<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถกงบฯวาระ2โหวตฉลุย! เฉ่งการเมืองอีแอบวิ่งไล่ลุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ย้ำ 10 ม.ค. ถกงบปี 63 จบแน่ เพราะตกลงไว้แล้ว ชี้เป็นครั้งแรกที่ กมธ.พ่นน้ำลายมากกว่าทั่นผู้แทนฯ เผยใครข้องใจเรื่องขัดรัฐธรรมนูญส่งตีความได้ แต่อาจจบที่ยกคำร้องเพราะมีบทเรียนมาแล้ว &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เล็งไปสภาเพื่อขอบคุณหลังโหวตจบ &amp;ldquo;ศรีสุวรรณ&amp;rdquo; เตือนนักการเมืองอย่าเป็นอีแอบหนุนวิ่งไล่ลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรยังคงมีการประชุมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท รายมาตรา ในวาระ 2 เป็นวันที่ 2 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ กล่าวก่อนการประชุมว่า คงประชุมไปเรื่อยๆ แต่ช่วงปลายอาจเร็วขึ้น เพราะเป็นข้อตกลงและเป็นคำมั่นสัญญาของผู้ควบคุมเสียงทั้งสองฝ่าย ว่าจะให้เสร็จในวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งปกติแล้วการพิจารณางบประมาณ ส.ส.จะใช้เวลาอภิปรายมาก แต่ว่าครั้งนี้กลายเป็นฝ่ายคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่อภิปรายมาก เพราะภายใน กมธ. ประกอบด้วยหลายฝ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่าจะไม่แล้วเสร็จภายในวันนี้ และคงจะเลิกดึก ส่วนในวันที่ 10 ม.ค. หากเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ก็น่าจะเสร็จ เพียงแต่ว่าจะเสร็จช่วงกลางวันหรือช่วงดึกก็ไม่แน่ใจ แต่ไม่น่ายืดเยื้อจนทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบมีปัญหา เพราะมีการตกลงกันแล้ว&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า มี ส.ส.บางคนเกรงว่าร่าง พ.ร.บ.งบฯ อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น นายชวนแจงว่า เป็นเรื่องของ กมธ.และรัฐบาลก็ดูแลอยู่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อการตรากฎหมายหรือไม่นั้น ตอนนี้ก็เป็นไปโดยปกติ ไม่มีอะไรขัดระเบียบหรือกฎหมาย แต่ว่าความเห็นเรื่องขัดหรือไม่ขัด ก็แล้วแต่แต่ละท่าน ส่วนจะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความนั้น ก็มีสิทธิ์ทั้งนั้น บางคนยื่นอะไรบ่อยๆ แต่มักจบโดยยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะไปขอบคุณ ส.ส.หลังจากที่ประชุมสภาได้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบเสร็จสิ้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยากให้สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านอภิปรายร่างงบประมาณ ในส่วนการจัดสรรงบลับในกระทรวงกลาโหม (กห.) ให้นายวิษณุ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดือนละ 1 ล้านบาท ว่าไม่มี ไม่เคยมีด้วย งบแบบนี้ไม่เคยมี นอกจากงบที่จัดให้รองนายกฯ ทุกท่านที่ไปดูแลพื้นที่ที่กำกับดูแล ซึ่งเรียกว่างบภูมิภาคพื้นที่ และไม่ได้มอบให้ตัวบุคคล เป็นงบที่ตั้งไว้ อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เพียงแต่ในพื้นที่ต้องการก็จะแจ้งมา จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันที่ระบุว่าให้เป็นเงินเดือน เดือนละ 1 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่เคยมีตั้งแต่ไหนแต่ไร รัฐบาลไหนก็ไม่เคยมี สักบาทนึงก็ไม่มี&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว และว่า ไม่ไปชี้แจง เพราะชี้แจงไม่ได้อยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของ กมธ. เพราะเป็นหน้าที่ของเขา ส่วนเรื่องร่าง พ.ร.บ.ส่อขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น กมธ.เขาคงตอบได้ แต่ในแง่กฎหมายเห็นว่าไม่ขัด ซึ่ง กมธ.คงตอบเรื่องนี้เอง
โหวตฉลุยไม่มีพลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมสภา ได้เริ่มต้นในมาตรา 10 งบกระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 4,940,473,000 บาท ซึ่งที่ประชุมได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการติติงการทำหน้าที่ของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กต. จนกระทั่งเวลา 12.15 น. ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 248 ต่อ 6 เสียง งดออกเสียง 200 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาได้มีการพิจารณามาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 3,551 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการตั้งข้อสังเกตของ กมธ.กันเองมากกว่า ส.ส. แต่สุดท้ายที่ประชุมก็มีมติ 244 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 210 เสียง เห็นชอบมาตรา 11&amp;nbsp;
ส่วนมาตรา 12 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วงเงิน 17,898 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการซักถามในเรื่องเบี้ยยังชีพ ก่อนที่ที่ประชุมมีมติ 246 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 219 เสียง เห็นด้วย กมธ.เสียงข้างมาก
มาตรา 13 งบรายจ่ายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วงเงิน 47,890,344,600 บาท ได้มีการสอบถามถึงงบวิจัยจำนวนมาก ซึ่งน่าสังเกตว่าเป็น ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่เวลา 17.40 น. หลังที่ประชุมสภาได้อภิปรายครบถ้วน ที่ประชุมจึงลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 249 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 218 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ในช่วงค่ำ เริ่มมีการพิจารณามาตรา 14 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับวงเงิน 32,577,767,300 บาท ซึ่งมีทั้ง กมธ.และ ส.ส.ที่อภิปรายจำนวนมาก ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบตาม กมธ.เสียงข้างมากไม่มีการพลิกแต่อย่างใด ก่อนที่ประชุมจะมีการพิจารณามาตรา 15 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 54,622,962,200 บาท และมาตรา 16 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงาน วงเงิน 4,567,618,800 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงภาพรวมการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านถือว่าทำหน้าที่ได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยชี้ให้เห็นถึงการจัดทำงบประมาณแบบรัฐราชการรวมศูนย์ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาโหม รวมทั้งงบยังมีลักษณะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ จัดอีเวนต์ นิทรรศการสร้างภาระ แต่งหน้าทาปาก ไม่มีความยั่งยืน บางโครงการมีลักษณะเหมือนตีเช็คเปล่า ตอบแทนรางวัลเป็นโบนัสให้กับกลุ่มผู้ร่วมสนับสนุนการทำรัฐประหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับความเคลื่อนไหวของกิจกรรมวิ่งไล่ลุงนั้น ที่บริเวณด้านหน้าอาคารรัฐสภา นายธนวัฒน์ วงค์ไชย แกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง พร้อมคณะ ได้เข้ายื่นหนังสือถึง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ผ่านนายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมวิ่งไล่ลุง โดยนายธนวัฒน์ระบุว่า อยากมาเชิญฝ่ายค้านเข้าร่วม เพื่อให้ตัวแทนของประชาชนได้ไปรับฟังเสียงของประชาชนที่งานนั้น ซึ่งมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่โดนสกัดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาไม่ให้เข้ามาด้านใน โดยต้องการให้เปลี่ยนเสื้อวิ่งไล่ลุงตัวที่ใส่มาก่อน จึงเข้าไปได้ ซึ่งได้ยืนยันว่าเสื้อตัวนี้ใส่แล้วไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีข้อใดห้ามใส่เสื้อวิ่งไล่ลุง เรายืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนเสื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า ขอบใจน้องๆ คณะผู้จัดงานที่ได้มาเชิญถึงสภา ซึ่งเรามองว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ และกระทำโดยเปิดเผย อยู่ภายใต้ข้อกฎหมายที่รองรับสิทธิขั้นพื้นฐานไว้ จึงจะไปเชิญชวนสมาชิกฝ่ายค้านให้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละคน ส่วนตนเองติดภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัดอาจร่วมในพื้นที่แทน&amp;nbsp;
พี่ศรีเตือนพวกอีแอบ
น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงประเด็นตำรวจสภาให้เปลี่ยนเสื้อกิจกรรมวิ่งไล่ลุงก่อนเข้าสภา ว่ารัฐสภาเป็นพื้นที่ของประชาชน โดยทั่วไปไม่มีประชาชนคนไหนใส่สูทผูกไทเข้ามา แต่เหตุใดผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงจึงไม่ได้รับอนุญาต หากปล่อยให้สภาใช้อำนาจโดยไร้การอ้างอิงแบบนี้ ส.ส.คงไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นตัวแทนของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เราไม่รู้ว่าวันที่ 12 ม.ค.จะเกิดอะไรขึ้น เพราะหลายพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งห้ามจัดกิจกรรม ดังนั้นเราขอยืนยันต่อประชาชนว่าจะทำเต็มความสามารถ เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ หากใครถูกคุกคาม หรือสั่งห้ามเข้าร่วมกิจกรรมสามารถมาร้องเรียนกับ กมธ.ได้&amp;rdquo; น.ส.พรรณิการ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า การจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุงและเดินเชียร์ลุงจำเป็นต้องแจ้งหรือขออนุญาตในการจัดงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นกิจกรรมทางการเมือง ไม่ใช่กิจกรรมทางการกีฬา ส่วนพวกที่อ้างว่าเป็นเพียงแค่กีฬานั้น เป็นพวกศรีธนญชัย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นักการเมืองและหรือพรรคการเมืองที่หนุนหลังไม่ควรทำตัวเป็นอีแอบคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง ต้องกล้าเปิดเผยให้ประชาชนทราบ เพราะการจัดกิจกรรมทางการเมืองไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เพียงแต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเสียก่อน ไม่ใช่อ้างสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้แล้วจะกระทำการอย่างใดก็ได้นั้น เป็นความคิดที่ผิด หากนักการเมืองผู้ใดพูดและส่งเสริมให้กระทำเช่นนั้น อาจเข้าข่ายขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งมีโทษหนัก จึงขอเตือนไว้ก่อน&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีการเตรียมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้เตรียมรับมือแล้ว โดยมีการตั้งทีมขึ้นมารับมือ แต่ไม่รู้ว่าใครจะเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งไม่ใช่ตนเองแน่นอน รวมถึงไม่ใช่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ด้วย เพราะไม่ได้ถูกอภิปราย แต่ไม่ต้องห่วง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ., การเมืองอีแอบวิ่งไล่ลุง, งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563, ชวน หลีกภัย, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e17339538f81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
