<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.แจ้งผู้โดยสารยกเลิกการเดินทางขอคืนเงินค่าโดยสารได้เต็มราคา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.2564 นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการมีข้อกำหนดในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ขอความร่วมมือให้ประชาชนชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็น การรถไฟฯ จึงได้ออกแนวทางปฏิบัติเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และช่วยเหลือประชาชนที่ต้องการยกเลิกการเดินทางตามนโยบายของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยเริ่มตั้งแต่บัดนี้ - 31 สิงหาคม 2564 ดังต่อไปนี้ให้ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วโดยสาร (รายบุคคล หมู่คณะ) ตั๋วสำหรับเช่าขบวนรถพิเศษโดยสาร และเช่ารถโดยสารไว้ล่วงหน้า หากไม่มั่นใจในการเดินทางในช่วงดังกล่าวสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตัวก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 1 วัน โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการคืนเงิน (คืนเต็มราคา) เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีจังหวัดของสถานีต้นทางหรือปลายทางตามตั๋วของผู้โดยสาร ได้ประกาศมาตรการเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด อนุญาตให้คืนเงินค่าตั๋วก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการคืนเงิน (คืนเต็มราคา) เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีมีการจองซื้อตั๋วทางอินเตอร์เน็ต หากผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางและไม่สะดวกในการคืนเงินค่าตั๋วผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ให้อนุญาตคืนเงินค่าตั๋วก่อนขบวนรถออกไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง โดยยื่นคำร้องขอคืนเงินได้ที่สถานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒกล่าวว่า การรถไฟฯ ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เพิ่มความถี่ในการดูแลทำความสะอาดภายในขบวนรถโดยสารทุกขบวน และทุกสถานีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณทุกผิวสัมผัส เช่น ราวจับ ที่จับบริเวณประตู เก้าอี้นั่ง ผู้โดยสาร เครื่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร ราวจับบันได/บันไดเลื่อน ปุ่มกดลิฟต์ และห้องน้ำ เป็นต้น ให้ทำความสะอาดมากที่สุดหรือให้ทำทุกชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบคัดกรองพนักงานรถไฟ ผู้ใช้บริการรถไฟ รวมทั้งผู้ประกอบการ ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน พร้อมทำความสะอาดมือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนและหลังการปฏิบัติงานหรือใช้บริการอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อและสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด-19, คืนค่าตั๋ว, นิรุฒ มณีพันธ์, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61093f658aba6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109909</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดทำช้างไทยตกงาน&#039;เพื่อไทย&#039;วอนรัฐจ่ายเยียวยา 6 เดือนอุดหนุนสินค้าเกษตรช่วยช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมด้วยทีมงานนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพูดคุยรับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องคนเลี้ยงช้างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีการปิดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ปางช้างไม่สามารถแบกรับภาระค่าเลี้ยงดูช้างและควาญช้างได้&amp;nbsp; โดยพบว่า ที่ อ.ท่าตูม มีช้างตกงานกลับภูมิลำเนามาอย่างน้อยกว่า 300 เชือก และยังมีช้างรวมถึงควาญช้างจากหลายจังหวัดเมืองท่องเที่ยวมาพักอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์ จำนวนมาก&amp;nbsp; จากเดิมที่ช้างและควาญช้างทำงานเป็นคู่กัน มีรายได้เดือนละประมาณ 9,000-15,000 บาทต่อคู่ เมื่อประเทศไทยปิดการท่องเที่ยวเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี 6 เดือน ควาญช้างขาดรายได้อย่างหนักและไม่สามารถเปลี่ยนไปทำงานเสริมอย่างอื่นเพราะต้องอยู่กับช้างตลอดทั้งวัน จึงไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหารให้กับช้างได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชนินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp; แม้ศูนย์คชสารจะได้งบประมาณอุดหนุนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีช้างกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก งบประมาณจึงไม่เพียงพอ จึงอยากให้รัฐออกมาตรการช่วยเหลือ ดังนี้
1. จ่ายเงินเยียวยาให้คนเลี้ยงช้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ เดือนละ&amp;nbsp; 5,000 บาท เป็นเวลา 6 เดือน หลังจากขาดรายได้มากกว่า 1 ปี 6 เดือน โดยปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนช้างแบบฝัง micro-chip กับกรมปศุศัตว์ราว 3,700 เชือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สร้างกลไกตลาดรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มีมากอยู่ในตลาด เช่น สับปะรด หรือข้าวโพด มาสนับสนุนเป็นอาหารให้แก่ช้างที่ตกงานอยู่ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.หารือร่วมกับหน่วยงานเกษตรท้องที่ ในการจัดหาพื้นที่ของรัฐในระยะใกล้เคียงที่ไม่ได้ใช้งาน นำมาเร่งปลูกหญ้า เพื่อใช้สลับเป็นอาหารช้างสนับสนุน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เพิ่มงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ช้าง &amp;ldquo;กินอยู่กับช้าง&amp;rdquo; ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ดึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมของคนเลี้ยงช้างมาถ่ายทอด เพื่อต่อยอดการสร้างงานให้ควาญช้างและช้างตกงานที่กลับมาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างผลกระทบทุกหย่อมหญ้า การช่วยเหลือเยียวยาต้องเข้าถึงครอบคลุมทุกกลุ่มและต้องทันการณ์ หากปล่อยให้สถานการณ์บานปลายนอกจากพรากชีวิตคน ช้างไทยที่เป็นมรดกของชาติ และสัตว์คู่บ้านคู่เมือง อาจล้มหายตายจากไปด้วย&amp;rdquo; นายชนินทร์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109909</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, คนเลี้ยงช้าง, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ, ช้างไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e0479284fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอ.จัดเที่ยวบินพิเศษ เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปช่วยเหลือชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.64- กองทัพอากาศ (ทอ.)ได้เผยแพร่ข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์ เพื่อพระราชทานสำหรับช่วยเหลือชาวอินเดียที่ติดโควิด19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ทอ.จัดเที่ยวบินพิเศษเชิญสิ่งของพระราชทานดังกล่าว โดยจัดเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19 (A 340 &amp;ndash; 500) จำนวน 1 เครื่อง เพื่อเชิญเครื่องผลิตออกซิเจนและถังบรรจุก๊าซออกซิเจนพร้อมอุปกรณ์พระราชทาน ในการช่วยเหลือชาวอินเดียที่ประสบภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด19 ไปยังสถานเอกอัครรราชทูต ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย กำหนดเดินทางในวันเสาร์ที่ 8พฤษภาคม 2564 เวลา 7.00น.เดินทางไปกลับในวันเดียวกัน (สำรองวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ได้รวบรวมสิ่งของช่วยเหลือชาวอินเดียจาก สมาคมอินเดียในประเทศไทย, หอการค้าไทยอินเดียและสมาคมศิษย์เก่าสถาบันเทคโนโลยีอินเดียในประเทศไทย โดยสิ่งของที่ลำเลียงไปช่วยเหลือชาวอินเดียที่ติดเชื้อ COVID-19 ทั้งหมด ประกอบด้วย เครื่องผลิตออกซิเจน 70 เครื่อง ถังออกซิเจน 300 ถัง และอุปกรณ์ควบคุมปริมาณออกซิเจน 200 ชุด โดยในการเดินทางกลับจะนำข้าราชการของสถานเอกอัครราชทูตที่ติดเชื้อโควิด19กลับมารักษาพยาบาลที่ประเทศไทย และรับคนไทยที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทยตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำการปฏิบัติและสนับสนุนแพทย์และพยาบาลในการปฏิบัติภารกิจนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอากาศ, การแพร่ระบาดโควิด-19, ช่วยเหลือชาวอินเดีย, สิ่งของพระราชทาน, หอการค้าไทยอินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094f16470c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> จับรายวัน4นักพนันเมืองคอนขณะดื่มน้ำท่อมเล่นไพ่ไปพลางแบบสบายใจไม่กลัวโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - เมื่อเวลา 23.00น.วันที่6พค.ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของนายวีระเกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุวรรณฤกษ์ ปลัดอาวุโส อำเภอท่าศาลา รรท.นายอำเภอท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายศักดิ์ชาย&amp;nbsp; นันทเกษตร ปลัด อ.หน.ฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย กำลัง จนท.อส.ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อ.ท่าศาลา ร่วมกับ ด.ต.สมใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปานดำ หน.สายตรวจ ต.ท่าขึ้น สภ.ท่าศาลา ออกลาดตระเวนปฏิบัติหน้าที่สอดส่อง กวดขัน รวมทั้งป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันฯในพื้นที่รับผิดชอบเมื่อออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณขนำที่พักข้างบ้านเลขที่ 58 ม.12&amp;nbsp; ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พบว่าบริเวณระเบียงหน้าขนำเปิดไฟสว่างมีชาย4คนนั่งมั่วสุมท่าทางมีพิรุธด้วยท่าทางน่าสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบ พบกำลังนั่งเล่นการพนันไพ่ผสมสิบ จึงเข้าทำการจับกุมชายทั้ง4คน พร้อมของกลางเงินสด120บาท,ไพ่ป๊อก1สำรับ,ผ้าปูที่ใช้เล่นการพนัน1ผืน คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง4ไปสอบสวนทราบชื่อนายกิตติชัย&amp;nbsp; ครองยุติ อายุ 32 ปี นายจิรวงศ์&amp;nbsp; ชัยฤกษ์ อายุ 31 ปี นายสราวุฒิ&amp;nbsp; ครองยุติ อายุ 25 ปี นายจิรพงศ์ ขาวเอี่ยม อายุ 22 ปี ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน(ไพ่ผสมสิบ)เพื่อเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันชุมนุม หรือมั่วสุม ในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ โดยผิดกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ต้องหาทั้ง4ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าได้นัดกันมาดื่มน้ำพืชกระท่อมที่ขนำดังกล่าวเพื่อคลายเครียดกับสถานการณ์โรคโควิดมาหลายวันแล้ว แต่เห็นว่านั่งดื่มน้ำพืชกระท่อมอย่างเดียวไม่สนุก เลยเอาไพ่ออกมาล้อมวงเล่นการพนันไพ่ผสมสิบกันแก้เหงาคลายเครียดกัน แต่เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มาจับกุมรีบเทน้ำพืชกระท่อมทิ้งลงพื้นจนหมด แต่เก็บไพ่ของกลางไม่ทันเลยจับกุมดำเนินคดีในข้อหาการพนันและมั่วสุมในสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102065</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, จับนักพนัน, นายวีระเกียรติ   สุวรรณฤกษ์, น้ำกระท่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094afbc01ef0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เชิญชวนปชช.สวดมนต์พร้อมกันทั่วประเทศสร้างขวัญกำลังใจสู้โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7 พ.ค.64 - นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งมหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบกำหนดจัดพิธีดังกล่าว ขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายอนุชา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดพิธีในพื้นที่ส่วนกลาง จะจัดขึ้นที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร วัดไตรมิตรวิทยาราม เขตสัมพันธวงศ์ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคราราม เขตพระนคร ส่วนภูมิภาค กำหนดให้วัดในนามเขตปกครองหนต่างๆ ดังนี้ เขตปกครองหนกลาง ณ วัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตปกครองหนเหนือ ณ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ เขตปกครองหนตะวันออก ณ วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร และ เขตปกครองหนใต้ ณ วัดกระพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง ในส่วนของวัดอื่นทั่วไปและวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาจัดพิธีตามความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน รวมถึงเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติ ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบันที่ทุกคนเผชิญอยู่ อาจทำให้เกิดความเครียด การสวดมนต์ ทำสมาธิจะช่วยทำให้จิตใจสงบมากขึ้น โดยขอให้ทุกคนมีสติ ใช้ชีวิตแบบ New Normal ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมพิธี ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่วัด ขอให้ติดตามการถ่ายทอดสดทางช่อง NBT และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ไปพร้อมกันผ่านทางหน้าจอทีวีอยู่ที่บ้าน ลดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102064</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, นายอนุชา นาคาศัย, สมเด็จพระสังฆราช, สวมมนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210420/image_big_607eb94fb0e78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2021 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลุ 130 ล้านไปแล้ว&#039;หมอธีระ&#039;แนะ4แนวทางต่อสู้กับการแพร่ระบาดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
02 เม.ย.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 2 เมษายน 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ทะลุ 130 ล้านไปแล้ว แนวโน้มการระบาดรุนแรงขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 701,041 คน รวมแล้วตอนนี้ 130,133,821 คน ตายเพิ่มอีก 11,610 คน ยอดตายรวม 2,838,716 คน
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 75,696 คน รวม 31,239,879 คน ตายเพิ่ม 908 คน ยอดเสียชีวิตรวม 566,237 คน
บราซิล ติดเพิ่ม 86,586 คน รวม 12,839,844 คน ตายเพิ่มถึง 3,398 คน ยอดเสียชีวิตรวม 325,284 คน &amp;nbsp;
อินเดีย ติดเพิ่ม 81,441 คน รวม 12,302,110 คน &amp;nbsp;
ฝรั่งเศส รายงานเพิ่ม 50,659 คน รวม 4,695,082 คน
รัสเซีย ติดเพิ่ม 9,169 คน รวม 4,554,264 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน
ตุรกีติดเชื้อเกินสี่หมื่นต่อวัน กำลังโดนระลอกสามขาขึ้นอย่างหนัก จำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดขณะนี้มากกว่าระลอกแรกถึง 4 เท่า
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่การระบาดระลอกสี่ ตอนนี้ติดเกินสองพันคนต่อวัน ในขณะที่แคนาดาก็เข้าสู่การระบาดระลอกสามชัดเจน มากกว่าห้าพันคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์ล้วนอยู่ในสถานการณ์ระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง
เกาหลีใต้ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ฮ่องกง เมียนมาร์ ไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เวียดนาม และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่นิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ในการต่อสู้กับโรคระบาดรุนแรงแบบโควิด-19 นี้ สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแต่ละประเทศทั่วโลกคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง &amp;quot;การสร้างนโยบายหรือมาตรการที่ใช้หลักฐานวิชาการแพทย์ที่ถูกต้อง เป็นแสงส่องทาง&amp;quot; เราเห็นบางประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติเช่นนี้จนนำมาซึ่งการระบาดรุนแรงอย่างยาวนาน จึงควรจำไว้เป็นบทเรียน อย่ารนหาที่ เพราะการก้าวพลาดเพียงครั้งเดียวจะนำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตคนจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อระบบสังคมเศรษฐกิจตามมาอย่างที่แก้ไขได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง &amp;quot;การทำงานนั้นย่อมเกิดปัญหา หรือข้อผิดพลาดได้เสมอ แต่ต้องยอมรับความจริง&amp;quot; รับว่ามีข้อผิดพลาด ชี้แจงแถลงไขให้คนในสังคมได้รับรู้รับทราบ จะได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไข แต่หากสังคมใดประเทศใด เห็นแต่ปรากฏการณ์ที่หน่วยงานต่างๆ ไม่เคยยอมรับว่าผิดพลาดเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เห็นกันอยู่โต้งๆ จะถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่ทำให้คนในสังคมไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อถือ เพราะสุดท้ายการปัดฝุ่นไปซุกไว้ใต้พรมนั้น วันใดวันหนึ่งย่อมมีการถูกเปิดขึ้นมาและฟุ้งกระจายให้เห็น และเมื่อถึงเวลานั้น public mistrust ที่เกิดขึ้นจะแก้ไขได้ยากยิ่งนัก โดยจะส่งผลต่อการดำเนินงานอื่นๆ อืกมากมาย และย่อมทำให้ภูมิคุ้มกันทางสังคมอ่อนแอในระยะยาว ดังนั้นก็ย่อมเป็นไปตามสุภาษิตที่เราได้เรียนรู้กันมาว่า &amp;quot;คนดีชอบแก้ไข...คนอะไรชอบแก้ตัว&amp;quot;นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ระลึกไว้เสมอว่า เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มักต้องมีเหตุผลอธิบายเสมอ จริงอยู่อาจเกิดจากความบังเอิญได้บ้าง แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นมีน้อยมาก การใช้เหตุผลประเภท&amp;quot;เหตุบังเอิญร่วม&amp;quot;เพื่อจบเรื่องให้คนเข้าใจว่าเกิดเพราะโชค หรือเป็นจังหวะปะเหมาะเคราะห์ร้ายเองนั้น จึงไม่ควรประพฤติปฏิบัติพร่ำเพรื่อจนเป็นนิสัย เพราะนั่นหมายถึงการสร้างบรรทัดฐานของการขาดความเป็นเหตุเป็นผล และระยะยาวจะเปลี่ยนวัฒนธรรมความคิดจาก&amp;quot;วิทยาศาสตร์&amp;quot;ไปเป็น&amp;quot;ไสยศาสตร์&amp;quot; ซึ่งอันตรายอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสี่ &amp;quot;ไม่ปกปิดหมกเม็ดหรือบิดเบือนข้อมูล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทุกประเทศทั่วโลกทำดังเช่นที่กล่าวมา โอกาสสู้กับโรคระบาดแล้วชนะจะมีสูงขึ้น
เหนืออื่นใด ขอให้พวกเราทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ความรู้ที่ถูกต้องเป็นแสงส่องทาง ช่วยในการตัดสินใจเพื่อรักษาสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตครับ
ด้วยรักและปรารถนาดีเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98071</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด 19, ธีระ วรธนารัตน์, หลักวิชาการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> งัดโควิดเบรกม็อบ! เตือนเสี่ยงระบาดรอบใหม่บิ๊กตู่:ล็อกดาวน์อีกหายนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ แถลงโลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งใหญ่ระลอกใหม่ ปลุกทุกคนลุกขึ้นมาตั้งการ์ดให้สูงอีกครั้ง เตือนกลุ่มที่จะออกมาประท้วงเพิ่มความเสี่ยงการแพร่ระบาด-ทำลายการทำมาหากินของคนไทยเป็นสิบๆ ล้านคน การฟื้นเศรษฐกิจจะล่าช้า ทำลายความเชื่อมั่นนักธุรกิจ ลั่นต้องปกป้องคนไทยไม่ให้เกิดการสูญเสียเหมือนประเทศอื่น และหายนะที่จะตามมาจากการล็อกดาวน์อีกครั้ง วอนวางการเมืองไว้ก่อน &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยไทยไร้ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ขณะที่ทั่วโลกยอดพุ่งสูงสุด 30 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่องการแพร่ระบาดโควิดระลอกใหม่ในโลก ว่าขอพูดกับทุกท่านเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในโลก ซึ่งไม่ค่อยจะดีนัก และอาจจะส่งผลต่อประเทศไทยเราด้วยในช่วงเวลาข้างหน้านี้ ตอนนี้กำลังเกิดการระบาดของโควิดครั้งใหญ่ระลอกใหม่ ทั้งในยุโรปและที่อื่นๆ หลายที่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อช่วงเริ่มต้นที่เกิดการแพร่ระบาดโควิดบนโลก ประเทศไทยเริ่มรับมือและพยายามระงับการแพร่ระบาดในประเทศอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว นั่นคือเหตุผลที่วันนี้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ถึง 10 คนต่อวัน เมื่อเราเทียบกับประเทศอื่น หลายประเทศที่ลังเลการปิดประเทศ และไม่ได้ดำเนินมาตรการตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น ทำให้วันนี้ประเทศเหล่านั้นมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวัน มากกว่าประเทศไทยเป็นพันๆ เท่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การที่ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์แบบปัจจุบันนี้ได้ ถือเป็นความสำเร็จของแพทย์ทุกท่าน อาสาสมัครสาธารณสุขที่น่าทึ่งทุกคน พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่บุคลากรด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทุกคน ซึ่งเป็นผู้กล้าหาญที่อยู่แนวหน้า ช่วยยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพใน ศบค. แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือคนไทยทั้งประเทศที่ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ยับยั้งการแพร่ ระบาดของโควิดในประเทศไทย ด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และเว้นระยะห่างทางสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้เมื่อในโลกโควิดกำลังกลับมาระบาดใหญ่อีกครั้ง ผมจึงอยากจะขอพี่น้องประชาชนทุกคนให้ลุกขึ้นมาตั้งการ์ดของตัวเองให้สูงขึ้นอีกครั้ง เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น รักษาวินัยที่ดีไว้ อย่างที่เราเคยทำกันมา เพราะสงครามกับโควิดจะยังอยู่ไปอีกนาน ขอใช้โอกาสนี้พูดกับคนกลุ่มต่างๆ ที่อยากจะออกมารวมตัวกันประท้วงด้วยเหตุผลต่างๆ ของท่าน เมื่อเวลาที่มารวมตัวกัน ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาลที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย ขณะเดียวกันท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆ ล้านคน การจุดชนวนการแพร่ระบาดโควิดให้เสี่ยงที่จะลุกโชนขึ้นมาอีก นั่นจะส่งผลกระทบที่เลวร้ายและทวีคูณปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยไปสู่ระดับที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวต่อว่า ขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก ในประเทศอื่นการรวมตัวกันและการไม่รักษาวินัยในการป้องกันโรคระบาดได้สร้างปัญหาให้กับประชาชนคนอื่นๆ ในประเทศของตัวเองมาแล้ว ตอนนี้รัฐมนตรีสาธารณสุขของประเทศอังกฤษและประเทศอื่นๆ ในยุโรปกำลังเริ่มพูดถึงการกลับมาเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง หรืออย่างในรัฐใหญ่รัฐหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้การเปิดร้านค้าและออฟฟิศ หรือแค่การจะออกจากบ้าน ก็ยังมีข้อบังคับและข้อจำกัดมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนในบ้านเรา แม้ว่าการไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศจะสร้างความเจ็บปวดให้เราอย่างมาก แต่อย่างน้อยร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ ยังเปิดได้อยู่ โรงเรียน ไซต์งานก่อสร้าง โรง งาน และสำนักงานยังเปิดได้ และการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของคนไทยด้วยกันเอง ก็ยังคงทำได้อยู่ ดังนั้นเราจึงไม่ควรทำอะไรก็ตาม ที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้ประเทศไทย ต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง เหมือนเมื่อเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา แบบนั้นจะยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนและเจ็บปวดให้กับทุกคน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขอบอกทุกคนที่อยากจะออกมาชุมนุมชัดๆ ว่า ตนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด รับทราบความคับข้องใจของพวกท่านในเรื่องการเมือง และความไม่พอใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนเคารพความคิดเห็นและความรู้สึกของท่าน แต่วันนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความเจ็บปวดเร่งด่วนที่เราจำเป็นต้องจัดการก่อน&amp;nbsp; นั่นคือการบรรเทาความเสียหายทางเศรษฐกิจที่โควิดได้ก่อให้เกิดขึ้นไปทั่วโลก เราไม่ควรทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งไปกว่านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การชุมนุมจะทำให้การฟื้นเศรษฐกิจเกิดการล่าช้า เพราะจะทำลายความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ และสร้างความลังเลใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเมืองไทย เมื่อถึงเวลาที่เราพร้อมจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง การชุมนุมจะสร้างความวุ่นวายในประเทศ และทำลายสมาธิการทำงานของภาครัฐในการจัดการกับโควิด และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ผมจึงอยากขอให้เราเอาชนะโควิดและผ่านวิกฤติโลกครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้ก่อน หลังจากนั้นเราค่อยกลับมาที่เรื่องการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวอีกว่า ปัจจุบันหลายประเทศใช้ความเด็ดขาดในการยุติการประท้วง ด้วยเหตุผลที่ไม่ยอมให้เกิดการกระทำที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด โดยหลายประเทศห้ามไม่ให้มีการรวมตัวใดๆ ทั้งสิ้น อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ในประเทศเยอรมนี เมื่อมีการประท้วงของคนกว่า 38,000 คน มีผู้ถูกจับดำเนินคดีมากกว่า 300 คน ในคดีทำลายโอกาสของประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การศึกษา และสังคม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สั่งการไปคือ ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผู้ชุมนุมด้วยความนิ่มนวล เพราะยังเชื่อว่าผู้ที่จะออกมาประท้วงจะมีความตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ควรต้องระมัดระวัง และอยู่ในขอบเขต แต่ก็ขอฝากไปถึงทุกคนที่จะออกมารวมตัวกันว่า ขอให้นึกถึงพี่น้องคนไทยด้วยกันให้มากๆ คนไทยอีกเป็นสิบๆ ล้านคนที่จะได้รับผลกระทบจากการที่ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงในการเจ็บป่วยจากโควิด และเพิ่มความเสี่ยงให้เราต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ภารกิจของผมชัดเจนคือ ผมต้องปกป้องคนไทยไม่ให้เกิดการสูญเสียในชีวิตเป็นหมื่นๆ ชีวิตเหมือนในประเทศอื่น และป้องกันหายนะทางเศรษฐกิจที่จะตามมาจากการเสียชีวิตของผู้คน และหายนะที่จะตามมาจากการล็อกดาวน์ เพราะฉะนั้นเรายังต้องระมัดระวังในการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา เพราะมีความเสี่ยงในการนำเชื้อโควิดเข้าสู่ประเทศไทย ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับเราทุกคน แต่ในขณะที่ทำอย่างนั้น ผมก็รู้ถึงความเจ็บปวดของทุกคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว ผมรู้สึกจริงๆครับว่าทุกคนเจ็บปวด หลายครั้งผมนอนไม่หลับเมื่อคิดถึงจำนวนคนที่ต้องตกงาน และจำนวนธุรกิจที่ต้องปิดกิจการลง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก ซึ่งไม่มีทางออกไหนที่ไม่มีความเจ็บปวดรออยู่ การเปิดประตูประเทศอาจจะทำให้มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในระดับหนึ่ง แต่เราก็รู้ว่าจะมีโควิดเข้าประเทศมาด้วยแน่นอน แม้จะมีการตรวจเช็กขนาดไหนก็ตาม สิ่งที่ตนกังวลคือหากเกิดการระบาดใหญ่เป็นวงกว้างในประเทศ เราอาจจะไม่สามารถรับมือได้ และถ้ามันเกิดขึ้นแบบนั้น ความเดือดร้อนในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องจะยิ่งรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งจะไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับภาคการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จะส่งผลกับทุกภาคส่วนในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พี่น้องครับ เรากำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะยิ่งยากลำบากมากขึ้น เราจึงควรวางเรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน แล้วจับมือร่วมแรงร่วมใจกันผ่านพ้นความยากลำบากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์โลกไปให้ได้ ผมขอให้ทุกคนยกการ์ดของตัวเองให้สูงอีกครั้งสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม และโชว์สปิริตของความเป็นไทยต่อไป ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะโควิดไปให้ได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย โดยวันเดียวกันนี้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งในประเทศและในสถานที่กักกันของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,490 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,325 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 107 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 30,032,521 ราย โดยรักษาหายแล้ว 21,800,057 ราย รวมเสียชีวิตแล้ว 945,072 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศ ในวันเดียวกันนี้มี 4 เที่ยวบิน จำนวน 383 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา และในวันที่ 18 ก.ย.มี 8 เที่ยวบิน จำนวน 780 คน จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส แคนาดา สิงคโปร์ เอธิโอเปีย สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77784</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การแพร่ระบาดโควิด-19, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6370a521255.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
