<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พ่อใหญ่จิ๋ว’ให้กำลังใจ‘ลุงตู่’/ชี้88ปีการเมืองไม่เคยเปลี่ยน รัฐบาลอาจอยู่10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พ่อใหญ่จิ๋ว&amp;quot; หอบสังขารทิ้งบอมบ์ รัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ เผยสถานการณ์การเมืองวันนี้เหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปรับ ครม.ทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน &amp;quot;มาร์ค&amp;quot; จี้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ต้องมีความชัดเจนในการปรับ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปรับคณะรัฐมนตรีอาจกระทบการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจว่า การปรับ ครม.เพราะมาจากการเมือง ซึ่งเรื่องการปรับ ครม.เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ในขณะนี้ประเทศไทยคนมีหนี้สินจำนวนมาก คนรวยก็มาก และเป็นประเทศเดียวที่มีเป็นร้อยพรรคการเมือง นักการเมืองก็ทะเลาะกันและกล่าวหาทหาร เป็นปัญหามีพรรคการเมืองมาก แต่ประเทศอื่นมีเพียงสองพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่้อข่าวถามว่า จะให้กำลังใจรัฐบาลอย่างไรจากปัญหาต่างๆ อดีตนายกฯ ตอบว่า ให้มานานแล้ว ให้มาตั้งแต่มีประชาธิปไตย เท่าอายุตนเองกว่า 88 ปี แต่ว่าสำคัญที่รัฐบาลให้กำลังใจตนบ้างไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรต่อจากนี้ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่ารัฐบาลทุกรัฐบาล และวันนี้พูดแต่เรื่องการเมือง ใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ห่วงเรื่องเลือกตั้ง ห่วงเรื่องรัฐธรรมนูญแก้อย่างไร ส่วนตัวไม่มีความจำเป็นต้องห่วงเรื่องแบบนั้น การปกครองทุกรูปแบบ ไม่ว่าเป็นแบบใด ก็ไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้เหมือนที่เรากำลังพูด สิ่งเดียวที่เขาพูดคือจะทำอะไรเพื่อประชาชนได้บ้าง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าการปรับ ครม.ไม่สำคัญในการบริหารประเทศใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ ตอบว่า ไม่ใช่ปรับเวลานี้ ทุกอย่างมีการปรับเปลี่ยนแปลงมาตลอด ปรับทีก็ทะเลาะกัน ทหารก็เข้ามา ตอนแรกทหารได้เครดิตดี พออยู่ๆ ไปเครดิตก็ตกลงไปก็เกิดเรื่อง นักการเมืองเอาพี่น้องประชาชนมาเดินขบวน ก็มีเรื่องอีก เป็นแบบนี้เรื่อยมา ถ้าจะถามว่าสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไร ตอบเลยว่าเหมือนเดิมเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามองการบริหารงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp; อย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ทุกรัฐบาลมีนายกรัฐมนตรีที่ดีทุกคนมีความตั้งใจดี ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ให้เป็นนายกฯ เพราะฉะนั้น นายกฯ ต้องรู้จักปรับตัว และรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ทุกวันนี้ก็รู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่สำคัญจะเอาเงินมาจากไหน ทุกวันนี้มีหนี้สิน 8 ล้านล้านบาท จีดีพีติดลบ 8% ถึง 10% จะเป็นปัญหาทั้งสิ้น การจะแก้ไขอย่างไรต้องช่วยกันคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ภาระหนี้มากมายจะแก้ปัญหากันอย่างไร พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ซึ่งทุกคนก็ว่าอย่างนั้น ส่วนข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องง่ายมาก เพราะประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรใต้ดินตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง มีแร่ธาตุมากมาย มีเหล็ก แมงกานีส ขุดไปทุกที่ตรงไหนก็เจอ ใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขุดขึ้นมาก็ร่ำรวยแล้ว
ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะไปรอดหรือไม่ในการแก้ไขเศรษฐกิจ อดีตนายกฯ แนะว่า ขอให้ปรับตัว รู้ว่าจะหาเงินไหนมา&amp;nbsp; เพื่อมาทำประโยชน์ให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้กองทุนต่างชาติหลายแห่ง ต้องถามตัวเองว่าทำไมกองทุนเหล่านี้ให้ลาว เมียนมา เวียดนาม กัมพูชา แต่ไม่ให้ไทยเพราะเหตุใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าถึงตอนนี้ยังให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์อยู่หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า จำเป็นต้องให้ ไม่ให้แล้วจะให้ใคร และรัฐบาลชุดนี้อาจจะอยู่ 10 ปีก็ได้ หรือต้องไปนายโสรัจจะ นวลอยู่ โหรดังทำนาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เหมาะสมเป็นนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ก็ดีนะ แต่ตัวเตี้ยไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะให้กำลังใจ ข้อแนะนำ พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคมาก่อนอย่างไร อดีตนายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่มีอะไร พล.อ.ประวิตรมีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว ซึ่งการเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ต้องเสียสละ และรู้ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร รู้ปัญหาของชาติตรงไหน อะไรบ้าง การบริหารประเทศทำกันอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามเรื่องการต่อรองของนักการเมืองที่เข้ามาตั้งก๊วนก๊ก เพื่อเข้ามาหาผลประโยชน์ พล.อ.ชวลิตย้อนถามว่า ต้องถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจะแก้กันอย่างไร เพราะประเทศไทยมีหลักสำคัญ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีเสาหลัก 5 เสา คือ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง การต่างประเทศ ซึ่ง 5 เสาต้องปกป้องให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่ได้ แต่ถ้าเสาการเมืองไม่รอด เสาอื่นก็อยู่ไม่ได้ เสาอื่นทำไม่ได้ ไม่มีทางทำสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้การเมืองการปกครองทำไม่ถูกต้อง และมีปัญหาการเมือง มีพรรคจำนวนมาก นักการเมืองทะเลาะเบาะแว้งกัน ต่างจากประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตย แม้ประเทศใหญ่มีแค่สองพรรค ที่สำคัญไม่พูดเรื่องตำแหน่งทางการเมือง ประเทศไทยเคยมีแล้ว สองพรรคใหญ่ ยกตัวอย่างมีครั้งปี 40-41&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่า อยู่ที่ พล.อ.ประวิตร ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังทำหน้าที่ไปได้ดี พล.อ.ประยุทธ์จะวางมือทำไม ยังไม่เหนื่อย ก็ต้องทำงานเดินทางไปที่นั่นที่นี่ อีกทั้ง พล.อ.ประวิตรเป็นรุ่นพี่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเกรงใจ แต่อย่าเอาความเกรงใจมาอยู่เหนือความเจริญของประเทศชาติ ส่วนรวม ไม่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะปิดประตู พล.อ.ประวิตรนั่งนายกฯ หรือไม่ พล.อ.ชวลิตบอกว่า ไม่ตอบคำถามนี้ ไม่ใช่คำตอบที่แก้ปัญหา แต่จะแก้ปัญหาอย่างไรให้เกิดการปกครองเพื่อประชาชน โดยประชาชน&amp;nbsp; หรือการปกครองระบอบประชาธิปไตย เรื่องนายกรัฐมนตรี ใครก็เป็นได้ถ้ามีความรู้ความสามารถที่แท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า สถานการณ์ในขณะนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่าพล.อ.ประยุทธ์แล้วใช่หรือไม่ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ เราจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะคนดีก็มีอยู่ แต่ยังไม่แสดงฝีมือ
&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ต้องมีความชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงหลักคิดในการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ต้องเปิดให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงาน โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นปัจจุบันยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องให้บุคคลที่มีความพร้อม มีความสามารถเข้ามาทำหน้าที่ ปัจจัยใดที่สร้างความไม่แน่นอนจะต้องรีบแก้ไขทันที ซึ่งนายกฯ ต้องแสดงความชัดเจนว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีเป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น เป็นอำนาจของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถึงการเดินทางไปพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นการกลบปัญหาจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด ยื้อการสืบทอดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งหรือไม่ ว่าในสถานการณ์วิกฤติของประเทศเช่นนี้ มั่นใจว่านายกฯ ไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมืองหรือเรื่องที่ไร้สาระแบบฝ่ายค้าน แต่นายกฯ มุ่งที่จะรับฟังปัญหาและสอบถามถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้รัฐบาลขับเคลื่อนประเทศเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉกเช่นเดียวกันกับที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินสายพบสื่อมวลชนเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการตั้งสภาปฏิรูปประเทศเมื่อปี 2557 และก็มีผู้นำรัฐบาลหลายๆ คนก็เดินสายพบสื่อทุกรัฐบาล ไม่เห็นมีปัญหาอะไร กลับเป็นสิ่งที่ดีงาม จะได้สื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำที่มีความตั้งใจและความจริงใจ มุ่งมั่น ยิ่งในยามที่ทั่วโลกเจอภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากภัยร้ายไวรัสเช่นนี้ ยิ่งจำเป็นต้องขอระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่ดีมิใช่หรือ ทำไมสติปัญญาของนายอนุสรณ์จึงคิดได้แค่นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การที่นายอนุสรณ์ระบุว่าการลาออกของ 4 กุมาร นายกฯ ไม่รู้ตัวมาก่อนและยังไม่ลา แต่กลับไปขออนุญาตนายสมคิดแทน สภาพ พล.อ.ประยุทธ์ในขณะนี้กำลังเป็นศูนย์กลางพื้นที่รับปัญหานั้น ตนขอชี้แจงว่าการที่กลุ่ม 4 คนลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งนายกฯ ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และทั้งนี้ทั้ง 4 คนยังทำงานในรัฐบาลปกติ และยังเป็นรัฐมนตรีที่มีภารกิจที่จะต้องทำงานอยู่ ซึ่งไม่ได้ส่งผลอะไรกับการลาออกจากสมาชิกพรรค เพราะเป็นเรื่องภายในพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง และอดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการแต่งตั้งทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ว่า ขอแสดงความยินดีกับทีมโฆษกพรรคชุดใหม่ซึ่งประกอบด้วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรค, น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ, นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง และ น.ส.พิมพ์พร พรพฤติพันธ์ รองโฆษกพรรค ซึ่งทุกคนเป็น ส.ส.รุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ ตนรู้จักเป็นอย่างดี เชื่อว่าจะสามารถทำความเข้าใจ สื่อสารกับพี่น้องประชาชนได้เป็นอย่างดี เพราะทีมโฆษกพรรคเป็นด่านหน้าในการชี้แจงข้อมูลต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะนโยบายของพรรค นอกจากนั้นจะต้องคอยป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของพรรค ซึ่งตรงนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการชี้แจงประเด็นทางการเมือง
นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแกรนด์วิวรีสอร์ท เกาะเสม็ด นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมสัมมนารัฐมนตรีของพรรคว่า งานในวันนี้ได้เตรียมการมานานแล้ว แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด ส.ส.ต้องทำงานหนักและต้องลงพื้นที่ จึงไม่มีโอกาสได้พบกันอย่างพร้อมหน้า จึงถือโอกาสนี้เป็นการพูดคุยกันแบบสบายๆ และถือมาชาร์จแบตฯ ร่วมกันด้วย โดยในวันนี้จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสมาชิกในเรื่องทิศทางการนำพาพรรคไปข้างหน้า และจะทำอย่างไรให้ประชาธิปัตย์เข้าไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ซึ่งจนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความขัดแย้งภายในพรรค นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ข้อเท็จจริงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างยังทำงานร่วมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการประชุมใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ก.ค. พรรคจะมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การประชุมใหญ่จะเป็นไปตามระเบียบวาระการประชุมที่กำหนดไว้ แต่ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี พรรคเราก็ได้มีการติดตาม รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกด้วย แม้แต่รัฐมนตรีเองก็ต้องประเมินผลงานตัวเองเหมือนกันว่าที่ผ่านมาสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สำเร็จลุล่วงอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าการทำหน้าที่ของรัฐมนตรีมีผลต่อภาพรวมของพรรค หากรัฐมนตรีทำงานดีมีผลงาน ก็ส่งผลไปถึงพรรคเป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อถามที่ว่าพรรคจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปเป็นรัฐมนตรีนั้น ขอไม่ตอบ เพราะไม่อยู่ในฐานะที่ตอบได้ เพราะประชาธิปัตย์มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน โดยจะต้องเป็นความเห็นจากที่ประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)ร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยังคงได้จำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีเท่าเดิม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า ขอไม่ตอบ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่นายกรัฐมนตรี ถ้านายกฯ จะมีความคิดเห็นที่นอกเหนือไปจากที่เคยพูดคุยกันไว้ตอนร่วมรัฐบาล ท่านก็จะแจ้งให้ทราบ ถ้าแจ้งให้พรรคทราบแล้วพรรคจะได้มีการประชุมและแจ้งกลับไปยังนายกฯ ว่าประชาธิปัตย์มีความเห็นเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาธิปัตย์โดนยึดเก้าอี้กระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ระหว่างกระทรวงพาณิชย์หรือกระทรวงเกษตรฯ จะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องผ่านท่านนายกฯ พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ก่อนก็มาเชิญพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมรัฐบาล โดยมีการเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นที่ยอมรับและแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผูกพันกับคนทั้งประเทศแล้ว ฉะนั้นถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลง ก็ต้องแจ้งให้ประชาธิปัตย์ทราบและเราก็จะกลับไปพิจารณา ทั้งนี้ จำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงไปจะมีผลในการเพิ่มหรือลดเก้าอี้รัฐมนตรีของแต่ละพรรคหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายกฯ และแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังสัมมนารัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคว่า วันนี้เป็นการให้ ส.ส.เปิดใจถึงวิธีการที่จะทำให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้า และเป็นการยุติสิ่งต่างๆ ที่เคยปรากฏในหน้าสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสที่ ส.ส.เรียกร้องอยากให้พรรคสำรวจความคิดเห็นคะแนนนิยมของพรรค เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า เราจะมีการตั้งคณะทำงานและให้ ส.ส.มีส่วนร่วมในครั้งนี้ด้วยโดยอีก 1-2 เดือนก็จะเห็นผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการสัมมนาระหว่าง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค ที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยในช่วงแรกก่อนที่จะให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นได้ถ่ายรูปร่วมกันทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรีด้วย ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ โดยกันให้ออกนอกพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่พรรคและผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกพื้นที่ด้วย เนื่องจากต้องการให้สมาชิกพรรคแต่ละคนได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ถือว่าเป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นว่าเวลานี้เราต้องยอมรับความจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มีความนิยมอย่างมากเหมือนในอดีต ทำให้เราต้องมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะเกี่ยวพันไปถึงเรื่องอื่นๆ ทั้งการต้องทำตามนโยบายที่พรรคได้ประกาศต่อประชาชน และการบริหารจัดการภายในพรรค รวมถึงเรื่องอื่นๆ และสิ่งที่ดีมากในการพูดคุยวันนี้ คือทุกคนยอมรับว่าต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรีของพรรคทุกคน ซึ่งนายเฉลิมชัยรับเรื่องและจะไปกำหนดหาวิธีการทำโพลประเมินผลงานดังกล่าว ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเราถือว่า ส.ส.เป็นผู้เลือกคนไปเป็นรัฐมนตรี แต่ส.ส.ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71157</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรับคณะรัฐมนตรี, การเมืองวันนี้เหมือนเดิม, ชวลิต ยงใจยุทธ, สถานการณ์การเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200711/image_big_5f09c5a692471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
