<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเจ้าภาพจัดประชุมต้านบุหรี่เอเชีย -แปซิฟิก &#039;13 th APACT 2021 Bangkok&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28ส.ค.64 - ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ ศจย. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะ ประธานจัดงานประชุม 13 th APACT2021 Bangkok กล่าวถึงที่มาและความน่าสนใจของงานประชุมด้านยาสูบระดับนานาชาติในครั้งนี้ว่างานประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 (13 th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health (13 th APACT 2021 Bangkok) &amp;nbsp; ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งที่ 3 ตลอดระยะเวลาการจัดประชุมของ &amp;nbsp;APACT ที่ยาวนานกว่า 26 ปี &amp;nbsp;ในปีนี้เป็นความร่วมมือ ระหว่าง ศจย. แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทย ปลอดบุหรี่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตรตกลงจัดงานประชุม ในลักษณะลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมแบบ Live Streamระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 &amp;nbsp;หวังสร้างสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของยาสูบที่ร้ายแรงกว่าโรคระบาดอุบัติใหม่อย่างโควิด 19 เพราะจำนวนผู้ที่เสียชีวิต ทั่วโลกจากยาสูบต่อปีมากกว่าโควิด 19 ถึง 3-4เท่า และบุหรี่ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก ในประเทศไทยเองบุหรี่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.รณชัย กล่าวต่ออีกว่า ภายในงาน 13 th APACT 2021 Bangkok ยังมีงานประชุมวิชาการที่น่าสนใจอีก 2 งาน คือ การประชุมวิชาการ 100 ปี แพทยสมาคม หรือ Medical Association of Thailand 1921 &amp;ndash; 2021 โดยแพทยสมาคม-แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19 หรือ TRCINTERNATIONAL CONFERENCE 2021 &amp;ldquo;Empowering &amp;nbsp;Policy &amp;nbsp; Implementation on Tobacco Control&amp;rdquo; โดย ศจย. จะเสริมพลังวิชาการ ด้านงานควบคุมยาสูบที่จะแปรเป็นโยบายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย &amp;ndash;แปซิฟิก ให้เข้มแข็งทั้งในปัจจุบันและอนาคต ประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถรับทราบข่าวสารงานประชุมได้ที่เว็บไซต์www.apact2021.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติในฐานะภาคีเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบจาก ภูมิภาคเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิก ราว2,700 คน จาก 40 ประเทศตอบรับเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนให้สังคมปลอดบุหรี่โดยเป็นคนไทยประมาณ 2,200 คน ต่างชาติ 500 กว่าคน มากที่สุดตั้งแต่จัดAPACT มา ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักวิชาการด้านยาสูบโดยเฉพาะกว่า 120 คน &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยและผลงานวิชาการเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการควบคุมยาสูบ และสุขภาพด้านต่างๆ อีก 300 กว่าชิ้น จาก 36 ประเทศที่จะมาอัพเดตให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้ากับโควิด 19ที่ มีงานวิจัยออกมาชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกัน นโยบายเพื่อหยุดการใช้ยาสูบผลกระทบการเก็บ ภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคติน อนาคตการควบคุมยาสูบรวมถึงกรณีเยาวชนในเอเชีย &amp;ndash; แปซิฟิกจับมือออกปฏิญญา รณรงค์ต้านยาสูบซึ่งนับเป็น ปรากฏการณ์ใหม่ที่คนวัยใสหันมาสนใจเรื่องยาสูบและสุขภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.ดร.นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ เลขาธิการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะ เลขาธิการการประชุม APACT 2021 กล่าวว่า ในงานประชุม 13 th APACT 2021 Bangkok ได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มเยาวชนที่กำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะมีการประชุมกลุ่ม Youth ในวันที่ 2 กันยายน 2564 ประกอบด้วยเยาวชนไทย 100 คน เยาวชนจากเอเชีย-แปซิฟิก 73 คน ซึ่งเยาวชนแต่ละคน มีแผนงานรณรงค์ต้านยาสูบของตนเอง &amp;nbsp; วงประชุมที่จัดแยกออกมานี้ ก็เพื่อให้กลุ่มเยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาข้อสรุป &amp;nbsp;ในการออกปฏิญญาต้านยาสูบ &amp;nbsp;สำหรับเยาวชนเอเชีย-แปซิฟิกโดยเฉพาะ &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี จะมีการติดตามปฏิญญาหลังประชุมเสร็จด้วยว่ามีความคืบหน้าหรือผลสำเร็จอย่างไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยปฏิญญา Youth จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของปฏิญญา APACT 2021 ซึ่งเมื่อผนวกรวมกับภาคส่วนอื่นๆจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการควบคุมยาสูบระดับ นานาชาติได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การออกปฏิญญาการควบคุมการบริโภคยาสูบและผลิตภัณฑ์ยาสูบข้อควรปฏิบัติ และความร่วมมือระดับนานาชาติ ในงาน APACT 2021จะมีด้วยกันทั้งสิ้น 4 ฉบับ คือ ปฎิญญาเยาวชนปฏิญญาเครือข่ายทำงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส.และปฏิญญาของกลุ่มผู้ทำงานด้านยาสูบระดับชาติกว่า 900 องค์กรที่ทำงานร่วมกันโดยทั้ง 3 ปฏิญญาจะกลายเป็นปฏิญญา ใหญ่ของ APACT 2021&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;ด้าน&amp;nbsp;นพ.วันชาติ&amp;nbsp;ศุภจัตุรัส&amp;nbsp;อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;ในกล่าวว่า ที่&amp;nbsp;แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ หน่วยงานแพทย์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp;เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดงานประชุม&amp;nbsp;13th&amp;nbsp;APACT 2021 Bangkok&amp;nbsp;เพราะมีความเกี่ยวเนื่องกัน เนื่องจากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินงานด้านยาสูบมาตลอด โดยเป็นผู้แต่งตั้งเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ จนได้รับรางวัลจาก&amp;nbsp;สมาพันธ์เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพแห่งโลก&amp;nbsp;(WHPA)&amp;nbsp;เมื่อปี&amp;nbsp;2558&amp;nbsp;และยังเป็นผู้ผลักดันกฎหมายต้านบุหรี่ฉบับแรก&amp;nbsp;พ.ศ. 2517&amp;nbsp;จนถึงกฎหมายต้านบุหรี่ ฉบับปัจจุบัน นับรวมเป็นระยะเวลา&amp;nbsp;40-50&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;ที่สำคัญคือในปีนี้เป็นการครบรอบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จึงมีแนวคิด จัดงานประชุมวิชาการร่วมกับ&amp;nbsp;APACT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สิ่งที่เราคาดหวังจากการเข้าร่วม APACT 2021 ในครั้งนี้ คือ การสร้างเครือข่ายแพทยสมาคมที่มีอยู่ในประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;และร่วมดำเนินงานขยายเครือข่ายสมาชิกให้เป็นกำลังช่วยขับเลื่อนการกระตุ้นให้ประชาชน ลด งด และเลิกสูบบุหรี่ &amp;nbsp;โดยมีแพทยสมาคมของประเทศนั้นๆ เป็น โหมดนำและส่งไม้ต่องานต้านบุหรี่ให้กลุ่มเยาวชน ที่จะเป็นอนาคตของเรื่องนี้ต่อไป &amp;nbsp;รวมถึงการนำองค์ความรู้ถึงพิษภัยบุหรี่ที่ได้แลกเปลี่ยนกันภายในงานประชุมไปปฏิบัติในประเทศของตนเอง โดยเฉพาะองค์ความรู้ใหม่ๆ จากงานวิจัยของหลายๆ ประเทศ ที่ว่าด้วยผลร้ายของนิโคตินในบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อปอด ซึ่งเกี่ยวพันกับเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด 19ที่จะทำให้อาการป่วยทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะในบุหรี่ไฟฟ้าที่สามารถเพิ่มปริมาณและความเข้มข้นของนิโคตินได้ไม่จำกัด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ รองเลขาธิการเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียนและอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ความร่วมมือระดับอาเซียนในการรณรงค์ต้านยาสูบที่จะเกิดขึ้นในการประชุม 13 thAPACT 2021 Bangkok ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา คือการจับมือของมหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่มประเทศอาเซียนกว่า 30 สถาบัน ซึ่งเป็นเครือข่าย ASEAN University Network &amp;ndash; Health Promotion Network &amp;nbsp; จะยกประเด็นบุหรี่ให้เป็นเรื่องสำคัญในลักษณะ Zero Tolerance คือ ไม่ให้มีบุหรี่ทั้งการสูบ การขาย ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ทั้งหมดในทุกระดับทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน มหาวิทยาลัย และนิสิตนักศึกษาซึ่งที่ผ่านมาสามารถขยายผลการดำเนินงานไปสู่นโยบายระดับชาติ เช่น &amp;nbsp;พื้นที่ปลอดบุหรี่ของคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาฯ &amp;nbsp;ได้ขยายผลไปสู่ทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย และไปสู่พื้นที่สาธารณทั่วประเทศ &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะมีการจัดเรตติ้งของมหาวิทยาลัย หรือ Healthy University Rating System (HURS) ว่าเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพหรือไม่ โดยมีบุหรี่เป็นปัจจัย ในการจัดอันดับด้วย &amp;nbsp;พร้อมกับทำข้อตกลงไม่รับทุนวิจัยเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจากบริษัทผู้ผลิตยาสูบหรือบริษัทที่แฝงมากับ บริษัทยาสูบในทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชุม APACT จัดครั้งแรกในปี 2532ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 4 ที่ จ.เชียงใหม่และเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 ในการจัดครั้งที่ 13 หรือปี 2556 โดยจัดที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก APACTนับเป็นงานประชุมวิชาการด้านบุหรี่และสุขภาพระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114829</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;13 th APACT 2021 Bangkok&#039;, การเลิกสูบบุหรี่, ศจย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_6129d62206171.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 19:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศจย.ปลื้มผลรณรงค์คนเลิกสูบบุหรี่ในช่วงโควิดระบาด ได้รับการตอบรับดี แม้หลังคลายล็อกแล้ว ก็ยังลดละ-เลิกสูบต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ส.ค.63-ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เผยผลสำรวจ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของประชาชนหลังผ่อนปรนโควิด 19 แบบควิก โพล ในช่วงมาตรการผ่อนปรนสถานการณ์โควิด 19 (COVID-19) เพื่อนำข้อมูลไปใช้พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านสุขภาพ และรณรงค์ให้คนไทยเลิกสูบบุหรี่ตลอดระยะเวลาที่ไวรัสก่อโรคโควิด 19 ยังระบาด พบว่ามีเรื่องน่ายินดี เนื่องจากการสำรวจทางออนไลน์ทั่วประเทศในช่วงเดือนปลายเดือนมิถุนายน 2563 ที่รัฐบาลเริ่มผ่อนปรนมาตรการต่างๆ มากขึ้นนั้น คนไทยส่วนใหญ่อายุระหว่าง 21-60 ปี ทั้งเพศชายและเพศหญิง วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ร้อยละ 75.8 และสูบบุหรี่มากถึง ร้อยละ 87 มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในทางที่ดีขึ้น โดยประชาชนที่เลิกสูบบุหรี่ในช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก ยังคงเลิกสูบอย่างต่อเนื่องแม้จะเข้าสู่ระยะผ่อนปรนมีมากถึง ร้อยละ 57 ส่วนผู้ที่กลับมาสูบมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่น้อยลงกว่าเดิม ร้อยละ 56.8 แต่มีส่วนที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน เพราะผลสำรวจพบว่า มีกลุ่มที่เลิกสูบบุหรี่ได้แล้วในช่วงโควิด 19 ระบาดหนัก กลับมาสูบบุหรี่ใหม่อีกครั้ง ร้อยละ 43&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.รณชัย กล่าวอธิบายต่อว่า การรณรงค์ขอความร่วมมือให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่จากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผ่านการให้ความรู้ตามช่องทางการสื่อสารต่างๆ ในช่วงโควิด 19 ระบาด ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย และยังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังไม่สามารถไว้วางใจได้ เนื่องจากทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสก่อโรคโควิด 19 ที่สามารถใช้งานได้จริง และเมื่อรัฐบาลเริ่มออกมาตรการผ่อนปรน กลุ่มที่เคยเลิกสูบบุหรี่ได้ในช่วงโควิดระบาดบางส่วนได้หวนกลับมาสูบใหม่อีกครั้ง แม้จะสูบในปริมาณที่น้อยลงก็ตาม ดังนั้นจึงต้องเร่งศึกษา ถอดบทเรียน ว่าควรเสริมความแข็งแกร่งในการรณรงค์ให้คนเลิกสูบบุหรี่เด็ดขาดช่วงไวรัสโควิด 19 ยังระบาด ในจุดไหน อย่างไร ทั้งองค์ความรู้อัพเดทใหม่ รูปแบบ วิธีการ ข้อความใช้สำหรับสื่อสาร ช่องทางการเผยแพร่ เพื่อเป็นฟันเฟืองหนึ่งให้ไทยคงสถานะประเทศที่สามารถจัดการปัญหาโรคระบาดอุบัติใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชีวิตคนในประเทศปลอดภัยเหมือนอย่างที่แล้วมา ส่วนผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่สามารถโทรปรึกษา สายเลิกบุหรี่ 1600 หรือ คลินิกเลิกบุหรี่ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะเดียวกัน เราพบว่าประชาชนทั่วไปมีความกังวัลอย่างมากต่อควันบุหรี่มือสองและควันบุหรี่มือสามจากผู้สูบบุหรี่ที่อยู่รอบตัว ในช่วงที่วิกฤตโควิด 19 ยังไม่มีวัคซีนรักษาอย่างเป็นทางการถึงร้อยละ 64.7&amp;quot;ศ.นพ.รณชัยกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75637</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การเลิกสูบบุหรี่, ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์, ศจย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f46500fa31d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
