<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24204</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;เผยเมื่อแก้ประกาศป.ป.ช.ส่งผลกก.สภามหา&#039;ลัย-กก.กองทุนฯไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14ธ.ค.61-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานปะธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)​ กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งหัวหน้า คสช.เกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจริต และประกาศป.ป.ช. กรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ว่า คำสั่ง คสช.เรื่องดังกล่าว ถือเป็นคำสั่งที่ช่วยคลายล็อกการทำงานให้กับป.ป.ช. ให้สามารถใช้ดุลพินิจในการกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ในวันที่ 4 ม.ค.62 ป.ป.ช.จะเชิญหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องมาหารือ เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดตามมาตรา 102 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยหลังจากการหารือแล้ว จะมีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เมื่อมีการแก้ไขประกาศป.ป.ช.แล้ว ก็จะส่งผลให้กรรมการสภามหาวิทยาลัย และกรรมการกองทุนบางหน่วยงาน ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;quot;พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24204</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสภามหาวิทยาลัย, การแจ้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน, ประกาศป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8bd15870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2018 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2018 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;เสียงแข็งกก.สภามหาวิทยาลัยต้องแจ้งทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ย.61-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการแก้ปัญหากรณีนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศ ป.ป.ช. ที่ให้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินว่า กรณีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้ส่งตัวแทนไปหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แล้ว โดยรัฐบาล และ สนช.เป็นห่วงกรณีนี้พอสมควร อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 13 พ.ย.นี้ จะมีการหยิบยกประเด็นปัญหา รวมถึงข้อห่วงใยมาพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีการขอให้ ป.ป.ช.ทบทวนบางตำแหน่งที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน พล.ต.อ.วัชพลกล่าวว่า ผู้บริหารระดับสูงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามกฎหมาย แต่เมื่อ ป.ป.ช.ออกประกาศไปแล้ว ก่อให้เกิดผลกระทบ ทำให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยบางคนประสงค์ที่จะลาออก ดังนั้นจึงต้องมาพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวทั้งฉบับ ไม่ใช่เฉพาะกรรมการสภามหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อกฎหมาย แนวทางการปฏิบัติ ความเสมอภาค รวมถึงหลักการของกฎหมายที่มุ่งไปที่ความโปร่งใส และมองถึงผลกระทบที่จะตามมา เพราะประกาศครั้งนี้แตกต่างจากประกาศตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2542 ที่ ป.ป.ช.สามารถระบุได้ว่าจะให้ใครมาแสดงบัญชีทรัพย์สินบ้าง แต่กฎหมายใหม่ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจดังกล่าว ดังนั้น เราจึงมีหน้าที่ประกาศให้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงทั้งหมดมาแสดงบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า จากนี้ ป.ป.ช.จะมีการแก้ไขประกาศเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การประชุม ป.ป.ช.ในวันที่ 13 พ.ย.จะยังไม่ตกผลึกในแนวทางการแก้ไขปัญหา แต่จะมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะขยายเวลาในการยื่นบัญชีทรัพย์สินออกไปเท่าไรเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ เพราะจากเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค. หากขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน รวมเป็น 60 วัน จะมีเวลาเหลือเฟือ เพื่อให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่มีความประสงค์ที่จะลาออกได้เตรียมตัว เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยที่จะต้องหาคนมาทดแทนกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออก แนวทางนี้จะทำให้การดำเนินการตามกฎหมายไม่เกิดความสะดุด เพราะเราต้องดูเหตุผลความจำเป็นที่ต้องออกประกาศฉบับนี้มา การจะทบทวนตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้นต้องมีเหตุผลที่สามารถรับฟังได้ และสังคมเองก็มีความเห็นเป็นสองด้าน ที่สุดแล้วต้องดูว่าเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การจะแก้ไขประกาศหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยหรือใครจะลาออก การจะลาออกหรือไม่เป็นการตัดสินใจของแต่ละคน เป็นดุลยพินิจของแต่ละคน เพราะการจะทำงานหรือไม่อยู่ที่ความสมัครใจ เราไม่ได้ออกกฎหมายบังคับว่าท่านต้องเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย คิดว่าจะขยายเวลาไปไม่ต่ำกว่า 60 วัน เพื่อให้คนที่คิดจะลาออกได้มีเวลาคิดว่าจะอยู่ต่อหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัยสงฆ์ ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศดังกล่าว พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ประเด็นนี้ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีความชัดเจนว่าสมเด็จพระสังฆราชไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศ ป.ป.ช. เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานสงฆ์ที่โปรดเกล้าโดยพระมหากษัตริย์ แต่ไม่รวมถึงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในสภามหาวิทยาลัย ดังนั้น พระเถระหลายๆ รูปจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21795</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก, การแจ้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน, ป.ป.ช., พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b51722842bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดต้นตอ ‘ธาริต’ ทอดไมตรี ‘วัชระ’ ผวา!โทษคุกรุมเร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.2561 - หลังศาลแขวงดอนเมืองได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.812/2559 ที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นโจทก์ฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในข้อหาแจ้งความเท็จให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และหมิ่นประมาท โดยพิพากษาให้จำคุกนายเรืองไกร 8 เดือน และยกฟ้องนายธาริตนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสนใจที่ท่าทีในภายหลังของนายธาริต ที่รีบส่งทนายมาบอกกับนายวัชระตามที่เจ้าตัวบอกว่า &amp;ldquo;คนอื่นชั่วกว่าตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาผมไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม&amp;quot; ทำไมท่าทีของนายธาริตถึงดูอ่อนน้อมถ่อมตนต่างจากก่อนหน้านี้เสียจริง แต่หากพินิจจากคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขดำที่ อม.177/2560 และคดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2561 ในเรื่องการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 2561 ซึ่งเผยแพร่อย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 20 ก ลงวันที่ 28 มีนาคม 2561ก็จะถึงบางอ้อทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำพิพากษาดังกล่าวระบุไว้ว่า &amp;ldquo;...ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,0000 บาท ผู้คัดค้านให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี (นับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.2560) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากนับตามปฏิทินนายธาริตจะรอดคุกในคดีนี้ได้ต้องพ้นจากวันที่ 3 เม.ย.2562 ไปแล้ว แต่ดันกลับมามีคำพิพากษาในคดีนายวัชระขึ้นมาเสียก่อน และหากนายวัชระอุทธรณ์ภายใน 30 วัน และศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ได้ยกฟ้องเหมือนศาลชั้นต้นขึ้นมา โดยยังอยู่ภายในกำหนดการรอลงโทษอยู่ก็อาจทำให้นายธาริตต้องนอนคุกยาวทีเดียว เพราะนอกจากคดีนายวัชระแล้ว ยังต้องผนวกรวมคุกอีก 3 เดือนในคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จจริงด้วย งานนี้จึงเป็นที่มาขอการยื่นไมตรีขอความเป็นเพื่อนจากนายวัชระนั่นเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 ระบุไว้ว่า &amp;ldquo;เมื่อความปรากฏแก่ศาลเอง หรือความปรากฏตามคำแถลงของโจทก์หรือเจ้าพนักงานว่า ภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 56 ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาได้กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกสำหรับความผิดนั้น ให้ศาลที่พิพากษาคดีหลังกำหนดโทษที่รอการกำหนดไว้ในคดีก่อนบวกเข้ากับโทษในคดีหลัง หรือบวกโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษในคดีหลัง แล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าภายในเวลาที่ศาลได้กำหนดตามมาตรา 56 ผู้นั้นมิได้กระทำความผิดดังกล่าวมาในวรรคแรก ให้ผู้นั้นพ้นจากการที่จะถูกกำหนดโทษ หรือถูกลงโทษในคดีนั้น แล้วแต่กรณี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานนี้จึงน่าติดตามว่า &amp;ldquo;แจ๊ค วัชระ&amp;rdquo; จะยอมรับไมตรีของ &amp;ldquo;ธาริต เพ็งดิษฐ์&amp;rdquo; หรือไม่ หรือธาริตจะต้องลุ้นด้วยใจระทึกพลัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6009</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสอบสวนคดีพิเศษ, การแจ้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน, จำคุก, ดีเอสไอ, ธาริต เพ็งดิษฐ์, ประมวลกฎหมายอาญา, รอลงอาญา, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb90bbd4196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
