<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กด่วน บขส.แจ้งหยุดเดินรถทุกเส้นทางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. – 2 ส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.2564 นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดขั้นสูงสุด อีกทั้งเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2564ที่ขอความร่วมมือประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดที่ไม่มีเหตุจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ดังกล่าว&amp;nbsp; บขส. จึงขอแจ้งหยุดให้บริการเดินรถเส้นทางภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก และภาคใต้ ทุกเส้นทางชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. &amp;ndash;2 ส.ค. 2564 หรือจนกว่าจะมีประกาศคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ผู้โดยสาร บขส. ที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าเดินทางระหว่างวันที่ 21 ก.ค. - 2 ส.ค. 2564 สามารถติดต่อขอคืนตั๋ว หรือเลื่อนการเดินทางได้ จนถึงสิ้นปี 2564 ณ ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับผู้โดยสารที่ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถขอคืนเงินค่าตั๋วได้ แต่สามารถแจ้งเลื่อนการเดินทางได้ ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงเวลานี้สามารถติดต่อสอบถามการให้บริการจากผู้ประกอบการรถร่วมฯ (รถตู้, รถร่วมฯ) ได้โดยตรง และในการเดินทางข้ามจังหวัดขอให้ตรวจสอบประกาศ/คำสั่งจังหวัด, มาตรการเข้า-ออก จังหวัด, ข้อมูลสถานการณ์ ฯลฯ จากเว็บไซต์ของ ศบค. หรือของจังหวัด ก่อนการเดินทาง รวมทั้งขอให้ผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัญลักข์ กล่าวว่า ในส่วนของบริการรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์ บขส. ยังเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งภาคเหนือ (สายเชียงใหม่,เชียงราย) ภาคอีสาน (สายนครพนม,หนองคาย,อุบลราชธานี) และภาคใต้ (ภูเก็ต, หาดใหญ่,สุไหงโก-ลก)&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 06.00 -19.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110468</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, บขส., ยกเลิกให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6b683b866a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม สั่งหน่วยงานด้านขนส่งสาธารณะ ปรับมาตรการการเดินทางในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 13 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่ วันนี้ (18 ก.ค. 2564) ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยมีการปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ กำหนดปรับปรุงเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดนั้น ประกอบด้วย&amp;nbsp; 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.), นครปฐม,&amp;nbsp; นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, พระนครศรีอยุธยา, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา ทั้งนี้ เพื่อลดและจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง ให้ประชาชนในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเข้มงวดที่ได้มีคำสั่ง เลี่ยง จำกัด หรืองดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือที่พำนักโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ได้สั่งการไปยังหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ดำเนินการตามแนวทางที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนด และประกาศในราชกิจจาฯ ฉบับที่ 28 ดังกล่าว โดยเฉพาะในเรื่องของการขนส่งสาธารณะ ที่กำหนดให้กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร จังหวัด หรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบกํากับดูแลการให้บริการขนส่งผู้โดยสารสาธารณะทุกประเภท ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และการขนส่งสาธารณะทุกประเภทระหว่างจังหวัดทั่วราชอาณาจักรให้เป็นไปตามแนวทางท่ี ศปก.ศบค. กําหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยจํากัดจํานวนผู้โดยสารที่ใช้บริการไม่เกิน 50% ของความจุผู้โดยสาร สําหรับยานพาหนะแต่ละประเภท รวมทั้งจัดให้มีการเว้นระยะห่าง และการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยพิจารณาจัดการให้บริการขนส่งสาธารณะให้เพียงพอต่อความจําเป็นและตามเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การอํานวยความสะดวกการขนส่งประชาชนเพื่อรับบริการฉีดวัคซีน และบริการทางการแพทย์ ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้พิจารณาการเรื่องความถี่ในการให้บริการ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน เพื่อไม่ต้องเกิดความแออัด และเน้นย้ำให้มีมาตรการเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และขอความร่วมมือให้รถสาธารณะ มีการตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เพื่อลดการแพร่ระบาดดังกล่าว อีกทั้ง ยังได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานหลังจากนี้ เป็นการประชุมออนไลน์ และปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) เป็นหลัก แต่ในส่วนงานบริการประชาชน ยังขอให้ดำเนินการตามปกติ และให้เข้มงวดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110211</URL_LINK>
                <HASHTAG>13 จังหวัด, การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ปรับรับมาตรการล็อกดาวน์, เพิ่มรถขนส่งสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffd411d35dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บัญชีกลาง&#039;ยันรักษาโควิดรพ.สนามเบิกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2564 นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า กรมบัญชีกลางได้พิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับตนเอง หรือบุคคลในครอบครัวของตน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการ ทั้งประเภทผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานพยาบาลของทางราชการไม่เพียงพอต่อการดูแลรักษาผู้ป่วย และมีสถานพยาบาลหลายแห่งได้ขอหารือเกี่ยวกับกรณีเปิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจ เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19ว่าสามารถขอใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พิจารณาดำเนินการตามแนวทางกฎหมายแล้ว&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด ซึ่งตามหลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในสถานพยาบาลของทางราชการ กรณีผู้มีสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวเสี่ยงหรือติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาลของทางราชการหรือสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19ไว้ ประกอบกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เป็นอำนาจการบริหารจัดการของสถานพยาบาลของทางราชการ
อย่างไรก็ดี หากสถานพยาบาลของทางราชการมีความจำเป็นต้องเปิดสถานที่ดูแลผู้ป่วยเฉพาะกิจสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19เพื่อให้บริการทางการแพทย์ในสถานที่ใดหรือเรียกชื่ออย่างใด สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100444</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมบัญชีกลาง, การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ประภาศ คงเอียด, เบิกจ่าย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210422/image_big_6081512fecfd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การรถไฟฯประกาศรับคืนเงินตั๋วโดยสารเต็มราคาสำหรับคนยกเลิกแผนเดินทาง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เมษายน 2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด -19 ยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้กำหนดมาตรการเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการงดการเดินทาง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2564 ให้สามารถคืนเงินตั๋วโดยสารได้เต็มราคา โดยมีรายละเอียด ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วโดยสาร (รายบุคคล) ไว้ล่วงหน้า หากต้องการงดการเดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา (ก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 1 วัน) และในส่วนของตั๋วโดยสารที่ชำระด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐร่วมกับเงินสด การรถไฟฯ จะคืนค่าโดยสารให้เฉพาะส่วนที่เป็นเงินสดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วหมู่คณะ ตั๋วนำเที่ยวหมู่คณะ ตั๋วสำหรับเช่าขบวนรถพิเศษโดยสาร และตั๋วเช่ารถโดยสารไว้ล่วงหน้า สามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา (ก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 1 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรณีจังหวัดของสถานีต้นทางหรือปลายทางตามตั๋วของผู้โดยสาร ได้ประกาศมาตรการเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด อนุญาตให้คืนเงินค่าตั๋วก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผู้โดยสารที่จองตั๋วทางอินเตอร์เน็ต สามารถยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารเป็นกรณีพิเศษได้เต็มราคา โดยแนบไฟล์ตั๋วอินเตอร์เน็ต ส่งมาที่ E-MAIL passenger-ser@railway.co.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางในช่วงวันดังกล่าว สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของสถานีทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 เมษายน 2564 เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การรถไฟฯ ได้เตรียมความพร้อมการให้บริการแก่ผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทาง ทั้งการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารสถานี ชานชาลา ที่พักผู้โดยสาร ห้องสุขา และพื้นที่โดยรอบบริเวณสถานี นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง และลงทะเบียนหรือสแกนคิวอาร์โค้ด เช็กอิน/เช็กเอาต์ แอพพลิเคชั่นไทยชนะทุกครั้งที่ใช้บริการ หรือหากพบเห็นผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำสถานี/ขบวนรถ หรือศูนย์ปลอดภัยของการรถไฟฯ โทรศัพท์ 02-5379198&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98736</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, คืนตั๋วรถไฟ, นิรุฒ มณีพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210408/image_big_606e6fbae6ae3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดฤดูกาลจืดสนิด &#039;ไทยลีก&#039; เลื่อน 4 คู่หลังแข้งบุรีรัมย์ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟ้าผ่าฟุตบอลไทยลีกอีกรอบ&amp;nbsp; เหลือเวลาอีกไม่ถึง 24 ชั่วโมง เกมที่ 5 ที่แฟนบอลรอคอยมากว่า 6 เดือนก็ต้องหยุดชะงัก เพราะกระทรวงสาธารณสุขประกาศมีนักเตะไทยลีกจากสโมสรบุรีรัมย์ &amp;quot; อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ&amp;quot; กองกลางชาวอุซเบกิสถาน ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนคู่หยุดโลก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด รอรับ บุรีรัมย์ แถมราชบุรี มิตรผล เอฟซีกับขอนแก่น ยูไนเต็ด โดนหางเลขไปด้วยหลังจากมาเกมอุ่นแข้งกันปราสาทสายฟ้าสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1( โตโยต้า ไทยลีก)&amp;nbsp; และไทยลีก 2 ที่พักการแข่งขันมากว่า 6 เดือน และจะกลับมาประเดิมการแข่งขันกันอีกรอบ เป็นการเตะนัดที่ 5&amp;nbsp; ในวันเสาร์ที่ 12 และวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ว่าล่าสุดตามที่ได้มีการแถลงจากกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แถลงข่าวเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 ในกรณีการตรวจพบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในนักกีฬาต่างชาติของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือ &amp;quot; อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ&amp;quot; กองกลางชาวอุซเบกิสถาน ที่ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย&amp;nbsp; และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ ในเรื่องดังกล่าวว่า
ในการนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการการเฝ้าระวัง และการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ตามระเบียบ และวิธีปฏิบัติของทางภาครัฐ ทางบริษัท ไทยลีก จำกัด จึงขอเรียนให้ท่านทราบว่า การแข่งขันฟุตบอลรายการ &amp;ldquo;โตโยต้า ไทยลีก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ&amp;rdquo; จะถูกเลื่อนโปรแกรมแข่งขันเพื่อการเฝ้าระวังของทางภาครัฐ ดังต่อไปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันฟุตบอลรายการ &amp;ldquo;โตโยต้า ไทยลีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 กันยายน 2563 : คู่ระหว่าง สโมสร ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ สโมสร ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 13 กันยายน 2563 : คู่ระหว่าง สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 19 กันยายน 2563 : คู่ระหว่าง สโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สโมสร ระยอง เอฟซี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันฟุตบอลรายการ &amp;ldquo;เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 กันยายน 2563 : คู่ระหว่าง สโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลราชนาวี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการแจ้งโปรแกรมการแข่งขันใหม่ให้ทราบภายหลัง ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพทุกรายการจะกลับมาดำเนินการแข่งขันตามเดิมได้นั้น นักกีฬาทั้งหมดจะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และยืนยันผลว่าไม่พบการติดเชื้อ จึงจะสามารถลงทำการแข่งขันได้ โดยขอความร่วมมือให้ทุกสโมสรปฏิบัติตามมาตรการการจัดการแข่งขันอย่างเคร่งครัดเพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวงการฟุตบอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาย กรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้กล่าวยืนยันสั่งเลื่อนเกมลีกในช่วงสุดสัปดาห์นี้ออกไป 3 คู่ หลังล่าสุด อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางชาวอุซเบกิสถาน ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; โดยบุรีรัมย์ มีโปรแกรมบุกเยือน บีจี ปทุมฯ ในวันที่ 13 กันยายนนี้ แต่จากการที่ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ติดเชื้อโควิด-19 จึงทำให้เกมดังกล่าวต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน&amp;nbsp; เช่นเดียวกับคู่ระหว่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่จะเปิดบ้านพบกับ ทรู แบงค็อกฯ วันที่ 12 กันยายน 2563 และ ในศึกไทยลีก 2&amp;nbsp; ขอนแก่น ยูไนเต็ด กับ ราชนาวีฯ วันที่ 12 กันยายน 2563 ก็ต้องถูกเลื่อนออกไปเช่นกัน เพราะ ราชบุรี มิตรผลฯ และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็น 2 ทีมที่เพิ่งมีโอกาสอุ่นเครื่องกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 30 สิงหาคม และ 5&amp;nbsp; กันยายน ตามลำดับ ซึ่ง อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ลงสนามทั้ง 2 นัด&amp;nbsp; ส่วนโปรแกรมนัดต่อไปของทีมดังกล่าวนี้จะมีการพิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77167</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, ฟุตบอลอาชีพ, ฟุตบอลอาชีพไทย, ไทยลีก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea14cab12eb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.สิทธิมนุษยชนฯวุฒิสภาชง9แนวทาง มาตรการต่อสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 พ.ค.63 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว) ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
กมธ.สิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา เสนอ 9 ข้อ กรณีการแพร่ระบาดของโควิด COVID-19
คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มี นายสมชาย แสวงการ เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้จัดทำข้อเสนอแนวทาง มาตรการ และข้อคิดเห็นต่อกรณีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พร้อมทั้งหามาตรการรองรับหากมีการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง เสนอต่อรัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐควรให้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อจัดเก็บ รวบรวม และจัดทำเป็นระบบฐานข้อมูล (Big Data Platform) ของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในทุกกลุ่มสาขาอาชีพ ผู้ถูกกระทบควรมีการประเมินเป้าหมาย รวมถึงผู้ที่ตกสำรวจการเยียวยา ควรตรวจสอบว่ามีปัญหาอะไร เช่น การใช้ข้อมูลการลงทะเบียนอาจไม่ใช่ผู้ถูกกระทบโดยตรง ระบบข้อมูลของรัฐที่กระจายในหลายหน่วยงานอาจไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ยังไม่มีการบูรณาการกัน ทางแก้ปัญหาส่วนหนึ่งคือการจัดทำ Big data&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.นโยบายการดูแลผู้ถูกกระทบ ประกอบด้วย การเยียวยาซึ่งควรมีการติดตามตรวจสอบปัญหาที่ไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมทั่วถึง และการดูแลผลผลิตของผู้ประกอบการที่ถูกผลกระทบ รัฐควรสนับสนุนให้มี Digital market เพื่อช่วยระบายสินค้าโดยไม่เน้นการจ่ายเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เนื่องจากระบบ AI ที่รัฐบาลใช้ในการสำรวจผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาจทำให้เกิดการตกหล่นของประชาชนที่เดือดร้อนจริง ๆ กลุ่มเปราะบาง และเกษตรกร ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ดังนั้น ควรมีกลไกการสำรวจผู้ที่ตกหล่นจากมาตรการเยียวยา โดยอาจให้ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เข้ามามีส่วนช่วยรับผิดชอบร่วมและส่งคนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับฐานรากทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สำหรับการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศและในประเทศ รัฐควรกำหนดให้ชัดเจนว่าจะเริ่มให้ประชาชนมีการเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศและในประเทศได้เมื่อใด และมีมาตรการอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ควรมีมาตรการสนับสนุนให้กับอาชีพ อาทิ ร้านตัดผม ซึ่งรัฐอาจมีมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยการใช้วิธีให้ประชาชนเข้ามารับบริการฟรีและรัฐชดเชยให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ จะต้องมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยด้านสาธารณสุขด้วย อีกทั้ง สมาคมผู้ประกอบการในสาขาอาชีพต่าง ๆ เช่น ช่างตัดผม ช่างเสริมสวยสวย ช่างทำผม ผู้ช่วยช่างทำผม หมอนวดแผนไทย ผู้ฝึกสอนออกกำลังกายที่สถานที่ออกกำลังกาย (ฟิตเนส) สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ (ร้านสปา) เป็นต้น ควรรวมกลุ่มกันและจัดทำข้อเสนอแนะหรือแนวปฏิบัติให้กับรัฐบาลเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา เยียวยาตรงจุด และเป็นรูปธรรม ซึ่งหน่วยงานสามารถหยิบยกนำไปใช้ดำเนินการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.สำนักงานประกันสังคมควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นการทำงานในเชิงรุกมากขึ้น สิทธิผู้ประกันตน เจ้าของเงินกองทุน กำลังถูกลิดรอนโดยกลไกในรูปแบบของหน่วยงานรัฐ ขั้นตอนดำเนินงานทุกขั้นตอนยังล่าช้า การแถลงข่าวยังไม่ชัดเจนในหลายประเด็น คือ
(1) เงินกองทุนที่นำไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ มีสัดส่วนอย่างไร สภาพคล่องเป็นอย่างไร
(2) ยังมีลูกหนี้ส่วนของรัฐ (หนึ่งในสามตามกฎหมาย) หรือไม่ เท่าไร
(3) สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมเงินสดสำหรับเยียวยาผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ตกงาน รวมถึงผู้ประกันตนที่กิจการยังประคองตัวอย่างไรบ้าง และมีผู้ถูกรอนสิทธิ์หรือด้อยสิทธิ์อย่างไร
(4) ผู้ประกันตนเมื่อเกษียณเคยได้รับเงินบำเหน็จเป็นเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นบำนาญทั้งหมดหรือไม่ และจะมีนโยบายปรับเปลี่ยนอย่างไรบ้าง
(5) โฆษกของสำนักงานประกันสังคม เคยแถลงว่าการประสานงานเพื่อการแก้ไขปัญหาในส่วนงานอื่น ๆ ของกระทรวงแรงงาน ผู้ประกอบการจะต้องไปประสานเอง ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่รัฐกำหนดจุดบริการร่วม (One Stop Service) แก่ผู้ประกอบการ ดังนั้น กระทรวงแรงงานจึงต้องทบทวนงานบริการด้านต่าง ๆ ให้สามารถอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้ประกอบการมากขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันแก่ผู้ประกอบการและไม่สอดคล้องกับการบูรณาการเพื่อการปฏิรูปประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.รัฐควรมีศูนย์กลางบริหารการช่วยเหลือโดยมีฐานข้อมูลจริงของผู้เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ต้องมีการจัดระบบการกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงแทนการระดมการบริจาค บางหน่วยงานเข้าไม่ถึงการรับการสนับสนุน รวมทั้งประชาชนที่เดือดร้อน บางแห่งไม่เคยได้รับการดูแลทั้งการแจกอาหารและการรับถุงยังชีพ การบริจาคของในปัจจุบันยังเกิดความซ้ำซ้อน กระจุกตัวอยู่แหล่งเดียว ดังนั้น จึงควรมีศูนย์ประสานเพื่อรวบรวมข้อมูลจากส่วนกลาง และตรวจสอบความต้องการของผู้ได้รับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ให้ทั่วถึง เพื่อให้ของบริจาคเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นเหตุการณ์รุนแรง ต่อเนื่อง ยาวนาน ซึ่งมีผลกระทบกับมนุษยชาติทั้งโลกในทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ทำให้ปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณาในกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดิมที่ได้จัดทำไว้ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคต ดังนั้น เห็นควรให้มีการทบทวนและประเมินยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเฉพาะในเรื่องของทรัพยากร (Resource) และวิธีการ (Ways)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.สำหรับประเด็นพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ที่กำหนดแผนงานไว้ 3 ส่วน โดยส่วนที่ 3 เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 400,000 ล้านบาท จะต้องให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่สามารถต่อยอดได้ ไม่เป็นการใช้จ่ายเงินอย่างไม่เป็นประโยชน์ และสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้ โดยอาจปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีให้รัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งส่วนที่ 1 และ 2 ก็ควรมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าจะนำไปใช้จ่ายในโครงการอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65345</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน, นายสมชาย แสวงการ, ระบบฐานข้อมูล Big Data Platform</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb49d7f6927f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งงดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยววันหยุด เลี่ยงโควิด-19พร้อมคืนเงินตั๋วโดยสารเต็มราคา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 มี.ค.63-นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในปัจจุบันยังคงแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ในประเทศไทยและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการควบคุมและป้องกัน รวมทั้งลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าวตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 และตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม การรถไฟฯ จึงได้ประกาศงดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยวช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยให้ผู้โดยสารสามารถคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคาเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับขบวนรถพิเศษที่งดเดินมีจำนวน 8 ขบวน ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวที่ 915/916 งดเดินจาก กาญจนบุรี &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; กาญจนบุรี ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวที่ 909/910 งดเดินจาก กรุงเทพ &amp;ndash; น้ำตก &amp;ndash; กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวที่ 911/912 งดเดินจาก กรุงเทพ &amp;ndash; สวนสนประดิพัทธ์ &amp;ndash; กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ขบวนรถพิเศษนำเที่ยวที่ 997/998 งดเดินจาก กรุงเทพ &amp;ndash; บ้านพลูตาหลวง &amp;ndash; กรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารเดินทางกับขบวนรถพิเศษนำเที่ยวดังกล่าวข้างต้น สามารถติดต่อขอคืนเงินได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60992</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, งดเดินขบวนรถพิเศษนำเที่ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c435476c5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
