<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญญาน้อยไปหน่อย&#039;อ.วีระ&#039;ย้อนอนค.ถ้าส.ส.บ้านผมอภิปรายภาษาเขมร กวย กูย เยอ จะรับไหวไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค. 62 - นายวีระ สุดสังข์&amp;nbsp; นักเขียนอิสระ อดีตครูสอนภาษาไทย เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;การแต่งกาย, ภาษาถิ่นและพิธีการ&amp;quot; มีเนื้อหา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสการแต่งกายและภาษาถิ่นในสภากำลังมาแรงโดยการจุดประกายของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ผมได้หยิบประเด็นไปโพสต์แล้ว ๒ สเตตัส โพสต์ด้วยข้อความสั้นๆ แต่มิได้ขยายความให้ละเอียด จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปนอกเจตนาของผมบ้าง แต่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับผม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.การแต่งกาย
หากจะกล่าวถึงการแต่งกายของผม, ผมค่อนข้างมีเสรีภาพมาก ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการครู ซึ่งมีระเบียบการแต่งกาย มีแบบเครื่องแต่งกายกำหนดให้ข้าราชการไว้อย่างชัดเจน แต่ผมแต่งกายถูกระเบียบน้อยมาก โดยเฉพาะเครื่องแบบตรวจการสีกากี ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่สวมใส่เลย ยิ่งอยู่บ้านนอกยิ่งไม่อยากสวมใส่ เพราะคิดไปว่า &amp;ldquo;เสมือนเครื่องแบบข่มขู่ประชาชน&amp;rdquo; วางตัวอยู่เหนือประชาชน ทั้งๆที่รับประทานภาษีของประชาชน ยุคแรกๆผมแต่งกายโดยการสวมกางเกงยีนส์ สวมเสื้อตราสามทหาร(สีดำ) สะพายย่าม ไว้ผมยาว แต่สวมรองเท้าบู๊ท ยุคสุดท้าย (๑๐ กว่าปีหลังในระบบราชการ) ผมยังสวมกางเกงยีนส์ เสื้อลาย สวมหมวกและสวมรองเท้าบู๊ทแถมด้วยหนวดเคราเต็มใบหน้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือความดื้อรั้นในการฝ่าฝืนระเบียบและถือเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัวของผม โดยคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ดูคนอย่าดูที่การแต่งตัว แต่ควรดูและประเมินความคิด, การกระทำและผลงานของเขาเป็นหลัก ผมไม่เคยทำให้ระบบราชการเสียหาย ไม่เคยถูกสอบสวนทางวินัยและไม่เคยถูกลงโทษใดๆ แต่ผลงานทำให้ผมเป็นครูดีเด่นตั้งแต่ระดับโรงเรียนถึงระดับประเทศ ลูกศิษย์เจริญก้าวหน้า เป็นคนดีทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงผมจะชอบการแต่งกายอย่างนั้นก็ตาม หากเมื่องานเป็นงานพิธีการ เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษาและงานวันสำคัญอื่นๆ เมื่อทางราชการกำหนดให้ทุกคนแต่งชุดปรกติขาวเข้าร่วมพิธี ผมก็เห็นชอบที่จะปฏิบัติตามระเบียบของพิธีการ แม้แต่งานแต่งงานซึ่งเป็นพิธีการมงคลสมรส ผมจำเป็นต้องสลัดหมวก ถอดเสื้อ กางเกงยีนส์ โกนหนวดเคราเข้าพิธีเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่บุคคลที่มาร่วมงาน พิธีการต่างๆนั้นมันมีระเบียบ มีวิธีปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ซึ่งมาจากท้องถิ่นต่างๆภายในประเทศ มีอัตลักษณ์การแต่งกายในชีวิตประจำวันเป็นของตน ถ้าหาก ส.ส.จะเข้าประชุมสภาโดยการแต่งกายตามอัตลักษณ์ของท้องถิ่นน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ ขอแต่เพียงให้สุภาพ ทุกคนคงเข้าใจความหมายของคำว่า &amp;ldquo;สุภาพ&amp;rdquo; ความสุภาพก็คือการไม่โชว์เนื้อหนังมังสาหรืออวัยวะอันควรแก่การปกปิด แต่ถ้าถึงขั้น &amp;ldquo;สวมเสื้อกีฬา กางเกงบอล&amp;rdquo; โชว์ขนขา ขนหน้าแข้ง ดูเหมือนจะคิดเลยเถิดไปสักหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.ภาษาถิ่น
ภาษาถิ่น เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นวัฒนธรรมอันงดงามของคนในถิ่นนั้น มีถ้อยคำสำเนียงเป็นของตนเอง ชาติพันธุ์ในประเทศไทยนั้น เฉพาะภาคอีสานมีไม่น้อยกว่า ๑๐ ชาติพันธุ์ หากรวมทุกภาคของประเทศก็น่าจะไม่น้อยกว่า ๓๐ ชาติพันธุ์ มันเป็นไปไม่ได้ที่คนหนึ่งๆจะสามารถพูด เข้าใจภาษาถิ่นได้ถึง ๓๐ ภาษา ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลาง เรื่องนี้ผมได้โพสต์ถึง อ.กุลธิดาไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้า ส.ส.บ้านผม อภิปรายด้วยภาษาเขมร ภาษากวย ภาษากูย ภาษาเยอ ท่านอาจารย์จะรับไหวไหมครับ ดูเหมือนว่าท่านอาจารย์ปัญญาน้อยไปหน่อยนะครับ คิดอะไร/พูดอะไรอยากให้สมกับคำว่า &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; หน่อยนะครับท่านอาจารย์ ผมอยากเห็นท่านก้าวหน้าและเป็นผู้นำประเทศอยู่นะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคุณสังคม ศรีมหันต์ มาแสดงความคิดเห็นว่า &amp;ldquo;นึกถึงตอนที่นักเขียนหญ่าย ชื่อดังท่านนี้ป้อง!นายกตู่ในกรณีด้อยทักษะการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ (แต่กลับไม่ยอมให้มีล่าม) ว่าอย่าไปห่าอะไรมากกับภาษาอังกฤษเว้าภาษาของเจ้าของเถอะท่านว่า แล้วกะอ้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอะไรเยอะแยะมากมาย ผมเลยคิดว่า ไม่รู้จะอธิบายหรือวิเคราะห์กรณี การอธิบายอัตลักษณ์ในลักษณะลักลั่นกลับไปกลับมาอย่างไม่มีระบบคิดอะไรที่ชัดเจนในกรอบคิดเรื่อง&amp;rsquo;อัตลักษณ์&amp;rsquo;ของเขายังไงดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีของ อ.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากต้องใช้ภาษาถิ่นอภิปรายในสภา ผมเห็นผลกระทบว่า ๑.จะมีส.ส.ในสภาจำนวนไม่น้อยที่ฟังภาษาถิ่นของ อ.กุลธิดาไม่ออก ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ๒.ถ้าหาก ส.ส.ทุกคนต้องมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย ในสภาแห่งนี้อาจจะมีล่ามอยู่ถึงกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด ในสภาต้องเพิ่มที่นั่งให้ล่าม ต้องเพิ่มงบประมาณ เบี้ยประชุมให้ล่ามอีกด้วย และถามว่า &amp;ldquo;มันจำเป็นถึงขนาดนั้นเลยหรือ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีคุณสังคม ศรีมหันต์ ซึ่งดูเหมือนจะมีน้ำเสียงกระแนะกระแหนผมว่า &amp;ldquo;นักเขียนหญ่าย&amp;rdquo; นั้น สาเหตุมาจากผมเคยเขียนและโพสต์เกี่ยวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในคราวประชุมสุดยอดกลุ่มอาเซียน ซึ่งนายกไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ(อาจจะพูดไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่) ผมว่า ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษก็ได้ขอแต่เพียงมีล่ามคนหนึ่งเป็นคนแปล ผมยกตัวอย่างนายฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาเขมรและมีล่ามแปล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นคือการพูดในระดับทวีปและระดับโลก ซึ่งเราจะเห็นว่า มีผู้นำหลายประเทศแม้จะพูดภาษาอังกฤษได้แต่เขาเลือกพูดภาษาของประเทศเพื่อธำรงค์อัตลักษณ์ของเขาไว้ กรณีนี้มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าคุณสังคม ศรีมหันต์ จะเข้าใจระบบการคิดของผมเกี่ยวกับเรื่องอัตลักษณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40805</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งกาย-ภาษาถิ่น, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ภาษาเขมร-กูย-เยอ, วีระ สุดสังข์, อัตลักษณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2857fc61021.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
