิดกระบวนการตรวจสอบ สอดส่องความคิดของคน จะมีการตัดสิทธิทางการเมืองกลุ่มคนที่ก้าวหน้า ต้องการเปลี่ยนแปลง ไม่ต่างอะไรกับการมีเกสตาโปในสมัยนาซีเยอรมนี เป็นการกีดกันคนจำนวนหนึ่งออกไปจากระบบการเมืองไทย และที่สำคัญ คุณกำลังทำลายความหวังของคนรุ่นใหม่ เกิดความคิดที่ว่าระบบการเมืองในสภาไม่ตอบโจทย์ จะฆ่าหนูตัวเดียวเผาบ้านทั้งบ้าน เผาป่าทั้งป่า เหมือนที่ผ่านมา สุดท้ายก็กำจัดไม่สำเร็จ จะเอาระบบรัฐธรรมนูญไทยทั้งระบบไปแลก เพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งได้ครองอำนาจต่อไปเท่านั้นหรือ&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
ต้องการกำจัด&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า สำหรับตนแล้ว ได้วิเคราะห์แรงจูงใจทางการเมืองสำหรับการยุบพรรคอนาคตใหม่ไว้ 3 ข้อ ประการแรก คือหวังดึง ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ไปเติมให้ฝ่ายรัฐบาลพ้นสภาวะเสียงปริ่มน้ำ ทุกวันนี้ ส.ส.เราเดินไปมาในสภา ถูกคนจากพรรคอื่นมาชวน ส.ส.เราไปอยู่ด้วยอย่างเปิดเผย ประการที่สอง เขาต้องการกำจัดตนและนายธนาธรออกไปจากการเมืองไทย และสุดท้าย เขาต้องการกำจัดความคิดแบบอนาคตใหม่ที่เริ่มฟูมฟักตอนนี้ ให้หายไป ไม่มีใครกล้าตามหรือกล้าทำแบบนี้อีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นเราต้องทำให้วัตถุประสงค์ทั้งหมดของเขาล้มเหลว ถ้า ส.ส.ทุกคนย้ายไปบ้านใหม่ทั้งหมด สมาชิก 60,000 คน พากันไปต่อคิวสมัครสมาชิกใหม่ที่บ้านใหม่ทั้งหมด ถ้าตนและนายธนาธรไม่หยุดเคลื่อนไหว จะเดินสายไปพบกับประชาชนทั่วประเทศ รณรงค์อย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายถ้าทุกคนยังยึดมั่นในความคิดแบบอนาคตใหม่ พวกเขาจะล้มเหลวในทุกวัตถุประสงค์ของการยุบพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด และนี่คือสิ่งที่ตน นายธนาธร พรรคอนาคตใหม่ และชาวอนาคตใหม่จะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะเราไม่ได้คิดแต่อยากเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล แต่เพราะเราต้องการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงโดยระบบรัฐสภาเป็นไปได้ เสียหายน้อยที่สุด สันติที่สุด แต่ถ้าที่สุดจะไม่อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงโดยใช้ระบบรัฐสภา ถ้าสภาหรือสถาบันการเมืองไม่ตอบโจทย์ต่อประชาชน การเมืองท้องถนนก็จะเพิ่มขึ้น ถ้าการเมืองในรัฐสภาตอบโจทย์ประชาชนได้ การเมืองบนท้องถนนก็จะลดน้อยลง นี่เป็นเรื่องปกติทั่วโลก สุดท้ายผมต้องพูดว่าการเมืองไทยวันนี้ต่างไปจากในอดีตมากแล้ว คุณต้องรู้ตัวได้แล้วว่าไม่สามารถครองอำนาจได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อประชาชนเริ่มตื่นรู้ว่าชีวิตพวกเขาดีกว่านี้ได้ ว่าเรามีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตของทุกคนดีกว่านี้ได้ คุณมีอาหาร 10 จานอยู่บนโต๊ะ แล้วจะกินคนเดียวหมดทุกจาน โดยไม่ให้คนอื่นที่เหลือเลย มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระการประชุมสภาผู้แทนฯ วันที่ 15 และ 16 ม.ค.นี้ มีเรื่องด่วนจำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ร่าง พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับที่..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) 2.ร่าง พ.ร.บ.ยุบเลิกบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และ 3.ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.พรรณิการ์ วานิช และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ไปทำการสอบสวนคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องด่วนที่ 3 นั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในเอกสารด่วนที่สุด ที่ ตช.001.24/4 เรื่องการขออนุญาตเรียกตัว ส.ส. โดยมีสาระสำคัญว่าด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการสืบสวนสอบสวนการชุมนุมในที่สาธารณะ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2562 เวลาประมาณ 17.00 น. บริเวณสกายวอล์ก หน้าศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นการจัดการชุมนุมสาธารณะที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยปรากฏจากการสืบสวนสอบสวนปรากฏพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า นายพิธา, น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร ซึ่งเป็น ส.ส. มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกระทำการดังกล่าวด้วย จึงมีความจำเป็นต้องเรียกตัวในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เพื่อทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขออนุญาตออกหมายเรียก ส.ส.ทั้งสามรายไปทำการสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เพื่อดำเนินการสอบสวนตามบัญญัติรัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
เอกสิทธิ์คุ้มครองชนชั้น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ มีทั้งสิ้นสี่วรรค โดยแต่ละวรรคบัญญัติไว้ดังนี้ วรรคหนึ่ง ความว่า ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรคสอง ความว่า ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทําความผิดให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภา ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรคสาม ความว่า ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วรรคสี่ ความว่า ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) สนามเป้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) กล่าวถึงการดูแลสถานการณ์ที่จะมีกิจกรรม &amp;ldquo;วิ่งไล่ลุง&amp;rdquo; ในวันที่ 12 ม.ค. ที่สวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ ว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ให้นโยบายว่า ไม่มองว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงว่าจะสร้างความวุ่นวาย เพียงแต่มีข้อห่วงใย ซึ่งหลายคนที่ไปร่วมกิจกรรมมีเจตนาที่บริสุทธิ์ และต้องการแสดงออก แต่ก็ห่วงว่ากิจกรรมวิ่งไล่ลุงจะถูกขยายผลไปสู่ความวุ่นวาย แต่เราไม่ได้มองภาพรวมของกิจกรรมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี หรือไม่ถูกต้อง เราห่วงใยในฐานะที่เป็นหน่วยความมั่นคงที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย จากการประเมินสถานการณ์ คิดว่าคนไทยมีดุลยพินิจและเห็นแก่ประโยชน์บ้านเมือง คงช่วยกันดูแล อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือไปยังประชาชน ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยแล้ว ก็อยากเห็นบ้านเมืองเป็นแบบนี้ตลอดไปภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุง เป็นกิจกรรมการแสดงออกของพี่น้องประชาชน ที่สะท้อนให้เห็นความต้องการของประชาชนในเวลานี้ ว่าเบื่อหน่ายและเดือดร้อนจากการบริหารประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ซึ่งการแสดงออกทางการเมืองถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย ไม่ควรไปละเมิดหรือระงับยับยั้งสิทธิของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการติดตามข่าว พบว่าการจัดงานวิ่งไล่ลุงเป็นไปอย่างคึกคัก ตื่นตัว และได้ขยายการจัดงานไปมากถึง 26 จังหวัดแล้ว อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าจัดกิจกรรมดังกล่าวกำลังถูกข่มขู่ คุกคามจากเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจในหลายวิธีด้วยกัน
การเมืองวิ่งไล่ลุง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ระบุด้วยว่า ขณะที่อำนาจรัฐกำลังกดดันเพื่อปราบกิจกรรมวิ่งไล่ลุง แต่กลับสนับสนุนการจัดกิจกรรมในลักษณะเดียวกัน ในวันเดียวกัน แต่ด้วยวัตถุประสงค์อีกประการ เมื่อเป็นเช่นนี้จะให้ประชาชนตีความเป็นอื่นไปได้อย่างไร นอกเสียจากผู้มีอำนาจคงชอบฟังแต่เสียงที่เห็นด้วยกับตัวเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การแสดงออกของประชาชนผ่านกิจกรรมนี้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย จะเป็นก้าวย่างที่เปี่ยมพลัง น่าชื่นชม และควรค่าแก่การให้กำลังใจ การปฏิเสธ รวมถึงการข่มขู่ผู้จัดการและผู้มาร่วมงาน จึงเป็นเรื่องน่าหดหู่ เพราะสะท้อนว่าแม้อยู่ในระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้มีอำนาจปฏิเสธที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่างไปจากตัวเอง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์ยืนยันว่า กิจกรรมวิ่งไล่ลุงเป็นสิ่งสวยงามตามระบอบประชาธิปไตย การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและการแสดงออกตามกรอบของกฎหมาย เป็นสิทธิ์ของพลเมืองไทย ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่เพจวิ่งไล่ลุง โพสต์ข้อความทางเพจวันนี้เมื่อเวลา 12.02 น. แจ้งผู้ที่ลงทะเบียนฟรีให้มารับบิบภายในวันที่ 11 ม.ค. โดยอ้างว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ก่อนเวลา 05.00 น. ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่พอใจว่ารัฐใช้อำนาจกลั่นแกล้งว่า เท่าที่ติดตามการประชาสัมพันธ์กิจกรรมวิ่งไล่ลุงมาตลอด ทางผู้จัดได้กำหนดมาตรฐานการจัดการระหว่างผู้ที่ลงทะเบียนฟรีกับผู้ที่ลงทะเบียนแบบเสียเงินเอาไว้แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่พอใกล้วันที่จะจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง กลับเผยแพร่ข้อความดังกล่าวออกมาเช่นนี้ สะท้อนเจตนาบิดเบือนหรือไม่ หลอกเสมือนเด็กเลี้ยงแกะ ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าผู้จัดงานโดนกลั่นแกล้ง จงใจที่จะสร้างกระแสปลุกปั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่ประชาชนสามารถย้อนกลับไปดูข้อความตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.63 ของเพจวิ่งไล่ลุง ก็จะพบว่า ทางเพจได้ประกาศชัดเจนว่า &amp;ldquo;บิบสำหรับผู้ลงทะเบียนฟรี รับได้เฉพาะวันที่ 10-11 ม.ค.63 เท่านั้น&amp;rdquo; ดังนั้นความขัดข้องที่ทำให้ผู้ลงทะเบียนฟรีมารับบิบได้เฉพาะภายในวันที่ 11 ม.ค. จึงไม่เกี่ยวข้องกับการไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ก่อน 05.00 น. แต่อย่างใด ผู้จัดงานควรสื่อสารให้ชัดเจนเพื่อขจัดความสงสัยของประชาชนว่าผู้จัดต้องการผลักความผิดไปให้ผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความขลุกขลักและไม่เป็นมืออาชีพของผู้จัดเองหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้จัดอนุญาตให้ผู้ที่ลงทะเบียนแบบเสียเงินมารับเสื้อและบิบได้ถึง 3 วันคือวันที่ 10, 11 ม.ค. และหน้างานในวันที่ &amp;nbsp;12 ม.ค. ในขณะที่ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมแบบลงทะเบียนฟรีกลับถูกอนุญาตให้มารับบิบเฉพาะวันที่ 10 และ 11 ม.ค.เท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม ผู้ลงทะเบียนฟรีต้องลางานหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการมารับบิบล่วงหน้า นอกจากนี้ประชาชนยังวิจารณ์ว่าผู้จัดงานยังขายของที่ระลึกในราคาที่สูง กีดกันผู้ที่ไม่มีกำลังซื้ออีกด้วย&amp;quot; น.ส.ทิพานันกล่าว
ทำตัวเองทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย ออกมาเตือนด้วยความห่วงใย โดยระบุว่าพวกเขาจัดวิ่ง ลงทุนมาขนาดนี้ วิ่งเสร็จกลับบ้านนอน แล้วจะอย่างไรต่อ รัฐบาลตอนนี้ก็ไม่ได้โคตรโกง หรือใช้อำนาจลักหลับเหมือนสมัยคุณยิ่งลักษณ์ จนประชาชนโกรธแค้นออกมานับล้านคน รัฐธรรมนูญก็ตั้งกรรมาธิการแล้ว ที่สำคัญคือรัฐบาลก็ผ่านการเลือกตั้งมาเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาที่เกิดก็ล้วนแต่ตนเองทำผิดกฎหมายเองทั้งสิ้น แม้จะพยายามปลุกระดม เราไม่กลัว เราไม่ยอมจำนน ก็แทบจะไม่มีเงื่อนไขการระดมคนในครั้งต่อไป สิ่งที่ต้องห่วงใยคือ เมื่อลงทุนจัด ทำคลิปโฆษณาก็ไม่ใช่ถูกๆ จะยอมให้กลับบ้านนอนแบบไม่มีอะไรเลยหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงนึกย้อนถึงคำพูดที่สร้างความเกลียดชัง จนถึงการใช้เลือดแก้รัฐธรรมนูญ กังวลว่าจะมีการทำให้เสียเลือดเนื้อ ซึ่งเป็นเลือดเนื้อของลูกหลานประชาชนทั้งสิ้น เพื่อหวังผลทางการเมืองครั้งต่อไป&amp;quot; นพ.วรงค์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า การที่หัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรคปลุกระดมมวลชนมาชุมนุมเพื่อปกป้องความผิดของอันเกิดจากความสะเพร่าของตนเองที่เรียกว่าแฟลชม็อบ โดยปฏิเสธที่จะแจ้งหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ 2558 นั้น บัดนี้เป็นประจักษ์โดยชัดแจ้งว่า เป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายโดยมีเป้าหมายที่วางแผนไว้ล่วงหน้า นั่นคือการช่วงชิงพื้นที่ข่าวธรรมดาของเด็กอมมือเขาทำกัน เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ก็จะตีโพยตีพายว่าถูกกลั่นแกล้ง พร้อมปลุกระดมสาวกให้มาร่วมแสดงพลัง ในวันที่ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกลับกล่าวหาฟาดงวงฟาดงาว่า &amp;quot;เป็นความพยายามของเผด็จการที่ทำให้ประชาชนกลัวและสิ้นหวังเพื่อที่พวกเขาจะได้ครองอำนาจต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณยืนยันว่า กรณีแฟลชม็อบที่เกิดขึ้น เป็นการจงใจเจตนาที่จะกระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 หลายมาตรา เมื่อฝ่าฝืนกฎหมายโดยชัดแจ้ง ตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ตามกฎหมาย โดยการออกหมายเรียกมาสอบสวนเป็นไปตาม ป.วิ.อาญา มันเกี่ยวกับเผด็จการตรงไหน แต่ถ้าตำรวจไม่ดำเนินคดีซิครับ อาจเจอ ป.อ.157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ การปลุกเร้าสาวกให้เข้าใจในการปฏิบัติตามกฎหมายในทางที่ผิด ไม่ใช่วิสัยของคนรุ่นใหม่แต่อย่างใด หากแต่เป็นพวกหลงตัวเอง หลงยุค ที่รังแต่จะนำพาสาวกและพลพรรคเข้าคุกเข้าตารางเท่านั้นครับ #กล้าทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับผิดครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54336</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองท้องถนน, พรรคอนาคตใหม่, สังคมไทยหลังยุบพรรคอนาคตใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกิดการแบ่งแยก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca1d8e12f5c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
