<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2019 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นายกฯ’ของขึ้น ชี้ไม่ได้เสวยสุข! คิดแก้ศก.ตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ของขึ้น ให้สัมภาษณ์ 2 ครั้งเรื่องเศรษฐกิจทั้งหลังประชุม กห.และ ก.ตร. โวยไม่ได้เสวยสุข คิดเรื่องแก้ไขตลอดเวลา วอนการเมืองเพลาๆ บ้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่น &amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ชี้ไทยแค่เป็นไข้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมว่า ไม่อยู่ประเทศไทยมาหลายวัน เพราะเดินทางไปทำงานให้กับประเทศชาติที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งขณะนี้ให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยจากการที่ได้หารือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน หรือแม้แต่เกาหลีใต้ มีหลายอย่างที่เป็นประเด็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ และมีผลกระทบต่อสงครามทางการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งส่งผลต่อการตลาดของไทยด้วย ซึ่งในหลายประเทศก็มีวิธีการแก้ไขปัญหาเป็นของตัวเอง และมีความแตกต่างในเรื่องการปกครอง รวมถึงอำนาจของรัฐบาล ในขณะที่ไทยเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ก็ต้องแก้ไขปัญหาแบบประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ในวันนี้รัฐบาลมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจในทุกมิติ อยากให้ทุกฝ่ายอย่าสร้างความขัดแย้ง เพราะจะทำให้ความเชื่อมั่นหายไป ทุกวันนี้ทุกประเทศยังเชื่อมั่นไทยอยู่ แต่สิ่งที่ห่วงอย่างเดียวคือเรื่องการเมือง อยากให้ระมัดระวังและลดการกระทบกระทั่งให้มากที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่า รัฐบาลไม่หยุดคิดเรื่องเศรษฐกิจ เราไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเสวยสุขอย่างที่ใครว่ามา และไม่เคยมีความสุขเลยตราบใดที่ไทยยังเป็นแบบนี้อยู่ คิดว่าทุกคนที่เป็นนักการเมืองก็คิดแบบตนเอง เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง อย่ามาทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ว่า สถานการณ์ในปัจจุบันอาจมีปัญหาอยู่บ้าง ทุกคนก็ทราบดี ซึ่งก็กำลังแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจอยู่ ถือเป็นสิ่งเร่งด่วนและสำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทยในวันนี้ อีกทั้งทุกประเทศทั่วโลกก็กำลังทำกันอยู่ แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในและต่างประเทศ โดยนโยบายของรัฐบาลนี้ หลายอย่างออกไปแล้ว ก็ขอให้ติดตามด้วย เพื่อที่ทุกคนจะได้เข้าถึง แต่จะให้ทุกคนได้รับประโยชน์มากที่สุดก็เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด ก็ต้องทยอยดำเนินการไปให้ได้มากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้รัฐ เอกชน ประชาชน ต้องร่วมมือทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นแก้ไขอะไรไม่ได้เลยสักอัน ไม่ว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาก็ทำไม่ได้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกันก็มีความขัดแย้ง บิดเบือนต่างๆ มันก็แก้ไม่ได้ ปัญหาเรามีหลายร้อยปัญหา ถ้าเราทยอยแก้ไปตามลำดับ เดี๋ยวมันก็แก้ได้หมดเอง อย่าไปสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา เท่านั้นเอง&amp;rdquo;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์นั้น สื่อมวลชนไม่ได้ถามอะไรเกี่ยวกับนโยบายหรือการทำงานของรัฐบาล ซึ่งคาดว่านายกฯ ยังอารมณ์ค้างและเกิดอาการไม่พอใจ โดยเฉพาะกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้ไม่ยังหดตัว แค่เติบโตชะลอลงเท่านั้น ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามการค้าที่กระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจไทยตอนนี้เหมือนกำลังมีไข้ ไข้ขึ้น ต้องให้ยาไปก่อน ต้องรักษาให้ดีที่สุด ไม่ให้ทรุดลงไปกว่านี้ และอักเสบ การอักเสบคราวนี้จะยากไปอีก จะเห็นว่าชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ทยอยออกมา มีการคิดอย่างรอบคอบ ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์เต็มที่ การช่วยต้องช่วยทุกภาคส่วน เศรษฐกิจถึงจะหมุน ไม่ได้บอกว่าช่วยแต่ภาคเกษตร ช่วยแต่ผู้ประกอบการ วันนี้รัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ และมองเป้าหมายชัดเจนระยะยาวต้องการทำอะไร ภาคการเงินจะมีส่วนสนับสนุนในการยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สศค.ประเมินว่าตัวเลขเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในไตรมาส 4/2562 จะขยายตัวได้ 3.2% บวกลบ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งปีเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 2.8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล รองผู้อำนวยการ สศค. กล่าวว่า กระทรวงจะปรับคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีในปี 2562 อีกครั้งในเดือน ม.ค.2563 โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ต้องจับตาแนวโน้มตัวเลขการส่งออกของไทย ซึ่งยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงนอกประเทศ ทั้งปัญหาการกีดกันทางการค้า เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งเป็นปัญหาที่ควบคุมได้ยาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามและประเมินสถานการณ์ภาคส่งออกในช่วงที่เหลือของปีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป้าหมายจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 2.8% ดังนั้นหากต้องการให้จีดีพีเติบโตได้ตามเป้าหมาย ภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 4/2562 ต้องขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% แต่หากจีดีพีขยายตัวที่ 2.6% ไตรมาส 4/2562 ต้องขยายตัวได้ 2.5% โดยภาพรวมเศรษฐกิจ 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ เติบโตได้ที่ระดับ 2.5%&amp;rdquo; นายวุฒิพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา โดยจะทำให้เศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ดีขึ้น อยู่ที่ 2.6-3% ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51367</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอาเซียน, การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ, ประชุมสภากลาโหม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191128/image_big_5ddfccef00484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
