<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท้องอืดต้องลอง! เผายาให้ไฟลุกบนหน้าท้องรักษาผู้ป่วยได้ผล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลนาโยง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ได้เปิดให้บริการเผายาบนหน้าท้องของผู้ป่วยหรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;เผาเครื่องยาร้อน&amp;rdquo; เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับเลือดลมและช่องท้อง เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ท้องผูกและอื่นๆ ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะเข้ารับการรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว แต่ไม่หายขาดจึงหันมารักษากับแพทย์ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทยเพื่อลดการกินยาและผลข้างเคียงที่อาจตามมาในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเผายาบนหน้าท้องของผู้ป่วยนั้น เริ่มทำการรักษากันมาตั้งแต่ปี 2555 ก่อนการรักษาแพทย์แผนไทยจะต้องคัดกรองผู้ป่วยก่อน หากมีไข้ มีแผลผ่าตัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มีกำเดากำเริบ ก็จะไม่เผายาให้&amp;nbsp;สำหรับศาสตร์การเผาเครื่องยาร้อน ใช้กันมากในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข วัตถุดิบหลักๆ ได้แก่ สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ขมิ้น,ผิวมะกรูด,ตะไคร้,หัวไพล,เหง้าข่า,เหง้ากระทือและเกลือ นำวัตถุดิบหลักมาตำให้เข้ากัน ก่อนนำมาพอกบนหน้าท้องของผู้ป่วย ซึ่งจะต้องนวดน้ำมันเพื่อกระตุ้นบริเวณช่องท้องก่อนประมาณ 5-10 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อโรยเครื่องยาลงไปแล้วก็ใช้ผ้าชุบน้ำปิดลงไปบนหน้าท้อง ก่อนจะเทเมทิลแอลกอฮอล์แล้วจุดไฟเผานาน 1-3 นาที รวมคนละ 3 ครั้งหรือจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกว่าร้อน จึงใช้ผ้าชุบน้ำคลุมทับเพื่อยุติการรักษา ซึ่งแต่ละคนจะรักษาต่อเนื่องสัปดาห์ละ 3-5 ครั้งโดยใช้ตัวยาเดิมที่เก็บไว้ใช้เฉพาะคนหรือจนกว่าจะหมดกลิ่นหรือสีเปลี่ยนไป ซึ่งทุกขั้นตอนจะต้องทำโดยแพทย์แผนไทยที่ผ่านการฝึกอบรมและมีใบประกาศรับรองมาแล้วเท่านั้น ซึ่งแต่ละเดือนมีผู้ป่วยมาขอรับบริการกว่า 30-40 รายทั้งในและนอกเวลาราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางณัฐยมน พุฒนวล ผู้ป่วยรายหนึ่งที่มารับบริการเผายาบนหน้าท้อง กล่าวว่า หลังเผายาแล้วรู้สึกว่าตัวยาจะซึมเข้าไปในท้อง ทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสิตาพัชญ์ ธีรนิจคุณานนต์ แพทย์แผนไทยปฎิบัติการ โรงพยาบาลนาโยง กล่าวว่า จริงๆแล้วการเผาเครื่องยามีมาแต่สมัยโบราณกาลแล้วโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ซึ่งโรงพยาบาลนาโยงนำมาใช้ประกอบการรักษาโรคเกี่ยวกับช่องท้องและปวดกล้ามเนื้อหลัง เคล็ดขัดยอก โดยมีผู้ป่วย 30-35 รายต่อเดือน ส่วนใครที่สนใจสามารถติดต่อได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17324</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพทย์ทางเลือก, จังหวัดตรัง, เผายาบนหน้าท้อง, เผาเครื่องยาร้อน, แพทย์แผนไทย, โรงพยาบาลนาโยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97a196b6ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการแพทย์แผนไทยฯโชว์ 3 ตำรับยายอดฮิตสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย. 61 -&amp;nbsp;นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า จากการที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ได้นำเสนอถึงเหตุการณ์ในอดีตช่วงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สะท้อนให้เห็นประเพณี สังคมและวัฒนธรรมของคนไทยในยุคนั้น รวมทั้งภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย มีหลาย ๆ ฉากของละครได้นำเสนอการใช้ประโยชน์จากสมุนไพรที่ใช้ดูแลสุขภาพในเบื้องต้น ดังนั้นเพื่อให้เชื่อมโยงกับสถานการณ์จริงในปัจจุบันและการอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับตำรับตำรายาที่สืบทอดมาถึงชนรุ่นหลังในปัจจุบัน ถือว่าเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย เมื่อละครช่วยปลุกความตระหนักรู้เกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่องเครื่องยาไทย จึงอยากจะนำเสนอตำรับยาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่มีการนำมาพัฒนาและใช้ประโยชน์จริงในยุคปัจจุบัน คือ ยาทาพระเส้น สรรพคุณ แก้ปวดเมื่อยตามเส้นเอ็น ตะคริว ยาน้ำมันมหาจักร สรรพคุณ รักษาแผลเรื้อรัง แผลเปื่อย และแก้ปวดเมื่อยร่างกาย และยาประคบคลายเส้น สรรพคุณ คลายกล้ามเนื้อและเส้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้มีการจดบันทึกตำรับยาที่ใช้ดูแลสุขภาพสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นตำราการแพทย์แผนไทยและตำรับเภสัชกรรมไทยฉบับแรกของประเทศไทย คือ ตำราพระโอสถพระนารายณ์ หรือ ตำราธาตุพระนารายณ์ คาดว่าเป็นตำราด้านการแพทย์ที่ดีที่สุดในสมัยนั้น เนื่องจากเป็นตำรับยาที่ปรุงถวายพระมหากษัตริย์ เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของบรรพชนที่สะสมองค์ความรู้ มาพัฒนาและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อกัน มีการอธิบายถึงทฤษฎีการแพทย์แผนไทยว่า ความเจ็บป่วยไข้เกิดจากธาตุทั้ง 4 คือธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ในร่างกายไม่สมดุล ตำราพระโอสถพระนารายณ์สรุปพระโรคและอาการไว้ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มโรค ได้แก่ 1. โรคและอาการของระบบทางเดินอาหาร 2. โรคและอาการที่เกี่ยวกับเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ 3. โรคและอาการของระบบทางเดินหายใจและโรคตา 4. โรคติดเชื้อ 5. โรคและอาการไม่สบายอื่น ๆ เช่น ไข้ต่าง ๆ แมลงสัตว์กัดต่อย ผมร่วง และกล่าวถึงตำรับยา 81 ตำรับ พร้อมวิธีปรุงยาแบบโบราณ ซึ่งเรียบเรียงไว้ด้วยถ้อยคำที่ไพเราะ สละสลวย กระชับและชัดเจน มีสาระน่ารู้มากมายที่ปรากฎอยู่ในคัมภีร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามประกาศให้คัมภีร์พระโอสถพระนารายณ์ หรือคัมภีร์ธาตุพระนารายณ์ เป็นตำราการแพทย์แผนไทยของชาติ และตำรับยาในคัมภีร์เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติ มีการสังเคราะห์ และแปล ให้เป็นภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดตำราโอสถพระนารายณ์ได้ฟรีที่เว็บไซต์ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกhttp://ptmk.dtam.moph.go.th/home.php&amp;nbsp;เพื่อใช้ในการศึกษา ต่อยอดองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยในการดูแลสุขภาพโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ ยกเว้นกรณีใช้เพื่อการค้าต้องมีการขออนุญาตจากกรมการแพทย์แผนไทย ฯ โดยจะต้องตอบแทนผลประโยชน์ให้ประเทศชาติ ในอัตราร้อยละ 3 รายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5607-8..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6371</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพทย์ทางเลือก, ตำรับยายอดฮิต, ตำรายาของแผ่นดิน, บุพเพสันนิวาส, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, แพทย์แผนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac34c09de129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
