<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15196</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครทำธุรกิจกับอิหร่าน สหรัฐจะไม่ทำธุรกิจกับผู้นั้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นคำเตือนล่าสุดจากประธานาธิบดีทรัมป์ หลังประกาศจะคว่ำบาตรเศรษฐกิจอิหร่านอย่างรุนแรงที่สุด และที่ทำเช่นนี้ &amp;ldquo;ก็เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีผลต่อทุกบริษัทในโลก :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญที่ต้องตีความคือ รัฐบาลทรัมป์หมายถึงทุกบริษัทในโลกจริงๆ ใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นจะเป็นมาตรการที่รัฐบาลสหรัฐข่มขู่เล่นงานบริษัทเอกชนทั่วโลก&amp;nbsp; โดยไม่สนใจว่าเป็นบริษัทสัญชาติใด และที่น่ากังวลคือห้ามทำธุรกรรมการเงินผ่านธนาคารของสหรัฐซึ่งบริษัทใหญ่เล็กทั่วโลกต่างใช้บริการด้วยกันทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กรณี บริษัทยุโรปที่ลงทุนในอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่ มาตรการล่าสุดมีผลต่อบริษัทยุโรปที่ไปลงทุนในอิหร่านจำนวนมาก บริษัทเหล่านี้มักมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลตนเอง (แม้กระทั่งกับรัฐบาลสหรัฐ) หลายบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลก กองทุนต่างๆ มีส่วนถือหุ้น ถ้าพูดถึงความเสียหายที่เป็นรูปธรรม ความเสียหายเกิดกับบริษัทของอียูนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทันทีที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศนโยบายดังกล่าว สหภาพยุโรปแสดงจุดยืนทำธุรกิจกับอิหร่านต่อ ทั้งยังจะรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำกับอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าตีความในแง่บวก อียูและบริษัทของอียูเท่านั้นที่สามารถทำธุรกิจกับอิหร่านต่อไป เพราะเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนอียูกับรัฐบาลทรัมป์มีข้อตกลงว่าจะไม่ขึ้นภาษีสินค้าต่อกันอีก จนกว่าจะแก้ปัญหาเดิมที่มีอยู่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าตีความในแง่ลบ รัฐบาลของอียูไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยืนยันให้ทำธุรกิจต่อ เพราะหากกลับลำเท่ากับยอมรับว่านโยบายที่ส่งเสริมให้ติดต่อกับอิหร่านนั้นผิดพลาดครั้งใหญ่ บริษัทเสียหายมากมายเกินว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือรัฐบาลสหรัฐจะเล่นงานอียูตามคำขู่หรือไม่ จะสั่งเลิกทำธุรกิจกับบริษัทยุโรปจริงหรือไม่ หรือว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงคำขู่ หรือเลือกปฏิบัติต่อบางบริษัทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามีการเล่นงานบริษัท คำประกาศจุดยืนของอียูที่ให้ทำธุรกิจกับอิหร่านต่อไปเท่ากับ &amp;ldquo;พูดไปอย่างนั้นเอง&amp;rdquo; เพราะรัฐบาลสหรัฐตอนนี้มีสิทธิ์คว่ำบาตรทุกบริษัท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือหมายความหมายที่ซ่อนอยู่ของจุดยืนทำธุรกิจกับอิหร่านต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หากทรัมป์คว่ำบาตรบริษัทเหล่านั้น อียูจะช่วยเอกชนของตนได้แค่ไหน คุ้มค่าหรือไม่ สุดท้ายการตัดสินใจอยู่ที่บริษัทเอกชนนั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าความเข้าใจเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร หลายบริษัทระงับการดำเนินกิจการในอิหร่านแล้ว ตัวอย่างบริษัทใหญ่ๆ เช่น บรรษัทน้ำมันเทเทล (Total) เครือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ PSA และเรโน (Renault) ของฝรั่งเศส แม้กระทั่งบริษัทรถยนต์เดมเลอร์ เอจี (Daimler AG - รถเบนซ์) ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าควรทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าหากไม่กลัว ทำไมต้องระงับธุรกิจกับอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อธิบายด้วยแนวคิดจักรวรรดินิยม :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บทความ Trump Goes From Threatening Iran to Threatening the World ของ คริสนาเดฟ กามามูร์ (Krishnadev Calamur) นำเสนออย่างน่าสนใจว่านโยบายต่ออิหร่านในขณะนี้ไม่ได้มุ่งเล่นงานอิหร่านเท่านั้น มีผลต่อทุกประเทศทั่วโลก มุ่งภาคเอกชนโดยไม่เลือกว่าเป็นบริษัทใด จากประเทศไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ไม่ได้มุ่งประเด็นการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น ดังที่เคยนำเสนอในบทความก่อนว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านในขณะนี้มีเพื่อสันติเท่านั้น เหมือนประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ (เช่น ผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ใช้รังสีนิวเคลียร์รักษาโรคมะเร็ง) การใช้นิวเคลียร์อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจากหน่วยงานสหประชาชาติอย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่รัฐบาลสหรัฐกล่าวหาอิหร่านเรื่องอื่นๆ คือ เรื่องสนับสนุนก่อการร้าย บ่อนทำลายคุกคามเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพวกซาอุฯ กับอิสราเอล เหล่านี้เป็นประเด็นที่ต้องอธิบายรายละเอียดซับซ้อน แต่ถ้ารัฐบาลอิหร่านยอมรับเท่ากับต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งหมด แม้กระทั่งเปลี่ยนผู้ปกครองประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เท่ากับว่ากำลังข่มขู่บังคับให้อิหร่านสูญเสียอธิปไตย อยู่ใต้อำนาจของรัฐบาลสหรัฐนั่นเอง นี่คือการสำแดงความเป็นจักรวรรดินิยมของอเมริกาในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทรัมป์ที่เอ่ยว่า &amp;ldquo;เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo; น่าจะตีความได้ว่าคือสันติภาพที่สหรัฐเป็นอภิมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว เป็นเจ้าโลก ประเทศอื่นๆ เอกชนทุกรายทุกคนต้องอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีอิหร่าน อียูเป็นตัวอย่างที่ดี ความขัดแย้งเรื่องถอนตัวจากโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน คว่ำบาตรอิหร่าน เป็นประเด็นล่าสุดที่สมาชิกบางประเทศของอียูเห็นว่าอียูควรมีนโยบายต่างประเทศที่ถอยห่างจากอเมริกามากขึ้น มีอิสระมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุด ไฮโค มาส (Heiko Maas) รมต.ต่างประเทศเยอรมันกล่าวว่าเยอรมันกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปจะรักษาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านต่อไป สหรัฐกำลังโดดเดี่ยวตัวเอง ความมั่นคงของตะวันออกกลางเป็นประโยชน์ต่อเยอรมัน หากระบอบอิหร่านล้มจะยิ่งก่อปัญหาหนักกว่าเดิม เยอรมันมีผลประโยชน์ของตัวเองที่ต้องรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การยืนยันจุดยืนที่แตกต่างของอียูเป็นการประกาศว่าอียูไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของอเมริกา (หรือลดน้อยลง) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียแถลงว่าเป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐละเมิดข้อมติ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงประชาชาติ (เรื่องนิวเคลียร์อิหร่าน) ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอยู่เหนือกติกา เหนือกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอีกลักษณะเด่นของจักรวรรดินิยมอเมริกาที่มุ่งเขียนกติกาโลกเพื่อตัวเอง และฉีกกติกานั้นเมื่อเห็นว่าไม่ได้ประโยชน์มากพอ โดยพูดว่าขอเจรจาใหม่ ดังที่ทรัมป์ขอเจรจากับอิหร่านใหม่อีกรอบ ซึ่งหมายถึงอิหร่านต้องสูญเสียอธิปไตย สหรัฐมีนิวเคลียร์ป้องกันประเทศได้ อิสราเอลมีได้ แต่อิหร่านห้ามมี อิสราเอลสามารถไล่รื้อที่ปาเลสไตน์อย่างผิดกฎหมาย แต่อิหร่านไม่สามารถทำสิ่งใดๆ แม้กระทั่งพูดจาต่อต้านต่อประเทศที่คุกคามตน มีแต่ทรัมป์ที่จะพูดอะไรอย่างไรก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แสดงพลังอำนาจของจักรวรรดินิยม :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องราวที่เกิดกับอิหร่านสามารถอธิบายผ่านลัทธิจักรวรรดินิยมสมัยใหม่ ที่ความเป็นจักรวรรดินิยมเน้นการมีอำนาจอิทธิพลหรือรัฐหรือประเทศอื่นๆ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์จากประเทศนั้นเข้าตัวเองให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐทำต่ออิหร่านไม่ได้มุ่งหวังต่ออิหร่านเท่านั้น แต่เป็นการแสดงพลังอำนาจของจักรวรรดิ เพื่อให้ประเทศอื่นๆ ยอมสยบ โดยใช้ยุทธศาสตร์สร้างศัตรู (เช่น ให้อิหร่านเป็นศัตรู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลักยุทธศาสตร์สร้างศัตรู คือ ทำให้เป้าหมายกลายเป็นภัยคุกคามที่ต้องกำจัด จัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้วยการยกหลักการหรือเหตุผลบางอย่างที่ร้ายแรงมากและมักเกินจริง เพื่อชี้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรูที่ต้องจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเผชิญหน้าและแตกหัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลักการกับเหตุผลที่หยิบยกไม่จำต้องถูกต้อง เพราะเป้าหมายไม่ใช่เพื่อความถูกต้องสมเหตุผล เป็นเพียงกระบวนการหนึ่งเพื่อสร้างศัตรูขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ควรตระหนักคือ ไม่ว่ายุคสมัยใด รัฐบาลสหรัฐจะต้องเล่นงานประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อแสดงพลังอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุคประธานาธิบดีทรัมป์แสดง &amp;ldquo;อำนาจ&amp;rdquo; ชัดเจนกว่าบางรัฐบาล ไม่ใช้วิธีปิดลับ ไม่ค่อยอ้างเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของตัวรัฐบาล อีกเหตุผลคือความเป็นประชาธิปไตยของสหรัฐกำลังถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าอธิบายกรอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเล่นงานอิหร่านไม่มีผลโดยตรงต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐ แต่มีผลทางอ้อม เป็นการส่ง &amp;ldquo;คำเตือน&amp;rdquo; ถึงนานาชาติว่าหากไม่ยอมมอบผลประโยชน์แก่สหรัฐเท่าที่เขาต้องการ ประเทศนั้นอาจเป็น &amp;ldquo;ปรปักษ์&amp;rdquo; รายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งในผลประโยชน์ที่สหรัฐเป็นเจ้าโลกคือสามารถกดดันให้นานาประเทศใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นค่าเงินหลักเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค่าเงินดอลลาร์ปัจจุบันเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ เป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐสามารถพิมพ์เงินออกมาใช้จ่ายเรื่อยๆ โดยกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ในอนาคตหากนานาชาติยกเลิกหรือลดการใช้เงินสกุลดอลลาร์ ค่าเงินจะอ่อนค่ารุนแรง กระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอเมริกาอย่างมหาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;คำถามที่ซ่อนอยู่และบวกแง่บวก :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าไม่เอ่ยเรื่องการเมืองระดับโลกที่บางคนคิดว่าไกลตัว คำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์มีคำถามที่ซ่อนอยู่คือ การที่บริษัทหนึ่งถูกห้ามทำธุรกิจกับสหรัฐจะส่งผลดีผลเสียต่อสหรัฐอย่างไร พลเมืองอเมริกันคือผู้ต้องจ่ายราคาแก่นโยบายเล่นงานอิหร่านของทรัมป์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่คือคำถามสำคัญที่ยังรอคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท้ายที่สุด ถ้ามองแง่บวกต่ออิหร่าน ในระยะยาวการคว่ำบาตรอาจไม่ส่งผลเป็นรูปธรรมมากนัก ญี่ปุ่น อินเดียและบางประเทศยังซื้อน้ำมันจากอิหร่านต่อไป บริษัทเอกชนหลายประเทศยังสามารถทำธุรกิจกับอิหร่าน เพราะอีกไม่นานทรัมป์จะอธิบายว่าการใช้มาตรการจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป หรือไม่ก็ทำเป็นหลับหูหลับตา ไม่รู้ไม่เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์ก็เป็นเช่นนี้ ทั้งหมดขึ้นกับการเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;-----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าที่ทำเช่นนี้ &amp;ldquo;เพื่อสันติภาพโลก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724.393301.153080620724/10161365431805725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15196</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองระหว่างประเทศ, การเมืองโลก, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ทรัมป์, ปูติน, สถานการณ์โลก, สหรัฐอเมริกา, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิสัยทัศน์โลกในอีก 10 ปีข้างหน้าของสีจิ้นผิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในที่ประชุม BRICS Business Forum เมื่อไม่กี่วันก่อนประธานาธิบดีสีจิ้นผิง แสดงวิสัยทัศน์ว่าโลกในอีก 10 ปีข้างหน้าจะแตกต่างจากปัจจุบัน เรื่องราวระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิม ระบบโลกาภิบาล (global governance system) จะเปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความนี้นำเสนอสาระสำคัญของสุนทรพจน์ พร้อมการวิเคราะห์ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา เราเห็นของแปลกใหม่หลายอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นโลกแห่งโอกาสและความท้าทาย สิ่งที่ขับเคลื่อนโลกให้เติบโตจะเป็นของใหม่ที่เข้ามาแทนของเดิม&amp;nbsp; ความเป็นไปของโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบโลกาภิบาลจะเปลี่ยนไป ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างมาจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาตา (big data) quantum information (ระบบข้อมูลที่ประมวลผลและถ่ายโอนอย่างรวดเร็วมาก) เทคโนโลยีชีวภาพ เหล่านี้จะก่อให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ธุรกิจใหม่ เปลี่ยนแปลงแนวทางพัฒนาของโลก วิถีการทำงานและดำเนินชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำต้องร่วมมือแบบทุกฝ่ายได้ประโยชน์ สร้างเศรษฐกิจแบบเปิด การเปิดกว้างและความร่วมมือเอื้อการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องปฏิเสธสงครามการค้าเพราะไม่มีฝ่ายใดชนะ ความเป็นเจ้าเศรษฐกิจยิ่งต้องปฏิเสธ (Economic hegemony) เพราะบั่นทอนผลประโยชน์ร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ท้ายที่สุดผู้ที่ดำเนินแนวทางนี้มีแต่ทำร้ายตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เศรษฐกิจโลกอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านและกำลังเปลี่ยนแปลง ประเทศที่เปิดเท่านั้นจะได้รับผลประโยชน์ร่วมกับประเทศอื่นๆ แบ่งปันความมั่งคั่งร่วม และการพัฒนาที่ยั่งยืน นี่คือทางเลือกที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องเกาะติดนวัตกรรมและโอกาสพัฒนา ตั้งแต่อดีตกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือแรงผลักดันสำคัญของมนุษยชาติ ผลักดันให้เกิดอารยธรรมเกษตร สู่อารยธรรมอุตสาหกรรม บัดนี้โลกมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง สิ่งใหม่กำลังเกิดและแทนที่ของเก่า เป็นกระบวนการที่ยากลำบากและเจ็บปวด แต่หากประเทศใดยึดฉวยโอกาสเหล่านี้ไว้ได้จะเติบโตและช่วยให้ประชาชนมีชีวิตดีกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ : ประธานาธิบดีสีพูดตรงไปตรงมาว่าสิ่งใหม่ที่จะเกิดนอกจากเป็นโอกาสแล้ว ยังเป็น &amp;ldquo;ความท้าทาย&amp;rdquo; จะเกิดปัญหาแน่นอน หากไม่แก้หรือแก้ไม่สำเร็จจะส่งผลกระทบทางลบ โลกอนาคตใช่ว่าจะมีมุมที่สวยงามอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เราต้องฉวยโอกาสสำคัญนี้เพื่อตลาดเกิดใหม่ และเหล่าประเทศกำลังพัฒนา จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรใช้แนวทางการเติบโตร่วมกันที่ส่งผ่านผลประโยชน์แก่ประชาชนทุกประเทศ การพัฒนาที่ไม่เท่ากันและน้อยเกินไปเป็นความท้าทายที่ทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ระยะห่างระหว่างฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ยังสูงอยู่ (กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกับกำลังพัฒนา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันร้อยละ 80 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเป็นผลมาจากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ร้อยละ 40 ของผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกมาจากประเทศเหล่านี้ ด้วยอัตราการเติบโตปัจจุบันในอีก 10 ปีข้างหน้าร้อยละ 50 ของผลผลิตเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในมือของประเทศเหล่านี้ และจะยังคงเพิ่มมากขึ้นๆ&amp;nbsp; ระดับการพัฒนาระหว่างโลกฝ่ายเหนือกับใต้จะสมดุลมากขึ้น เอื้อให้สันติภาพโลกเข้มแข็งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ : จีนกับอินเดียวางตัวเองอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 2 ประเทศนี้จะเป็นกำลังสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ระบบโลกาภิบาลจะเปลี่ยนไป :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในประเด็นระบบโลกาภิบาล ประธานาธิบดีสีชี้ว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ระบบหลายขั้ว โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจจะถดถอย ภายใต้เงามืดของลัทธิก่อการร้าย ความขัดแย้งที่ใช้อาวุธสงคราม เหล่านี้ยังจะหลอกหลอนประเทศสหรัฐต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลัทธิกระทำฝ่ายเดียว (Unilateralism) และลัทธิปกป้องการค้า (protectionism) จะทวีความรุนแรง ทำลายระบบการเมืองพหุภาคีและระบอบการค้าพหุภาคี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาคมโลกมาถึงทางแยก ต้องเลือกระหว่างความร่วมมือกับการเผชิญหน้ากัน ระหว่างการเปิดออกกว้าง (opening-up) กับนโยบายปิดประเทศ และระหว่างผลประโยชน์ร่วมกับนโยบายผลักเพื่อนบ้านให้เป็นยาจก&amp;nbsp; (Beggar-thy-neighbor policy) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเหตุนี้ระบบโลกาภิบาลที่กำลังเปลี่ยนแปลงจึงก่อผลกระทบรุนแรงต่อการพัฒนาของทุกประเทศ โดยเฉพาะต่อตลาดเกิดใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา ต่อความมั่งคั่งและเสถียรภาพโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องสร้างระบบโลกที่ตั้งอยู่ในบนกฎเกณฑ์ มุ่งให้ทุกประเทศได้ประโยชน์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ : ตั้งแต่เรื่องโลกาภิบาล ลัทธิก่อการร้าย การกระทำฝ่ายเดียว จนถึงนโยบายปิดประเทศ ประธานาธิบดีสีมุ่งชี้ไปที่รัฐบาลสหรัฐ คงไม่มากเกินไปถ้าจะสรุปว่า ในมุมมองของประธานาธิบดีสีโลกในขณะนี้ และอีก 10 ปีข้างหน้าคือการเผชิญหน้าระหว่างขั้วสหรัฐกับขั้วตรงข้ามที่ต่างพยายามสร้างระบบโลกใหม่ตามแนวทางของตนเอง ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสหรัฐกับจีนล้วนแสดงให้เห็นถึงการแบ่งขั้วไม่ว่าจะปรากฏชัดเจนรุนแรงหรือไม่ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทิศทางของกลุ่มบริกส์ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลุ่มบริกส์ต้องยึดมั่นพหุภาคีนิยม ให้ทุกฝ่ายยึดมั่นกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ปฏิบัติต่อทุกประเทศอย่างเท่าเทียม นำประเด็นต่างๆ เข้าสู่การปรึกษาหารือ ต่อต้านความเป็นเจ้าและการเมืองแห่งอำนาจ (power politics) ส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือ ความมั่นคงรอบด้าน เป็นคนกลางร่วมแก้ปัญหาในภูมิภาคต่างๆ และแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์ต่อการสร้างระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่&amp;nbsp; ประชาคมโลกที่แบ่งปันอนาคตของมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จีนยืนยันที่จะร่วมสร้างเศรษฐกิจโลกแบบเปิด ต่อต้านลัทธิกระทำฝ่ายเดียวและปกป้องการค้า สนับสนุนตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิเคราะห์ : ความตอนท้ายแสดงท่าทีชัดว่าจีนจะไม่อยู่เฉย จะมีส่วนสร้างระบบความสัมพันธ์ประเทศแบบใหม่ที่ต่างจากปัจจุบัน เป็นระบบที่แบ่งปันผลประโยชน์ที่ไม่ใช้หลักความเป็นเจ้า ซึ่งจะสำเร็จเป็นจริงหรือไม่ เป็นเรื่องต้องติดตาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก เทคโนโลยีกับการเมืองระหว่างประเทศ 2 ปัจจัยที่ขับเคลื่อนและควบคุมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสุนทรพจน์ที่ไม่ยาวนัก สรุปสั้นๆ ได้ว่าพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนโลกในขณะนี้มาจาก 2 ปัจจัย นั่นคือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีกับการเมืองระหว่างประเทศ (บางคนอาจเอ่ยถึงประเด็นศาสนาความเชื่อ ความต้องการพื้นฐาน เช่น กิเลส ความรักสบาย แรงผลักดันจากปากท้อง) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ควรย้ำเตือนคือความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลง มีผลต่อการพัฒนาประเทศ และต่อระบบโลกในที่สุด เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ใครก็หยุดไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนว่าความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไม่ขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่ง มีแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า มีนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ เป็นพลังจากหลายภาคส่วน ที่สำคัญคือภาคธุรกิจเอกชนกับปัจเจกบุคคลทั่วโลก พลังนี้กำลังเปลี่ยนแปลงระบบโลก ความเป็นไปของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะตัวแสดงสำคัญต่อการควบคุมกฎเกณฑ์ภายในประเทศและโลก วางระบบโลกที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตนมากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 ระบบโลกแบ่งขั้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงย้ำเน้นส่งเสริมโลกพหุภาคี แต่แนวทางของจีน (หรือกลุ่มบริกส์) กับสหรัฐ ล้วนกำลังแบ่งโลกให้เป็น 2 ขั้วมากขึ้น คือขั้วที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้วางกฎ กับอีกขั้วที่ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐเป็นผู้วางกติกา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเป็นขั้วจะมีทั้งแบบกลุ่มความร่วมมือ เช่น อียู กลุ่มที่มีซาอุฯ เป็นแกนนำ อาเซียน กับการแบ่งขั้วที่อิงมหาอำนาจ มีทั้งที่อิงสหรัฐ จีน และรักษาระยะห่างระหว่างมหาอำนาจ เช่น แนวทางอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่น่าคิด คือ ความเป็น 2 ขั้วจะเด่นชัดมากขึ้นหรือไม่ หากรัฐบาลจีนแสดงตัวเข้าพัวพันโลกมากขึ้น น่าเชื่อว่าจะยิ่งทำให้ความเป็นขั้วเด่นชัดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 ข้อเตือนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีสีเอ่ยประโยคสำคัญว่าจำต้องฉวยโอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศตนเอง ถ้ามองในระดับปัจเจกบุคคล ย่อมสรุปว่าแต่ละคนจะคว้าโอกาสได้ไม่เท่ากัน ดังที่รับรู้กันทั่วไปว่าบางคนพัฒนาตามทันเทคโนโลยีบางคนยังย่ำอยู่กับที่หรือไปได้ช้า ผู้ที่ย่ำอยู่กับที่กลายเป็นคนล้าหลัง ถูกทิ้งไว้กับเทคโนโลยีความรู้เก่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีสีพูดถึงโอกาสและความท้าทายการพัฒนาประเทศ แต่โอกาสนี้จำต้องถึงมือประชาชน และในโอกาสมีความท้าทายที่เจ็บปวดรวมอยู่ด้วย เป็นเรื่องที่จำต้องก้าวผ่านหากคิดจะเปลี่ยนแปลงจริงๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรวมแล้ว ในอีก 10 ปีข้างหน้าประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเห็นว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าเดิม ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก ไล่ลงมาจนถึงวิถีชีวิตคนทุกคน ไม่ใช่ทุกประเทศ หรือทุกคนจะได้ประโยชน์เท่ากันแม้จะพยายามก็ตาม แต่การพยายามปรับปรุงพัฒนาดีกว่านั่งนิ่งเฉยแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14271</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองโลก, จีน, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, สีจิ้นผิง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจรจาสุดยอดทรัมป์กับคิม ไม่ซับซ้อนแต่ซับซ้อน (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับจากข่าวรัฐบาลเกาหลีใต้กับสหรัฐหารือสันติภาพระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 18 เมษายน จากนั้นมีรายงานข่าวต่อเนื่องเรื่อยมา ผู้นำ 6 ประเทศอันได้แก่ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่นและรัสเซียเดินทางไปมา มีการประชุมหารือต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนคิดว่าจะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์และหวังให้เป็นเช่นนั้น ตัวแปรสำคัญตามภาพที่ปรากฏคือผู้นำเกาหลีเหนือกับรัฐบาลสหรัฐ หากเกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์กับขีปนาวุธ รัฐบาลสหรัฐพร้อมจะเลิกคุกคามเกาหลีเหนือ เป็นเงื่อนไขตรงไปตรงมา ไม่น่าจะใช้เวลานาน แต่กว่าจะตกลงกำหนดวันประชุมได้มีอุปสรรค เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจกลับไปกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความร่วมมือ 2 เกาหลี ปรารถนาสันติภาพ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการประชุมสุดยอด 2 ผู้นำเกาหลีเมื่อ 24 เมษายนที่ผ่านมาเป็นภาพแสดงให้เห็นว่า 2 เกาหลีจริงจังกับสันติภาพ ยกเลิกการแบ่งแยกและเผชิญหน้าแบบยุคสงครามเย็น เริ่มยุคสมานฉันท์ ประกาศว่าจะให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง ยุติสงครามเกาหลีเหนือที่เริ่มต้นตั้งแต่ 1950&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันที่จริงแล้วรัฐบาลเกาหลีเหนือแสดงท่าทีพร้อมถอดถอนอาวุธนิวเคลียร์มานาน ถ้าสหรัฐจะอยู่อย่างสันติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองเหตุการณ์ระยะสั้นที่เกาหลีเหนือทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์ ทดลองยิงขีปนาวุธรุ่นใหม่ๆ วิวาทะระหว่างผู้นำคิม จ็องอึน (Kim Jong-un) กับรัฐบาลสหรัฐอาจทำให้คิดว่าเกาหลีเหนือก้าวร้าว ต้องการความรุนแรง ความจริงแล้วฝ่ายเกาหลีเหนือพยายามยื่นเสนอสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยกตัวอย่าง ในสมัยผู้นำคิม จอง อิล (Kim Jong-il ) บิดาผู้นำคนปัจจุบันเคยเข้ากระบวนการเจรจาสันติภาพกับรัฐบาลบิล คลินตัน (Bill Clinton) ในเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นวาระประธานาธิบดีคลินตันดูเหมือนทุกอย่างไปด้วยดี กำลังจะบรรลุข้อตกลง แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลเป็นจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช (George W. Bush) สถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ บุชประกาศเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงเทียบเท่าอิหร่านกับอิรัก กระบวนการเจรจาสันติภาพเป็นอันยุติโดยปริยาย นับวันมีหลักฐานชี้ว่ารัฐบาลบุชต้องการล้มล้างระบอบเกาหลีเหนือหลังล้มระบอบซัดดัม ฝ่ายเกาหลีเหนือตอบโต้ด้วยการเดินหน้าพัฒนาอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีนี้จะเห็นว่าสันติภาพจะเกิดหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ขึ้นกับยุทธศาสตร์ที่วางไว้ รัฐบาลสหรัฐจะประกาศให้เป็นมิตรหรือศัตรูก็ได้ ส่วนเหตุผลสามารถ &amp;ldquo;สร้างขึ้น&amp;rdquo; ตามหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บุชมาจากพรรครีพับลิกัน ทรัมป์ก็เช่นกัน รีพับลิกันต้องการเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ ทรัมป์แสดงออกชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในบรรดาประเทศที่เกี่ยวข้อง เกาหลีใต้น่าจะเป็นประเทศที่ต้องการสันติภาพที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลเกาหลีใต้ทุกชุดมีนโยบายสร้างสันติภาพ รวม 2 เกาหลีเข้าด้วยกัน เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่ของคนเกาหลี รัฐบาล Kim Dae-Jung เป็นตัวอย่างที่ดีประกาศนโยบาย Sunshine Policy แผนขั้นแรกคือเกาหลีเหนือต้องยุติการยั่วยุทางทหารทุกอย่าง ด้านเกาหลีใต้จะเลิกคิดรวบเกาหลีเหนือมาเป็นของเกาหลีใต้ ประกันความมั่นคงของเกาหลีเหนือ ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน (Moon Jae-in) กล่าวถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นว่ารัฐบาลสหรัฐตกลงกับเกาหลีใต้แล้วว่าหากคิดจะโจมตีเกาหลีเหนือต้องได้รับความเห็นชอบจากเกาหลีใต้ก่อน ไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้วิธีการใดต้องหารือกับเกาหลีใต้และได้รับความเห็นชอบก่อนลงมือ &amp;ldquo;ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดสงคราม&amp;rdquo; จะแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือด้วยการคว่ำบาตร กดดันและเจรจาหารือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากความขัดแย้งบานปลายกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ เกาหลีใต้จะกลายเป็นสมรภูมิรบทันที และจะเป็นประเทศที่สูญเสียมาก (อาจเป็นรองแค่เกาหลีเหนือเท่านั้น) เกิดคำถามว่าสงครามที่เกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของใคร ทำไมเกาหลีใต้ต้องเสียหายมหาศาล ทำไมต้องพาประเทศสู่ความตกต่ำและทุกข์ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน จึงย้ำว่ารัฐบาลไม่ต้องการสงคราม และจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดสงคราม พร้อมกับอธิบายว่าเหตุที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงก้าวร้าวเพราะหวังกดดันเกาหลีเหนือ รัฐบาลเห็นชอบด้วย ขอเพียงแต่ต้องไม่บานปลายเป็นสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแข็งและจุดอ่อนในตัว :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่สหรัฐยื่นเงื่อนไขว่าเกาหลีเหนือจะต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์กับขีปนาวุธพิสัยไกลโดยสิ้นเชิง มีจุดแข็งที่ &amp;ldquo;อาจ&amp;rdquo; ป้องกันไม่ให้เกาหลีเหนือใช้วิธีร่วมข้อตกลงระยะหนึ่งแล้วล้มเลิกข้อตกลง ข้อเสียคือ เมื่อเป็นการยุติโดยสมบูรณ์ถาวร เกาหลีเหนือใช้จุดนี้เรียกร้อง &amp;ldquo;สันติภาพถาวร&amp;rdquo; จากฝ่ายสหรัฐด้วย เช่น ยุติสงครามเกาหลีที่ยังไม่ประกาศยุติสงคราม สหรัฐต้องเลิกคิดโจมตีเกาหลีเหนือ ไม่ใช่แค่ผ่อนคลายการคว่ำบาตร ให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าวิเคราะห์ให้ลึกกว่านี้ แท้จริงแล้วเกาหลีเหนือไม่ได้เป็นภัยคุกคามรุนแรงดังที่รัฐบาลสหรัฐเอ่ยถึง แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ฝ่ายสหรัฐมักใช้เสมอเพื่อเหตุผลอื่นๆ เช่น เหตุผลที่สหรัฐต้องมีอำนาจทางทหารสูงสุด ต้องเพิ่มงบกลาโหม ยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้า ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และดังที่เคยนำเสนอแล้ว หากเกาหลีเหนือใช้นิวเคลียร์จริง (สมมุติว่าเป็นเช่นนั้น) เท่ากับฆ่าตัวตาย สหรัฐจะต้องล้มล้างระบอบเกาหลีเหนืออย่างสิ้นซากรวมทั้งตัวผู้นำคิมและผู้นำสำคัญๆ เป็นเหตุผลว่าเกาหลีเหนือใช้ประเด็นนิวเคลียร์เพื่อขู่เท่านั้นแต่จะไม่ใช่จริง (และอาจไม่มีโอกาสใช้ด้วยซ้ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อผนวกกับที่รัฐบาลสหรัฐมักพูดว่าต้องการสันติภาพ ต้องการให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ เมื่อเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จีน รัสเซีย ร่วมกันประสานเสียงเจรจาปลอดนิวเคลียร์ รัฐบาลทรัมป์ได้แต่เดินหน้าเจรจาสุดยอดไปก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทันสมัย แรงกดดันต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าวิเคราะห์ปัจจัยภายใน รัฐบาลเกาหลีเหนือจะพูดอย่างไรก็ได้ เช่น สหรัฐต้องการทำลายล้างประเทศตน การปฏิวัติยังต้องดำเนินต่อไป แต่ทำไมตลอดเวลาเกือบ 7 ทศวรรษนับจากปฏิวัติยังต้องอยู่อย่างยากลำบาก ทำไมคนประเทศอื่นสุขสบายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีเหนือพยายามควบคุมสื่อและการรับรู้ของประชาชน แต่ไม่อาจห้ามการลักลอบขายซีดีเถื่อนจากจีน คนเกาหลีเหนือฟังเพลง K-pop นิยมดูซีรีย์ล่าสุดของจีนกับเกาหลีใต้ เห็นความก้าวหน้าของ 2 ประเทศนี้ที่นับวันจะทันสมัย จีนเป็นกรณีตัวอย่างที่ดีถ้ายังมองว่าประเทศนี้เป็นสังคมนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้รัฐบาลควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ไม่อาจห้ามความอยากอยู่ดีกินดี คนที่อิ่มท้องจะแสวงหาความสุขอื่นๆ เช่น แต่งกายดี มีสิ่งที่แสดงออกว่ามีฐานะดีกว่า แม้ต้องระวังการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดมืดเป็นตัวอย่างธุรกิจผิดกฎหมายที่ได้กำไรงาม เป็นโอกาสของบรรดาผู้ถืออำนาจได้ประโยชน์ เป็นธุรกิจผูกขาด ทุกคนรู้ว่ามีตลาดมืดและรู้ว่าผิดกฎหมายแต่ยังคงค้าขายกันต่อไป การที่ข้าราชการ กลุ่มผู้มีเส้นสาย ไม่ยึดแนวทางเรียบง่ายประหยัดตามค่านิยมการปกครอง เป็นหลักฐานความล้มเหลวของอุดมการณ์ ตัวอุดมการณ์เป็นเพียงเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของระบอบเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่คนเกาหลีเหนือเห็นคือความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับสหรัฐและสังคมโลก กลายเป็นคำถามกลับมาสู่ตัวเองว่าแล้วทำไมเกาหลีเหนือไม่อาจเจริญก้าวหน้า ทำไมต้องทนลำบากมาหลายสิบปีและอาจต้องทนอยู่อย่างนี้ต่อไป แม้ประชาชนยังไม่ลุกฮือ ทุกคนต่างรู้ดีว่าการเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ความนิยมต่อรัฐบาลมีแต่ลดน้อยถอยลง ไม่แต่ไม่กล้าเปิดปากพูดตรงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ไหม ขอให้อยู่ดีกินดีได้สักครึ่งของจีนกับเกาหลีใต้ก็ยังดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีเหนือผู้อยู่กึ่งกลางสมรภูมิจีนกับสหรัฐ :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเป็นไปได้ ชนชั้นปกครองเกาหลีเหนืออาจจะต้องการให้ประเทศตนเหมือนจีน คือ ชนชั้นปกครองควบคุมเบ็ดเสร็จ เปิดเสรีเศรษฐกิจเป็นขั้นๆ เป็นมิตรกับเกาหลีใต้และประเทศอื่นๆ พูดสั้นๆ คือ ชนชั้นปกครองยังอยู่ในอำนาจต่อไป ควบคู่กับประเทศเจริญก้าวหน้า ประชาชนอยู่ดีกินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เกาหลีเหนืออยู่ในประวัติศาสตร์กับภูมิรัฐศาสตร์อันเป็นสมรภูมิของมหาอำนาจ เป็นแนวกันชนของจีน รัฐบาลจีนเกรงว่าทหารอเมริกันจะมาประชิดชายแดนจึงพยายามรักษาเกาหลีเหนือให้เป็นแนวกันชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่านี้เป็นเหตุผลสำคัญหนึ่งที่ทำให้เกาหลีเหนือเป็นอย่างที่เห็นอยู่ปัจจุบัน นอกเหนือจากความต้องการของชนชั้นปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับเวียดนาม รัฐบาลเวียดนามเก่งกว่ามากเรื่องการทูต สามารถเป็นมิตรทั้งกับจีน สหรัฐ เพื่อนบ้านอาเซียนและนานาประเทศ (ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้อาเซียนที่ดึงเวียดนามเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวียดนามปัจจุบันจึงอยู่เย็นเป็นสุข ประเทศพัฒนาเหนือกว่าเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเป็นปรปักษ์กับสหรัฐและหลายประเทศนำสู่การคว่ำบาตร เหลือไม่กี่ประเทศที่ติดต่อค้าขายด้วย จีนกลายเป็นคู่ขายสำคัญโดยอัตโนมัติ แม้จะบอกว่าประเทศยัง &amp;ldquo;อยู่ได้&amp;rdquo; แต่จะ &amp;ldquo;อยู่ดี&amp;rdquo; หรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเทียบกับเวียดนามที่ไม่อยู่ในภาวะทำสงครามกับใคร ความสงบสันติเปิดโอกาสสู่การพัฒนา ความก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำประเทศ ผู้บริหารบ้านเมืองจึงสำคัญ หากมีโอกาสเลือกควรใช้สิทธิเลือกให้ดี ส่งเสริมคนดีคนเก่งมีคุณธรรม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูป : จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช (George W. Bush)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/georgewbush/photos/a.176221562420244.52237.114546728587728/1221565084552548/?type=1&amp;amp;theater&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10544</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมืองโลก, คิม, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ทรัมป์, สถานการณ์โลก, สหรัฐ, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
