<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใช่ข่าวดี!&#039;นักไวรัสวิทยา&#039;เปิดตัวเลขงานวิจัยที่ควรทราบเพื่อการตั้งรับกับเดลต้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า
***ไม่ใช่ข่าวดี แต่เป็นตัวเลขที่ควรทราบเพื่อการตั้งรับกับเดลต้า***&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลของไวรัสเดลต้าที่มีตอนนี้แทบทั้งหมดจะเป็นเรื่องคุณสมบัติการแพร่กระจายของเชื้อที่ไวกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และ ข้อมูลหนีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนชนิดต่างๆ ข้อมูลเรื่องความรุนแรงของเชื้อยังมีน้อยมากเพราะการเก็บข้อมูลจำเป็นต้องใช้ตัวอย่างจำนวนมาก ทีมวิจัยที่ University of Toronto ทำการเก็บข้อมูลผู้ป่วยโควิดตั้งแต่ กพ-มิย ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่แคนาดามีไวรัสหลายสายพันธุ์เข้ามาระบาดในประเทศ ทีมวิจัยเก็บข้อมูลจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อด้วยไวรัสสายพันธุ์ต่างๆ จำนวนผู้ป่วยที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวนผู้ป่วยหนักใน ICU และ ผู้ป่วยที่เสียชีวิต จากตัวอย่างทั้งสิ้น 211,197 ตัวอย่างได้ตัวเลขออกมาน่าสนใจ และ น่ากังวลครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตัวอย่างทั้งหมดมีผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าติดเดลต้าอยู่ 5,615 คน ในจำนวนนั้น 340 คน (6.1%)&amp;nbsp; มีอาการจำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล และในจำนวนที่เข้ารักษาตัวมี 92 คน (1.6% ของคนติดเดลต้าทั้งหมด) เข้า ICU และ ในจำนวนนั้นมีผู้เสียชีวิต 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขนี้เมื่อทำมาเปรียบเทียบความเสี่ยง (Odds ratio) ของผู้ป่วยโควิดสายพันธุ์แอลฟ่าดูเหมือนจะสูงกว่า และยิ่งเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ดั้งเดิมแล้วจะสูงกว่าชัดเจนตัวเลขจะอยู่ที่ 120% (เข้า รพ.), 287% (ICU) และ 137% (เสียชีวิต)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;***เนื่องจากทีมวิจัยไม่มีข้อมูลการได้รับวัคซีนในตัวอย่างที่เก็บข้อมูลมา ทำให้ไม่ทราบว่า การใช้วัคซีนในประชากรของแคนาดาจะลดตัวเลขดังกล่าวลงได้หรือไม่ แต่จากการศึกษานี้ทีมวิจัยเชื่อว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือ รับยังไม่ครบโดส***&amp;nbsp; เพราะภาพที่ผมนำมาเทียบเป็นข้อมูลของ UK จะเห็นว่าคนที่ได้รับวัคซีนแล้วจะมี % hospitalization ลดลงชัดเจนในช่วงที่เดลต้าระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เอกสารอ้างอิง
https://www.medrxiv.org/con.../10.1101/2021.07.05.21260050v2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109896</URL_LINK>
                <HASHTAG>การฉีดวัคซีนโควิด-19, การแพร่ระบาดโควิด19, สายพันธุ์เดลต้า, อนันต์ จงแก้ววัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0d84a4e7ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดปัตตานียังวิกฤตเตียงเริ่มไม่พอ พบผู้ป่วยใหม่อีก 215 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 11 ก.ค. สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในจังหวัดปัตตานียังคงเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก ทำให้เป็นพื้นทีการควบคุมสูงสุด โดยวานนี้ วันที่ 10 กค . มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่ง 215 คน มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,281 &amp;nbsp;คน รักษาหายแล้ว 2,190 คน และวันคราชีวิตเพิ่มอีก 1 ศพ ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 39 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงสูง อยู่ระหว่างรอผลตรวจอีกหลายพันคน ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย และใช้ชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะมีความกังวล และไม่กล้าออกนอกบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่โรงพยาบาลปัตตานี ยังคงมีประชาชน กลุ่มเสี่ยงเดินทางมาตรวจเชื้อทุกวัน ซึ่งระหว่างรอผลจรวจจะต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน หากผลเป็นบวก(ติดเชื้อ) เจ้าหน้าที่จะมารับตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสนาม แต่วันนี้เนื่องจากพื้นที่จังหวัดปัตตานี พบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงพยาบาลสนาม เตียงเริ่มจะรองรับผู้ติดเชื้อไม่เพียงพออีกครั้ง ทำให้จังหวัดได้มีการวางแผนรับมือใหม่ โดยจะนำผู้ป่วย(กลุ่มสีเขียว) แยกกักตัวอยู่ที่บ้าน โดยกลุ่มนี้จะต้องเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ไม่มีโรค ไม่มีภาวะอ้วน ไม่มีอาการรุนแรง และอยู่บ้านไม่ต่ำกว่า 1 คน ทั้งนี้บ้านผู้ติดเชื้อแต่ละหลังก็จะมีแผง และเชือกกั้นไว้ เพื่อความปลอดภัย และเป็นสัญลักษณ์ว่าบ้านนี้มีผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ทำให้โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสนามต่างๆ ยังคงประสบปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเปิดรับสมัคร ทำงานเพียง 3 เดือน ล่าสุดมีนักศึกษาพยาบาล มอ.ปัตตานี จบใหม่ กว่า 20 คน ใจกล้า และอาสามาช่วยงาน ตามโรงพยาบาลสนามต่างๆ โดยไม่หวั่นที่ติดเชื้อโควิด19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวนูรูลฮูดา เจ๊ะแน อายุ 22 ปี นักศึกษาพยาบาลใจกล้าที่จบใหม่ เปิดเผยว่า การที่ได้มาทำงานที่นี้ก็ทราบข่าวจากพี่ๆพยาบาลปัตตานีที่ขออาสาสมัครน้องพยาบาลจบใหม่มาช่วยงานที่โรงพยาบาลสนาม พอตนทราบก็รีบคว้าโอกาสนี้เลย เพราะระหว่างที่รอบรรจุก็อยากมีประสบการณ์ก่อนที่จะไปทำงานจริง และรู้สึกยินดีมากที่ได้มาช่วยตรงจุดนี้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนก็กังวลกับการทำงานตรงนี้ เพราะเป็นโรคที่มีการติดเชื้อแพร่กระจาย แต่ตนก็รู้สึกภูมิใจที่ได้มาทำงานที่นี้ เพราะได้ช่วยเหลือพี่น้องบ้านเราด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนทางด้านนางสาวไอณีย์ ยามะแล อายุ 22 ปี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า สำหรับพ่อแม่ และคนที่บ้านก็ค่อนข้างกังวล แต่ตนก็ไปว่าจะดูแล และป้องกันให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องงานก็มีเหนื่อยบ้าง เพราะแต่ละวันมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่เข้ามารักษา แต่ก็ไม่ทุกวัน แต่ทว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และรักษาหาย กลับไปใช้ฃีวิตที่บ้านได้ตามปกติ แค่นี้ก็รู้สึกดีใจมากแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109327</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่ระบาดโควิด19, ปัตตานี, เตียงไม่พอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60ea7a6f0ae4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
