<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 การไฟฟ้า เอาจริง! เร่งดำเนินคดีกับมิจฉาชีพตัดต่อภาพแอบอ้างโฆษณาชวนเชื่อ ยืนยันอุปกรณ์ช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านไม่มีอยู่จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (8 สิงหาคม 2562) นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท. รวมถึงเชิญสื่อมวลชนมาร่วมทำข่าวเพื่อสื่อสารถึงประชาชนให้ระมัดระวังไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพมาหลอกลวงได้อีก ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ 3 การไฟฟ้า หรือติดต่อผ่าน MEA Call Center โทร. 1130 หรือ PEA Call Center 1129 หรือศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. โทร. 1416 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท. กล่าวว่า รูปแบบการหลอกลวงดังกล่าวผมได้บ่อย เนื่องจากเป็นการหลอกลวงจำนวนเงินไม่มาก ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่าย ซึ่งในกรณีดังกล่าวจะดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่ซื้ออุปกรณ์ในลักษณะที่เข้าข่ายการหลอกลวงเหมือนในกรณีนี้ เข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43007</URL_LINK>
                <HASHTAG>PEA, การโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง, การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), จาตุรงค์ สุริยาศศิน, ประหยัดไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4bdc757174a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 01:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อตแรกโดน7คน ดารารีวิวเมจิกสกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; สั่งประสานเหล่าดารา เน็ตไอดอลรีวิวสินค้าเมจิก สกิน แย้มล็อตแรก 7 รายเจอหมายเรียกเข้าให้ปากคำ 26 เม.ย.นี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยเรียก ชี้อาจมีความผิดฐานตัวการร่วม วันเดียวกันนำ อย.เข้าตรวจโรงงานย่านสมุทรสาคร พบความผิดหลายข้อหา เตือนกลุ่มผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ ไม่เช่นนั้นต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 24 เมษายนนี้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายบริษัท เมจิก สกิน ที่ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย โดยระบุว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะมีการเข้าตรวจค้นโรงงานที่ผลิตสินค้าในเครือเมจิก สกิน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ จากการสอบสวนยืนยันว่าสินค้าในเครือเมจิก สกิน เป็นสินค้าผิดกฎหมาย ไม่มีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งพบมีการปลอมแปลงหมายเลข อย. เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนผสมรกแกะจริงตามที่กล่าวอ้าง รวมถึงมีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยจากการตรวจสอบต้นทุนการผลิตสินค้าในเครือสกินนั้นมีต้นทุนที่ต่ำและขายได้กำไรเกิน 100%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีศิลปิน ดาราคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง โดยคาดว่าในวันที่ 26 เม.ย.นี้ จะมีความชัดเจนว่าจะเรียกศิลปิน ดาราคนใดเข้าสอบปากคำต่อพนักงานสอบสวนบ้าง เบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายเรียกก่อนประมาณ 7 ราย จากนั้นจะทยอยเรียกดาราที่เหลือต่อไป ทั้งนี้ ในการรีวิวสินค้าของดารา ศิลปินที่กล่าวอ้างว่าใช้สินค้าแล้วดี ใช้แล้วสวยนั้น เบื้องต้นถือเป็นความผิดฐานตัวการร่วม พร้อมฝากถึงดารา ศิลปินว่า เนื่องจากเป็นบุคคลสาธารณะจึงขอให้มีการตรวจสอบสินค้าทุกชนิดก่อนทำการโฆษณา ว่าเป็นสินค้าได้มาตรฐานหรือถูกกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ดารา นักแสดง ที่อาจถูกเชิญเข้าพบ มีอาทิ ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน, แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร, เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลิน, มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนางวรรณภา พวงสน เจ้าของบริษัท เมจิก สกิน ระบุว่า บริษัทได้ว่าจ้างดารา นักแสดง และเน็ตไอดอล รีวิวโฆษณาสินค้าผ่านหน้าเพจเครื่องสำอางของบริษัท และอินสตาแกรมส่วนตัวของดารา ในราคาตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 5 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นเข้าตรวจค้นโรงงาน POS คอสเมติกส์ (ไทยแลนด์) รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอาง ครบวงจร เครือข่ายบริษัท เมจิก สกิน ที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นโรงงาน 1 ใน 5 โรงงานที่ผลิตสินค้าในเครือเมจิก สกิน จดทะเบียนในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นผู้ดูแลโรงเรียนสอนรวยเกี่ยวข้องกับบริษัท เมจิก สกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบคนงาน 4 คน ซึ่งให้ข้อมูลว่า โรงงานแห่งนี้เปิดดำเนินการมาปีกว่าแล้ว ซึ่งจะให้คนงานเข้ามาทำงานจากประตูด้านหลังและไม่ให้เปิดประตูด้านหน้า คนงานสามารถเข้ามาทำงานในช่วงกลางคืนเท่านั้น ขณะที่เจ้าของโรงงานจะไม่ค่อยเข้ามา ส่วนมากใช้การโทรศัพท์สั่งงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า โรงงานนี้ไม่มีใบอนุญาตการจัดตั้งโรงงาน และพบว่าพื้นที่ตั้งที่ขออนุญาตจดประกอบกิจการเป็นที่รกร้าง รวมถึงการใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงกับภาพที่ใช้โฆษณา ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชาชน เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยหลังจากนี้จะนำของกลางที่พบในโรงงานทั้งหมดไปตรวจสอบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ การจดทะเบียนโรงงานแห่งนี้ จดในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล เป็นผู้ครอบครองแล้ว โดยถือว่ามีความผิดเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน ฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณกว่า 200 รายที่เข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปรามแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์ของผู้กระทำผิดไว้ 19 ล้านบาท เพื่อจะนำมาเยียวยาให้กับผู้เสียหายหลังศาลมีคำพิพากษา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ฝากไปถึงผู้เสียหายให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับเงินเยียวยาคืน ไม่เช่นนั้นจะต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีดารา นักแสดง เน็ตไอดอล ที่รับรีวิวสินค้ากว่า 56 คน ภายในสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่ต้องเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะพิจารณาใน 3 ข้อหา คือ การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท, ผู้ใดที่โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพของอาหารอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 5,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือนิ่งนอนใจ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ส่วนตามกฎหมายเครื่องสำอาง หากขอจดแจ้งและการตรวจสอบไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามในภายหลัง แต่ยอมรับว่าช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทำการจดทะเบียน ขณะนี้ทาง อย.เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า อย.ได้ส่งรายชื่อ 7 ดารา นักร้อง และนักแสดง ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยการร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท เมจิก สกิน ให้ตำรวจแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7790</URL_LINK>
                <HASHTAG>การโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง, นางวรรณภา พวงสน, บริษัท เมจิก สกิน, ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เน็ตไอดอลรีวิวสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf3e3d93cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
