<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 3 การไฟฟ้าวอนเลิกปล่อยโคมลอยเทศกาลลอยกระทง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2563 นายเริงชัย คงทอง รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการปรับปรุงความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า 3 การไฟฟ้า เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นวันลอยกระทง ประชาชนในบางพื้นที่อาจจุดโคมลอยตามประเพณีในช่วงเทศกาลดังกล่าว ซึ่งหากมีการจุดหรือปล่อยโคมลอยใกล้บริเวณแนวเสาไฟฟ้า แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง อาจมีโอกาสที่โคมลอยจะไปติด หรือตกในพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของประเทศเกิดการขัดข้อง หรือเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับความเดือดร้อน และอาจเกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;กฟผ. การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จึงขอความร่วมมือประชาชนไม่จุด หรือปล่อยโคมลอยใกล้แนวเสาไฟฟ้า แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และสถานีไฟฟ้าแรงสูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันดูแลระวังรักษาเสาและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง อันเป็นสมบัติชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย หรือพบเหตุเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูง หรือสถานีไฟฟ้าแรงสูง โทร. 1416 ศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. เสาไฟฟ้าในพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ) โทร. 1130 MEA Call Center และเสาไฟฟ้าในพื้นที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( 74 จังหวัด) โทร. 1129 PEA Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;rdquo; นายเริงชัย คงทอง กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82040</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้า, ปล่อยโคมลอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f98fa433b6a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64364</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;หวดซ้ำ!กฟผ.ซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สฝังเพชรเครื่องละ 3.5 แสน แต่&#039;แจ็คหม่า&#039;ขาย 5 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย.63- นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้เปิดเผยการจัดซื้อจัดจ้างรถเข็นของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มูลค่า 152,956.21 บาท/คันไปแล้ว ซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งนำไปสู่การกำหนดราคาค่าไฟฟ้าแพง จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ซึ่ง กฟผ.ได้แก้เกี้ยวโดยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบให้ทราบผลภายใน 2 สัปดาห์และรีบระดมทีมงานออกมาแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นเป็นพัลวันนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาค่าไฟฟ้าแพงนั้นแม้รัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน 3 เดือน แต่ทว่าเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาระยะสั้นที่ไม่สามารถตอบโจทย์ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าหรือโรคโควิด-19 ได้ทั้งหมด เพราะยังไม่มีใครตอบได้ว่าโรคดังกล่าวจะหมดไปเมื่อใด และรัฐบาลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน ดังนั้นปัญหาราคาค่าไฟฟ้าแพงจะยังคงอยู่กับคนไทยตลอดไป หากไม่มีการจัดการปัญหาที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดได้ ซึ่งล่าสุดสมาคมฯได้ตรวจสอบพบว่า กฟผ. ยังได้มีการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆเพื่อนำมาใช้ในสำนักงานและสถานีบริการไฟฟ้าต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีความผิดปกติอีกหลายประการ ล่าสุดพบว่า การจัดซื้อเครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว ซึ่งเป็นยี่ห้อจากจีน(Portable SF6 Gas Leakage Detector) เพื่อใช้ในแผนงานโครงการ Supply and Construction of 500/230 kv(GIS) ซึ่งมีราคาต่อเครื่องถึง 350,431 บาท ซึ่งราคาขายปกติที่ซื้อขายกันโดยทั่วไปไม่น่าจะเกินเครื่องละ 12,000 บาท แต่ที่มีการซื้อขายในอินเตอร์เน็ตในอาลีบาบาดอทคอม จะมีราคาเพียง 5,303 บาทเท่านั้น แต่ทว่า กฟผ. กลับซื้อในราคาที่แพงลิบลิ่ว ซึ่งไม่แน่ใจว่าเครื่องมือดังกล่าวทำด้วยทองคำฝังเพชรหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ของ กฟผ.ดังกล่าวเป็นเพียงขยะซุกใต้พรมที่แอบซุกไว้กันมาอย่างยาวนานและไม่มีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง แม้สมาคมฯจะพยายามนำเสนอให้มีการตรวจสอบกันอย่างโปร่งใสจริงจังแล้ว แต่กลับไม่ยอมรับความจริงกัน กลับก็มีกระบวนการชี้แจงตอบโต้ที่บิดเบือน และยังปล่อยข่าวทำลายเครดิตผู้ร้องเรียน ทั้งๆที่รูปและเอกสารต่างๆที่สมาคมฯนำมาร้องเรียนต่อ สตง. ซึ่งสื่อมวลชนนำไปรายงาน ก็ล้วนเป็นเอกสารที่มาจากคนภายใน กฟผ.ทั้งสิ้น ที่สำคัญการปล่อยให้มีการจัดซื้อจัดหาครุภัณฑ์กันในราคาแพง เป็นต้นเหตุหนึ่งที่นำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จะถูกนำมาคิดเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการไฟฟ้า และผลักภาระทั้งหมดมาให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือนทั้งประเทศผ่านค่า FT นั่นเอง รัฐบาลจงอย่าคิดหลอกประชาชนในยุคโซเชียลอยู่เลย เพราะประชาชนไม่ได้กินหญ้ากินแกลบ ความลับไม่มีในโลก.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64364</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, การไฟฟ้า, ค่าไฟฟ้า, นายศรีสุวรรณ จรรยา, เครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea637f2f3ffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัชชาติ&#039;ไม่ตกขบวน!อัดการไฟฟ้าพ่วงรัฐบาลอย่าให้คำพูด&#039;เราจะรอดไปด้วยกัน&#039;เป็นแค่คำปลอบใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63-นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรมว.คมนาคม ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เห็นมาตรการช่วยเหลือการลดค่าไฟให้ประชาชน กับข่าวความลำบากของประชาชนตอนนี้แล้ว เลยลองไปดูฐานะการเงินของหน่วยงานเกี่ยวกับไฟฟ้าของรัฐ ดูง่ายๆ ของกรุงเทพฯ ก่อนนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีหน่วยงานหลักสองหน่วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ผลิตไฟ ขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แล้วมาขายให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ. &amp;gt; กฟน. &amp;gt; ประชาชน
จากข้อมูลงบปี 2561 (งบปี 62 ของ กฟน.ยังไม่เห็นครับ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟผ.
กำไรเบ็ดเสร็จ 48,776 ล้านบาท
กำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร 284,223 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฟน.
กำไรเบ็ดเสร็จ 9,025 ล้านบาท
กำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรร 95,742 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า เป็นค่าใช้จ่ายของทุกครัวเรือน ในช่วงวิกฤตที่ทุกคนลำบาก ขอให้รัฐช่วยประชาชนอย่างเต็มกำลัง อย่าตัดไฟชาวบ้าน อย่าไปห่วงเรื่องกำไรขาดทุน ผมคิดว่านโยบายง่ายๆคือปีนี้ห้ามมีกำไร ต้องช่วยคนลำบากก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าให้คำพูด &amp;quot;เราจะรอดไปด้วยกัน&amp;quot; เป็นแค่คำปลอบใจที่ประชาชนพูดกันเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63804</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;เราจะรอดไปด้วยกัน&quot;, การไฟฟ้า, ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์, ไฟฟ้าแพง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e7525f2baf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 การไฟฟ้าเตือนอุปกรณ์ลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านไม่มีอยู่จริง อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ส.ค.62-นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในฐานะโฆษก กฟน. พร้อมด้วย นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน ผู้ช่วยว่าการยุทธศาสตร์องค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ นายกิตติศักดิ์ วรรณแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นำเจ้าหน้าที่พร้อมผู้เสียหาย จำนวน 4 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดี หลังพบว่า มีมิจฉาชีพโฆษณาหลอกขายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าอ้างว่าลดค่าไฟได้ ผ่านช่องทาง Facebook Fanpage : Expert Electric อีกทั้งยังละเมิดแอบอ้างหน่วยงานรัฐหรือผู้มีชื่อเสียงต่าง ๆ หรือนำภาพข่าวของ 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงประชาชน ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก. ปอท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรงค์ เปิดเผยว่า กฟน. กฟผ. และ PEA มีความห่วงใยประชาชนที่ถูกหลอกลวงดังกล่าวอย่างยิ่ง จึงได้แจ้งดำเนินคดีทางกฎหมายกับมิจฉาชีพผู้แอบอ้างหลอกลวงประชาชนอย่างถึงที่สุด เนื่องจากพบว่ามีการละเมิดนำภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานทั้ง 3 การไฟฟ้า มาตัดต่อ แอบอ้างหลอกจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า รวมถึงแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐหรือผู้มีชื่อเสียงผู้นำมาโฆษณาชวนเชื่อสร้างความน่าเชื่อถือในช่องทางสื่อสารโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อถูกหลอกลวงเสียทรัพย์จำนวนมาก โดยวันนี้ได้นำหลักฐานพร้อมเชิญผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีกับ บก.ปอท. รวมถึงเชิญสื่อมวลชนมาร่วมทำข่าวเพื่อสื่อสารถึงประชาชนให้ระมัดระวังไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพมาหลอกลวงได้อีก ทั้งนี้ กฟน. กฟผ. และ PEA ยืนยันว่าอุปกรณ์ช่วยประหยัดไฟฟ้าหรือช่วยลดค่าไฟฟ้าภายในบ้านนั้นไม่มีอยู่จริง สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีการนำมาแอบอ้างหลอกลวงจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย 3 การไฟฟ้าตรวจสอบแล้ว พบว่ามี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลย มีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติด หรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถประหยัดไฟฟ้าได้จริง และอาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติ หรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้อาจมีความผิดตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักใช้ไฟฟ้ามากขึ้น การเปิดพัดลมช่วยให้อากาศมีการเคลื่อนที่ทำให้รู้สึกเย็นเพิ่มขึ้นได้ และไม่แช่อาหารร้อนในตู้เย็น รวมถึงไม่ควรเปิด-ปิด ตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ 3 การไฟฟ้า หรือติดต่อผ่าน MEA Call Center โทร. 1130 หรือ PEA Call Center 1129 หรือศูนย์บริการข้อมูล กฟผ. โทร. 1416 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42992</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้า, อย่าหลงเชื่อ, อุปกรณ์ลดค่าไฟฟ้า, ไม่มีจริง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4b9b8ea3b3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
