<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เผ่าภูมิ&#039;เปิดแผนบันได4ขั้นสู้เศรษฐกิจหากผู้ชนะเลือกตั้งสหรัฐคือ&#039;ไบเดน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 -นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและวิชาการพรรคเพื่อไทย และทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางด้านเศรษฐกิจไทย หากผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคือ โจ ไบเดนว่า หากผู้ชนะคือไบเดน รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ มีทั้งโอกาส ทั้งอันตราย ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเสนอแผนบันได 4 ขั้น เพื่อรับมือ ดังนี้
1. ต่อสู้กับบาทแข็งขึ้น : แม้ไบเดนจะใช้นโยบายภาษีที่ดุดัน แต่จะเพิ่มการลงทุนภาครัฐที่ดุดันกว่า ทำให้จะขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนตัว นั่นหมายถึงบาทแข็งขึ้น และมาตรการเงินที่ผ่อนคลายมาก ทั้งสองปัจจัยส่งผลทำให้บาทแข็งขึ้น ส่งผลเสียต่อส่งออกไทยอย่างหนัก ธนาคารแห่งประเทศไทยควรขยับบทบาทเชิงรุกเรื่องนโยบายการเงิน ที่ผ่านมาไทยใช้มาตรการเงินแบบปกติ สู้กับแบบ Unconventional ของมหาอำนาจ ผลคือบาทแข็งตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงโควิด ธปท.ต้องพิจารณาทำนโยบายการเงินที่ไม่ใช่แค่ด้านดอกเบี้ยอีกต่อไป เพราะ Policy Space แทบไม่เหลือ
2. รีบชิงห่วงโซ่การผลิต : โควิดทำให้ห่วงโซ่การผลิตโลกถูกจัดระเบียบใหม่ มีผู้แพ้ต้องหลุดไป และมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามา การมาของไบเดนทำให้สงครามการค้าเปลี่ยนรูปแบบไป และผ่อนคลายลง ส่งออกพุ่งขึ้น โอกาสทองจะเป็นของอุตสาหกรรมไทยที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมต่อสินค้าจีนไปยังสหรัฐ และที่ส่งไปสหรัฐโดยตรง รัฐบาลต้องชิงช่องว่างตรงนี้ เพราะผู้เล่นในตลาดนี้ล้มตายไปมากจากโควิด และจะฟื้นเร็วจากการมาของไบเดน นี่คือโอกาสที่รัฐบาลต้องไขว่คว้า แต่ถ้าไม่ทำก็ตกขบวน
3. รีบแย่งดึงฐานการผลิต : นโยบายไบเดนเรื่องขึ้นภาษีนิติบุคคล และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ผลคือทุนและฐานการผลิตจะไหลจากสหรัฐสู่ประเทศเกิดใหม่ สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำคือ เร่งเจาะเป้าหมาย เร่งดึงดูดอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเยอะ ได้รับผลกระทบด้านภาษีสูง ที่มีแนวโน้มย้ายฐานการผลิต พึงระลึกว่าการดึงฐานการผลิตไม่สามารถรอให้เขามาหา หรือแม้แต่การใช้สิทธิพิเศษล่อใจก็ไม่พอ แต่ต้องทำงานเชิงรุกวิ่งเข้าหา เจาะเป้าหมาย และเร่งเจรจา
4. นายกฯ ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ : การเอาชนะทางการค้าของสหรัฐจะเปลี่ยนรูปแบบไป จากการใช้ &amp;ldquo;ภาษีใช้สิทธิประโยชน์&amp;rdquo; บีบในยุคทรัมป์ จะเปลี่ยนเป็นการใช้เรื่อง &amp;ldquo;ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ&amp;rdquo; บีบในยุดไบเดน ซึ่งนี่คือจุดอ่อนที่สำคัญของไทย และจะกลายเป็นข้ออ้างใหญ่ที่ทำเศรษฐกิจไทยมีปัญหาในยุคไบเดน การแก้คือ เมื่อมีจุดอ่อน ก็ต้องลบจุดอ่อน นายกฯต้องลาออก ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ต้องเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82976</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, โจ  ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d37c5d0733a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82964</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผยผลดีต่อประเทศไทยหลังการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 พ.ย.63 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จีน กับ สหรัฐฯ ในใจคนไทย กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,125 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 &amp;ndash; 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
เมื่อถามถึง ผลดีต่อประเทศไทย หลังการเลือกตั้ง ผู้นำ สหรัฐอเมริกา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.5 ระบุใครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ดีต่อประเทศไทย ในขณะที่ ร้อยละ 10.8 ระบุ นาย โจ ไบเดน จะดีต่อประเทศไทย และร้อยละ 2.2 ระบุ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ จะดีต่อประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 11.8 ระบุทั้งสองไม่มีผลอะไรต่อประเทศไทย และร้อยละ 5.7 ระบุ อื่น ๆ
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ประเทศจีน กับ สหรัฐอเมริกา กับ โครงการที่ควรสนับสนุนทำดีต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทย พบว่า โครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีของประชาชนคนไทยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.4 ระบุทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรสนับสนุนโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีของประชาชนคนไทยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รองลงมาคือ ร้อยละ 15.3 ระบุ สหรัฐอเมริกาควรสนับสนุน ร้อยละ 2.5 ระบุ จีนควรสนับสนุน และร้อยละ 8.8 ระบุไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
สำหรับการสนับสนุนโครงการพระราชดำริร่วมกับคนไทย พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.0 ระบุทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรสนับสนุนโครงการพระราชดำริร่วมกับคนไทย รองลงมาคือ ร้อยละ 11.8 ระบุ สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ ร้อยละ 2.9 ระบุ จีน และร้อยละ 18.3 ไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
นอกจากนี้ โครงการด้านเทคโนโลยี เช่น 5 G พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 78.6 ระบุทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรสนับสนุนโครงการด้านเทคโนโลยี เช่น 5 G ในประเทศไทย รองลงมาคือ ร้อยละ 8.9 ระบุเป็นสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ร้อยละ 4.3 ระบุ จีน และร้อยละ 8.2 ระบุไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
ด้านการค้าระหว่างประเทศ ลดอุปสรรคลดการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 ระบุทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยด้านการค้าระหว่างประเทศ ลดอุปสรรค ลดการกีดกันการค้าระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ร้อยละ 12.0 ระบุ สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ร้อยละ 4.3 ระบุ จีน และร้อยละ 7.6 ไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
ด้านการควบคุม องค์กรต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงการชุมนุมหรือ ม็อบ ในประเทศไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.1 ระบุทั้ง สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยควบคุม องค์กรต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงการชุมนุมหรือ ม็อบ ในประเทศไทย รองลงมาคือ ร้อยละ 10.6 ระบุ สหรัฐอเมริกา ในขณะที่ร้อยละ 1.8 ระบุจีน และ ร้อยละ 13.9 ไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
ที่น่าสนใจคือ ด้านการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.7 ระบุ ทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยด้านการศึกษาให้ประชาชนคนไทย รองลงมาคือ ร้อยละ 11.7 ระบุสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ร้อยละ 2.1 ระบุ จีน และร้อยละ 13.5 ไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
ด้านเศรษฐกิจ การลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.5 ระบุ ทั้งสองประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยด้านเศรษฐกิจ การลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม รองลงมาคือ ร้อยละ 10.3 ระบุสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ ร้อยละ 3.0 ระบุ จีน และร้อยละ 10.2 ไม่ต้องการทั้งสองประเทศนี้
ด้านอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และความปลอดภัยมั่นคงของไทยด้านอื่น ๆ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.3 ระบุทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยด้านอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และความปลอดภัยมั่นคงของไทยด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ ด้าน การดูแลถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค ปกป้องทรัพยากรไทยใน ลุ่มน้ำโขง และทรัพยากรทางทะเลของไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.6 ระบุ ทั้งสองประเทศคือ สหรัฐอเมริกา และ จีน ควรช่วยดูแลถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค ปกป้องทรัพยากรไทยในลุ่มน้ำโขง และทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา คนไทยยังคงมีความต้องการรักษาความเป็นมหามิตรกับทั้งสหรัฐอเมริกา และ ประเทศจีน ในทุกมิติ เช่น ต้องการให้ทั้งสหรัฐอเมริกาและประเทศจีนช่วยสนับสนุนโครงการเสริมสร้างความจงรักภักดีของประชาชนคนไทยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โครงการพระราชดำริ โครงการพัฒนาใช้เทคโนโลยี เช่น 5 G โครงการการค้าการลงทุนระหว่างประเทศที่ลดอุปสรรค ลดการกีดกันทางการค้ากับประเทศไทย
&amp;ldquo;นอกจากนี้ ประชาชนยังต้องการให้ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน ช่วยควบคุมองค์กรต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงเคลื่อนไหวการชุมนุมและม็อบในประเทศไทย อาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์ ยาเสพติดฯ และโครงการถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคปกป้องผลประโยชน์ชาติไทยในลุ่มน้ำโขงและทรัพยากรทางทะเลของประเทศไทย โดยมีความต้องการต่อประเทศสหรัฐอเมริกา โดด ๆ เป็นการเฉพาะที่มากกว่าประเทศจีนในทุกโครงการบนความเชื่อมั่นของประชาชนคนไทยต่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลังการเลือกตั้งว่าจะดีต่อประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นนายโจ ไบเดน หรือ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะ นายโจ ไบเดน จะได้รับความเชื่อมั่นจากคนไทยสูงกว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการศึกษาครั้งนี้&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82964</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, ซูเปอร์โพล, ต่างชาติแทรกแซง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa4b27b1fba0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
