<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 14:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 14:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ชมรม ยื่นหนังสือ ถึงหมอปิยะสกล ค้านคำสั่งโยกย้าย&quot;ผอ.รพ.&quot; หวั่นปูพรมขัดแย้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.61- เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ ประธานชมรมสาธารณสุขจังหวัด และ นพ.โมลี วนิชสุวรรณ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) พร้อมตัวแทนราว 20 คน เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อขอคัดค้านคำสั่งการโยกย้าย ผอ.รพ.ของ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.ที่ไม่เป็นธรรมและไม่มีธรรมาภิบาล ผ่าน นพ.กิตติศักดิ์ กลับดี ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากการหารือบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ทั้ง 2 ชมรม มีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องคำสั่งทั้ง 4 &amp;nbsp;ฉบับ ว่าจะก่อให้เกิดความแตกแยก จึงขอให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการทบทวน ซึ่งได้เรียนไปว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงสาธารณสุข สิ่งที่อยู่ในอำนาจของ รมว.สธ. คือการแต่งตั้งผู้อำนวยการศูนย์ ซึ่งมีกฎเกณฑ์ในการคัดเลือก แต่ปีนี้ไม่ได้มีการนำกฎเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ จึงได้มีการประสานไปยังปลัด.ให้มีการทบทวนและชะลอในส่วนนี้ และดำเนินการตามแนวทางที่เคยทำ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้สิ่งที่ปลัดดำเนินการคือดำเนินการในนามปลัดอาจไม่ได้มีการศึกษาข้อมูลเดิมว่าเมื่อก่อนมีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งต่อไปนี้เมื่อได้ทบทวนแล้วผลเป็นอย่างไรก็ขอให้ทั้ง 2 ชมรม รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้มีการทำความเข้าใจและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดในฐานะพี่ฐานะน้องเพื่อทำภารกิจของกระทรวงสาธารณสุขให้ก้าวหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งครั้งนี้ตัวรายชื่อที่มีการโยกย้ายได้มีการทำมาก่อนหรือมีการทำในช่วง1-2 วันที่ได้รับการแต่งตั้งเพราะมีความรวดเร็วนพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการสอบถามไปที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่ามีการดำเนินการอย่างไร ซึ่งทางปลัดได้ตอบว่าตั้งแต่มีการโปรดเกล้าฯ ให้รับตำแหน่ง ข้อมูลจากส่วนต่างๆ มาดำเนินการ ซึ่งก็ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน เพราะฉะนั้นเมื่อเข้ามารับตำแหน่งจึงสามารถออกคำสั่งได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีมีบางความคิดเห็นว่าการโยกย้ายเป็นการสลายขั้วอำนาจ นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆท่าน รมว.สธ. ย้ำมาตลอดว่า 2-3 ปีที่ผ่านมากระทวงสาธารณสุขไม่มีขั้วแล้ว ดังนั้นการใช้คำว่าสลายขั้วก็น่าจะไม่มีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่ากังวลหรือไม่ว่าจะก่อให้เกิดภาพความขัดแย้งในกระทรวงสาธารณสุข นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ได้ทำความเข้าใจกับทางชมรมที่มายื่นหนังสือแล้วว่า ขณะนี้เราไม่มีขั้วแล้ว เราพร้อมที่จะเดินหน้าไปด้วยกัน
นพ.โมลี กล่าวว่า คำสั่งโยกย้ายบางตำแหน่งไม่เหมาะสม ขาดธรรมาภิบาลใน 4 เรื่อง คือ 1.ขาดเหตุผล เช่น ผอ.บางท่านถูกย้ายไป รพ.ขนาดเล็กลง ลดระดับโรงพยาบาล เพิ่งเริ่มทำงานได้เพียง 1 ปี และกำลังพัฒนาไปได้ด้วยดี แต่กลับถูกย้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ ย้าย ผอ.รพ.อำเภอที่เพิ่งยกฐานะ ข้ามขั้นไปโรงพยาบาลศูนย์ของเขต 2.ขาดความรอบคอบรอบด้าน เช่น ไม่ฟังความเห็นจากรองปลัด สธ. ผู้ตรวจราชการ หรือสาธารณสุขนิเทศก์ ชมรม สสจ. ชมรม รพศ./รพท. ซึ่งอยู่ในพื้นที่ 3.ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เช่น ไม่มีการแสดงวิสัยทัศน์เพื่อประเมินคัดเลือกในรูปคณะกรรมการสำหรับ ผอ.รพศ. และ 4.ถูกครอบงำและมีเงื่อนงำ เช่น แต่งตั้งโยกย้าย นพ.สสจ.และ ผอ.รพ.ทั่วไป จากผู้ที่ใกล้ชิดบางกลุ่ม โดยมิได้ให้ความสำคัญกับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ จึงขอเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อ รมว.สธ.ให้ทบทวนคำสั่งโยกย้ายเพื่อความเหมาะสมเป็นธรรม มีธรรมาภิบาล รับฟังรอบด้าน ตามเป้าหมายประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เรามาขอปรึกษากับท่าน รมว.สธ.ไม่ได้เป็นเรื่องของขั้วอำนาจใดๆ แต่เพราะอยากให้กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าต่อไปด้วยดี ซึ่งที่ผ่านมา สธ.มีความเป็นพี่เป็นน้อง เห็นว่าการโยกย้ายที่ออกมาบางที่ไม่มีความเหมาะสม ไม่ได้ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นหรือการสรรหา บางคนที่เคยทำงานมาดีๆก็ถูกโยกย้าย ทำให้รู้สึกว่าจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติซึ่งจะส่งผลให้กระทรวงเดินหน้าลำบาก ซึ่งไม่ได้มองเรื่องตัวบุคคลแต่อย่างใดว่าใครเหมาะสม ไม่เหมาะสม ซึ่งหากถามว่าคนที่จะมาเป็น ผอ.รพศ.มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องทำตามกระบวนการสรรหา ถามคนในพื้นที่ คนรอบข้างที่ทำงานด้วย จึงจะชัดเจนว่ามีคุณสมบัติพอจริงหรือไม่ที่จะมาเป็น ผอ.รพศ. ไม่ได้เกี่ยวว่าเป็นพรรคพวกใครหรืออะไร เพราะคนมีอำนาจตัดสินใจสุดท้ายก็คือ ปลัด สธ.&amp;rdquo;และ นพ.โมลี กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19170</URL_LINK>
                <HASHTAG>การโยกย้ายในสธ, ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป, นชมรมสาธารณสุขจังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb70f330b2c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
