<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การแข่งขันช่วงชิงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นักวิชาการบางคนอธิบายว่าความเป็นไปในภูมิภาคตะวันออกกลางในยุคนี้ แท้จริงแล้วเป็นการแข่งขันช่วงชิงระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับผู้ปกครองซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฝ่ายซาอุฯ หวังยืมมือรัฐบาลสหรัฐจัดการอิหร่าน ชักชวนกดดันให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินนโยบายเป็นปรปักษ์กับอิหร่าน รัฐบาลบางชุดร่วมมือด้วยดี บางชุดซาอุฯ ไม่พอใจดังเช่นรัฐบาลโอบามา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธันวาคม 2013 เจ้าชาย Mohammed bin Nawaf bin Abdulaziz เขียนบทความลงสื่อ ความตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;นโยบายหลายเรื่องที่มีต่ออิหร่านกับซีเรียของพวกตะวันตกทำให้เสถียรภาพและความมั่นคงของตะวันออกกลางตกอยู่ในความเสี่ยง&amp;rdquo; &amp;ldquo;เป็นเดิมพันอันตราย ทำให้เราไม่สามารถทนนิ่งเงียบ นิ่งเฉยอีกต่อไป&amp;rdquo; แทนที่จะจัดการรัฐบาลซีเรียกับอิหร่าน หุ้นส่วนชาติตะวันตกของเราบางประเทศปฏิเสธที่จะลงมือเต็มกำลัง พวกตะวันตกยอมให้ระบอบหนึ่งอยู่รอดต่อไป และอีกระบอบหนึ่งยังคงสามารถเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม (หมายถึงซีเรียกับอิหร่าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลซาอุฯ จะรับผิดชอบต่อเรื่องเหล่านี้ไม่ว่าชาติตะวันตกจะสนับสนุนหรือไม่ก็ตาม ไม่มีอะไรสามารถขัดขวางความต้องการแสวงหาสันติภาพ ความมั่นคงของโลกอาหรับ เป็นสารที่ส่งตรงถึงรัฐบาลโอบามาแม้จะไม่เอ่ยนามโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รากฐานความขัดแย้ง :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าผู้นำซาอุฯ ประกาศว่าตนเป็นผู้นำศาสนาที่แท้จริง เป็นผู้นำมุสลิมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ (King Salman Bin Abdul Aziz) ตรัสในที่ประชุม Arab Islamic American Summit 2017 ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ร่วมงานว่า &amp;ldquo;ชาติอาหรับกับอิสลามผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด 55 ประเทศเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการต่อสู้ลัทธิสุดโต่ง (extremism) กับลัทธิก่อการร้าย เพื่อสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพโลก&amp;rdquo; การประชุมช่วยกระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ด้วยความรับผิดชอบต่อองค์อัลเลาะห์ (Allah) ต่อประชาชนของเราและต่อโลก เราจะยืนเคียงข้างกันเพื่อสู้พลังความชั่ว (forces of evil) ลัทธิสุดโต่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้เราเห็นบางคนที่คิดว่าตัวเองเป็นมุสลิมพยายามบิดเบือนภาพลักษณ์ศาสนา พยายามเชื่อมโยงศาสนาอันยิ่งใหญ่เข้ากับความรุนแรง&amp;rdquo; &amp;ldquo;ระบอบอิหร่านกับกลุ่มและองค์กรใกล้ชิดอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส รวมทั้ง ISIS (Daesh) อัลกออิดะห์ และอีกหลายกลุ่มเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน&amp;rdquo; พวกเหล่านี้ &amp;ldquo;พยายามใช้ประโยชน์จากอิสลาม (exploit Islam) เพื่อปิดบังเป้าหมายทางการเมืองที่สร้างความเกลียดชัง ความสุดโต่ง การก่อการร้าย ความขัดแย้งทางศาสนาและนิกาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอีกวาระหนึ่งกล่าวว่า &amp;ldquo;ระบอบอิหร่านเป็นหัวหอกก่อการร้ายโลกตั้งแต่ปฏิวัติโคไมนีจนถึงทุกวันนี้&amp;rdquo; ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนบ้าน เป็นพวกมักใหญ่ใฝ่สูงที่ชอบขยายอำนาจ (expansionist ambitions) พวกก่ออาชญากรรม แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นๆ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดหลักการอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้าน การเคารพซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Adel al-Jubeir ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;อิหร่านไม่มีส่วนกับโลกอาหรับจึงต้องถูกขับออกไป&amp;rdquo; &amp;ldquo;เราจะเจรจากับประเทศที่ต้องการฆ่าเราได้อย่างไร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Yousef al-Otaiba เอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ประจำสหรัฐกล่าวว่า แรงกดดันจากภายนอกเป็นกุญแจและจำต้องมีเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน ต้องปิดล้อมอิหร่านทุกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จะเห็นว่า มุมมองของรัฐบาลซาอุฯ ต่ออิหร่านไม่แตกต่างจากรัฐบาลทรัมป์ จนต้องตั้งคำถามว่า ใครลอกใคร ใครตามใคร หรือเป็นการปรึกษาหารือได้ข้อสรุปร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ข้อมูลอีกด้านระบุว่า ปี 1979 ไม่เพียงเป็นปีปฏิวัติอิหร่านเท่านั้น ยังเป็นปีที่รัฐบาลซาอุฯ เริ่มนโยบายส่งเสริมวาฮะบีระลอกใหม่ ใช้เงินมหาศาลจากการขายน้ำมันส่งเสริมวาฮะบีทั่วโลก เป็นที่มาของมุสลิมหัวรุนแรงหลายกลุ่มในปัจจุบัน พวกวาฮะบีต่อต้านชีอะห์อย่างรุนแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อดีตผู้นำอยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) กล่าวว่า ผู้ปกครองซาอุฯ เป็นพวกวาฮะบีที่ไร้พระเจ้า (godless Wahhabis) เรียกร้องให้ล้มราชวงศ์ซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองซาอุฯ กับระบอบอิหร่านจึงมีที่มาทั้งจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้งระหว่างซุนนี-ชีอะห์ กับความขัดแย้งที่เพิ่มซ้อนทับจากสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้ปกครองซาอุฯ ต้องการล้มล้างระบอบอิหร่าน เช่นเดียวกับที่ระบอบอิหร่านต้องการล้มล้างราชวงศ์ซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทำไมต้องต้านอิทธิพลอิหร่านในซีเรีย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สงครามกลางเมืองซีเรียเป็นอีกตัวอย่างแสดงให้เห็นความเป็นปรปักษ์ระหว่างซาอุฯ กับอิหร่าน มีข้อมูลจำนวนมากชี้ว่ารัฐบาลอาหรับสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธมุสลิมสารพัดกลุ่มเข้าร่วมทำสงครามล้มล้างระบอบอัสซาด รวมทั้งกลุ่มที่ยอมรับกันทั่วไปว่าคือผู้ก่อการร้าย ISIS เป็นเพียงกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น หลายประเทศร่วมกันส่งกองทัพจัดการผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ รวมทั้งรัฐบาลอิหร่านสนับสนุนกองกำลังชีอะห์ช่วยรัฐบาลอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งที่อิหร่านประกาศว่าคือการต่อต้านก่อการร้ายเช่นเดียวกับที่นานาชาติกระทำ แต่ฝ่ายซาอุฯ มองว่าอิหร่านกำลังขยายอิทธิพลในซีเรีย เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะนอกจากประเด็นต่อต้านก่อการร้ายแล้ว ฝ่ายซาอุฯ สนับสนุนโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เจ้าชาย Abdulaziz กล่าวว่า กองกำลังอิหร่านในซีเรียเป็นแรงเสริมระบอบอัสซาด ทหารเหล่านี้ไม่ได้เข้าประเทศซีเรียเพื่อป้องกันการยึดครองจากศัตรูภายนอก แต่เพื่อสนับสนุนระบอบอันชั่วร้ายที่ทำร้ายทำลายประชาชนซีเรีย รัฐบาลซาอุฯ จะสนับสนุน Free Syrian Army และกลุ่มฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าอธิบายตามยุทธศาสตร์ปิดล้อม นี่คือการปิดล้อมอิทธิพลอิหร่านในซีเรียที่ฝ่ายซาอุฯ กับสหรัฐพยายามเรื่อยมา ดังเช่นในอิรัก เยเมน และทุกที่ที่มีชีอะห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยืมมือรัฐบาลทรัมป์คว่ำบาตรอิหร่าน :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผลสำคัญข้อหนึ่งของการมีข้อตกลงนิวเคลียร์ Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ปี 2015 ที่ลงนามในสมัยรัฐบาลโอบามาคือ นานาชาติเลิกคว่ำบาตรอิหร่านตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติ นักธุรกิจยุโรปนับร้อยนับพันแห่เข้าไปลงทุนในอิหร่านในยามที่อิหร่านต้องการการลงทุนจากต่างชาติอย่างยิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฝ่ายซาอุฯ ไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ ไม่ใช่เพราะเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ที่สำคัญกว่าคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านคือการฟื้นตัวของระบอบที่แข่งอิทธิพลกับซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางนี้ รัฐบาลซาอุฯ ยืมมือรัฐบาลทรัมป์ (พรรครีพับลิกัน) ประกาศยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์ฝ่ายเดียว พร้อมกับประกาศห้ามเอกชนไม่ว่าจากประเทศใดทำธุรกิจกับอิหร่าน มิฉะนั้นจะอยู่บัญชีรายชื่อที่รัฐบาลสหรัฐจะคว่ำบาตร ผลคือบริษัทเอกชนยุโรปพากันถอยกรูด แม้กระทั่งบรรษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสายสัมพันธ์เหนียวแน่นกับรัฐบาลของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การก้าวขึ้นมาของรัฐบาลทรัมป์ช่วยพลิกสถานการณ์ให้กลับมาคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเข้มข้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ประกาศขู่คว่ำบาตรทุกประเทศที่ซื้อน้ำมันจากอิหร่าน รวมทั้งประเทศที่เดิมได้รับผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษ เห็นชัดว่าเป็นการปิดล้อมเศรษฐกิจอิหร่านอย่างรุนแรง ตรงตามความต้องการของฝ่ายซาอุฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การจัดระเบียบตะวันออกกลาง&amp;nbsp; :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรื่องราวทั้งหมดสามารถอธิบายว่า รัฐบาลซาอุฯ กำลังจัดระเบียบตะวันออกกลางกับแอฟริกาเหนือ จัดการรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นอุปสรรค ดังที่เจ้าชาย Abdulaziz กล่าวว่า ซาอุฯ เป็นเสาหลักของอิสลาม เป็นแหล่งพลังงานของโลก นี่คือท่าทีและเป้าหมายของซาอุฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;มีผู้เสนอให้ชาติตะวันตกวางตัวเป็นกลาง นำ 2 ฝ่ายสู่โต๊ะเจรจาระงับความขัดแย้ง เพื่อยุติการเข่นฆ่าที่ไม่รู้จบ เกิดผู้อพยพลี้ภัยหลายล้านคนที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก กำลังเป็นปัญหาแก่หลายประเทศ แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายซาอุฯ&amp;nbsp; ยังไม่อยากเจรจา แม้กระทั่งนักการเมืองอเมริกันบางคน เพราะคิดว่าการจัดการศัตรูตัวร้ายสำคัญกว่า ความโกลาหลและหายนะเป็นโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากกว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;----------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : อยาตุลเลาะห์ โคไมนี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : http://english.khamenei.ir/news/2116/Imam-Khomeini-s-Biography&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;----------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35608</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันช่วงชิงระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน, ชาญชัย คุ้มปัญญา, ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
