<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.ส้มหวานชี้การใช้ภาษาเดียวในสภาฯถือเป็นการกดขี่เชิงอัตลักษณ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.62 - น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;โพสต์เนื้อหาที่ได้อภิปรายในสภาเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา ในประเด็นเกี่ยวกับภาษาถิ่นและภาษากลางที่จะใช้ในสภาฯ โดยระบุว่า &amp;nbsp;เรื่องภาษาเป็นสิทธิพื้นฐานในการแสดงออกของประชาชนตามหลักประชาธิปไตย สำคัญที่สุดสภาแห่งนี้ควรเป็นสภาที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพนั้น ความเป็นสากลเรื่องของภาษาที่ใช้ในสภาไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เรื่องนี้ได้รับการถกเถียงมานานแล้วในสภาทั่วโลก สภาบางแห่งในต่างประเทศมีการถกเถียงและออกมาเป็นข้อบังคับของสภาเหล่านั้น ยกตัวอย่างเช่น รัฐสภาแคนาดาใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งรัฐสภาเบลเยี่ยมก็ใช้ทั้งภาษาฝรั่งเศสและภาษาเฟลมิช รัฐสภาฟินแลนด์ใช้ภาษาสวีดิช และภาษาฟินนิช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายๆท่านอาจจะบอกว่า 2-3 ภาษานี้เป็นภาษาประจำชาติ รัฐสภาแคนาดาเองก็อนุญาตให้ใช้ภาษาครีส์ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองในที่ประชุมรัฐสภาโดยมีการให้บริการล่ามเพื่อความเข้าใจของท่านสมาชิก อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจในบางประเทศที่มีความหลากหลายทางภาษาสูงอย่างประเทศอินเดีย ในรัฐธรรมนูญได้กำหนดภาษาหลักตามตารางที่ 8 เอาไว้ทั้งหมด 22 ภาษา รัฐสภาอินเดียอนุญาตให้สมาชิกอภิปรายในภาษาทั้งหมดนี้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ขอยืนยันในประเด็นที่จะต้องให้รัฐสภาเป็นที่ที่แสดงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ของสมาชิก เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมีภาษาแบบเดียวอย่างเดียว ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทั้งเชิงวัฒนธรรมและภาษา ยิ่งไปกว่านั้น ภาษาเป็นเครื่องมือของการสื่อสาร อยากให้ทุกท่านเพื่อนสมาชิก ท่านประธานสภา ท่านคณะกรรมการทุกท่านลองนึกดูถึงสมาชิกสภาที่ปกติแล้วเกิดโตมาใช้ภาษาถิ่นมาตลอดทั้งในโรงเรียน ในการติดต่อราชการในพื้นที่ของเขา แม้กระทั่งการหาเสียงโดยใช้ภาษาถิ่นมาตลอด ทำไมในพื้นที่สภาแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ที่ใช้ภาษาถิ่นในการสื่อสารไม่ได้&amp;quot; น.ส. กุลธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า การใช้ภาษาเดียวเท่านั้นถือเป็นการกดขี่เชิงอัตลักษณ์ของความหลากหลายที่มีอยู่จริงในสังคมนี้ ประชาชนชาวไทยที่ได้เลือกแล้วเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้มีความหลากหลาย และเราคือตัวแทนความหลากหลายนั้น จำเป็นเหลือเกินที่สังคมหนึ่งจะต้องสามารถแสดงออกถึงความหลากหลายของประชาชนของตัวเองผ่านพื้นที่อย่างสภาผู้แทนราษฎร สิ่งจำเป็นเหลือเกินที่เราจะต้องรักษาวัฒนธรรมในการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง เป็นหน้าที่หลักของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40797</URL_LINK>
                <HASHTAG>การใช้ภาษาในการอภิปราย, กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, ประชุมสภา, ภาษาถิ่น, ส.ส.อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d2839816959e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
