<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NIAจัดงาน STARTUP X INNOVATION THAILAND EXPO 2021 “เปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก”  เกษตร อาหาร การแพทย์ อวกาศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ 15 – 18 ก.ย.นี้  ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ Nia กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ แถลงข่าวการจัดงาน Startup&amp;nbsp; x Innavation Thailand Expo 2021(SITE 2021) ภายใต้แนวคิด การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก &amp;ldquo;Deep Tech Rising&amp;hellip;The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก...นวัตกรรมด่านหน้าแห่งอนาคตที่จะมาขับเคลื่อนประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า จากวิกฤตโควิด-19 ในปี 2563 ส่งผลกระทบต่อวิถีการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ของคนในสังคม ทำให้หลายอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา NIA ก็ได้ควบรวม 2 งานยิ่งใหญ่แห่งปีด้านสตาร์ทอัพและนวัตกรรมเข้าด้วยกันกลายเป็นงาน &amp;ldquo;STARTUP x INNOVATION THAILAND EXPO&amp;rdquo; พร้อมปรับโฉมจากรูปแบบอีเว้นท์จริง (Physical) สู่รูปแบบออนไลน์ (Online) ผ่านแพลตฟอร์มอีเว้นท์ออนไลน์ในรูปแบบโลกนวัตกรรมเสมือนจริง (Virtual World) เต็มรูปแบบขึ้นเป็นครั้งแรกที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากคนในวงการทั้งสตาร์ทอัพและนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน &amp;ldquo;STARTUP THAILAND x INNOVATION THAILAND EXPO 2021&amp;rdquo; หรือ SITE 2021 ในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์ https://site.nia.or.th ทุกกิจกรรมเข้าร่วมฟรี!! ภายใต้แนวคิดหลัก คือ &amp;ldquo;DEEP TECH RISING: The Next Frontier of Innovation&amp;rdquo; เพื่อนำเสนอโอกาสการยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึกที่ถือเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตสำหรับการขับเคลื่อนประเทศใน 5 สาขา ได้แก่ เกษตร (AgTech) อาหาร (FoodTech) การแพทย์ (MedTech) อวกาศ (Space Tech) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนสําหรับบุคคล (AI Robotic Immersive IoT: ARI Tech) ซึ่งในกลุ่มเกษตร อาหารและการแพทย์ ยังสอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจใหม่ (BCG Economy Model) อีกด้วย ทั้งนี้ ภายในงานประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1) Virtual Forum เวทีรวบรวมสุดยอดสตาร์ทอัพ นวัตกรชั้นนำของเมืองไทย และวิทยากรชื่อดังจากต่างประเทศ กว่า 60 ท่านมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ กว่า 50 หัวข้อ&amp;nbsp; 2) Opportunity โอกาสสำคัญในการหาคู่ค้าทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมที่จัดขึ้น ทั้ง Marketplace ตลาดจำหน่ายสินค้าในรูปแบบเสมือนกว่า 200 บูธ Online Business Matching การจับคู่ธุรกิจกับหน่วยงานธุรกิจกว่า 30 บริษัท และ Online Business Consulting ที่บริการให้คำปรึกษาออนไลน์จากสุดยอดเมนเทอร์ ผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 ท่าน ใน 10 สาขาธุรกิจ 3) SHOW การแสดงสดผ่านทางออนไลน์ที่นำเรื่องราวที่น่าสนใจด้านดีพเทคที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน และ 4) AWARD พิธีประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ Prime Minister Award ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ทอัพของประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางธุรกิจให้แก่สตาร์ทอัพไทยให้ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แพลตฟอร์มในปีนี้ถูกพัฒนาต่อยอดความอัจฉริยะจากเดิม ทั้งการสร้างประสบการณ์เสมือนจริงแบบไร้รอยต่อด้วยนิทรรศการรูปแบบ 360&amp;rsquo; virtual exhibition เสมือนเดินอยู่ในงานจริง และสามารถสนทนาสดกับผู้ประกอบการได้แบบเรียลไทม์ มีการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ชมกับนิทรรศการในโลกเสมือนผ่านการสร้างตัวตนของผู้เข้าชม (Avatar) รวมถึงการให้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการประมวลผลข้อมูลของแต่ละช่วงงานจากทุกความคิดเห็นของผู้เข้าชมผสมผสานกับเครื่องมือส่วน social listening เพื่อฟังเสียงจากทั่วโลก มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์ช้อมูล เพื่อประเมินประสิทธิภาพงาน และทิศทางของแนวโน้มและเนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะผลักดันให้แพลตฟอร์มนี้กลายเป็นกลไกหนึ่งของการสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมต่อไป และอยากเชิญชวนให้ผู้คนในแวดวงสตาร์ทอัพสายนวัตกรรม หรือคนที่สนใจเข้ามาพบปะกันในงานนี้ เพื่อร่วมเรียนรู้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&amp;rdquo; ดร.พันธุ์อาจ กล่าวดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115517</URL_LINK>
                <HASHTAG>360’ virtual exhibition, Deep Tech Rising…The Next Frontier of Innovation, Nia, Physical, SITE 2021, Startup  x Innavation Thailand Expo 2021, Virtual World, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, การยกระดับเทคโนโลยีเชิงลึก, การเปล่งประกายแห่งเทคโนโลยีเชิงลึก, การแพทย์, ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน), อว., อวกาศ, อาหาร, เกษตร, โลกนวัตกรรมเสมือนจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_6131e5939e9aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2021 07:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 07:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการแพทยสภาโพสต์ให้คิด!การแพทย์ไม่ควรอยู่ในกฎหมายผู้บริโภค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;งานวิจัย..เป็นความหวังของโลกยุค ใหม่&amp;quot; ระบุว่า การเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้นบนโลกโดยเฉพาะ โควิด 19 สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่เป็นความหวังของมนุษย์ คือการนำความรู้มาสร้างเป็นงานวิจัย ที่ใช้ได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ทุกคนรอคอยวันนี้ คือวัคซีน ซึ่งรอคอยผล &amp;quot;การวิจัย&amp;quot; นั่นเอง เรายังมีอีกหลายด่านด้านสุขภาพ ที่ต้องพึ่งพาการวิจัย จากโรคระบาด จากเชื้อโรค จากมะเร็ง จากโรคที่เกิดตามวัย จากความชรา รวมถึง แนวทางการแก้ไขที่ต้องลงถึง ระดับเซลล์ ยีนส์ และโมเลกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลทั่วโลกสนับสนุนการวิจัย และเชื่อว่าจะเป็นทางออกใหม่ของ New Normal&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นด้วยวัคซีน covid-19 จากงานวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยคงต้องเร่งสร้าง และสนับสนุน นักวิจัยแล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล. สิ่งที่ฝากเป็นข้อมูลไปยังประชาชนคือ การรักษาใดๆไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่วัคซีน 90% ก็ใช้แล้ว อีก 10% ที่ได้รับยา อาจจะติดเชื้อแม้ได้รับวัคซีน ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่ความผิดของวงการแพทย์ แต่เป็นผลของชีวภาพที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถ เทียบกับสินค้า การขายบริการ หรือการบริโภคได้ ดังนั้นการแพทย์ การรักษาพยาบาล จึงไม่ควรอยู่ในกฎหมายผู้บริโภค
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88941</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย, การแพทย์, พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการแพทยสภา, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5030239a27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอจุฬาฯ&#039;แนะ 4 มาตรการกำกับดูแลการใช้กัญชาทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา &amp;nbsp;ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thiravat Hemachudha &amp;nbsp;ถึงมาตรการในการกำกับ ดูแล การใช้กัญชาทางการแพทย์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ในระยะต้น ให้จัดตั้งองค์กรกลางกำกับดูแลกัญชา กัญชง กระท่อม แยกออกมาเป็นหน่วยงานกัญชาแห่งชาติโดยตั้งภายใต้ ครม. เพื่อให้การดำเนินการขออนุญาตเพื่อผลิต ปลูก พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทันเวลา มีการกำกับดูแลแบบองค์รวม พร้อมทั้งการจัดหาผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้รักษาผู้ป่วยได้ รวมถึงวิธีการใช้ ข้อบ่งใช้ และมีการแจก หรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาให้กับผู้ป่วยให้เพียงพอในระยะเปลี่ยนผ่าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ส่งเสริมให้มีการปลูกเพื่อใช้ทางการแพทย์เองในชุมชนโดยวิสาหกิจชุมชน ชาวบ้าน เกษรตกร โดยมีการสนับสนุนจากสภาเกษตร อสม สสจ และ รพสต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา ลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน โดยแยกผลิตภัณฑ์ตามความเสี่ยง ตั้งแต่ ปรับปรุงพันธ์ุ ขยายพันธุ์ ปลูกต้นกล้า เพาะเมล็ด พัฒนาตำรับ ไปจนถึงการรับรองตำรับ อย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถจำหน่ายให้ครบทุกวงจร โดยใช้องค์กรกลางในการกำกับ ดูแลแบบ commercial production and sale&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้เป็นวาระแห่งชาติในการให้ความรู้กับทุกภาคส่วนเกี่ยวกับ ความรู้ กฎหมาย มาตรการ และมาตรฐานในการใช้กัญชาทางการแพทย์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38806</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, การแพทย์, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, วาระแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
