<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.พิชาย&#039;วิเคราะห์การแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคการเมืองเส้นทางผู้แพ้เมื่อออกไปตั้งพรรคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phichai Ratnatilaka Na Bhuket เรื่อง แบบแผนการลาออกจากพรรคการเมืองและการจัดตั้งพรรคใหม่ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เมื่อเกิดการแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคเกิดขึ้น กลุ่มผู้ชนะจะยึดกุมอำนาจการบริหาร การจัดสรรตำแหน่ง และผลประโยชน์ในพรรค และหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล กลุ่มผู้ชนะจะจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้กับสมาชิกกลุ่มตนเองเป็นหลัก ส่วนกลุ่มผู้แพ้จะไม่ได้รับโอกาสนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. หากกลุ่มผู้ชนะไม่สามารถรักษากลุ่มที่พ่ายแพ้ในเกมช่วงชิงอำนาจให้คงอยู่ในพรรคได้ เพราะกีดกันและลดบทบาทกลุ่มที่ไม่ใช่พวกตนออกจากวงจรอำนาจของพรรค การลาออกจากพรรคจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหากพรรคนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำทางการเมือง และมีสถานภาพการแข่งขันอ่อนแอ โดยเปลี่ยนสภาพจากพรรคที่เคยเป็นพรรคหลักในเกมอำนาจการเมือง กลายเป็นเพียงพรรคตัวแปรหรือตัวประกอบ รวมทั้งบริบทการเมืองไม่เอื้อต่อการสร้างคะแนนนิยมให้เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ก็ยิ่งทำให้นักการเมืองในกลุ่มผู้แพ้ของพรรคมีแนวโน้มลาออกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. หากกลุ่มผู้แพ้ถูกละเลยและจำกัดบทบาทการเมืองทั้งในและนอกพรรค พวกเขาจะมีความอึดอัดคับข้องใจต่อการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชนะมากขึ้น และหากผู้แพ้มีความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมือง แตกต่างจากกลุ่มผู้ชนะที่บริหารพรรค ความรู้สึกแปลกแยกต่อพรรคเดิมก็จะเพิ่มมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการตัดสินใจลาออกก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. หากกลุ่มผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่เห็นโอกาสอื่น ๆ ทางการเมืองนอกพรรคเดิมที่สังกัด หรือไม่มีทางไป พวกเขาจำต้องทนอยู่ในพรรคเดิมต่อไปอย่างขมขื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. หากกลุ่มผู้แพ้มีความคาดหวังว่า ยังมีช่องทางที่พลิกฟื้น และสะสมกำลังเพื่อช่วงชิงตำแหน่งต่อไปในภายหน้า พวกเขาก็มีแนวโน้มอยู่ในพรรคเดิมต่อไป เพื่อรอคอยโอกาสแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตนเองในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. หากผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อและเห็นโอกาสบางอย่างที่อยู่ภายนอกพรรค แต่ไม่เห็นโอกาสการพลิกฟื้นสถานภาพของตนเองในพรรคเดิม พวกเขาจะตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ผู้แพ้บางคนเมื่อออกจากพรรคเดิม พวกเขาจะไปสังกัดพรรคใหม่ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองใกล้เคียงกับตนเอง ที่มอบผลประโยชน์ทางวัตถุและตำแหน่งทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้แก่เขา และที่เปิดโอกาสทำให้เขาแสดงบทบาททางการเมืองได้มากกว่าพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. ผู้แพ้บางคน ที่ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่อยากอยู่ภายใต้ชายคาของพรรคอื่น รวมทั้งเห็นว่าสนามการเมืองมีพื้นที่ช่องว่างให้ตนเองช่วงชิงได้ เมื่อเขาออกจากพรรคเดิม เขามีแนวโน้มไปจัดตั้งพรรคใหม่ โดยดึงนักการเมืองที่เป็นพวกเขาจากพรรคเดิมบางส่วน และบุคคลอื่นในเครือข่ายของเขามาร่วมจัดตั้ง
การตั้งพรรคใหม่จะทำให้เขามีบทบาทสูงภายในพรรค ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙. พรรคใหม่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากนักการเมืองหน้าเดิมและเครือข่ายใหม่ อาจกลายเป็นพรรคที่มีสมรรถนะในการแข่งขันสูง หรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับทรัพยากร วิสัยทัศน์ นโยบาย ยุทธศาสตร์ การทำงานมวลชนของพรรค และความสอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ของพรรคกับบริบททางสังคมการเมืองในขณะนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54772</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, การแย่งชิงตำแหน่ง, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, แบบแผนการลาออกจากพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.พิชาย&#039;วิเคราะห์การแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคการเมืองเส้นทางผู้แพ้เมื่อออกไปตั้งพรรคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ม.ค.63-รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตคณะบดีพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phichai Ratnatilaka Na Bhuket เรื่อง แบบแผนการลาออกจากพรรคการเมืองและการจัดตั้งพรรคใหม่ มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. เมื่อเกิดการแย่งชิงตำแหน่งภายในพรรคเกิดขึ้น กลุ่มผู้ชนะจะยึดกุมอำนาจการบริหาร การจัดสรรตำแหน่ง และผลประโยชน์ในพรรค และหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล กลุ่มผู้ชนะจะจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองให้กับสมาชิกกลุ่มตนเองเป็นหลัก ส่วนกลุ่มผู้แพ้จะไม่ได้รับโอกาสนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒. หากกลุ่มผู้ชนะไม่สามารถรักษากลุ่มที่พ่ายแพ้ในเกมช่วงชิงอำนาจให้คงอยู่ในพรรคได้ เพราะกีดกันและลดบทบาทกลุ่มที่ไม่ใช่พวกตนออกจากวงจรอำนาจของพรรค การลาออกจากพรรคจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และหากพรรคนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ตกต่ำทางการเมือง และมีสถานภาพการแข่งขันอ่อนแอ โดยเปลี่ยนสภาพจากพรรคที่เคยเป็นพรรคหลักในเกมอำนาจการเมือง กลายเป็นเพียงพรรคตัวแปรหรือตัวประกอบ รวมทั้งบริบทการเมืองไม่เอื้อต่อการสร้างคะแนนนิยมให้เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ก็ยิ่งทำให้นักการเมืองในกลุ่มผู้แพ้ของพรรคมีแนวโน้มลาออกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓. หากกลุ่มผู้แพ้ถูกละเลยและจำกัดบทบาทการเมืองทั้งในและนอกพรรค พวกเขาจะมีความอึดอัดคับข้องใจต่อการปฏิบัติของกลุ่มผู้ชนะมากขึ้น และหากผู้แพ้มีความเชื่อและอุดมการณ์ทางการเมือง แตกต่างจากกลุ่มผู้ชนะที่บริหารพรรค ความรู้สึกแปลกแยกต่อพรรคเดิมก็จะเพิ่มมากขึ้น ความเป็นไปได้ในการตัดสินใจลาออกก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔. หากกลุ่มผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่เห็นโอกาสอื่น ๆ ทางการเมืองนอกพรรคเดิมที่สังกัด หรือไม่มีทางไป พวกเขาจำต้องทนอยู่ในพรรคเดิมต่อไปอย่างขมขื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕. หากกลุ่มผู้แพ้มีความคาดหวังว่า ยังมีช่องทางที่พลิกฟื้น และสะสมกำลังเพื่อช่วงชิงตำแหน่งต่อไปในภายหน้า พวกเขาก็มีแนวโน้มอยู่ในพรรคเดิมต่อไป เพื่อรอคอยโอกาสแย่งชิงอำนาจมาเป็นของตนเองในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖. หากผู้แพ้ ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อและเห็นโอกาสบางอย่างที่อยู่ภายนอกพรรค แต่ไม่เห็นโอกาสการพลิกฟื้นสถานภาพของตนเองในพรรคเดิม พวกเขาจะตัดสินใจลาออกจากพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๗. ผู้แพ้บางคนเมื่อออกจากพรรคเดิม พวกเขาจะไปสังกัดพรรคใหม่ ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองใกล้เคียงกับตนเอง ที่มอบผลประโยชน์ทางวัตถุและตำแหน่งทางการเมืองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งให้แก่เขา และที่เปิดโอกาสทำให้เขาแสดงบทบาททางการเมืองได้มากกว่าพรรคเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๘. ผู้แพ้บางคน ที่ยังปรารถนาเล่นการเมืองต่อไป และไม่อยากอยู่ภายใต้ชายคาของพรรคอื่น รวมทั้งเห็นว่าสนามการเมืองมีพื้นที่ช่องว่างให้ตนเองช่วงชิงได้ เมื่อเขาออกจากพรรคเดิม เขามีแนวโน้มไปจัดตั้งพรรคใหม่ โดยดึงนักการเมืองที่เป็นพวกเขาจากพรรคเดิมบางส่วน และบุคคลอื่นในเครือข่ายของเขามาร่วมจัดตั้ง
การตั้งพรรคใหม่จะทำให้เขามีบทบาทสูงภายในพรรค ในฐานะผู้ริเริ่มก่อตั้งพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๙. พรรคใหม่ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากนักการเมืองหน้าเดิมและเครือข่ายใหม่ อาจกลายเป็นพรรคที่มีสมรรถนะในการแข่งขันสูง หรือต่ำก็ได้ ขึ้นอยู่กับทรัพยากร วิสัยทัศน์ นโยบาย ยุทธศาสตร์ การทำงานมวลชนของพรรค และความสอดคล้องระหว่างอัตลักษณ์ของพรรคกับบริบททางสังคมการเมืองในขณะนั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54771</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตั้งพรรคการเมือง, การแย่งชิงตำแหน่ง, พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, แบบแผนการลาออกจากพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180223/image_big_5a8f81e5e8bae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
