<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธันเดอร์เฮด” ทีมแข่งอังกฤษคว้าชัยศึกหฤโหด “บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ ปิดฉากสนามสุดท้ายอย่างดุเดือด ในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; โดยต้องลุ้นแชมป์จนนาทีสุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ทีมแข่งจากอังกฤษ ที่คว้าโพลในการแข่งขันเมื่อวันเสาร์ สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ เข้าวินได้อีกครั้งใน คลาสสูงสุด แอลเอ็มพีทู ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ขณะแชมป์ประจำปีเป็นของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26 ที่เก็บแต้มเหนือรองแชมป์เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น หลังจบเรซสุดโหดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 (Asian Le Mans Series) ดวลความเร็วสนามสุดท้ายในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; (4 Hours of Buriram) เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยเกมในเรซนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพื่อตัดสินแชมป์ในทุกคลาส ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รุ่นใหญ่ แอลเอ็มพีทู (LMP2) กริดสตาร์ทในเรซนี้มีรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล หลังจากที่ เบน บาร์นิโคท นักขับอังกฤษ กดเวลาต่อรอบเร็วที่สุด 1 นาที 22.758 วินาที ทุบสถิติสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ลงอย่างราบคาบ (สถิติเดิมเป็นของ ไดกิ ซาซากิ นักขับญี่ปุ่นในศึก ซูเปอร์จีที จีที500 ปี 2014 เวลาต่อรอบ 1 นาที 25.441 วินาที) ส่วนกริดที่ 2 และ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 1 และ 36 จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกสตาร์ทเรซในเวลา 11.45 น. ตามเวลาประเทศไทย ด้วยการโรลลิ่งสตาร์ทกับการรักษาจังหวะอย่างยอดเยี่ยมของเจ้าของโพลที่ขับโดย แจ็ค แมนเชสเตอร์ นักขับอังกฤษที่ทำหน้าที่เป็นนักขับไม้แรกของรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ตามด้วย ฉวน ตง นักขับจีนจาก เคทู อูชิโนะ เรซซิ่ง รถแข่งหมายเลข 96 ในอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 ในช่วงแรกเป็นของ โรเบอร์โต เมอร์ฮี นักขับสแปนิชจาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 36 ขณะที่ นาบูยะ ยามานากะ นักขับญี่ปุ่นคนแรกของ ยูเรเซีย หมายเลข 1 เจ้าของกริดที่ 2 มีปัญหาในช่วงออกตัวส่งผลให้ร่วงลงไปรั้งท้ายในกลุ่ม แอลเอ็มพีทู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่าน 45 นาทีแรกผู้นำอย่างรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เข้าพิตตามกลยุทธ์โดยเปลี่ยนให้ แฮร์รี ทิงค์เนล นักขับอังกฤษอีกคนลงมาเป็นไม้ที่สอง ขณะที่อันดับมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมากเมื่อ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26 จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมไล่บี้ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 จากการขับของ เจมส์ เฟรนช์ นักขับอเมริกัน โดยตามหลังอยู่ 11 วินาที ในช่วงชั่วโมงแรกของการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมเข้าสู่ช่วง 2 ชั่วโมง 40 นาที สุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ผู้นำเข้าพิตเพื่อเซอร์วิสรถแข่งและเปลี่ยนตัวนักขับมาให้ แจ็ค แมนเชสเตอร์ ลงไปทำหน้าที่อีกครั้ง ขณะที่อันดับ 2 อย่าง จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ หมายเลข 26&amp;nbsp; ก็ตามเข้าพิตมาในอีกไม่กี่วินาที ก่อนจะเปลี่ยนตัวส่ง เลียวนาด ฮูเกนบูม นักขับดัตช์ลงไปทำหน้าที่ต่อ ด้วยระยะห่าง 12.269 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เปลี่ยนมาเป็นของรถแข่งหมายเลข 34 จาก อินเตอร์ ยูโรโพล เอ็นดูรานซ์ ซึ่งขับโดย แม็ตธิอัส เบเช ตามผู้นำ 26.890 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเปลี่ยนของเรซเกิดขึ้นในช่วง 2 ชั่วโมง 30 นาทีสุดท้าย เมื่อเรซไดเร็กเตอร์ต้องสั่งโบกธงเหลืองรอบแทร็ก เกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยที่โค้ง 3 ส่งผลให้ระยะห่างจากผู้นำและอันดับ 2 ร่นลงมาเหลือ 8 วินาที จากนั้นหลังผ่านไปอีก 3 รอบ เลียวนาด ฮูเกนบูม ได้ควบรถแข่งของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ ไล่เข้าไปติดหัวแถวเหลือเพียง 5 วินาทีเท่านั้น ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ดุเดือดอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผ่าน 2 ชั่วโมงแรก เลียวนาด ฮูเกนบูม ตัดสินใจพารถแข่งของ จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ เข้าพิตเพื่ออันเดอร์คัตผู้นำ และพวกเขาก็ทำสำเร็จด้วยการขยับขึ้นเป็นหัวแถวได้สำเร็จ ส่วน รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เข้าพิตหลังจากนั้นและเปลี่ยนให้ แฮร์รี ทิงค์เนล ลงมาทำหน้าที่ต่อ แต่ต้องร่วงลงไปถึงอันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในช่วงชั่วโมงสุดท้าย รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ส่ง เบน บาร์นิโคท ผู้ทำเวลาเร็วที่สุดของทีมลงมาไล่บี้ในช่วงท้าย และขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ตามหลัง โรมัน รูซินอฟ ผู้นำจาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ เหลือ 19 วินาที&amp;nbsp; พร้อมกับทำเวลาบี้เข้าไปรอบละราว 1 วินาที ส่งผลให้ต้องมาลุ้นแชมป์สนามนี้กันในช่วงท้ายเรซอย่างสุดมัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;55 นาทีสุดท้าย จุดเปลี่ยนของเรซเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อรถแข่งแอลเอ็มพีทู หมายเลข 36 จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต พลาดหลุดโค้ง 3 จนร่วงลงไปในบ่อกรวด ส่งผลให้เรซไดเร็กเตอร์สั่งตีธงเหลืองรอบแทร็ก ทำให้รถแข่งกลุ่มนำกลับมาติดกันอีกครั้ง กลับมาดวลกันอีกครั้งจน บาร์นิโคท ขยับเข้าจี้เหลือเพียง 1 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามของ เบน บาร์นิโคท มาสำเร็จ เมื่อสามารถขยับแซง โรมัน รูซินอฟ พาทีมรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ขึ้นเป็นผู้นำได้อีกครั้งในช่วง 30 นาทีสุดท้าย โดยในช่วงท้าย รูซินอฟ เป็นฝ่ายตัดสินใจเข้าพิตเพื่อเติมน้ำมันก่อน จากนั้น บาร์นิโคท ตามเข้าพิตในอีก 2 รอบถัดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จบการแข่งขันสุดโหดของ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ รายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; ผู้ชนะสนามนี้ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกหลังผ่าน 4 ชั่วโมงเต็ม โดยขับไปทั้งสิ้น 157 รอบสนาม คิดเป็น 714.978 กิโลเมตร เหนืออันดับ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 26 จาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ อยู่ 17.721 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เคทู อูชิโนะ เรซซิ่ง ตามหลังแชมป์ 2 รอบสนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้ รถแข่งหมายเลข 26 จาก จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ จะเข้าป้ายเป็นคันที่ 2 ในสนามสุดท้ายแต่ยังเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 หลังสิ้นฤดูกาล โดยคว้าไปทั้งสิ้น 83 คะแนน เฉือนรถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง รองแชมป์ในปีนี้เพียงแต้มเดียวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านผู้ชนะในคลาส แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 12 จาก เอซวัน วิลลอร์บา คอร์เซ ที่ขับโดยสองนักขับอิตาเลียนอย่าง เดวิด ฟูมาเนลลี และ อเลสซานโดร เบรนซาน ร่วมงานกับ อันเดรียส ลาสคาราตอส ทีมเมทชาวกรีซ ที่ออกนำม้วนเดียวจบ 4 ชั่วโมงเต็มหลังควบไปทั้งสิ้น 146 รอบสนาม เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 2 จาก นีลเซ่น เรซซิ่ง อยู่ 28.458 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของรถแข่งหมายเลข 8 จาก ทีมกราฟฟ์ ตามหลัง 1 รอบสนาม โดยแชมป์ประจำปีในคลาส แอลเอ็มพีทรี ประจำฤดูกาล 2019/2020 ตกเป็นของ นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 ที่เก็บไปทั้งสิ้น 75 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่างแชมป์สนามนี้ รถแข่งหมายเลข 12 จาก เอซวัน วิลลอร์บา คอร์เซ อยู่ 13 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ชนะในคลาส จีที ของสนามนี้ตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 27 จาก ฮับออโต คอร์ซ่า ที่ขับโดย ทิม สเลด และ เลียม ทัลโบต์ สองนักขับออสเตรเลียน ร่วมงานกับ มาร์กอส โกเมส นักขับบราซิเลียนนำม้วนเดียวจบด้วยจำนวนรอบทั้งสิ้น 144 รอบสนาม ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 7 จาก คาร์กาย ถึง 2 รอบสนาม ส่วนอันดับ 3 เป็นของรถแข่งหมายเลข 51 จาก สปิริต ออฟ เรซ ตามหลัง 2 รอบสนาม โดยแชมป์ประจำปีของคลาสจีทีตกเป็นของ ฮับออโต คอร์ซ่า เก็บไปทั้งสิ้น 71 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย อยู่ 7 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ นับเป็นการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ที่มีการขับเคี่ยวสุดโหด ในระดับเดียวกันกับ เวิลด์ เอ็นดูรานซ์ แชมเปี้ยนชิพ โดยแชมป์ประจำปีในแต่ละคลาสจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันระดับตำนานของโลกอย่าง เลอมังส์ 24 ชั่วโมงในแต่ละปีด้วย ขณะที่ไทยรองรับการแข่งขันรายการนี้มาแล้ว 6 ปี ติดต่อกัน ซึ่ง สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประเทศไทยนั้นพร้อมเป็นเจ้าภาพเพื่อเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57956</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e525a3ec21ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“บาร์นิโคท” แรงทุบสถิติสนามช้างฯ ซิ่งเดือดคว้าโพล เอเชียน เลอมังส์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบน บาร์นิโคท ยอดนักขับอังกฤษควบรถแข่ง แอลเอ็มพีทู หมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ กดเวลาทำลายสถิติ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ คว้าโพลในศึก เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 สนามสุดท้าย ก่อนลุ้นแชมป์เดือดในศึก &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; ในวันอาทิตย์นี้ กดเวลาต่อรอบมาเป็นอันดับ 1 พร้อมกับทุบสถิติของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 22.758 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 (Asian Le Mans Series)เตรียมดวลความเร็วสนามสุดท้ายระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมในเรซนี้มีความหมายอย่างยิ่ง โดยนับเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นการแข่งขันเพื่อตัดสินแชมป์ในทุกคลาสไล่ตั้งแต่รุ่นใหญ่อย่าง แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ท ซึ่งแบ่งตามกริดของทั้ง 3 คลาส ในทุกคลาส โดยผลการควอลิฟายปรากฏว่า ในคลาสสูงสุดอย่าง แอลเอ็มพีทู เป็น เบน บาร์นิโคท นักขับอังกฤษที่พารถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง กดเวลาต่อรอบมาเป็นอันดับ 1 พร้อมกับทุบสถิติของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 22.758 วินาที คว้าโพลไปครอง โดยเฉือน นิค คาสซิดี้ นักขับนิวซีแลนด์ จาก ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข25 ที่รั้งกริดที่ 2 เพียง 0.146 วินาที ตามด้วย นิโคลาส ฟอสเตอร์ นักขับอังกฤษจากรถแข่งหมายเลข 36 ของทีม ยูเรเชีย มอเตอร์สปอร์ต อีกคันในกริดที่ 3 ตามหลังหัวแถว 0.702 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนตำแหน่งโพลในคลาส แอลเอ็มพีทรี ตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 2 จาก ทีม นีลเซ่น เรซซิ่ง ที่ลงขับโดย โคลิน โนเบิล นักขับอังกฤษ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.001 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 3 จาก นีลเซ่น เรซซิ่ง เช่นกัน ขับโดย แกเร็ตต์ กริสต์ นักขับอังกฤษตามหลังหัวแถว 0.398 วินาที ด้านกริดที่ 3 เป็นของ ดาวิด ทรูซ์ นักขับเฟรนช์จาก ทีม กราฟฟ์ ในรถแข่งหมายเลข 9 ตามหลังหัวแถว 0.542 วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกริดสตาร์ทในคลาสจีที ซึ่งรวมเอารถแข่งซูเปอร์คาร์ไว้อย่างหลากหลาย ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ รถแข่งหมายเลข 75 จากทีม ทีทู มอเตอร์สปอร์ต ขับโดย ริโอ ฮายานโต อดีตนักขับฟอร์มูล่าวันชาวอินโดนีเซียน ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 32.776 วินาที เฉือนกริดที่ 2 อย่างรถแข่งหมายเลข 27 จาก ฮับ ออโต้ คอร์ซ่า เพียง 0.060 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ รถแข่งหมายเลข 51 จาก สปิริต ออฟ เรซ ตามหลัง 0.089 วินาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้นับว่ามีความเข้มข้นอย่างมากโดยรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง แอลเอมพีทู ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่างรถแข่งหมายเลข 26 จากทีม จี-ไดรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง มีทั้งสิ้น 56 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง เจ้าของโพลเพียง 9 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การลุ้นแชมป์ในคลาส แอลเอ็มพีทรี จ่าฝูงอย่าง อินเตอร์ ยูโรโพล คอมเพติชั่น หมายเลข 13 มีทั้งสิ้น 59 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 รองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น รวมถึงตัวสอดแทรกในอันดับ 3 อย่าง กราฟฟ์ เรซซิ่ง หมายเลข 9 ตามหลังจ่าฝูง 19 คะแนน ส่วนการลุ้นแชมป์ในคลาส จีที เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด จากรถแข่งซูเปอร์คาร์ที่เห็นได้ตามท้องถนน และเป็นที่รู้จักของแฟนความเร็วทั่วโลก โดยจ่าฝูงอย่าง ทีม เจแอลโอซี ภายใต้รถแข่งหมายเลข 88 มีทั้งสิ้น 49 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย หมายเลข 7 เพียง 3 แต้มเท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 อย่าง ฮับ ออโต เรซซิ่ง หมายเลข 27 ตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 3 แต้มเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสุดโหดของ ศึก เอเชีย เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 สนามสุดท้าย รายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo; จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ แบบ 4 ชั่วโมงเต็ม โดยจะออกสตาร์ทในเวลา 11.45-15.45 น. ตามเวลาประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57879</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e511e4fa0b33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2020 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2020 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทัพรถแข่ง “เอเชียน เลอมังส์” ซ้อมวันแรกกระหึ่ม พร้อมเปิดศึกเรซสุดโหด ที่ สนามช้างฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

&amp;quot;เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์&amp;quot; ศึกดวลความเร็วแบบเอ็นดูรานซ์ ของทัพรถแข่งเทคโนโลยีสุดล้ำ ยกทัพมาแล้วทั้ง 23 คัน ทำการซ้อมสุดเข้มข้นที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมเข้าสู่โปรแกรมสุดเดือดในวันเสาร์-อาทิตย์นี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล โดยทุกคลาสต้องวัดการถึงฎีกาในวันอาทิตย์นี้กับเรซสุดโหด 4 ชั่วโมงเต็ม ในรายการ &amp;ldquo;บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศึกรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์ระดับโลก รายการ เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 เตรียมดวลความเร็วสนามสุดท้ายระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทัพรถแข่งซูเปอร์คาร์ระดับโลกทั้งสิ้น 23 คัน ถูกส่งตรงถึง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อย โดยบรรดาทีมแข่งได้เข้าเซ็ตอัพรถแข่งและพิตอย่างเต็มระบบ และพร้อมเข้าสู้โปรแกรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด บรรดารถแข่งทั้งสิ้น 23 คัน ทั้งในคลาส แอลเอ็มพีทู (LMP2), แอลเอ็มพีทรี (LMP3) และ จีที (GT) ลงซ้อมกันอย่างเข้มข้นในแทร็กของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมกับมีการรายงานรายชื่อนักขับของแต่ละทีมอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ที่ บุรีรัมย์ คือการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล 2019/2020 ในทุกคลาส โดยรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง แอลเอมพีทู ผู้นำบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่างรถแข่งหมายเลข 26 จากทีม จี-ไกรฟ์ เรซซิ่ง บาย อัลการ์ฟ โปร เรซซิ่ง มีทั้งสิ้น 56 คะแนน ซึ่งในสนามสุดท้ายพวกเขาจะใช้บริการ โรมัน รูซินอฟ นักขับรัสเซียน ร่วมงานกับ เจมส์ เฟรนช์ นักขับอเมริกัน และ และ เลียวนาด ฮูเกนบูม ชาวดัตช์ ลงวัดแชมป์กับ รถแข่งหมายเลข 45 จาก ธันเดอร์เฮด คาร์ลิน เรซซิ่ง ซึ่งตามหลังอยู่เพียง 9 คะแนน โดยทีมแข่งจากประเทศอังกฤษส่ง 3 นักขับเลือดผู้ดีอย่าง แจ็ค แมนเชสเตอร์, แฮร์รี ทิงค์เนล และ เบน บาร์นิโคท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีตัวสอดแทรกอย่าง ยูเรเซีย มอเตอร์สปอร์ต หมายเลข 36 ซึ่งตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 10 แต้ม เป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์เช่นกัน โดย 3 นักขับของทีมได้แก่ ไอเดน รีด นักขับออสซี่, นิโคลาส ฟอสเตอร์ นักขับอังกฤษ และทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง โรเบอร์โต เมอร์ฮี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการลุ้นแชมป์ในคลาส แอลเอ็มพีทรี นับว่ามีความเข้มข้นอย่างมาก โดยจ่าฝูงอย่าง อินเตอร์ ยูโรโพล คอมเพติชั่น หมายเลข 13 ที่ขับโดยนักขับชาวอังกฤษอย่าง ไนเจล มัวร์ จับคู่กับทีมเมท ชาวเยอรมัน มาร์ติน ฮิปเปอ มีทั้งสิ้น 59 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง นีลเซ่น เรซซิ่ง หมายเลข 2 รองจ่าฝูงเพียง 3 คะแนนเท่านั้น โดยผู้ท้าชิงใช้บริการคู่หูชาวอังกฤษอย่าง โทนี เวลส์และ โคลิน โนเบิล ลงท้าดวลในสนามสุดท้าย รวมถึงตัวสอดแทรกในอันดับ 3 อย่าง กราฟฟ์ เรซซิ่ง หมายเลข 9 ขับโดยนักขับเฟรนช์อย่าง เอริค ทรุยเลต์ และ 2 นักขับสวิสอย่าง เซบาสเตียน เพจ และ เดวิด ดรูซ์ ตามหลังจ่าฝูง 19 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการลุ้นแชมป์ในคลาส จีที เป็นหนึ่งในการแข่บขันที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด จากรถแข่งซูเปอร์คาร์ที่เห็นได้ตามท้องถนน และเป็นที่รู้จักของแฟนความเร็วทั่วโลก โดยจ่าฝูงอย่าง ทีม เจแอลโอซี ภายใต้รถแข่งหมายเลข 88 ขับโดย 3 นักขับญี่ปุ่นอย่าง ทาคาชิ โคกุเระ, ยูยะ โมโตจิม่า และ ยาซูกะ ชิบาตะ พารถแข่ง ลัมบอร์กินี ฮูราคาน จีที3 อีโว มีทั้งสิ้น 49 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง คาร์กาย หมายเลข 7 เพียง 3 แต้มเท่านั้น โดยทีมคาร์กายจะส่ง เฟอร์รารี่ 488 จีที3 ที่ขับโดย ทาเคชิ คิมูระ นักขับญี่ปุ่น, มเคเคิล เจนเซน นักขับเดนมาร์ค และ โกเม แลโดกอร์ นักขับเฟรนช์ ลงไล่ล่าสนามสุดท้ายในประเทศไทย ขณะที่อันดับ 3 อย่าง ฮับ ออโต หมายเลข 27 ตามหลังจ่าฝูงอยู่เพียง 3 แต้มเช่นกัน โดยใช้บริการสองนักขับออสซี่อย่าง ทิม สเลด และ เลียม ทาลบ็อต รวมถึง มาร์กอส โกเมส นักขับบราซิเลียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแข่งขัน เอเชียน เลอมังส์ ซีรีส์ 2019/2020 จะออกสตาร์ทโปรแกรมอย่างเป็นทางการในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ด้วยการซ้อม 2 ช่วง ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเป็นการจับเวลารอบคัดเลือกไล่เรียงจากคลาส จีที, แอลเอ็มพีทรี และแอลเอ็มพีทู จากนั้นการแข่งขันรอบไฟนอล เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล ในรายการ บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง จะออกสตาร์ทในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 11.45 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57836</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเอ็นดูรานซ์, กีฬา, จ.บุรีรัมย์, บุรีรัมย์ 4 ชั่วโมง, สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต, เอเชียน เลอ มังส์ ซีรีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e50118cacc32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
