<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์อาสาเป็นเซลล์แมนขายยางพาราทั่วโลก จ่อปิดดีล 2.6แสนตันให้จีน-ฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 13 พ.ย.2562 กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เร่งขยายตลาดยางพาราออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยสามารถเจรจาซื้อขายยางพารากับผู้ซื้อต่างประเทศจำนวน 2 ราย คือ 1.บริษัทเอกชนจากจีน ซึ่งมีการลงนาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;เพื่อซื้อยาง&amp;nbsp;STR&amp;nbsp;20 ปริมาณ 60,480 ตัน และ 2.ปริษัทเอกชนจากฮ่องกง ซึ่งมีการลงนาม&amp;nbsp;MOU&amp;nbsp;เพื่อซื้อยาง&amp;nbsp;STR&amp;nbsp;20 ปริมาณ 100,000 ตัน และยางแผ่นรมควันชั้น 3 อัดก้อน 100,000 ตัน รวมปริมาณการซื้อขายรอบนี้ทั้งสิ้น 260,480 ตัน มูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

&amp;nbsp;
&amp;ldquo;หลังจากนี้ กยท. จะรับซื้อยางโดยตรงจากเกษตรและสถาบันเกษตรกรที่ราคาชี้นำมาขายต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประโยชน์ต่อวงการยางพาราไทย ทำให้มีการขยายช่องทางการจำหน่ายไปต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการตลาดของ กยท. และเพิ่มอำนาจการต่อรองในเวทีโลก จะช่วยยกระดับราคายางไปสู่ราคาเป้าหมายนำ และสร้างแบรนด์ กยท. ให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มธุรกิจยางทั่วโลก เพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นในอนาคต&amp;rdquo;

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการเจรจาซื้อขายยางพาราในครั้งนี้แล้ว ระหว่างวันที่ 15-19 พ.ย.2562 ตนจะทำหน้าที่เซลล์แมน นำคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะภาคเอกชนเดินทางไปเจรจาขายสินค้าที่ประเทศตุรกีและเยอรมนีอีก โดยมีสินค้ายางพาราด้วย เพื่อหาตลาดส่งออกให้กับยางพารา และเป็นมาตรการเสริม เพื่อยกระดับราคายางพาราภายในประเทศ

นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2562 และได้เริ่มมีการโอนเงินส่วนต่างให้กับชาวสวนยางแล้วตั้งแต่วันที่ 1-15 พ.ย.2562 ซึ่งกระบวนการโอนเงิน ต้องมีการตรวจสวนด้วย จึงต้องใช้เวลา ส่วนงวดถัดไปจะโอนวันที่ 1 ม.ค.2563 และ 1 มี.ค.2563 และขอเรียนว่าผู้ถือบัตรสีชมพู สามารถรับเงินส่วนต่างได้ โดย ครม. ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว

ทั้งนี้ โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 1 วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท กำหนดประกันรายได้ยาง 3 ชนิด คือ ยางแผ่นดิบคุณภาพดี​กิโลกรัม (กก.) ละ 60 บาท น้ำยางสด กก.ละ 57 บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 23 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ เป็นสวนยางอายุ 7 ปีขึ้นไป โดยมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกกับ กยท. จำนวน 1,711,252 ราย เป็นยางแผ่นดิบ 150,803 ราย น้ำยางสด 470,767 ราย และยางก้อนถ้วย 790,447 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50245</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, การแก้ไขปัญหายางพารา, จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc9185b228ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2019 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยางพารามีเรื่อง&#039;ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้&#039;การเมืองยังหวังพึ่งยากแม้กระทั่งยุคคสช.ก็เหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.พ.62- นายไพรัช เจ้ยชุม &amp;nbsp;ประธานกรรมการ ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางจังหวัดพัทลุง จำกัด &amp;nbsp;ในฐานะประชาสัมพันธ์เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง การยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า สถานการณ์ยางพารา &amp;nbsp;การทำงานของหน่วยงานรัฐ การแก้ปัญหาที่จะให้ที่ดีขึ้นเป็นเพียงโยบายกับเป็นคำพูด &amp;nbsp;โดยสุดท้ายแล้วก็ไม่เป็นไปตามนั้นแก้ไม่ได้ในที่สุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแนวทางนักการเมือง พรรคการเมือง &amp;nbsp;ขณะนี้ก็เข้ามาก็บอกแนะนำนโยบายแต่ละนโยบายดี แต่ไม่ได้บอกถึงว่าจะทำอย่างไร การผลิต การแปรรูป &amp;nbsp;การขาย การซื้อ ใครขาย &amp;nbsp;ใครซื้อ การตลาดอยู่ตรงไหน จะเชื่อถือหรือทำได้หรือไม่ ก็ไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลายประเด็นที่มีอยู่เรื่องยางพารา ที่ติดอยู่เป็นอุปสรรคอยู่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ &amp;nbsp;และตอนนี้พรรคการเมือง พูดนโยบายยางพารา &amp;nbsp;แต่สุดท้าย ก็แก้ไขไม่ได้&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายไพรัช กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นทิศทางยางพารา ปี 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ชัดเจนในการแก้ปัญหา ขนาดยุค คสช.มีอำนาจรัฐสูงสุด &amp;nbsp;ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่น หายโครงการภาครัฐ ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน &amp;nbsp;ทำถนนสักสายก็เป็นข่าวดังแล้วก็เงียบไป และจะทำถนนก็ไม่มีงบประมาณ จะวังเอาเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) &amp;nbsp;บางแห่งก็มีเงินจัดสรงบประมาณได้ บางแห่งไม่มีเงินก็จัดสรรงบประมาณไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ &amp;nbsp;รังสิยาภรณ์รัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ &amp;nbsp;ไตรมาสที่ 4 ปี 2561ในส่วนภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะผลิตยางพาราราคาลดลง &amp;nbsp;เนื่องจากสต๊อกยางในประเทศจีน อยู่ในระดับสูง และความต้องการใช้ยางพาราในจีนชะลอลง กังวลจากสงครามการค้าจีน สหรัฐฯ และเศรษฐกิจจีนเองก็ชะลอตัว ต้องการใช้ยางจึงลดลงด้วย ส่วนไม้ยางและผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp;ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศจีนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ในส่วนผลิตถุงมือยาง ได้ขยายตัวดีตามความต้องการจากตลาดสหรัฐฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นส.จิดาภา ช่วยพันธุ์ เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคใต้ ปี 61 ภาคใต้โดย เครื่องยนต์ขับเคลื่อนดีหลายเครื่อง มีเครื่องยนต์สำคัญที่ยังทำงานได้ไม่เต็ม คือภาคเกษตร &amp;nbsp;ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาว ที่หดตัวต่อเนื่อง ประกอบกับผลผลิตที่ยังเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการส่งออกภาคใต้ที่สำคัญ ในส่วนของไม้ยางแปรรูปและผลิตภัณฑ์ลดลงเพราะมาตรการสิ่งแวดล้อมของจีนที่เข้มงวด &amp;nbsp; ทำให้โรงงานไม้ ในจีนต้องปิดตัวไปหลายโรง ส่งผลต่อความต้องการไม้ยางแปรรูป จากไทยในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสงครามทางการค้าระหว่างจีน สหรัฐฯ &amp;nbsp;เริ่มเห็นสัญญาณ การลดลงของการผลิต และส่งออกยางพาราแปรรูปจากภาคใต้ ไปยังประเทศจีนในครึ่งหลังของปี &amp;nbsp; เพราะผู้นำเข้า ไม่มั่นใจประกอบกับเศรษฐกิจจีน ที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง จึงกดดันให้ราคายางพารา &amp;nbsp;อยู่ในระดับต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การผลิตและส่งออกในอุตสาหกรรมถุงมือยาง ยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง และการผลิตและส่งออกไม้ยางแปรรูป และผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะปรับดีขึ้นได้ในปี 62 ช่วงครึ่งหลังของปี หลังจากที่โรงงานในจีนบางส่วน จ ะสามารถปรับปรุงมาตรฐานตามเกณฑ์และกลับมาเปิดดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจัยกระทบเศรษฐกิจภาคใต้ ที่เริ่มเห็นในครึ่งหลังของปี 61 คาดว่า จะส่งผลให้เศรษฐกิจภาคใต้ในปี 62 มีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ก็คาดว่าจะทรงตัวจากปี 61ภาพรวมเศรษฐกิจภาคใต้ในปี 61 ขยายตัวได้ดีในครึ่งแรก และ เริ่มชะลอตัวในครึ่งหลัง 61&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29454</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ไขปัญหายางพารา, ยางพารา, รัฐบาลคสช., ไพรัช เจ้ยชุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6b663485e85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
