<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ACTออกแถลงการณ์ค้านแก้ไขรธน.เปิดทางคดโกงงบประมาณประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) หรือ ACT ออกแถลงการณ์ เรื่อง คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้เกิดการคดโกงงบประมาณของประเทศ&amp;nbsp; ระบุ ตามที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส. ส.ว. และกรรมาธิการที่แทรกแซง&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดทำงบประมาณประจำปี ตามมาตรา 144 และ ตัดข้อห้ามมิให้ ส.ส. และ ส.ว. แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการ ตามมาตรา 185 นั้น ทางองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่า การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้การต่อต้านคอร์รัปชันของประเทศล้มเหลว เพราะการตัดบทลงโทษดังกล่าวเปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสอดแทรก-ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการที่เป็นฝ่ายบริหารได้โดยง่าย ซึ่งจากที่ผ่านมางบประมาณแผ่นดินได้ถูกจัดสรรอย่างไม่เป็นธรรม มีการคดโกงเกิดขึ้นอย่างมากมายจากการสอดแทรกใช้อำนาจหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่พรรคพลังประชารัฐได้ยื่นขอ นอกจากจะเปิดทางให้เกิดการคดโกงแล้วยังขัดต่อหลักธรรมาภิบาลและการมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ที่ไทยเป็นสมาชิกอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อสู้เอาชนะคอร์รัปชันต้องชัดเจนทั้งหลักการและวิธีการ การมีมาตรการที่ครอบคลุม ปฏิบัติได้จริงจังจึงจะพิสูจน์ความเป็น &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญปราบโกง&amp;rdquo; และวาระแห่งชาติในการต่อต้านคอร์รัปชันได้ การลดทอนให้เหลือเพียงหลักการลอยๆ ไม่มีแนวปฏิบัติปราศจากบทลงโทษ แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจเด็ดขาดในการปราบปรามคอร์รัปชัน ทำให้คนโกงย่ามใจ คนไทยทั้งชาติอยู่ในสภาวะของการ &amp;ldquo;จำยอมกับการโกงของผู้มีอำนาจ&amp;rdquo; อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยต้องการเห็นการเมืองที่สูงด้วยจริยธรรม ต้องการรัฐธรรมนูญที่ศักดิ์สิทธิ์จริงใจ ต้องการเห็นประเทศชาติ มีการพัฒนาอย่างโปร่งใสเป็นธรรม และที่สำคัญ ต้องการหลุดพ้นจากวงเวียนการคดโกงของนักการเมือง ข้อเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ทั้งสองประการดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันขอคัดค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมทั้งสองมาตราดังกล่าวอย่างถึงที่สุด และขอเชิญชวนให้ประชาชน สื่อมวลชน และทุกภาคส่วนของสังคมร่วมผนึกกำลังในการต่อต้านครั้งนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับงบประมาณแผ่นดินและผลกระทบที่เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107000</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, ออกแถลงการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cf27562f21c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88766</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;การันตีเลื่อนประชุมสภาฯไม่กระทบแก้รธน. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.2564 เวลา11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีสภาผู้แทนราษฎร มีแนวโน้มเลื่อนการประชุมจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณากฎหมายของรัฐบาลหรือไม่ว่า อาจมีผลกระทบโดยเฉพาะ ร่างพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา301 และมาตรา305 ความผิดฐานทำให้แท้งลูก หรือกฎหมายทำแท้ง เนื่องจากเป็นกฎหมายที่เร่งรีบเพราะซึ่งตนเชื่อว่าเสร็จไม่ทันวันที่ 12 กพ. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันประกาศใช้ ส่วนจะมีผลกระทบหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าพึ่งคิด &amp;nbsp;ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีอะไร เพราะสามารถเลื่อนการประชุมได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากมีการเลื่อนการประชุมสภาฯจริง ก็ไม่สามารถประชุมสภาฯแบบออนไลน์ได้ &amp;nbsp;เพราะมีข้อยกเว้นเอาไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88766</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, วิษณุ เครืองาม, เลื่อนประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2add60a02b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 10:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซอร์ไพรซ์!&#039;วันชัย&#039;ยันส.ว.ส่วนใหญ่ไม่ขวางแก้รธน. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 สิงหาคม 2563 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภาโพสต์ข้อความในเพจ เฟซบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 มาตรา256ว่า เป็นที่แน่ชัดว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีส.ส.ร.เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญใหม่แน่นอน ต่างกันที่องค์ประกอบของส.ส.ร. และเวลาในการร่างรัฐธรรม นูญ มีรายละเอียดปลีกย่อยคล้ายและต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญคงเริ่มตั้งแต่ 23-24 กันยายนนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวว่า ประเด็นที่เป็นข้อโต้เถียงว่าจะไม่แก้คงจะไม่มี นับแต่นี้คงจะเป็นข้อถกเถียงกันว่าประเด็นไหนควรแก้หรือไม่ควรแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีการพูดกันมากว่าส.ว.คงไม่กล้าตัดอำนาจของตัวเองและก็คงจะไม่กล้าขัดคนที่ตั้งตัวเองมา ก็ขอบอกว่า เท่าที่มีการหารือกันในหลายกลุ่มหลายฝ่าย เห็นพ้องต้องกันว่าสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน สร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ส.ว.คงไม่ขวางแน่นอน ประโยชน์ของตนกับประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนใหญ่เลือกประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า และระหว่างบุญคุณที่จะต้องทดแทนกับคนที่แต่งตั้งกับบุญคุณของประเทศชาติและความถูกต้องของสังคมก็สำคัญมากกว่า เรื่องส่วนตนกับเรื่องของประเทศชาติเชื่อว่าทุกคนเห็นแก่ประเทศชาติมากกว่า ดังนั้น ข้อที่กล่าวหาหรือโจมตีกันนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นเป็นประจักษ์ในไม่ช้า&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเขียนระบุทิ้งท้ายว่า รัฐธรรมนูญจะแก้ตรงไหนอย่างไรก็ว่ากันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ถกเถียงและเป็นมาตลอดคือประชาธิปไตยกับเผด็จการ ตกลงเราจะเอาอย่างไรกันแน่ มีประชาธิปไตยเเล้วทุจริต วุ่นวาย มีเผด็จการแล้วยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปอย่างนี้ อยากฝากส.ส.ร.ทำอย่างไรเราจะปิดสวิตช์ประชาธิปไตยที่ทุจริตวุ่นวายและเผด็จการที่ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จได้ ยิ่งปิดสวิตช์ได้เร็วเท่าใด เชื่อเหลือเกินว่าเราไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญกันไปกันมาและก็ไม่ต้องถกเถียงกันว่าจะเอาประชาธิปไตยหรือเผด็จการ รีบปิดสวิตช์ความชั่วร้ายของระบอบทั้งสองให้ได้ แค่นี้บ้านเมืองก็จะเดินไปได้ด้วยดี ไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่เหมือนที่เป็นเช่นทุกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75939</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, ทนายวันชัย สอนศิริ, วุฒิสภา, ส.ว.ไม่ขัดขวาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0daa3d2edae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.พลังประชารัฐเสนอ&#039;ปฏิรูปตำรวจ&#039;แก้ปัญหาคนรากหญ้าได้มากกว่าแก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 2563 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมและประชาชน ตั้งคำถามต่อกระบวนการยุติธรรม และการทำหน้าที่ของตำรวจ เป็นเหตุให้นำสู่การที่ประชาชนกำลังสิ้นหวัง และหมดศรัทธากับกระบวนการยุติธรรม โดยถือว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะ พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นตนจึงเห็นว่า ช่วงเวลาต่อจากนี้จึงถือเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ รัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ซึ่งควบคุมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะให้ความสำคัญกับการปฏิรูประบบการทำงานของตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตนขอเสนอแนวทางการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งได้เสนอแนวความคิดไว้เป็นแนวทาง ด้วยการแก้ไขปัญหาตั้งแต่โครงสร้าง และระบบ รวมทั้งการทำหน้าที่ของพนักงานชั้นผู้น้อย และพนักงานสอบสวน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พนักงานสอบสวนต้องมีอิสระในทำหน้าที่ ไม่ถูกแทรกแซงโดยผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจสั่งคดี โดยอาจมีการตั้งกองบัญชาการสอบสวนขึ้นมาแยกจากการบังคับบัญชาของหัวหน้าสถานี เพื่อเป็นการถ่วงดุลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและตัวพนักงานสอบสวนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สร้างพนักงานสอบสวนเป็นวิชาชีพเฉพาะ มีความรู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และแบ่งกลุ่มงานตามกฎหมายที่เชี่ยวชาญ จัดทีมรับแจ้งความ มิใช่พนักงานสอบสวนเวรแต่ผู้เดียวรับแจ้งและเป็นผู้รับผิดชอบสอบสวนคดีอาญาไปหมดทุกกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กำหนดให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่นเดียวกับ งานยุติธรรมอื่นๆ เช่น ศาล อัยการ เป็นต้น ไม่ถูกสลับสับเปลี่ยนหรือเอาบุคคลที่ไม่มีใจอยากทำงานสอบสวนมาปฏิบัติงาน และไม่จำเป็นต้องมีระบบยศ โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการกำหนดค่าตอบแทนเฉพาะด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.กำหนดความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติงานเฉพาะหน้าที่สอบสวนเพียงอย่างเดียว โดยไม่ต้องรับผิดชอบงานอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การปรับโครงสร้างองค์กร เน้นในแนวราบ ไม่ใช่การปรับแนวตั้ง เพื่อให้ฐานกว้างขึ้น สามารถใช้สรรพกำลังในหน่วยงานระดับพื้นฐานคือสถานีตำรวจได้อย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชั้นผู้ใหญ่ และผู้น้อย จึงรับรู้ถึงความเดือดร้อนในการทำงานดังกล่าว ที่ยังคงถูกระบบศักดินา จำกัดการทำงานที่ต้องเป็นไปตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา จึงทำให้ขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มจากพนักงานสอบสวน ไม่เป็นไปอย่างที่ควรเป็น ดังนั้นเวลานี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุด ที่ควรจะมีการปฏิรูปตำรวจ โดยเฉพาะชั้นตำแหน่งของพนักงานสอบสวน&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปโครงสร้างกระบวนการยุติธรรมนั้นสำคัญกว่า การแก้รัฐธรรมนูญ โดยการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นเพียงการหวังผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องประชาชนคนรากหญ้าได้เลย ซึ่งตนจะนำเรื่องดังกล่าวร่วมหารือกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนอื่นๆ รวมทั้งคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตำรวจ) ก่อนที่จะมีการยื่นญัตติต่อประธานสภาฯอย่างเป็นทางการอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73874</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปฏิรูปตำรวจ, การแก้รัฐธรรมนูญ, พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ac61ab2917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลเผย&#039;อารมณ์ประชาชน&#039;กำลังเดือดชี้ 81%มองว่าปัญหาการเมืองจะบานปลาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค.63 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง อารมณ์ประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 16,099 ตัวอย่างในโลกโซเชียล และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; (Traditional Voice) จำนวน 2,459 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5 ถึง 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.6 ระบุปัญหาการเมืองจะรุนแรง ลุกลามบานปลาย ในขณะที่ร้อยละ 18.4 ระบุไม่รุนแรง ในขณะที่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.9 ระบุปัญหาเศรษฐกิจจะรุนแรง ลุกลามบานปลาย คนตกงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 12.1 ระบุไม่รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.2 ระบุ ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นอยู่ในระดับรุนแรง ในขณะที่ร้อยละ 37.8 ระบุไม่รุนแรง นอกจากนี้ผลสำรวจพบว่า ก่ำกึ่งกันคือ ร้อยละ 49.1 อดทน ยอมรับได้ต่อปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ถ้าตนเองได้ประโยชน์ ในขณะที่ร้อยละ 50.9 ระบุ ไม่ทนต่อปัญหาทุจริตคอรัปชั่น แม้ตนเองจะได้ประโยชน์ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบอารมณ์ประชาชนในโลกโซเชียลต่อข้อความการเมืองแต่ละข้อความที่สำคัญมีการปล่อยออกในโลกโซเชียลอย่างมีระบบแบบแผน มีการเคลื่อนไหวในลักษณะลูกคลื่น ที่มีการรับช่วงต่อเป็นทอดๆของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่แรง ๆ โดยมีผู้ก่อการ ข้อความการเมืองมักเป็นพวกนินจาที่จัดอยู่ในกลุ่ม Influencer ระดับคะแนนแค่ 1 จากคะแนนเต็ม10 มีคนติดตาม (Follower) ประมาณ 20 คนเท่านั้น จากนั้น แกนนำ นักเคลื่อนไหวการเมืองจะนำข้อความการเมืองมาพูดซ้ำและได้รับการพาดหัวข่าวแพร่สะพัดกระจายเป็นไวรัล (viral) คลื่นอารมณ์ประชาชนก้อนโต ในโลกโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่าง ในวันที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีผู้ก่อการใช้นามแฝง ปล่อยข้อความการเมืองเข้าสู่โลกโซเชียลว่า &amp;ldquo;ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ใครก่อขบฐกับรัฐบาล คนนั้นคือวีรบุรุษ&amp;rdquo; ให้สังเกตคำว่า &amp;ldquo;ขบฐ&amp;rdquo; จงใจเขียนถูกเขียนผิดหรือไม่ และตอนนั้นไม่แรงเป็นแค่หลักหน่วย ต่อมาในวันที่ 17 กรกฎาคม ได้ปล่อยข้อความเดียวกันออกมาอีกครั้งโดยมีเครือข่ายตอบรับเพิ่มอีกเล็กน้อยแต่ต่อมากลายเป็นไวรัล (viral) ในวันที่ 7 สิงหาคมขึ้นสู่หลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ คลื่นอารมณ์ของประชาชนในโลกโซเชียลที่ก่อตัวเกิดขึ้นต่างวันและห้วงเวลาแบบกระจัดกระจายกำลังมารวมตัวกันในห้วงเวลาเดียวกันเป็นก้อนใหญ่ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคมเป็นต้นไป และมีศักยภาพจะกลายเป็น สึนามิ ได้อย่างน่ากลัวถ้ามีการเชื่อมโยงกันได้ระหว่างอารมณ์ประชาชนในโลกโซเชียลกับโลกความเป็นจริงตามยุทธการ (Online &amp;ndash; Onground) โดยแต่ละข้อความการเมืองมีช่องทางใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อแตกต่างกัน ในการศึกษาครั้งนี้พบข้อความที่ว่า &amp;ldquo;คณะประชาชนปลดแอก&amp;rdquo; ใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 57.2 น้อยกว่าข้อความอื่น ๆ เช่น ข้อความที่ว่า &amp;ldquo;เยาวชนปลดแอก&amp;rdquo; ใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 91.3 โดยข้อความว่า คณะประชาชนปลดแอก หันไปใช้สำนักข่าวต่าง ๆ มากถึงร้อยละ 20 แต่ถ้าข้อความที่ว่า &amp;ldquo;ให้มันจบที่รุ่นเรา&amp;rdquo; จะใช้อินสตาแกรม ร้อยละ 13.6 และใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 79.8 ในขณะที่ ข้อความการเมือง ที่ว่า ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ได้ใช้ทวิตเตอร์ร้อยละ 85.2 และใช้วิดีโอ ร้อยละ 8.8 ตามด้วย ข่าว ร้อยละ 4 เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า อารมณ์ประชาชน กำลังปรับทิศทางเข้าหากันโดยเริ่มจากอารมณ์ประชาชนในโลกโซเชียลก่อนและเมื่อลุกลามมานอกโลกโซเชียลก็จะทำให้เกิดคลื่นมวลประชาชนออกมาแสดงตนต่อปัญหาทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาทุจริตคอรัปชั่นที่ประชาชนครึ่งหนึ่งจะไม่ทนต่อปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวต่อว่า จากการย้อนดูข้อมูลในช่วงเวลาสองถึงสามเดือนที่ผ่านมาพบว่า ก้อนคลื่นอารมณ์ประชาชนที่เกิดขึ้นนั้นส่วนหนึ่งรัฐบาลเป็นผู้ก่อจากการแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรี การกดดันให้กลุ่มสี่กุมารลาออกในลักษณะเสร็จนาฆ่าโคถึก ปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐทำให้เกิดก้อนคลื่นอารมณ์ประชาชนที่ &amp;ldquo;ไม่โอเค&amp;rdquo; กับความวุ่นวายภายในรัฐบาลขณะที่ประชาชนกำลังทุกข์ยากเดือดร้อน และมารวมตัวกับก้อนคลื่นอารมณ์ประชาชนที่อยู่ในโลกโซเชียลจากการออกมาแสดงความไม่โอเคต่อรัฐบาลที่นำโดยม็อบเยาวชนปลดแอกและคณะประชาชนปลดแอกที่กำลังนำไปสู่สถานกาณ์ที่เปราะบางของบ้านเมืองในอนาคตอันใกล้ จนยากจะหาทางออกได้ในเวลานี้ ทางแก้อยู่ที่ข้อมูลของคนมีอำนาจว่าจะแม่นยำถูกต้องครอบคลุมและทันเวลาหรือไม่ และอยู่ที่ผู้มีอำนาจจะให้เกิดปฏิบัติการอะไรออกมาที่ตรงเป้าความต้องการไม่ฝืนอารมณ์ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73862</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล, อารมณ์ประชาชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2f6e08d7682.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ว.&#039;วันชัย&#039;ชี้ถึงเวลาแล้ว 3 ฝ่าย &quot;รัฐบาล-ส.ส.-ส.ว.&quot; รีบมานั่งคุยกันหาทางปลดล็อคปมเงื่อนรธน.2560 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 2563 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความลงใน Facebook ส่วนตัวกล่าวถึงสถานการณ์ในปัจจุบันที่รุมเร้าหลายด้านและเสนอทางออกโดยระบุว่า เราหวังว่าในระยะเปลี่ยนผ่าน บ้านเมืองคงจะสงบเรียบร้อยเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคง ด้วยความร่วมมือจากอำนาจเดิมและอำนาจใหม่จากประชาชนคงช่วยกันประคับประคองให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทุกฝ่ายต้องการ รูปแบบในรัฐธรรมนูญ จึงออกมาเป็นเช่นนั้น และสิ่งที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้ใจประชาชนมาตลอดระยะเวลา 5-6 ปีก็คือความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนเรื่องอื่นๆแม้จะทำเต็มที่แต่ก็ยังไม่กระแทกเข้าไปสู่ความรู้สึกของประชาชนเท่าไรนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความกล่าวต่อไปว่า แต่เหตุการณ์ของบ้านเมืองในทุกวันนี้ชักไม่มีความสงบเรียบ ร้อยเสียแล้ว มีการเคลื่อนไหวชุมนุมไปในหลายที่หลายแห่ง อีกทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองก็รุมเร้าเป็นไฟลนก้น จนกระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นประเด็นแรงขึ้นมาในสถานการณ์นี้สอดรับกับการเคลื่อนไหวไปทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบการเมืองการปกครองในระยะ 7-8 ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นใน 3 รูปแบบคือ เป็นประชาธิปไตยจ๋าเต็มใบ เป็นเผด็จการเบ็ดเสร็จ และเป็นแบบผสมผสานอย่างที่เป็นเช่นทุกวันนี้ ก็ด้วยความหวังที่จะช่วยกันเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ร่วมไม้ร่วมมือกันทั้งอำนาจเก่าและอำนาจใหม่ ไปๆมาๆก็ไม่ได้เป็นไปดังหวังเพราะต่างฝ่ายต่างเข้ามาแย่งชิงอำนาจ หวังประโยชน์เพื่อกลุ่มคน กลุ่มการเมือง จนประชาชนเอือมระอากับการเมืองที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัยกล่าวอีกว่า ถ้าใครคิดจะแก้ปัญหาบ้านเมืองด้วยการปฏิวัติก็คงอยู่ลำบากและก็คงจะตายลูกเดียว ครั้นจะเอาแบบผสมผสาน จะกระเดือกไปได้สักกี่น้ำ มันผสมผสานกันไม่ได้จริง บ้านเมืองเลยไม่เดินไปไหน แล้วก็กลับมาสู่วังวนเดิม ซึ่งมีแนวโน้มจะต้องส่งต่อให้เป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงโดยเร็ว อะไรที่ไม่ลงรอยกัน ตรงไหนที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญที่ใช้มา 1-2 ปี ทั้งระบบบริหาร นิติบัญญัติ ขัดข้องอย่างไร ใช้มาแล้วเชื่อว่าทุกฝ่ายจะเห็นปัญหา ทั้งรัฐบาล ส.ส. ส.ว.ได้รู้ได้เห็นมาหมดแล้วคงไม่จำต้องรอกันต่อไป อะไรทำได้-ไม่ได้ เพื่อบ้านเพื่อเมือง เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนคงต้องรีบมานั่งพูดคุยกัน สิ่งใดควรแก้ไม่ควรแก้ตรงไหน อย่างไร และใครจะต้องทำอย่างไรก็ว่ากันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความต้องการและความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผมเชื่อว่า เป็นเป้าหมายของทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ถ้ามองเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องอื่นก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคปัญหาต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ที่เราคิดกันมาโดยตลอดว่าสถานการณ์ตอนนั้นใช่ แต่ตอนนี้อาจไม่ใช่ก็ได้ มันถึงเวลาเสียแล้วกระมัง&amp;quot;นาย วันชัยกล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73161</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, วันชัย สอนศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 11:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘จุรินทร์’เชื่อนับหนึ่งประชาธิปไตยต้องเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19ก.ค.2563 ที่โรงแรมรามาการ์เด้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลมีการยุบสภาว่า ไม่ขอให้ความเห็นรายละเอียดในข้อเรียกร้อง เพียงแต่รัฐบาลมีหน้าที่รับฟังความเห็นจากทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนก็ตาม เมื่อขึ้นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล บริหารแผ่นดิน และประเทศ ประชาชนแสดงความคิดเห็นอย่างไร รัฐบาลต้องมีความพร้อมที่จะรับฟัง

&amp;ldquo;ทุกฝ่ายก็อยากเห็นความเป็นประชาธิปไตย ดำรงอยู่ในประเทศ และดียิ่งขึ้น ซึ่งหากจะนับหนึ่งได้และเห็นเป็นรูปธรรมก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการแก้ไขไปในทิศทางที่ดี ก็ถือว่ามีความคืบหน้าให้กับประเทศได้ ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศของเรา&amp;rdquo; นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องดำเนินตามขั้นตอน ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความชัดเจนที่อย่างน้อยมีจุดยืนจะต้องแก้ไขในมาตรา 256 ที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยาก หรืออาจจะแก้ไม่ได้เลย ซึ่งหากปลดล็อคตรงนี้ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ส่วนจะแก้ไขในประเด็นอื่นๆก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 สภาผู้แทนราษฎร กำลังดำเนินการอยู่ เชื่อว่าจะใกล้ข้อยุติแล้ว ซึ่งจะเป็นคำตอบให้สภาพิจารณาว่าจะแก้ไขอย่างไรต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71874</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้รัฐธรรมนูญ, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc47d69233.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
