<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ แนะ ศธ. ถอดรูปแบบการจัดการเรียนสอนจีนในช่วงโควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9มี.ค.64-คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รักษา รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามถึงการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2564 (TCAS) ว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาตามข้อร้งเรียนของนักเรียนอย่างไร ซึ่งตนได้ชี้แจงว่ามติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ไม่สามารถขยับการเลื่อนสอบทีแคสตามข้อร้องเรียนของกลุ่มนักเรียนได้ เนื่องจากจะมีกระทบกับหลายภาคส่วน แต่ในส่วนของศธ.เองจะสอนเสริมและเติมเต็มการเรียนรู้ให้แก่เด็กผ่านรูปแบบออนไลน์ โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปจัดหาบทเรียนและเทคนิคการสอนดีๆจากโรงเรียนดังมาแขวนไว้บนเว็บไซต์ของ สพฐ.และช่อง OBEC Channel เพื่อให้เด็กเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังได้แนะนำให้ ศธ.นำรูปแบบการจัดการเรียนสอนของสาณารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงที่โควิดระบาดหนักที่จีนมาถอดบทเรียน และนำมาต่อยอดให้เข้ากับการจัดการศึกษาของประเทศไทย&amp;rdquo;รมช.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95502</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนการสอน, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ประเทศจีน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdffaf2499d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเปิดรูปแบบ&#039;เรียนแบบไหน ห่างไกลโควิด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค. 2564 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เรียนแบบไหน ห่างไกล โควิด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)จำนวน 1,079 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 28 &amp;ndash; 30 มกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ คือ จำนวนมากหรือร้อยละ 47.8 ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 ระดับมากถึงมากที่สุด รองลงมาคือ ร้อยละ 25.6 ระบุ การเรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด และร้อยละ 11.7 ระบุ การเรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกตามพื้นที่ ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.8 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 36.5 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่ สถาบันการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน นักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ร้อยละ 28.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 22.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน นักเรียนนักศึกษาเสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด นอกจากนี้ ร้อยละ 14.8 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 8.1 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียน ออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียว นักเรียน นักศึกษา เสี่ยงจะติดโควิด-19 มากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง รูปแบบการเรียน ปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 48.1 ระบุ เรียนออนไลน์ ที่บ้านอย่างเดียวห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 24.6 ระบุ เรียนแบบผสมผสานระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 และร้อยละ 27.3 ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษาแบบดั้งเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห่างไกลโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อจำแนกรายพื้นที่ระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับ สมุทรสาคร พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.3 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 39.3 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนออนไลน์ที่บ้านอย่างเดียว ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด &amp;nbsp;ในขณะที่ ร้อยละ 18.5 ของคนกรุงเทพมหานคร เทียบกับ ร้อยละ 30.9 ของคนสมุทรสาคร ระบุ เรียนแบบผสมผสาน ระหว่าง ออนไลน์ กับ สลับไปโรงเรียน ห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด และร้อยละ 25.2 ของคนกรุงเทพฯ เทียบกับ ร้อยละ 29.8 ของ คนสมุทรสาคร ระบุ เรียนที่สถาบันการศึกษา แบบเดิม เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัยห่างไกลโควิด-19 มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.4 พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ต่อ การทำหน้าที่ของ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในขณะที่ร้อยละ 16.9 พอใจปานกลาง และร้อยละ 3.7 พอใจค่อนข้างน้อย ถึง ไม่พอใจเลย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มก้อนของคนกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนของคนที่ไวต่อความรู้สึกความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากกว่ากลุ่มก้อนของคนสมุทรสาคร ในรูปแบบการเรียนที่ห่างไกลโควิด ดังนั้นจากข้อมูลที่ค้นพบครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะทางเลือก 3 แนวทางได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) จำแนกแยกแยะมาตรการรูปแบบการเรียนสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก กับเด็กโต ใช้มาตรการแตกต่างกันโดยยกระดับป้องกันการแพร่ระบาดกับเด็กเล็กสูงกว่า เด็กโต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร ควรจะเคร่งครัดต่อการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ระดับสูงสุดไว้ก่อนโดยเน้นไปที่การเรียนออนไลน์ที่บ้านหรือสถานที่เหมาะสมอื่น แล้วแต่ผู้ปกครองจะพิจารณา เช่น บ้าน ที่ทำงาน และอื่น ๆ ที่เล็งเห็นว่าปลอดภัยมากกว่าให้ไปเรียนที่สถานบันการศึกษาอาจจะป้องกันได้ยากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) รูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน การเรียน ออนไลน์ ที่บ้าน และการสลับไปสถานศึกษา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงและผ่อนปรนผลกระทบต่อครอบครัวและสถานศึกษา ได้สำหรับพื้นที่สมุทรสาคร แต่ สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครน่าจะยังคงไว้ระดับป้องกันความเสี่ยงสูงกว่าสมุทรสาคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะที่น่าพิจารณาอีกประการหนึ่งคือ แต่ละสถาบันการศึกษาหรือเขตการศึกษา ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและแสดงความเห็นต่อผลกระทบจากรูปแบบการเรียนห่างไกลโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมีความปลอดภัยรอดพ้นโควิด-19 ต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91516</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนการสอน, ซูเปอร์โพล, ยุคโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_601623b1ad79d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครูตั้นชงนายกฯ เปิดเรียนเต็มสูบ โอ่UNยกก้นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตีข่าวก้องโลกไทยตัวอย่างรับมือวิกฤติโควิด-19 ยูเอ็นชี้องค์การอนามัยโลกยกเป็นประเทศประสบความสำเร็จจากความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ด้าน &amp;ldquo;ณัฏฐพล&amp;rdquo; ชงนายกฯ ไฟเขียวจัดการเรียนการสอนเต็มรูปแบบพฤหัสฯ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 15 รายในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,345 ราย หายป่วยสะสม 3,148 ราย ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 139 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากอียิปต์ 4 ราย เป็นชายไทยอายุ 22, 23, 26 และ 28 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 24 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 5 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ผลตรวจพบเชื้อวันที่ 5 ส.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า อีก10 รายมาจากซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นนักศึกษาชายไทย 9 ราย อายุระหว่าง 24-28 ปี และเป็นชายไทยพนักงานโรงงาน 1 ราย อายุ 43 ปี ทั้งหมดเดินทางถึงไทยวันที่ 25 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 2 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ผลตรวจพบเชื้อวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของการเข้ากักตัว ทั้งหมดไม่มีอาการ และมาจากญี่ปุ่น 1 ราย เป็นชายไทย อายุ 29 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 31 ก.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.สมุทรปราการ ผลตรวจพบเชื้อวันที่ 5 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการเข้ากักตัว ผู้ป่วยไม่มีอาการ&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 19,256,652 ราย รักษาหายแล้ว 12,357,308 ราย เสียชีวิต 711,680 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนข่าวที่น่าสนใจในต่างประเทศ นางคีตา สภารวัล ผู้แทน องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้เขียนบทความลงในเว็บไซต์ขององค์การสหประชาติ เพื่อแสดงความชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทยในการจัดการกับวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้องค์การอนามัยโลกยกย่องให้ไทยและนิวซีแลนด์เป็นความสำเร็จที่ประเทศอื่นควรศึกษา โดยระบุว่าความสำเร็จนี้มาจาก 3 ปัจจัย 1.การดำเนินมาตรการของรัฐบาล 2.ความรับผิดชอบต่อสังคมของจิตอาสา และ 3.ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนในการช่วยกันป้องกันโรค ดังนั้น จึงขอยกความสำเร็จนี้เป็นความดีความชอบของประชาชนทุกท่าน ศึกนี้ยังอีกยาวนาน ต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนต่อไป&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศไทย วันที่ 7 ส.ค. มี 258 ราย จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และสิงคโปร์ และวันที่ 8 ส.ค. อีก 502 ราย จากเนเธอร์แลนด์ กาตาร์ อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ในวันถัดไปหากพี่น้องท่านใดจะเดินทางกลับขอให้ประสานไปยังสถานทูตแต่ละประเทศนั้น ส่วนที่เลบานอนเรามีความเป็นห่วงและกังวล เพราะมีเรื่องของการระเบิด ทำให้มีคนไทยที่บาดเจ็บ หากใครต้องการความช่วยเหลือทางสถานทูตที่อยู่ใกล้จะช่วยกันดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประชาชนอยากทราบว่ามีโรงแรมใดบ้างที่เข้าร่วมเป็น Alternative State Qurantine (ASQ) รวมทั้งอยากให้แต่ละโรงแรมติดป้ายหน้าโรงแรมเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจก่อนเข้าไปได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เราได้มีการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ w ww.sscovid.com ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพว่ามีโรงแรมใดบ้างที่ร่วมเป็น ASQ ไม่มีการปิดบัง ยืนยันว่าในโรงแรมจะมีมาตรการต่างๆ จะแยกของใช้ มีการตรวจหาเชื้อโควิดถึง 2 ครั้ง มีระบบป้องกันความปลอดภัยผ่านมาตรการควบคุมโรค ถ้ากักตัวไม่ครบ 14 วันห้ามออกนอกโรงแรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่มาโดยส่วนใหญ่เป็นคนปกติไม่มีเชื้อ ความเสี่ยงน้อยมาก เรามีการตรวจ 2-3 ครั้ง ตรวจอย่างเร็วถ้าติดเชื้อก็จะนำตัวออกไปเลย ส่วนการติดป้ายหน้าโรงแรมว่าเป็น ASQ นั้น ต้องให้สิทธิ์ทางโรงแรม ถ้าติดป้ายแล้วแสดงถึงความมีคุณภาพระดับสูง มีประสิทธิภาพของการทำงาน จะเป็นการเชื้อเชิญคนมา เพราะแสดงถึงมาตรฐานที่ดี การจะได้เข้าร่วมต้องผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายความมั่นคง กระทรวงสาธารณสุขอย่างละเอียด&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเข้าฝึกของทหารสหรัฐอเมริกาเข้าพักในไทยโรงแรมคอนราด ผลตรวจโควิดเป็นอย่างไรบ้าง และมีไปพักที่ไหนบ้าง นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า เรื่องนี้กองทัพบกเจ้าภาพร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียด และผลตรวจออกมาแล้วทั้ง 110 ราย ยังไม่พบเชื้อ เข้าพักใน 3 โรงแรมคือ คอนราด อนันตราริเวอร์ไซด์ และดิไอดอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะมีการพิจารณา 5 ประเด็น คือ 1.การเปิดโรงเรียนโดยไม่ต้องสลับกันเรียน ที่จะต้องมีมาตรการรองรับ ทำอย่างไรจะให้เด็กเรียนได้ในห้องเรียนโดยไม่ต้องติดเชื้อ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเสนอรูปแบบขึ้นมาเพื่อพิจารณาร่วมกัน 2.การเปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ในรูปแบบสามารถนั่งได้เต็มทุกที่นั่ง นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า 3.การแข่งขันกีฬาแบบมีผู้เข้าชม ที่ขณะนี้มีการนำร่องแล้วที่ จ.ระยอง โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอรูปแบบเข้ามา เพื่อให้ศบค.พิจารณาในเชิงนโยบาย 4.การขายอาหารบนเครื่องบิน และ 5.การขยายเวลาการเปิดสถานบริการถึงตีสอง อย่างไรก็ตาม การแถลงข่าวที่ทำเนียบฯ ครั้งต่อไปอาจเป็นอีก 1-2 สัปดาห์ ที่มารายงานสถานการณ์ใหญ่ๆ สำคัญๆ แต่หากยังไม่มีอะไรมาก จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่แถลงข่าวทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่าวันนี้ได้มีการพิจารณาให้โรงเรียนสามารถทำเรียนการสอนอย่างเต็มรูปแบบ 100% โดยไม่ต้องเว้นระยะเหมือนแต่ก่อน แต่นักเรียนจะต้องมีการจดบันทึกทุกครั้งว่า เมื่อเลิกเรียนแล้วได้ไปไหนมาบ้าง เพื่อเป็นมาตรการในการติดตามตัวกรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคในสถานศึกษา ซึ่งมั่นใจได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขสามารถจัดการความปลอดภัยในประเทศได้ และมีมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องมีการสลับวันเรียนอยู่หรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า ไม่ต้องแล้ว หากโรงเรียนสามารถบริหารจัดการ เชื่อว่าครูในประเทศไทยสามารถจัดการแนวทางได้ แต่พยายามให้มีการเรียนในห้องเรียนน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพลระบุว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวไม่ต้องเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ แต่จะนำเสนอนายกรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 10 ส.ค.นี้ หากนายกฯ ตัดสินใจลงนาม ก็คาดว่าจะสามารถเริ่มเปิดเรียนแบบ 100% ในวันพฤหัสฯ 13 ส.ค.นี้ ส่วนการประเมินรูปแบบการเรียนการสอน กระทรวงศึกษาธิการกำลังประเมินความเหมาะสม ต้องยอมรับว่าการเรียนการสอนไม่ได้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ จะวัดมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศไม่ได้อยู่แล้ว&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73762</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การเรียนการสอน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์การอนามัยโลก, โควิด 19, โควิด-19, ไทยตัวอย่างรับมือวิกฤติโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200807/image_big_5f2d5cc1c652d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; เผยการศึกษาวิถีใหม่ไม่ต้องกวดวิชาแข่งขันเข้าโรงเรียน ทำให้เด็กมีความสุขมากขึ้น  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;โควิด-19 เราจะต้องอยู่ด้วยกันได้ ถึงแม้ว่า ขณะนี้ประเทศไทยติดเชื้อน้อยมาก จะพบการติดเชื้อ ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ มาตรการในการควบคุมทำได้ดีมาก แต่ยังมีโรคนี้ระบาดอยู่ทั่วโลก มีผู้ป่วยใหม่วันละเป็นแสนคน จึงเป็นการยากที่จะกวาดล้างไวรัสนี้ให้หมดไป ทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัว ให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทุกปี โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่นไข้หวัดใหญ่ RSV จะพบน้อยมากในฤดูร้อน และในช่วงปิดเทอม จะระบาดมากในฤดูฝน เริ่มตั้งแต่นักเรียนเปิดเทอม จะติดต่อกันง่ายมาก ในโรงเรียน โควิด-19 เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีการติดเชื้อ เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจ ก็ไม่แปลก ที่จะระบาดในฤดูฝน โดยเฉพาะจากเด็กสู่เด็กก่อน แล้วจึงแพร่ระบาดออกไป การระบาดในระลอก 2 ถ้าเกิดในฤดูฝน อย่างไข้หวัดใหญ่ ก็ยากที่จะควบคุม จะต้องเริ่มต้นปิดบ้านปิดเมืองใหม่ หรือ ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียนการสอนปีนี้ จึงต้องอยู่ในวิถีชีวิตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดการระบาดของโรคได้ เด็กนักเรียนจะต้องเรียนได้ทั้งที่บ้าน และ ที่โรงเรียน การเรียนการสอน ไม่ควรยกให้เป็นภาระของโรงเรียนเท่านั้น ที่บ้านก็จะต้องมีบทบาทมาก แม้กระทั่งท้องถิ่น ก็มีปราชญ์ชาวบ้านมากมาย ที่พร้อมจะสอนได้ การประสบความสำเร็จในชีวิตของเด็ก ไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเข้าเรียน การกวดวิชา โรงเรียนกวดวิชาไม่สามารถกำหนดระยะห่างของบุคคลได้ เด็กเรียนกวดวิชาจ่ายค่าเล่าเรียนแพง แล้วนั่งเรียนกับครูตู้ นั่งติดกัน ก็ไม่เห็นมีใครบ่น หรือดรามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา คนมีฐานะสามารถให้ลูกหลานไปเรียนกวดวิชา เกิดความแตกต่างทางการศึกษา เพราะตัววัดของเราไม่ดี คุณครูเองก็จะต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสเลย การเรียนเชิงภาคปฏิบัติ ปฏิบัติงานจริง ไปทำได้จริง ถึงอยู่ที่บ้านก็สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาในปีนี้ จึงต้องมีการเตรียมการ การเรียนการสอนแบบวิถีชีวิตใหม่ ให้เด็กไทยประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่เกิดความเครียดในการเรียนตั้งแต่เช้าจนเย็น นอกเวลาต้องไปกวดวิชา วิถีชีวิตใหม่ อาจทำให้เด็กมีความสุขมากขึ้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66494</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การเรียนการสอน, นิวนอร์มอล, วิถีชีวิตใหม่, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เด็กกวดวิชาน้อยลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5de92a5fef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 06:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.ยง&#039;ชี้โควิด-19กับการศึกษา สภาพความเป็นอยู่หลายอย่าง อาจจะต้องกลับสู่สามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- &amp;nbsp;นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan &amp;nbsp;ประเด็น โควิด 19 กับการศึกษาว่าวันนี้เด็กนักเรียนนักศึกษาทั่วโลก มากกว่า 1,700 ล้านคน ต้องหยุดการเรียนการสอน การสอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเรียนการสอนได้มีการปรับเปลี่ยนวิธี เช่น เป็นการสอนทางไกล เรียนที่บ้าน ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทุกคนจะต้องปรับตัวได้ สำหรับเด็กเล็ก การเรียนการสอนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ผู้ปกครองพ่อแม่ที่อยู่ที่บ้าน ช่วยเรื่องการเรียนการสอนในระยะนี้ และจะเกิดขึ้น อีกหลายเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงเรียนจะเปิดได้เมื่อไหร่ยังไม่แน่ ชั้นเรียนจะต้องเปลี่ยนไป เรียนห้องละ 40-50 คน คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง การกวดวิชาคงต้องเลิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องเรียนที่ติดแอร์ ที่มีเด็กจำนวนมาก จะเป็นแหล่งแพร่กระจายโรคได้อย่างรวดเร็ว ในเด็กจะมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่แพร่จะกระจายไปหาคนในบ้าน ผู้ปกครอง ห้องเรียนจะต้องให้มีอากาศถ่ายเท โล่ง เช่นโรงเรียนในต่างจังหวัด สภาพความเป็นอยู่หลายอย่าง อาจจะต้องกลับสู่สามัญ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63768</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, กลับสู่สามัญ, การเรียนการสอน, ชีวิตหลังโควิด, ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74d4cc8fc7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
