<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนหดหู่การเมือง &#039;บิ๊กตู่&#039;กำลังเดินสู่ระบบเก่าก่อนยึดอำนาจ รู้สึกเห็นใจ 4 รมว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง สี่รัฐมนตรีกับใจประชาชน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียลทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,470 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่าง 26 &amp;ndash; 27 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงรัฐมนตรีแกนนำสำคัญของรัฐบาลที่ประชาชนพอใจ เฉพาะรัฐมนตรีที่มีข่าวจะถูกปรับออก เทียบกระทบกับความพอใจของประชาชนต่อ 3 ป พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 49.2 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รองลงมาคือร้อยละ 48.3 ระบุ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร้อยละ 43.5 ระบุนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร้อยละ 43.2 ระบุ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 42.2 ระบุ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ร้อยละ 36.0 ระบุ มรว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และสุดท้าย ร้อยละ 31.8 ระบุ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ความเห็นของประชาชนต่อ รัฐบาล บิ๊กตู่ เดินหน้าสู่การเมืองใหม่ เป็นตัวอย่างที่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือ การเมืองเก่าแบบเดิมที่เคยถูกอ้างก่อนการยึดอำนาจที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 ระบุ รัฐบาล บิ๊กตู่ กำลังเดินสู่การเมืองเก่าแบบเดิมที่เคยถูกอ้างก่อนการยึดอำนาจที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 34.5 ระบุ การเมืองใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณา คือ ความรู้สึกเห็นใจของประชาชน สงสาร หดหู่ใจต่อการเมือง เมื่อเห็น สี่รัฐมนตรีถูกกระทำโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐ จำแนกตามกลุ่มการเมืองของประชาชน พบว่า พลังเงียบส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.3 รู้สึกสงสาร เห็นใจ หดหู่ใจต่อการเมืองไทย เมื่อเห็นสี่รัฐมนตรีถูกกระทำโดยผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐ และแม้แต่ในกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลก็ได้ความรู้สึกสงสารเห็นใจมาจำนวนมากถึงร้อยละ 43.6 ในขณะที่ร้อยละ 29.5 ของผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลรู้สึกสงสาร เห็นใจ หดหู่ใจต่อการเมืองไทย ตามลำดับ ในขณะที่ คนที่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 56.4 ไม่รู้สึกอะไร และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.5 ของคนที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลไม่รู้สึกอะไรเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.5 ไม่เห็นด้วยต่อการลาออกจากทุกตำแหน่งของ สี่รัฐมนตรี ในขณะที่ร้อยละ 37.5 เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า &amp;ldquo;สี่รัฐมนตรีกับใจประชาชน&amp;rdquo; คือจุดเน้นของโพลชิ้นนี้ที่ชี้ให้เห็นว่า สี่รัฐมนตรีได้ใจประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มพลังเงียบผู้ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดที่สงสาร เห็นใจและหดหู่ต่อการเมืองไทย เพราะสี่รัฐมนตรีเหล่านี้ถูกผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลและคนในพรรคพลังประชารัฐกระทำ โดยส่วนตัววิเคราะห์ว่าสี่รัฐมนตรีเหล่านี้คือผู้ที่มีบุญคุณที่ไม่ควรถูกทรยศหักหลัง อกตัญญูและสามารถอุ้มค้ำจุนความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ฯ มากกว่า ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก สี่รัฐมนตรีเป็นเสมือนคณะนายทหารชั้นผู้น้อยผู้กล้าในกองทัพส่วนหน้าที่ลุยฝ่ากระสุนกระแสสังคมเพื่อกรุยทางให้ผู้หลักผู้ใหญ่เข้าสู่อำนาจได้อย่างแนบเนียนและทำให้ต่างชาติยอมรับได้แบบพื้นป่าไร้รอยต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง สี่รัฐมนตรียังไม่มีประวัติด่างพร้อย ยังไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียต่อรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สาม สี่รัฐมนตรีมีส่วนสำคัญสร้างผลงานปรากฏต่อสายตาต่างชาติทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน มีผลงานในประเทศโดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิด-19 เงินเยียวยา อัดฉีดเงินตรงถึงกระเป๋าของประชาชน ลดค่าไฟ ลดราคาน้ำมัน ค่าก๊าซ และกำลังลงสู่เศรษฐกิจฐานรากชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ควรใจเย็นอย่าเป็นไปตามแรงยุของคนข้าง ๆ ควรใช้หลัก &amp;ldquo;ให้คนคิดเป็นคนทำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สี่ สี่รัฐมนตรีได้ต่อสู้ในสนามรบผ่านงบประมาณกฎหมายกู้เงินต่าง ๆ ให้ผู้หลักผู้ใหญ่และผู้มี &amp;ldquo;ภาวะตัณหา&amp;rdquo; ทั้งหลายสำเร็จแล้ว ก็จะถูกขจัดออกไปทันทีมันจะเป็นการฝืนกระแสแห่งความดีงาม เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ลูกหลานในอนาคตของพวกเราทุกคน เหมือนกับ เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลผู้เสียสละช่วยเหลือให้ทุกท่านเข้าสู่อำนาจในขณะนี้ แบบนี้คือ คุณธรรมความดีเหรอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุป เสนอให้ &amp;ldquo;คงรูป&amp;rdquo; เดิมไปก่อนใช้หลัก The Status Quo จะทำให้บ้านเมืองและประชาชนเดินหน้าต่อได้ดีกว่าเพราะถ้าจะเปลี่ยนแปลง รัฐบาลต้องมีเหตุผลเพียงพอว่า พวกเขาผิดอะไร ผลงานก็มีเป็นทุนให้เห็นอยู่ เอาคนใหม่เข้ามา จะได้ไม่เท่าเสีย ทั้งกระแสสังคมและความดีงามต่อเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่กำลังเฝ้าดูการประพฤติปฏิบัติตนทางการเมืองของผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69914</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 รัฐมนตรี, การเมืองแบบเก่า, ดร.นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef7faaf7bc32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 01:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 01:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;เอือมการเมืองเก่าว่าแย่แล้วเจอ&#039;นิยายเด็กเลี้ยงแกะ&#039;ยิ่งแย่กว่า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;พ.ค.62 - นายสมชาย&amp;nbsp; แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เรื่อง &amp;quot;การเมืองเก่า&amp;nbsp; ว่าเเย่แล้ว การเมืองใหม่ กลับแย่ยิ่งกว่า?&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้ 1)โอนหุ้นผิดวันเอง กลับพาลโทษคนอื่นไปเรื่อย&amp;nbsp; 2)บอกถูกดูด สส แลกคดี ที่แท้แค่นิยายเด็กเลี้ยงแกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ลงทุนกันเป็นร้อยล้าน หวังสร้างธุรกิจการเมือง เดินตามวงจรอุบาทว์ของธุรกิจการเมืองรุ่นเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเมืองวิกฤติมาหลายปี อยากเห็นคนใหม่ๆดีๆอาสามาทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกตามตรง ผิดหวังครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากบอกลูกหลาน เลือกตั้งคราวหน้าแก้ไขกันใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือกคนดีจริงๆเข้าสภาดีกว่าครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนคนที่โกหกเป็นนิจทำผิดเป็นประจำ ก็ต้องปล่อยให้หมดอนาคตใหม่ๆกันไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36342</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองแบบเก่า, การเมืองใหม่, สมชาย แสวงการ, เด็กเลี้ยงแกะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190423/image_big_5cbe52d9a20ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะใส เชื่อไพรมารีโหวตส่งผลดีต่อการปฏิรูปพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุริยะใส แปลกใจท่าทีพรรคการเมืองเดี๋ยวหนุนเดี๋ยวค้านไพรมารีโหวต ชี้ไพรมารีโหวตจุดคานงัดปฏิรูปพรรค ห่วงถูกดึงเป็นเกมการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) เปิดเผยว่า ค่อนข้างแปลกใจจุดยืนของพรรคการเมืองหลายพรรคที่เคยแสดงจุดยืนท้วงติงกระทั่งไม่เห็นด้วยกับการจัดทำไพรมารี่โหวต ซึ่งในช่วงการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็มีความพยายามกดดัน กรธ.เพื่อตัดเรื่องไพรมารีโหวตออก สุดท้าย กรธ.ก็ยอมถอยโดยเขียนกรอบกว้างๆไว้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 มาตรา 45 ที่เขียนไว้กว้างๆ
แต่เป็นโชคดีของประชาชนที่ในขั้นการตราพรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ต่อเติมและขยายรูปแบบการทำไพรมารี่โหวตเพื่อให้สมาขิกพรรคมีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครของพรรคได้โดยตรง ซึ่งเป็นจุดคานงัดสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มาวันนี้ คสช.ได้โยนหินถามทางเสนอแนวทางทำไพรมารีโหวตโดยยึดกรอบของ กรธ.ชึ่งเป็นกรอบหลวมๆ จนไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นไพรมารี่โหวต เพราะให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครและเดินสายรับฟังความเห็นสมาชิกพรรคแต่อำนาจในการตัดสินใจส่งผู้สมัครยังเป็นเจ้าของพรรคหรือ กกบ.พรรคเหมือนเดิมไม่ได้เป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งแน่นอนหลายพรรคคงพอใจกับแนวทางนี้เพราะไม่ยุ่งยากและง่ายดี แต่ก็ยังเห็นหลายพรรคออกมาโจมตีว่าไพรมารี่โหวตฉบับย่อของ คสช.เอื้อประโยชน์พรรคที่สนับสนุน คสช.แท้ที่จริงแล้วไพรมารีโหวตฉบับย่อเป็นประโยชน์กับพรรคการเมืองที่เดินแนวทางการเมืองแบบเก่า พรรคการเมืองที่ไม่พร้อมปฏิรูปให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าเสียดาย ถ้าตัดไพรมารีโหวตตามแนวทาง สนช.ทิ้ง เท่ากับตัดโอกาสของประชาชนในการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค แทนที่จะตัดวงจรของนายทุนและผู้มีอิทธิพลในพรรคออกไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16646</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองแบบเก่า, ปฏิรูปพรรค, สุริยะใส กตะศิลา, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7705</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 22:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีบธุรกิจตัดท่อ นํ้าเลี้ยง&#039;มารค์&#039;อัดคสช.เล่น การเมืองแบบเก่าใช้เก้าอี้ล่อส่อขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; โวหากเดือนมิถุนายนพรรคการเมืองไม่มาร่วมถกแล้วจะเสียใจที่ตกขบวน &amp;ldquo;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; มาแรงปูดหนัก เผยนอกจากใช้พลังดูดแล้ว ยังส่งซิกให้ภาคธุรกิจอย่าต่อท่อน้ำเลี้ยง พร้อมใช้เก้าอี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีล่อใจ &amp;ldquo;วัชระ&amp;rdquo; โอ่เคยแจงแล้วใช้ทุน 4 หมื่นล้านตั้งพรรคทหาร &amp;ldquo;ท็อป&amp;rdquo; มองเป็นเรื่องดีรัฐบาลจะได้เข้าถึงรากหญ้า &amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; เชื่อไม่มีใครกล้าดูดคนภูมิใจไทย พร้อมรีบปัด &amp;ldquo;ครม.&amp;rdquo; ลงบุรีรัมย์ไม่เอี่ยวการเมือง&amp;nbsp;
เมื่อวันจันทร์ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการเชิญพรรคการเมืองมาหารือในเดือนมิถุนายนว่ายังอีกนานกว่าจะถึงเดือน มิ.ย. จึงยังไม่มีความชัดเจนว่าจะคุยเรื่องอะไรบ้าง และพรรคการเมืองยังไม่ต้องรู้หรอก รู้เร็วก็ปฏิเสธเร็ว ด่าทอกันเร็ว จะทำให้เสียบรรยากาศเปล่าๆ เมื่อถึงเวลาตอนนั้นจะเห็นเองว่าตัวเองจำเป็นต้องมา ไม่เช่นนั้นจะตกขบวน ขอให้รอดูตอนนั้นดีกว่า แล้วจะรู้ว่าประโยชน์มันมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถามว่าการพูดคุยกับพรรคการเมืองก่อนเดือน มิ.ย.ที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้จะยังมีหรือไม่ นายวิษณุตอบว่าไม่ทราบ แต่ว่าเดือน มิ.ย.มีแน่ ประชุมแน่ พรรคการเมืองไม่มาเลยไม่เป็นไร แม่น้ำทุกสายที่มีอยู่ต้องประชุมกันอยู่ดี เพราะในคำสั่ง 53/2560 ใช้คำว่าอาจเชิญ หมายความว่าเชิญแล้วอาจมาหรือไม่มาก็ได้ ที่มีอยู่สามารถประชุมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหากพรรคการเมืองมาร่วมหารือแล้วมีความเห็นแตกกันจะทำอย่างไร นายวิษณุกล่าวว่าไม่เป็นไร เพราะไม่มีการนับนิ้วหรือยกมือโหวตอะไร การประชุมอาจไม่จบในครั้งเดียว อาจมีครั้งต่อๆ &amp;nbsp;ไปหากยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการดูดนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวในรายการต้องถามว่า นอกจากได้ยินเรื่องดึงพรรคพลังชลก่อนหน้านี้แล้ว ยังได้ยินเรื่องกระบวนการของรัฐ คนที่มีอำนาจรัฐจะมาเล่นการเมือง ซึ่งไม่จำเป็นต้องลง ส.ส. แต่อาจใช้สถานะตรงนั้นในการติดต่อภาคธุรกิจ ส่งสัญญาณว่าไม่ควรสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใด &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวไม่ต่างจากหลายระบอบที่เราต้องต่อสู้ในอดีต และคิดว่าขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ยุ่งกับการเมือง หรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมได้ยินมาอีกว่าตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรียังเสนอให้หลายคนหลายพรรค เสนอตำแหน่งไม่ใช่กับเพียงตระกูลสะสมทรัพย์ แต่ประชาธิปัตย์ก็เสนอเช่นกัน และคิดว่าเป้าหมายของพรรคนี้ต้องได้รับเสียงพอสมควร อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 25 เสียง&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ปชป.กล่าวประเด็นนี้ว่า เคยแถลงไปก่อนหน้านี้แล้วว่ามีความพยายามระดมเงิน 4 หมื่นล้านบาทเพื่อจัดตั้งพรรคทหารสืบทอดอำนาจ และได้บอกผู้ใหญ่ในพรรคแต่ผู้ใหญ่ในพรรคไม่เชื่อ แต่ปัจจุบันข่าวก็ออกมาเป็นระยะว่ามีการระดมเงินจำนวนมากเพื่อดูด ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ให้ไปสนับสนุนพรรคการเมืองของทหาร
ชทพ.ชี้ทำให้เข้าใจรากหญ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวถึงกรณีนักการเมืองเข้าไปร่วมกับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สังคมได้เห็นแล้วว่าการบริหารงานของ คสช.อาจตรงแบบทหาร ทำให้ไม่มีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหารากหญ้า การที่นายกฯ มีนักการเมืองเข้าไปช่วยให้คำปรึกษา รัฐบาลจะได้เข้าถึงประชาชนว่าต้องการหรือเดือดร้อนเช่นไร จะได้เห็นภาพจริงๆ มากกว่าคนอื่นมาเล่าให้ฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการขายตัวให้ คสช. นายวราวุธกล่าวว่าแล้วแต่มุมมอง มองดีก็มองได้ มองไม่ดีก็ได้ วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวเรือใหญ่ที่นำเรือออกทะเลไปแล้ว เราไม่สามารถเปลี่ยนเรือได้ แต่สามารถเปลี่ยนวิธีการทำงานของเรือลำนี้ได้ การปรับเปลี่ยนเช่นนี้จะทำให้เรือไปถึงฝั่งด้วยความเข้มแข็ง ส่วนที่มองว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่นั้น &amp;nbsp;คิดว่าท้ายที่สุดตัวเลขหลังการเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสินว่าการฟอร์มรัฐบาลจะเป็นอย่างไร วันนี้ได้แต่คาดการณ์ ยังไม่มีใครถามนายกฯ ว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ดังนั้นคิดว่านาทีนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่เป็นการเพิ่มศักยภาพการทำงานของรัฐบาลมากกว่า ส่วนเรื่องการดูด ส.ส.ก็เป็นเรื่องปกติของการเลือกตั้ง มีออกและมีเข้าอยู่ตลอด แต่ที่แน่ๆ ชทพ.จะปักธงบนแผนที่ของไทยทุกภาคหลังการเลือกตั้งอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมุ่งมั่นทำงานการเมืองไทยต่อไป การเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องมีหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ สมาชิกเป็นคนตัดสิน ผมไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้า เพราะถึงอย่างไรศิลปอาชาจะอยู่กับ ชทพ.ตลอดไป พวกเราทุกคนรวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่สร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา &amp;nbsp;จะมุ่งมั่นต่อสนามการเมืองเพื่อพัฒนาให้พรรคเป็นอีกหนึ่งเสาหลักและเป็นความหวังของสังคมไทยในการเมืองยุคใหม่&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;(ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมงานทำบุญครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของนายบรรหาร ศิลปอาชา &amp;nbsp;อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ว่านายบรรหารถือเป็นอดีตนายกฯ ที่นักการเมืองทุกคนเคารพ ไม่มีนัยใดทางการเมือง เพราะพรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนามีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาโดยตลอด ส่วนกรณีมีข่าวระบุว่าสมาชิกของพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อดีต ส.ส.พิจิตรจะมาอยู่กับ ภท. ส่วนตัวไม่ได้เป็นคนพูดคุย เพราะมีบุคคลที่นำรายละเอียดมาบอกให้ทราบว่านายศิริวัฒน์จะเข้ามาเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่มีอะไรต้องเคลียร์ใจกับคุณวราวุธ เพราะที่คุยๆ กันไม่มีกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไปดึงตัวคนของชาติไทยพัฒนา ซึ่งมีคนที่รับผิดชอบไปคุยมา แต่ยังไม่มีอะไรมาก เพราะต้องรอวันเลือกตั้ง ส่วนภูมิใจไทยกับชาติไทยพัฒนาถือเป็นพรรคพี่พรรคน้องคุยกันรู้เรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะฮั้วกัน&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
ภท.โอ่มีคนมาเสนอตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยอมรับว่าที่ผ่านมามีคนนำรายชื่ออดีต ส.ส.มาให้พิจารณาสัปดาห์ละ 50-60 คน พร้อมระบุว่าได้คะแนนนิยมและเป็น ส.ส.ได้แน่ หากเชื่อพรรคภูมิใจไทยคงมี ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 2,000 คนแล้ว ดังนั้นทั้งหมดยังเป็นแค่การคาดการณ์ จนกว่ามีการเลือกตั้งและทราบผล ส่วนการดึงตัว ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นๆ นั้น จากการลงพื้นที่พบปะกับอดีต ส.ส.และผู้สมัครหน้าใหม่ยังมั่นใจว่าจะอยู่กับพรรคต่อไป ทั้งนี้บุคคลที่ไม่ได้เข้ายืนยันเป็นสมาชิกพรรคภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไม่ได้แปลว่าอนาคตเขาจะไม่อยู่กับพรรค เพราะการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งปัจจัยสำคัญคือการเป็นสมาชิกพรรคก่อน 90 วันที่จะเลือกตั้งทั่วไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อสังเกตการลงสนามเลือกตั้งของพรรคการเมืองขั้วผู้มีอำนาจ นายอนุทินตอบว่าไม่มีความกังวล เพราะหากไม่มีพรรคของ คสช.ก็ยังต้องแข่งขันกับอีกหลายพรรคการเมือง และพรรคการเมืองของจริงในระบบการเมืองไทย ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา ไม่มีพรรคไหนที่ไม่เคยเป็นพรรคฝ่ายค้าน และไม่มีพรรคไหนผ่านการเลือกตั้งโดยไม่แข่งขัน ที่ผ่านมาช่วงภูมิใจไทยเป็นฝั่งรัฐบาลรับผิดชอบกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม มีอำนาจรัฐเหมือนกัน แต่ยังไม่เข้าเป้า เพราะการแข่งขันขึ้นอยู่กับความเชื่อถือของประชาชนและนโยบาย รวมถึงความขยันของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกพรรคการเมืองต้องแข่งขันในกติกา และเมื่อผลเลือกตั้งออกมาก็ต้องยอมรับ ต้องทำตามกติกาตามประเพณีมารยาทอันดีทางการเมือง ซึ่งการแข่งขันกันช่วงนี้ไม่มีพรรคไหนที่ได้เปรียบไปมากกว่ากัน หรืออยู่เหนือกันไปไม่เท่าไหร่ ที่ผ่านมาหากคนที่บอกว่าได้ ส.ส. 50 คนหรือ 80 คน ทำไมต้องวิ่งรวมกลุ่มกัน ไม่จัดตั้งเป็นพรรคการเมืองไปเลย หากทำได้ง่ายผมก็จะขอไปลงสมัครด้วย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เตรียมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ที่ จ.บุรีรัมย์และสุรินทร์ช่วงต้นเดือน พ.ค.ว่าไม่มีนัยทางการเมือง เป็นการเตรียมการประชุมไว้ล่วงหน้านานหลายเดือน และในฐานะที่เป็นคนพื้นเพ จ.บุรีรัมย์ พร้อมให้การต้อนรับ โดยไม่เกี่ยวและขออย่าให้โยงไปเป็นประเด็นทางการเมือง ทั้งนี้กรณีที่ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์จะไปดูการเตรียมความพร้อมของการจัดแข่งขันโมโตจีพี ที่สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นเนล เซอร์กิต ที่นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษาโครงการสนามรถแข่งรับผิดชอบ ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนที่คาดการณ์ว่าอาจเป็นการพูดคุยเพื่อเตรียมดึงตัวไปร่วมงานรัฐบาลนั้น เชื่อว่านายเนวินคงทำหน้าที่ปัจจุบันมีความสุขและมีความมันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในฐานะคนพื้นที่ต้องต้อนรับ ครม.และนายกฯ ที่จะพบปะกับประชาชน และฐานะที่เคยเป็น ส.ส.ต้องให้ความร่วมมือเพื่อนำปัญหาของประชาชนไปนำเสนอ อย่าไปกังวลหรือโยงไปเป็นประเด็นทางการเมือง ส่วนที่หลายคนคาดว่าคนของพรรคภูมิใจไทยอาจถูกทาบทามไปร่วมงานรัฐบาลนั้น ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าดึงคนของพรรคไปแน่&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
พรรคใหม่ขอเป็นฝ่ายค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันที่โรงเรียนอนุบาลเลิศนุวัตร แกนนำพรรคพลังพลเมืองไทย นำโดยนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้แถลงข่าวว่า พรรคมีนโยบายหลักคือลดความขัดแย้ง ลดความเหลื่อมล้ำ และตั้งใจจะมาเป็นฝ่ายตรวจสอบ ถ้ามีโอกาสเลือกได้ต้องการเป็นฝ่ายค้านเพื่อทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรให้พี่น้องประชาชน ไม่สนใจเรื่องฝ่ายบริหารเพราะเสียงน้อย และขอเชิญชวนเพื่อนๆ ที่เริ่มก่อตั้งพรรค เริ่มจดทะเบียน แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กกต.และ คสช. ถ้าเห็นว่าธุรการด้านการตั้งพรรคนั้นยาก อยากเชิญชวนเพื่อนๆ มาร่วมกับพรรคพลังพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายไหนก็แล้วแต่ มีที่นั่งให้ มาใช้ความคิด มาต่อสู้ร่วมกัน ถ้าเป็นไปได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;อยากเชิญชวนพรรคที่ก่อตั้งสำเร็จแล้ว ทั้งที่เป็นพรรคใหม่ พรรคเก่าแก่ ถ้ามีอุดมการณ์ตรงกัน อยากมาเป็นฝ่ายตรวจสอบ มาเป็นสหพรรคเพื่อต่อสู้กับพรรคการเมืองที่คิดว่าจะเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งฝ่ายที่กำลังล่า ส.ส.และฝ่ายที่กำลังตั้งพรรคใหม่ กลุ่มทุน เนื่องจากทุกวันนี้การตรวจสอบของเราอ่อนแอ &amp;nbsp;หน่วยงานตรวจสอบสูงสุดของประเทศ อาทิ ป.ป.ช.ยังไม่เป็นที่เชื่อถือของประชาชน&amp;rdquo; นายสัมพันธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคสนใจร่วมพูดคุยกับพรรคของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หรือไม่ นายสัมพันธ์กล่าวว่ายินดีพูดคุย เพราะส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ในการแถลงข่าว นายเอกพร รักความสุข อดีต รมช.แรงงานและสวัสดิการสังคม หนึ่งในแกนนำพรรคได้แจกจ่ายเอกสารการปรับโครงสร้างทางการเมืองไทย โดยมีหัวข้อความเป็นจริงของการเมืองไทยที่มีการไล่ลำดับปัญหาความขัดแย้งในอดีตจนเกิดการรัฐประหารถึง 2 ครั้งในรอบห่างกันไม่ถึง 10 ปี รวมถึงนโยบายพรรคที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่แบ่งออกเป็น 10 หัวข้อเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเอกสารยังระบุด้วยว่า พรรคพลังพลเมืองไทยจะเป็นพรรคการเมืองที่เปิดกว้างในการรักษาระบบรัฐสภา ด้วยการเป็นแกนกลางในการประสานทุกพรรคการเมือง เพื่อร่วมมือกันทำให้ระบบรัฐสภามีความเข้มแข็ง เป็นระบบการเมืองที่พลเมืองไทยไว้วางใจได้ พรรคพลังพลเมืองไทยพร้อมร่วมมือกับทุกพรรคการเมืองตั้งแต่เวลานี้ เพื่อสร้างความเห็นพ้องต้องกันในการพัฒนาระบบรัฐสภาที่มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;ส่วนขั้นตอนและรายละเอียดในการทำกิจกรรมร่วมกันของทุกพรรคการเมือง หรือแม้กระทั่งการรวมตัวในรูปแบบสหพรรค ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของทุกพรรคการเมืองเป็นหลัก เป้าหมายสำคัญวันนี้อยู่ที่การดับไฟการเมืองด้วยระบบรัฐสภา ซึ่งพรรคพลังพลเมืองไทยจะได้ประสานกับทุกพรรคการเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการความเคลื่อนไหวเรื่องการยืนยันสมาชิกพรรคนั้น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า หลังจากได้ไปตรวจสอบการขึ้นทะเบียนยืนยันสมาชิกเดิมของพรรคหลายจังหวัด พบว่าสมาชิกต่างเสียดายโอกาสที่มีเวลาน้อยในการยืนยันการเป็นสมาชิก เพราะช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงอยากเสนอประธาน คสช.เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มีเวลาพบปะกับตัวแทนของพรรคเพื่อจะได้ยืนยันสมาชิกอย่างสบายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไหนๆ เวลานี้ก็ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มีนายสมคิดเป็นเถ้าแก่เตรียมตั้งพรรคการเมืองรองรับ โดยใช้งบประมาณแผ่นดินสร้างความนิยมไปพลางๆ พร้อมเดินสายดูดกลุ่มการเมืองพื้นที่เจ้าพ่อเจ้าแม่เข้าสังกัด ยังไม่นับงบประมาณโครงการต่างๆ ที่ลงในจังหวัดเหล่านั้น จุดนี้ พล.อ.ประยุทธ์และคณะก็ได้เปรียบหรือเอาเปรียบไปหลายขุมแล้ว ดังนั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์จะยืดเวลาการยืนยันสมาชิกเดิมของสถาบันการเมืองอื่นน่าจะเป็นการโชว์สปิริตในฐานะลูกผู้ชาย&amp;rdquo; นางมัลลิกากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรค ปชป.กล่าวถึงความคืบหน้าในการส่งคำชี้แจงเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่าทีมกฎหมายได้หารือกันเพื่อจัดทำข้อสรุปเนื้อหาคำชี้แจง ก่อนนำไปชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 25 เม.ย.นี้ โดยมีประเด็นสำคัญที่มั่นใจว่าจะมีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้ศาลเข้าใจถึงเหตุผลการยื่นคำร้องของพรรค &amp;nbsp;และเข้าใจถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติจริง คือการยืนยันสมาชิกพรรคซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.จนถึงขณะนี้พบว่ามีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ การมีวันหยุดราชการจำนวนมากในเดือน เม.ย. ทำให้เหลือเวลาเปิดทำการได้เพียง 20 วัน ประชาชนไม่อยู่ในภูมิลำเนา ซึ่งส่งผลต่อการยืนยันตัวเองของสมาชิกพรรค เพราะพรรคมีสมาชิกมากกว่า 3 ล้านคน การใช้ระยะเวลายืนยันสมาชิกเพียงแค่ 30 วันถือว่าไม่มากพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัตน์กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์จะเรียกประชุมทีมกฎหมายของพรรคในวันที่ 24 เม.ย. เวลา 14.00 น.เพื่อตรวจสอบคำชี้แจง รวมถึงประเด็นที่อาจแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งหารือกันถึงข้อสรุปว่านายอภิสิทธิ์จะเดินทางไปชี้แจงต่อศาลด้วยตัวเอง หรือมอบหมายให้ทีมกฎหมายเป็นผู้ดำเนินการแทน แต่มั่นใจว่าศาลจะวินิจฉัยโดยเร็วเพื่อจะไม่กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7705</URL_LINK>
                <HASHTAG>การดูดนักการเมือง, การเมืองแบบเก่า, จัดตั้งพรรคทหารสืบทอดอำนาจ, ธุรกิจอย่าต่อท่อน้ำเลี้ยง, นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายวิษณุ เครืองาม, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf8d096b7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
