<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; แจง &#039;กลุ่มนักเรียนเลว&#039;  ให้เรียนออนไลน์ เพราะอยู่ในสถานการณ์โควิดระบาด ต้องยึดความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8ก.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม &amp;rdquo;นักเรียนเลว&amp;rdquo; ที่เรียกร้องให้หยุดเรียนออนไลน์ ว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่ม และขอชี้แจงว่าการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-2019 หรือ โควิด-19 ทำให้ ศธ.ต้องออกคำสั่งปรับรูปแบบการศึกษา เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยมีนโยบายและมอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดจัดทำคู่มือการจัดการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และให้โรงเรียนพิจารณาเลือกรูปแบบการเรียนการสอน 5 รูปแบบ คือ 1.On-site เรียนที่โรงเรียน โดยมีมาตรการเฝ้าระวังตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) 2.On-air เรียนผ่านมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ DLTV 3.On-demand เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ 4.On-line เรียนผ่านอินเตอร์เน็ต และ 5.On-hand เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัดใบงาน ในรูปแบบผสมผสาน หรืออาจใช้วิธีอื่นๆ เช่น วิทยุ เป็นต้น และการเรียนตั้งแต่ 2 แบบขึ้นไป โดยพิจารณาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในพื้นที่ยึดหลักความปลอดภัย และความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นหลัก รวมถึงได้มอบหมายให้หน่วยงานต้นสังกัดออกแนวปฏิบัติ แนวทางลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครอง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน หลังจากที่มีการจัดการเรียนการสอนไประยะหนึ่ง และ ตั้ง ศบค.ศธ. เพื่อติดตามสถานการณ์ แก้ไขปัญหา สนับสนุนการเรียนการสอน เพื่อให้การจัดการศึกษาให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo; ศธ.ให้ความสำคัญและเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของเด็กเป็นอย่างมาก เราทราบดีว่าการเรียนออนไลน์ ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ดีเท่ากับการเรียนที่โรงเรียน ซึ่ง ศธ. และรัฐบาล เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ โดย ศธ.ได้ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดหาวัคซีนมาให้นักเรียนทุกคน แต่กลุ่มนักเรียนถือเป็นกลุ่มที่ความละเอียดอ่อน และต้องมีความระมัดระวัง ดังนั้น เราจำเป็นที่จะต้องได้รับการยืนยันจาก สธ.ว่า วัคซีนตัวไหนที่มีความเหมาะสม เช่น วัคซีน Pfizer ที่จะมีการฉีดให้แก่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป เป็นต้น และในกรณีที่สถานศึกษายังไม่สามารถเปิดสอนที่โรงเรียนได้ ศธ.ก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้และแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง เช่น สถานศึกษาคืน-ลด-ขยายเวลาผ่อนชำระ-ช่วยเหลือค่าเทอมนักเรียน ,เยียวยาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา คนละ 2,000 บาท , สนับสนุนอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์สำหรับนักเรียน , ปรับการเรียน การสอบเพื่อลดความกังวลของนักเรียน เป็นต้น&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศธ.ยังได้จัดช่องทางช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากความเครียดในการเรียนออนไลน์ ,ค้นหาเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส ที่ตกหล่น ขาดโอกาสทางการศึกษา และนำนักเรียนเข้าระบบการศึกษา ,ช่วยเหลือนักเรียนกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโควิด จำนวน 109 ราย และได้รับทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ 14 ราย,จัดหาวัสดุเวชภัณฑ์ยาสำหรับเด็กพิการและครอบครัว จำนวน 27,474 ราย, ลดช่องว่างการเรียนและผลกระทบความรู้ที่ขาดหายไป โดยให้สถานศึกษายืดหยุ่นการใช้เงินงบประมาณตามนโยบายเรียนฟรี 15 ปีจัดการเติมเต็มให้นักเรียน เป็นรายบุคคล ซึ่ง ศธ.จะเดินหน้าจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพทั่วถึง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของทั้งนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ปกครอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115994</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, กลุ่มนักเรียนเลว, การเรียนออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114e2346e92e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. ห่วงเด็กช่วงเรียนออนไลน์ที่บ้าน กินขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลมมาก เตือนอย่าละเลยเรื่องกิน-เล่น เสี่ยงอ้วน แนะจัดเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพให้เด็ก ใช้เงินค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคน ให้คุ้มค่าได้ประโยชน์สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า การเรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมสุขภาพของเด็กๆ อย่างมาก โดยเฉพาะการกิน การเล่น หากไม่มีการจัดการที่ดี เด็กจะกินอาหารที่มีไขมันสูง ขนมกรุบกรอบ และน้ำอัดลม ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นตลอดทั้งวัน รวมทั้งขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย หรือขยับเขยื้อนร่างกายน้อยลง ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพของเด็กและเกิดภาวะอ้วนตามมาได้ จากรายงานคลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center : HDC) ปี 2560 -2563 ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เด็กวัยเรียน อายุตั้งแต่ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนเพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2563 เด็กวัยเรียนมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนถึงร้อยละ 12.50 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การไปโรงเรียนทำให้เด็กได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณภาพตามมาตรฐานและทำให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน โดยเฉพาะเด็กในพื้นที่ชนบท หรือมีฐานะยากจน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เด็กไม่ได้รับประทานอาหารที่โรงเรียน อาจจะทำให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพอาหารและโภชนาการที่เด็กควรจะได้รับ รวมทั้งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ อาจทำให้บางครอบครัว ไม่สามารถซื้อ หรือปรุงอาหารที่ดีมีประโยชน์ตามที่ต้องการได้ และอาจมีการบริโภคอาหารกึ่งสำเร็จรูปเพิ่มมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาวะโภชนาการและสุขภาพของเด็ก&amp;rdquo; ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางจงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี ประธานมูลนิธิสร้างเสริมวิถีบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ และผู้จัดการโครงการเด็กไทยแก้มใส สสส. กล่าวว่า โครงการเด็กไทยแก้มใส ร่วมกับ สสส. จัดทำแนวทางสำหรับผู้ปกครองในการจัดอาหารที่มีคุณภาพสำหรับเด็กวัยเรียนช่วงเรียนออนไลน์ที่บ้าน เพราะตระหนักถึงความสำคัญของอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยสำหรับเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต ต้องการอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย มีสารอาหารครบถ้วนทั้ง 3 มื้อ เพื่อการเติบโตอย่างสมวัย เกิดพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ที่ดี มีความแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยบ่อย &amp;nbsp;สำหรับนโยบายที่โรงเรียนจัดสรรเงินค่าอาหารกลางวัน &amp;nbsp;20 บาทต่อคนต่อวัน เพื่อให้พ่อแม่จัดหาหรือซื้อหาอาหารมื้อกลางวันให้เด็กกินเองนั้น มีความจำเป็นต้องสร้างความรู้และทักษะให้กับพ่อแม่และเด็กในการเลือกซื้อและกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เครือข่ายโครงการเด็กไทยแก้มใส เสนอแนวทางการให้ความรู้ทางโภชนาการกับผู้ปกครอง ในรูปแบบง่ายๆ เพื่อให้ข้อมูลว่า แต่ละวันควรทำอาหารอะไรให้เด็กกินบ้าง โดยออกเป็นคำแนะนำจากโรงเรียน ในการดูแลอาหารสำหรับเด็ก ซึ่งมีเมนูอาหารหลากหลาย สามารถเลือกจัดอาหารตามความเหมาะสมของแต่ละบ้าน เพื่อให้การจัดการเงินค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อคนต่อวัน ที่ให้เด็กได้รับประโยชน์สูงสุด โดยพ่อแม่ที่ต้องจัดทำ หรือซื้ออาหารให้ลูก ควรยึดหลักตามที่โรงเรียนมีคำแนะนำ แต่หากจะให้เงินลูกไปซื้ออาหารกินเอง ต้องคอยดูแลให้ลูกเลือกซื้ออาหารสะอาด ปลอดภัย และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการซื้ออาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น ขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม น้ำหวาน เป็นต้น&amp;rdquo; นางจงกลนี กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางจงกลนี &amp;nbsp;กล่าวต่อว่า สำหรับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการและปลอดภัยที่ผู้ปกครองควรจัดให้เด็กนักเรียน คือ 1.จัดอาหารครบ 5 หมู่ ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ไม่ติดมัน ไข่ นม และถั่วเมล็ดแห้ง ผักผลไม้ น้ำมันพืช 2.จัดอาหารที่ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันด้วยอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินดี สังกะสี และซิลีเนียม เช่น ผักคะน้า พริกหวาน ชะอม หอมหัวใหญ่ ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะละกอ กล้วย มะปราง มะขามป้อม เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ตับ ปลาทู ปลา กุ้ง ไข่ไก่ ไข่เป็ด 3.ส่งเสริมให้เด็กได้กินผักผลไม้หลากหลาย ทุกวันๆ ละ 300-400 กรัม (อนุบาล 175 กรัม/วัน ประถมศึกษา 350 กรัม/วัน มัธยมศึกษา 400 กรัม/วัน หรือ มื้อละ 1-2 ทัพพี) ตามวัยของเด็ก เพื่อเพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ 4.หลีกเลี่ยงการใช้อาหารสำเร็จรูป การเติมผงชูรส ผงปรุงแต่งรส อาหารที่มีสีฉูดฉาด กรณีหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควรเพิ่มไข่ เลือด ตับ ผักใบเขียว เพื่อเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นจำพวกโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินเอ รวมทั้งแนะนำให้ใช้เกลือเสริมไอโอดีนไม่เกิน 1 ช้อนชาต่อวันในการปรุงประกอบอาหาร และ 5.ปลูกฝังการกินอาหารรสจืด ไม่หวาน มัน เค็ม ไม่เติมน้ำปลา/น้ำตาลเพิ่มในอาหาร และส่งเสริมการดื่มน้ำสะอาด และนมรสจืด (2 กล่อง/วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, การดูแลอาหารสำหรับเด็ก, การเรียนออนไลน์, กินขนมกรุบกรอบ, ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม, นางจงกลนี วิทยารุ่งเรืองศรี, น้ำอัดลม, ภาวะอ้วน, มูลนิธิสร้างเสริมวิถีบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ, สสส., สำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ, โครงการเด็กไทยแก้มใส สสส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135d55e1933c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มทร.ธัญบุรี ห่วงนศ.เครียดเรียนออนไลน์ สั่งเสริมศักยภาพอาจารย์ที่ปรึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
31ส.ค.64-นายสมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันระบบการเรียนการสอนเป็นระบบออนไลน์ ทำให้นักศึกษาต้องมีการปรับตัวเป็นอย่างมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถปรับตัวกับระบบการศึกษาและวิธีการเรียนแบบใหม่ รวมไปถึงสิ่งแวดล้อม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและการเรียน มีผลให้การเรียนตกต่ำ มีปัญหาการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นผลมาจากความเครียดหรือสภาวะจิตใจที่สับสน หาทางออกไม่ได้ ขาดที่ปรึกษา ดังนั้น เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น มทร.ธัญบุรี จึงได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อสร้างคนคุณภาพในศตวรรษที่ 21 รูปแบบออนไลน์ขึ้นโดยมีการแบ่งออกเป็น 2 หลักสูตร คืออาจารย์ที่ปรึกษาพบผู้บริหารและรักษาสมดุลทางใจ เพื่อการดูแลนักศึกษายุค New Normal และหลักสูตร Work Shop พื้นที่แห่งความเข้าใจ เพื่อป้องกันภาวะเครียดและการฆ่าตัวตาย ซึ่งการจัดการสัมมนาทั้งสองหลักสูตรนี้มีอาจารย์ที่ปรึกษาของ มทร.ธัญบุรี เข้าร่วมกว่า 478 คน โดยมีการเชิญนักจิตวิทยาร่วมบรรยายให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัย ซี่ง มทร.ธัญบุรี คาดว่าโครงการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้อาจารย์ที่ปรึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางให้คำปรึกษาเพื่อลดภาวะเครียด และเข้าใจบุคคลในภาวะที่สิ้นหวัง มีทักษะเพิ่มขึ้นในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความพร้อมที่จะเข้าถึงรับรู้และรับฟังนักศึกษา จากเดิมการเรียนแบบปกติ นักศึกษากับอาจารย์มีโอกาสที่จะทำความรู้จักกัน เมื่อนักศึกษามีปัญหาสามารถจัดเวลาพบอาจารย์ที่ปรึกษาได้ แต่การเรียนรูปแบบออนไลน์การมีปฏิสัมพันธ์จะมีระยะห่างเพิ่มขึ้น แต่ในรูปแบบนี้จะมีเวลาให้คำปรึกษาผ่านช่องทางออนไลน์ได้มากขึ้น ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงจะต้องมีความรู้รอบด้านในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยนักศึกษาได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จากการติดตามผลการจัดสัมมนาดังกล่าวปรากฏว่าได้รับเสียงตอบรับจากอาจารย์ของมหาวิทยาลัยอย่างมาก และเรียกร้องอยากให้จัดการสัมมนาอีกอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าเป็นทักษะความรู้ที่สำคัญและมีประโยชน์ อาจารย์บางคนมีลูกหลานอยู่ในช่วงวัยเรียน ทั้งนี้นอกจากจะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ดูแลลูกศิษย์แล้ว ยังนำไปใช้ดูแลบุตรหลานของตัวเองที่บ้านได้ด้วย&amp;rdquo; อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115180</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเรียนออนไลน์, นศ., มทร.ธัญบุรี, อาจารย์ที่ปรึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f60b899e4b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114642</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ครูเหน่ง” หนุนทำวิจัย-พัฒนานวัตกรรมการศึกษาทุกระดับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26ส.ค.64-ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) - มีการจัดการประชุมวิชาการ การวิจัยทางการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 16 หัวข้อ &amp;ldquo;นวัตกรรมการศึกษา : กล้าเปลี่ยน สร้างสรรค์ ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย&amp;rdquo; โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบออนไลน์และบรรยายพิเศษตอนหนึ่ง ว่า การวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมถือเป็นกลไกลสำคัญในการกำหนดการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการพัฒนาประเทศไทย 4.0 ผ่านการทำวิจัย เพื่อพัฒนาแนวคิด ทฤษฎี กระบวนการ ทัศนะทางการศึกษาใหม่ๆ ในมิติต่าง ๆ เช่น การจัดการสอน หลักสูตรการประเมินผลการเรียนรู้ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้สอน ผู้เรียน โรงเรียน ชุมชม และการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า การส่งเสริม การทำวิจัย และการพัฒนานวัตกรรม ควรมุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับการวิจัยสู่การเพิ่มศักยภาพทางด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมของประเทศ ตลอดจนสร้างเครือข่ายการทำวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ การส่งเสริมกระบวนการทำงานของภาครัฐและเอกชน ในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมให้เป็นแบบเปิดและบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนสภาการศึกษามีบทบาทสำคัญในการวางกรอบ เป้าหมาย และทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของคนไทยในทุกช่วงวัยผ่านการจัดทำนโยบาย และแผนการศึกษาแห่งชาติ มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ แผนการปฏิรูปด้านการศึกษา รวมถึงการปฎิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 การพัฒนาระบบวิจัย การศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และกระตุ้นให้นำผลการวิจัย ผลงานสร้างสรรค์ และนวัตกรรมทางการศึกษา ที่สามารถนำไปเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาการศึกษาในทุกระดับและประเภทการศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) บรรยายพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;เทคโนโลยีและนวัตกรรม การศึกษาในยุคดิจิทัล&amp;rdquo;ว่า เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาในยุคดิจิทัล เป็นความหวังการศึกษาไทย แม้ว่าจะมีสถานการณ์โควิด 19 หรือไม่มี เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อการศึกษาที่ทันสมัย สร้างเด็กในศตวรรษที่ 21 และการสร้างพลเมืองยุค 4.0 แต่เราต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าจะนำมาใช้อย่างไร ขณะที่ความพร้อมของครู และนักเรียนก็ยังไม่สมบูรณ์ ดังนั้นต้องเร่งให้ความรู้แก่ครู นักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งทุกคนจะต้องปรับตัวกันอย่างมโหฬาร เพื่อให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ศธ.ไม่นิ่งนอนใจที่จะนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมมาใช้กับการศึกษาในยุคดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;quot;ไม่ว่าเทคโนโลยีจะดีแค่ไหน ถ้าเรายังไม่รู้และยังไม่พร้อม ย่อมไม่สามารถที่จะนำมาแทนครูได้ ในฐานะที่ดิฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;ก็ไม่เคยคิดจะให้ลูกหรือเด็กนักเรียนได้เรียนกับเครื่อง เพราะเด็กต้องเรียนกับครูและเครื่อง เพื่อให้เด็กมีมนุษยสัมพันธ์กับทุกคน อย่างไรก็ตามการเรียนออนไลน์จะต้องทำให้สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของนักเรียนด้วย และการเรียนออนไลน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ อยากให้พ่อแม่มีเวลาให้กับลูก เพราะเวลาที่พ่อแม่อยู่กับลูกเป็นเวลาที่มีคุณภาพ&amp;quot;คุณหญิงกัลยากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114642</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, การวิจัยและพัฒนา, การเรียนออนไลน์, คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612768216d1de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039;กร้าวต่อจากนี้ &#039;เรียนหน้าจอ-การบ้าน &#039;ต้องลดได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23ส.ค.64- ตามที่ผลการวิจัยของศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) ที่ได้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ โดยระบุว่า จำนวนการบ้านมากขึ้น, เด็กมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง,เครียด วิตกกังวล โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ป.6 เตรียมศึกษาต่อ ม.1และ ม.6 เตรียมศึกษาต่อมหาวิทยาลัย เพราะกังวลว่าจะไม่มีโรงเรียนที่ดีรับเข้าเรียน นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนออนไลน์แล้ว เช่น มีนโยบายลดภาระผู้เรียน ทั้งสายสามัญศึกษา และอาชีวศึกษา โดยปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดให้นักเรียนได้เรียนในสิ่งที่ต้องรู้ ลดเวลาเรียนหน้าจอ, ให้การบ้านเท่าที่จำเป็น โดยครูแต่ละวิชาร่วมบรูณาการในการให้การบ้าน, การวัดประเมินผลเน้นหลักฐานการเรียนรู้ มากกว่าการสอบ, เลิกใช้ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เป็นองค์ประกอบของผลการตัดสินจบการศึกษาและการเข้าศึกษาต่อทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับอุดมศึกษา นอกจากนี้รัฐบาล ได้มีมาตรการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนทุกคน คนละ 2,000 บาท โดยผู้ปกครองรับเงินเต็มจำนวน ขณะเดียวกันกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สนับสนุนอินเทอร์เน็ตบอรดแบนด์สำหรับการเรียนออนไลน์ด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและผู้ปกครอง
แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บีบบังคับให้การศึกษาไทยเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งการสอนออนไลน์ เป็นช่องทางหนึ่งที่ต้องนำมาใช้จัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนในสถานการณ์นี้ ทำให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองบางส่วนไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองได้ทัน ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ซึ่ง ศธ.ทราบปัญหาเหล่านี้ โดยมีนโยบาย มาตรการและแนวปฏิบัติต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทุกกลุ่มมาโดยตลอด ซึ่งสถานศึกษาบางแห่งก็ปรับได้เร็ว แต่บางแห่งก็ไม่ปรับตัวจัดตารางสอนออนไลน์เหมือนที่เรียนในโรงเรียน ไม่ลดเวลาเรียน ครูยังให้การบ้านนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งตนได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ให้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ติดตามสถานศึกษาเป็นรายโรงเรียน ได้ปฏิบัติตามนโยบายลดภาระผู้เรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ที่ผ่านมาทั้ง สพฐ. และ สอศ.ได้ประกาศแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอนและการวัดประเมินผลที่ยืดหยุ่นในสถานการณ์โควิด-19 ไปแล้ว โดยหลังจากนี้เวลาเรียนหน้าจอ และการบ้านของนักเรียนต้องลดลงอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ซึ่งเร็วๆนี้ ดิฉันจะเปิดช่องทางรับฟังปัญหาจากครูโดยตรง เพื่อให้ครูสามารถสะท้อนปัญหาการทำงานที่เกิดขึ้นจริงในบริบทที่แตกต่างกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะรับไปพัฒนาแนวทางช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับแต่ละบริบทต่อไป&amp;quot;นางสาวตรีนุชกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114261</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, การเรียนออนไลน์, ลดการบ้าน สอบ นักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108f8a2e14c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมพงษ์&#039; แนะรร.เตรียมความพร้อมให้กับผู้ปกครองไว้ รองรับการเรียน  Onsite, Online ,On hand </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23ส.ค.64- นายสมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ ล็อกดาวน์ ไม่ล็อกการเรียนรู้ ตนได้รับฟังการเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางเป้าหมายของโรงเรียนอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการวางเป้าหมายแบบที่ผู้บริหาร ครู ร่วมกันคิด คือ จะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน และอีกเรื่องที่สำคัญ คือ การเผยแพร่วิสัยทัศน์ ให้เกิด แรงบันดาลใจ &amp;nbsp; หรือ Passion เพราะการเรียนออนไลน์ เป็นการการสร้างระบบการเรียนรู้ไปกับผู้ปกครอง ดังนั้นหากเราไม่แชร์วิสัยทัศน์และไม่สร้าง Passion ไปกับผู้ปกครองด้วย เรื่องการเหล่านี้จะถูกมองว่าเป็นภาระ แก่ผู้ปกครองทันที ซึ่งตนมองว่าโรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมให้กับผู้ปกครองให้การเรียนรู้ที่บ้านและโรงเรียนเชื่อมโยง และมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อบุตร หลาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บทเรียนที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ โรงเรียนไม่จำเป็นต้องสั่งงาน หรือ ให้ใบงานจำนวนเยอะ แต่ขอให้เข้าใจว่าเรากำลังทำงานในโจทย์ที่มีความท้าทาย ซับซ้อน และมีเรื่องความแตกต่าง เพราะในอนาคตการเรียนรู้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนไป จะเป็นการเรียนรู้ระหว่าง Onsite Online และ On hand ไม่ใช่มีเพียงรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง โรงเรียนจะกลายเป็นหน่วยงานกลาง ที่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหาร และนักเรียน มาร่วมกันออกแบบการเรียนรู้&amp;quot;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งที่ตนต้องการที่จะเน้นย้ำ อีกเรื่อง คือ เรื่องเป้าหมายชีวิต และการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็ก ซึ่งจากประสบการณ์ที่ตนทำงานร่วมกับเด็กยากจนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาและกลายเป็นกลุ่มเสี่ยง เด็กกลุ่มนี้ไม่มีแรงบันดาลใจและเป้าหมายชีวิตไม่มี ดังนั้นหากผู้ปกครองรักบุตร หลาน เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114248</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ล็อกดาวน์, #โควิด19, #โรงเรียนทั่วไป, การเรียนออนไลน์, ผู้ปกครอง, สกศ., สมพงษ์ จิตรระดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed6261196483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112690</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039; ค้านหยุดเรียน 1 ปี ไม่ควรหนีปัญหา ควรใช้โอกาสนี้สร้างการเรียนรู้เด็กเข้าสู่ยุคดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9ส.ค.64- จากกรณีที่มีนักวิชาการมีข้อเสนอ ว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่หยุดการเรียนการสอน 1 ปี เนื่องจากถ้าต้องเรียนออนไลน์ต่อ ซึ่งจะทำให้การเรียนจะไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีคุณภาพ และการหยุดเรียนทั้งระบบการศึกษา โดยเริ่มใหม่ในปีหน้า จะช่วยทำให้การเรียนการสอนกลับมามีคุณภาพเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ รักษาการประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประธาน กพฐ.) ให้ความเห็นว่า &amp;nbsp;ตนไม่เห็นด้วยกับหยุดเรียนทั่วประเทศ โดยเหตุผลที่ไม่ควรหยุดเรียน เพราะเราควรใช้โอกาสนี้ในการสร้างลักษณะนิสัยเกี่ยวกับการนำตนเองในการเรียนรู้ของเด็ก (SDL) สำหรับเด็กกลุ่มหนึ่งที่สามารถพัฒนาตนเองได้อย่างดีในยุค Digital นี้ และครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา จะต้องเรียนรู้การปรับตัวการทำงานในยุค New normal ของการจัดการศึกษา ถ้าคิดจะหยุดอยู่กับที่แล้วรอเปิดสอนแบบเดิมอาจจะหมดยุคไม่ทันสถานการณ์ ส่วนวิชาที่เป็นทักษะปฏิบัติ ตนยอมรับว่าอาจจะมีปัญหาบ้างแต่ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ ซึ่งต้องปรับลำดับเนื้อหาให้เรียนออนไลน์ &amp;nbsp;ส่วนที่เป็นทฤษฎีไปก่อน แล้วเมื่อสามารถเรียน Onsite ได้ก็มาปฏิบัติอย่างเดียว หรือถ้าจำเป็นก็ให้มาปฏิบัติครั้งละ 5 คน ในกรณีของพื้นที่ไม่มีการระบาดมาก เพื่อแก้ปัญหาทักษะผู้เรียน สำหรับปัญหาการเรียน Online ตนมองว่าควรมีการนำมาวิเคราะห์สาเหตุหลักๆ ว่ามาจากอะไรบ้าง เช่น อาชีพผู้ปกครอง อุปกรณ์และการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ เวลาที่เรียน วัยของผู้เรียน ระดับชั้นที่เรียน เนื้อหาที่ให้เรียน วิธีสอนของครู การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านระบบ Online เป็นต้น เพื่อที่จะได้หาสาเหตุที่แท้จริงและนำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา ไม่ใช่หนีปัญหาด้วยการหยุดเรียนซึ่งถือเป็นการสร้างปัญหามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าการเปิดสอน Online ควรดำเนินการต่อไปไม่ควรหยุดเรียน แต่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายหลัก คือ เป็นการเตรียมเด็กให้ปรับตัวพร้อมเข้าสู่ยุคการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด เป้าหมายรอง คือ คุณภาพการศึกษาไม่ใช่เน้นคุณภาพหลักแบบเดิมๆ หรือตัวชี้วัดแบบเดิม เราต้องคิดว่าเรียน online อย่างไรให้มีคุณภาพทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ เพราะอะไร จะแก้ได้ไหม ถ้าบอกแก้ไม่ได้เพราะอะไร ไม่ใช่เจอปัญหาก็ควรหยุดเรียน 1 ปี ดังนั้นในฐานะนักบริหารการศึกษาต้องสามารถใช้ปัญหาสร้างโอกาสใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ เมื่อเกิดปัญหาไม่ใช่หนีปัญหาหรือหยุดปัญหา เพราะทุกปัญหาคือโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาทั้งสิ้น&amp;quot;ประธาน กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เราควรหยุดคิดแทนเด็ก ว่า เด็กจะใช้เวลาเล่นเน็ตทั้งวัน เด็กมีปัญหาเครียดการเรียน Online เพราะจากที่ตนได้หารือกับผู้ปกครองหลายคนที่ลูกเรียนระดับมัธยมศึกษา พบว่า เด็กหลายคนมีความสุข และชอบมาก เนื่องจากการเรียน Online มีความอิสระ ยังถามเลย ว่า ถ้าเปิดเรียนปกติแบบ On-site เขาจะขอเรียนแบบ online ได้หรือไม่ แสดงว่าการเรียน Online ไม่ได้สร้างปัญหาให้กับเด็กทุกคน แต่อาจจะเกิดปัญหาบางกลุ่ม บางระดับ บางอาชีพผู้ปกครอง ดังนั้นตนจึงไม่เห็นด้วยกับการหยุดเรียน 1 ปี เพราะทุกปัญหามีทางออกเสมอ เหตุใดจึงไม่ใช้โอกาสนี้ในการสร้าง Mindset ทางการเรียนการสอนใหม่ในยุค Digital&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112690</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ยุคดิจิทัล, การเรียนออนไลน์, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c26b3b83ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
