<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039; ลั่นการโยกย้ายบุคลากรทุกตำแหน่ง ห้ามมีการวิ่งเต้น เรียกรับผลประโยชน์ เด็ดขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14ก.ย.64- นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้รับทราบ เรื่อง ร้องเรียนความไม่ชอบมาพากลถึงการโยกย้ายตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตนจะหารือกับนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เพื่อสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น รวมถึงจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมาตนย้ำกับผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.ทุกคนแล้ว ว่า เรื่องการโยกย้ายบุคลากรทุกตำแหน่งจะดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล ห้ามมีการวิ่งเต้นเรียกรับผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด ดังนั้นหากมีเบาะแสหรือข้อมูลเรื่องใดที่มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นกับวงการศึกษาขอให้ร้องเรียนมาที่ตนได้ทันที พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ ซึ่ง ศธ.ถือเป็นกระทรวงที่สร้างคนเราจะต้องไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีหรือปล่อยให้มีเรื่องทุจริตเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ ตนจะประกาศนโยบายขจัดทุจริตในวงการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายรัชชัยย์ ศรสุวรรณ ประธานชมรมพิทักษ์สิทธิผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า ตนได้ยื่นหนังสือถึงนางสาวตรีนุช เรื่อง ขอให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา เนื่องจากตนได้รับเรื่องร้องเรียนถึงการโยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษาว่าอาจมีการเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) แห่งหนึ่ง ซึ่งทางชมรมฯมีข้อมูลและหลักฐานที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ และพร้อมจะยืนหลักฐานชิ้นสำคัญให้รมว.ศึกษาธิการพิจารณา ทั้งนี้ปัญหาการทุจริตเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษานั้นเป็นปัญหาที่มีมาหลายสิบปี &amp;nbsp;ซึ่งหากยังปล่อยละเลยปัญหาเหล่านี้เชื่อว่าในอนาคตก็จะมีการเรียกรับผลประโยชน์เรื่องอื่นๆ ไปในทุกองคาพยพของการศึกษาไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116686</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, #ศธ., การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c984be7b0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 09:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น“ปรีดี”ชงครม.เคาะโยกย้ายคนคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2563 รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า นายปรีดี ดาวฉาย รมว.การคลัง จะเสนอการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลัง เป็นวาระจรให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;เห็นชอบในวันนี้&amp;nbsp;(1&amp;nbsp;ก.ย.)&amp;nbsp;หลังจากที่ได้มีการเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ต้องถอนวาระออกมา เนื่องจากนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ไม่เห็นด้วยกับการโยกย้ายบุคคลที่จะไปนั่งเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ทั้งนี้ นายปรีดี ยังยืนยันรายชื่อโยกย้ายเดิม คือ ให้นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ไปนั่งเป็นอธิบดีกรมศุลกากร แทนนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่ได้แต่งตั้งจาก ครม.&amp;nbsp;เมื่อ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ก่อนหน้านี้ให้มานั่งเป็นปลัดกระทรวงการคลัง แทนนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;นี้&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นอกจากนี้ นายปรีดี ได้เสนอชื่อให้ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;เป็นอธิบดีกรมสรรพาสามิต ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีปัญหา เนื่องจาก นายสันติ ต้องการให้แต่งตั้งนายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp;(สคร.)&amp;nbsp;มาเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;การแต่งตั้งอธิบดีกรมสรรพสามิต จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นายปรีดี กับ นายสันติ ใครมีอำนาจแต่งตั้งผู้บริหารกระทรวงการคลังมากกว่ากัน ซึ่งการถอนวาระโยกย้ายที่ผ่านมาทำให้ภาพลักษณ์กระทรวงการคลัง ดูไม่ดี เพราะถูกการเมืองแทรกแซงการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่สุดท้ายนายปรีดี ยังจะไม่เสนอรายชื่อกระทรวงการคลัง ให้ ครม.&amp;nbsp;เห็นชอบในสัปดาห์นี้ หากเห็นว่านายสันติ จะยังคัดค้านการแต่งตั้งผู้บริหารกลางที่ประชุม ครม.&amp;nbsp;อีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ, ปรีดี ดาวฉาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a85d8d6d2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2019 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2019 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนเชื่อระบบโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการไม่เป็นธรรม มีระบบอุปถัมภ์เส้นสาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย. 2562 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 &amp;ndash; 26 กันยายน 2562 จากประชาชนที่เป็นข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างของรัฐและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษา รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,252 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และความเป็นธรรมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็น &amp;nbsp;จากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูล ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.95 ระบุว่า ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งใหม่ รองลงมา ร้อยละ 24.36 ระบุว่า ความสามารถและผลงานที่ผ่านมา ร้อยละ 16.93 ระบุว่า ความอาวุโสในตำแหน่ง ร้อยละ 12.54 ระบุว่า ความรู้ (เช่น ระดับการศึกษา การเข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่าง ๆ เป็นต้น) ร้อยละ 6.23 ระบุว่า วิสัยทัศน์ในการทำงานตำแหน่งใหม่ ร้อยละ 5.03 ระบุว่า ระเบียบ วินัยและความประพฤติที่ผ่านมา ร้อยละ 0.72 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ การใช้เส้นสายของผู้พิจารณา เอาพรรคพวกเดียวกัน ขณะที่บางส่วนระบุว่าใครสามารถเข้าถึงหัวหน้ามากกว่าก็จะได้ และร้อยละ 0.24 ไม่มีความเห็น/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2559 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 29.04 ระบุว่า ความสามารถและประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่งใหม่ รองลงมา ร้อยละ 25.68 ระบุว่า ความสามารถและผลงานที่ผ่านมา ร้อยละ 17.68 ระบุว่า ความอาวุโสในตำแหน่ง ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ความรู้ (เช่นระดับการศึกษา การเข้ารับการอบรม ในหลักสูตรต่าง ๆ เป็นต้น) ร้อยละ 5.84 ระบุว่า เป็นวิสัยทัศน์ในการทำงานตำแหน่งใหม่ ร้อยละ 5.36 ระบุว่า ระเบียบ วินัยและความประพฤติที่ผ่านมา ร้อยละ 5.44 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การมีคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างประกอบกันที่ดูจากความเหมาะสมและความสามารถในการทำงาน มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ หน้าที่และความผิดชอบ และบางส่วนระบุว่า การใช้เส้นสายว่าของบุคคลผู้พิจารณาเอาพรรคพวกเดียวกัน ที่ใครเข้าถึงหัวหน้ามากกว่าก็จะได้ และร้อยละ 1.60 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อความเป็นธรรมในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.86 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเป็นธรรม รองลงมา ร้อยละ 32.67 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นธรรม ร้อยละ 13.10 ระบุว่า มีความเป็นธรรมมาก ร้อยละ 12.78 ระบุว่า ไม่มีความเป็นธรรมเลย และร้อยละ 3.59 ไม่มีความเห็น/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ สำหรับผลสำรวจในปี 2559 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 39.92 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเป็นธรรม รองลงมา ร้อยละ 34.00 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นธรรม ร้อยละ 11.04 ระบุว่า ไม่มีความเป็นธรรมเลย ร้อยละ 10.56 ระบุว่า มีความเป็นธรรมมาก และร้อยละ 4.48 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในหน่วยงาน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.07 ระบุว่า มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายค่อนข้างบ่อย รองลงมา ร้อยละ 25.80 ระบุว่า ไม่มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายเลย ร้อยละ 23.72 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสาย ร้อยละ 13.58 ระบุว่า มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายอย่างมาก และร้อยละ 3.83 ไม่มีความเห็น/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ ในขณะที่ผลการสำรวจ ปี 2559 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.68 ระบุว่า มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายค่อนข้างบ่อย รองลงมา ร้อยละ 22.56 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสาย ร้อยละ 22.00 ระบุว่า ไม่มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายเลย ร้อยละ 15.60 ระบุว่า มีการใช้ระบบอุปถัมภ์หรือเส้นสายอย่างมาก และร้อยละ 4.16 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในหน่วยงาน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.65 ระบุว่า ไม่มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เลย รองลงมา ร้อยละ 21.64 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ร้อยละ 18.85 ระบุว่า มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ค่อนข้างบ่อย ร้อยละ 6.23 ระบุว่า มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นประจำ และร้อยละ 8.63 ไม่มีความเห็น/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ ในขณะที่ปี 2559 ผลสำรวจ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.16 ระบุว่า ไม่มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เลย รองลงมา ร้อยละ 21.76 ระบุว่า ไม่ค่อยมีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ร้อยละ 19.92 ระบุว่า มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ค่อนข้างบ่อย ร้อยละ 8.32 ระบุว่า มีการใช้ระบบแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นประจำ และร้อยละ 9.84 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการดำเนินการหากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาการแต่งตั้งโยกย้าย ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.00 ระบุว่า จะใช้วิธีการอุทธรณ์ร้องไปตามขั้นตอนของระเบียบข้าราชการ รองลงมา ร้อยละ 29.55 ระบุว่า ไม่ทำอะไรเลย เพราะ ทำอะไรไม่ได้เลย เป็นกฎระเบียบซึ่งลูกน้องต้องทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 9.02 ระบุว่า ฟ้องศาลปกครองทันที ร้อยละ 4.07 ระบุว่า ลาออก ร้อยละ 2.40 ระบุว่า ฟ้องสื่อมวลชน ร้อยละ 2.32 ระบุว่า ใช้ Social Network เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ร้อยละ 1.36 ระบุว่า พยายามหาเส้นสายที่ใหญ่กว่าไปกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 0.08 ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ พิจารณาด้วยตนเองแล้วนำไปปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ หรือฝ่ายกฎหมายในหน่วยงาน และร้อยละ 1.20 ไม่มีความเห็น/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ และเมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจ ปี 2559 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.76 ระบุว่า จะใช้วิธีการอุทธรณ์ร้องไปตามขั้นตอนของระเบียบข้าราชการ รองลงมา ร้อยละ 28.56 ระบุว่า ไม่ทำอะไรเลย เพราะทำอะไรไม่ได้เลย เป็นกฎระเบียบซึ่งลูกน้องต้องทำตามสั่งผู้บังคับบัญชา ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 12.24 ระบุว่า ฟ้องศาลปกครองทันที ร้อยละ 2.72 ระบุว่า ลาออก ร้อยละ 2.48 ระบุว่า ใช้ Social Network เป็นเครื่องมือในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม ร้อยละ 1.60 ระบุว่า ฟ้องสื่อมวลชน ร้อยละ 1.04 ระบุว่า พยายามหาเส้นสายที่ใหญ่กว่าไปกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 2.24 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พิจารณาตนเองและปรึกษาหารือกับผู้ใหญ่ ขณะที่บางส่วนระบุว่าฟ้องร้องสหภาพแรงงาน และฟ้องศูนย์ดำรงธรรม และร้อยละ 3.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ ขอดูที่สาเหตุและความรุนแรงก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46857</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ, นิด้าโพล, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90070635e39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
