<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 23:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 23:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดแล้วไง การใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกปีที่แล้วแตะสถิติอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หน่วยงานคลังสมองจากอังกฤษเผยรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ค่าใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเมื่อปี 2563 เพิ่มขึ้นแตะสถิติปีกลาย ส่วนหนึ่งเกิดจากการขยายทางทะเลของกองทัพจีน ถึงแม้ว่าตลอดปีที่่ผ่านมาทั่วโลกจะเผชิญกับโรคระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจหดตัวก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินขับไล่บนดาดฟ้าเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีน ระหว่างการสวนสนามทางเรือในทะเลเหลือง เนื่องในวันครบรอบ 70 ปีการสถาปนากองทัพเรือจีน เมื่อ 23 เมษายน 2562 (Photo by Artyom Ivanov\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ (IISS) จากกรุงลอนดอน กล่าวในรายงานประจำปี &amp;quot;สมดุลทางทหาร&amp;quot; ว่า ค่าใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเมื่อปี 2563 อยู่ที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ (54.36 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.9% จากตัวเลขเมื่อปี 2562 ทั้งที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาและผลผลิตทางเศรษฐกิจโลกที่หดตัวอันเป็นผลที่ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ใช้จ่ายทางทหารมากที่สุดในโลกเมื่อปีที่แล้ว หรือเท่ากับ 40% ของทั้งโลก หรือ 738,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่จีนใช้งบทางทหาร 10.6% เทียบกับทั้งโลก หรือ 193,300 ล้านดอลลาร์ การใช้จ่ายของจีนเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขของเอเชียโดยรวมเพิ่มสูงขึ้น โดยงบทหารของจีนเท่ากับ 25% ของการใช้จ่ายทางทหารทั้งทวีปเอเชียเมื่อปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของ IISS เน้นถึงการขยายทางทหารของจีนและการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกองเรือจีน ที่ส่วนหนึ่งมาจากแรงขับดันของความทะเยอทะยานในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการใช้จ่ายทางทหารของยุโรปโดยรวมเพิ่มขึ้น 2% ในปีที่แล้ว โดยชาติสมาชิกนาโตยังคงเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวโน้มเช่นนี้ทุกปีมาตั้งแต่ปี 2557 เพราะการรับรู้ถึงภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นหลังจากรัสเซียผนวกแคว้นไครเมียของยูเครนเป็นของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2562 ทั่วโลกใช้จ่ายทางทหารเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบทศวรรษ โดยเพิ่มขึ้น 4% ผลจากการแข่งขันระหว่างชาติมหาอำนาจและการขับเคี่ยวกันเพื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94292</URL_LINK>
                <HASHTAG>IISS, การใช้จ่ายทางทหาร, สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_6037d3733585d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบทหารทั่วโลกปี 62 สูงสุดรอบทศวรรษ สองชาติเอเชียติดท็อป 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รายงานของซิปรีเมื่อวันจันทร์ระบุ งบใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเมื่อปี 2562 เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษ และเป็นครั้งแรกที่ 2 ประเทศเอเชียติดอยู่ใน 3 อันดับแรก รองจากสหรัฐในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เพิ่มงบด้านกลาโหมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แต่คาดพิษโควิด-19 จะกระทบต่อการจัดสรรงบทหารอีกหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีเปิดเผยว่า รายงานของสถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม (ซิปรี) เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2563 ระบุว่า งบประมาณใช้จ่ายทางทหารของประเทศต่างๆ ทั่วโลกเมื่อปี 2562 มีมูลค่ารวมกัน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 61.7 ล้านล้านบาท) และหากเปรียบเทียบกับงบใช้จ่ายของปี 2561 เท่ากับเป็นอัตราขยายตัว 3.6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาน เทียน นักวิจัยของซิปรี กล่าวกับเอเอฟพีว่า งบประมาณใช้จ่ายทางทหารมาถึงจุดสูงสุดแล้วนับแต่สิ้นสุดสงครามเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า แรงผลักดันให้งบประมาณทางทหารทั่วโลกปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้น คือบรรดาประเทศที่ใช้จ่ายงบด้านกลาโหมก้อนโต ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวขบวน ปีที่แล้วสหรัฐใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากถึง 7.32 แสนล้านดอลลาร์ (23.77 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อนหน้านั้น หรือคิดเป็นสัดส่วนเท่ากับร้อยละ 38 ของงบใช้จ่ายทางทหารทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปี 2561 ยังเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันที่รัฐบาลสหรัฐเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม หลักจากลดงบประมาณด้านนี้มานาน 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เมื่อปีที่แล้วยังเป็นปีแรกที่ประเทศในทวีปเอเชีย 2 ประเทศติด 3 อันดับแรกของโลก ได้แก่ จีน และอินเดีย ซึ่งใช้งบทางทหารไปประมาณ 2.61 แสนล้านดอลลาร์ (8.47 ล้านล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 5.1% และ 7.11 หมื่นล้านดอลลาร์ (2.3 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 6.8% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของจีนนั้น แม้การใช้จ่ายทางทหารช่วง 25 ปีที่ผ่านมาจะเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีน แต่การลงทุนทางทหารของจีนก็ยังสะท้อนถึงความทะเยอทะยานที่จะสร้าง &amp;quot;กองทัพระดับเวิลด์คลาส&amp;quot; ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทียนกล่าวว่า จีนประกาศไว้อย่างเปิดเผยว่าพวกเขาต้องการแข่งขันกับสหรัฐในฐานะชาติมหาอำนาจทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทำนองเดียวกัน การผงาดขึ้นของจีนก็ช่วยอธิบายการใช้จ่ายทางทหารที่เพิ่มขึ้นของอินเดียได้ด้วยส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซมอน วีเซอแมน นักวิจัยของซิปรี กล่าวไว้ในแถลงการณ์ว่า ความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และกับจีน เป็นส่วนหนึ่งของแรงผลักดันหลักๆ ที่ทำให้อินเดียเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายทางทหารของประเทศใน 5 อันดับแรกของโลก ซึ่งอีก 2 ประเทศคือ รัสเซีย และซาอุดีอาระเบีย คิดเป็นมูลค่ารวมกันมากกว่า 60% ของค่าใช้จ่ายทางทหารทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิปรียังตั้งข้อสังเกตถึงการเพิ่มงบทางทหารอย่างมากมายของหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงเยอรมนี ที่เพิ่มงบถึง 10% ในปีที่แล้ว เป็นมูลค่า 4.93 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งมากที่สุดในกลุ่มประเทศ 15 อันดับแรก โดยกรณีของเยอรมนีนั้นอาจเป็นผลจากการรับรู้มากขึ้นเรื่องภัยคุกคามจากรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ช่วงหลายปีมานี้การใช้จ่ายทางทหารจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เทียนชี้ว่า แนวโน้มนี้อาจย้อนกลับเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้โลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และรัฐบาลทั้งหลายจำต้องชั่งน้ำหนักระหว่างงบประมาณด้านกลาโหมกับภาคอื่นๆ เช่น ด้านสาธารณสุขและการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีความเป็นไปได้สูงว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายทางทหารอย่างแท้จริง&amp;quot; เทียนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า หากดูจากข้อมูลที่ผ่านมา เช่นจากช่วงวิกฤติการเงินปี 2551 ที่ทำให้งบด้านกลาโหมของประเทศต่างๆ ลดลงในหลายปีถัดมา โดยเฉพาะในยุโรป ที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัด แต่การลดงบทางทหารแบบนี้อาจเกิดแค่ 1-3 ปี แล้วก็จะปรับขึ้นอีกในหลายปีต่อมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64416</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้จ่ายทางทหาร, ซิปรี, ถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea69cf3cd320.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
