<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100709</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช็อก!ใช้ไฟ50หน่วยโดนเก็บ1.4พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางสม&amp;nbsp;เดชวารี&amp;nbsp;อายุ 51 ปี ชาวบ้านบ้านยายแย้มวัฒนา ต.ยายแย้มวัฒนา&amp;nbsp;อ.เฉลิมพระเกียรติ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว แขนขาลีบทั้งสองข้าง ไปไหนมาไหนต้องนั่งรถเข็นคนพิการ&amp;nbsp;ได้ออกมาร้องขอความช่วยเหลือและขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เข้าไปตรวจสอบ&amp;nbsp;หลังจากได้รับบิลเรียกเก็บค่าไฟฟ้าของเดือน เม.ย.2564&amp;nbsp;สูงถึง&amp;nbsp;1,327.42&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตลอด&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมาไม่ต้องเสียค่าไฟ เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ&amp;nbsp;ตามมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประเภทที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บ้านอยู่อาศัย&amp;nbsp;ได้ใช้ไฟฟรี&amp;nbsp;90 หน่วย&amp;nbsp;ซึ่งไม่เคยใช้ไฟถึงเดือนละ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;หน่วยเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับตนเองป่วยเป็นกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ&amp;nbsp;ทุกเดือนต้องไปนอนรักษาที่ รพ.เฉลี่ยเดือนละ&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;สัปดาห์ แทบจะไม่ได้อยู่บ้าน ยังงงว่าทำไมถึงมีบิลเรียกเก็บค่าไฟสูงถึงเกือบ&amp;nbsp;1,400&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;จึงเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความผิดพลาดของระบบ หรือเจ้าหน้าที่ที่มาจดหน่วยไฟที่มิเตอร์อาจจะจดผิดพลาดหรือไม่ จึงอยากให้การไฟฟ้าฯ เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงกรณีดังกล่าวด้วย เพราะวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พ.ค.2564&amp;nbsp;จะครบกำหนดชำระเงินค่าไฟแล้ว ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปจ่าย&amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้อาศัยเบี้ยคนพิการเดือนละ&amp;nbsp;800&amp;nbsp;บาทในการยังชีพเป็นหลัก&amp;nbsp;ส่วนลูกสาวที่ทำงานรับจ้างอยู่กรุงเทพฯ หลังจากเจอพิษโควิดก็เดือดร้อน หาได้แทบไม่พอกินและส่งให้แม่ใช้บ้าง.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100709</URL_LINK>
                <HASHTAG>การช่วยเหลือจากภาครัฐ, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ขอความช่วยเหลือ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไฟฟ้า 50 หน่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6085669ab2c52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 10:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปภ. ผนึกกำลัง 4 พันธมิตร ช่วยผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมกับกองทัพบก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดโครงการ &amp;quot;ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง&amp;quot; ประจำปี 2564 วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2564 ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทั่วประเทศด้วยการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา ศังขมณี รองผู้ว่าการ (วิชาการ) รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ สภาพอากาศร้อนแห้งแล้งและฝนทิ้งช่วง หลายพื้นที่เริ่มเกิดสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลให้ประชาชนขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค กปภ. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ให้บริการด้านน้ำประปาครบวงจร ได้ร่วมมือกับกองทัพบก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จัดโครงการ &amp;quot;ราษฎร์ รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง&amp;quot; ปี 2564 โดย กปภ. ได้เข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2546 และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ด้วยการสนับสนุนน้ำประปาโดยไม่คิดมูลค่า ณ จุดจ่ายน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค 234 สาขาทั่วประเทศ ให้แก่รถบรรทุกน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อนำไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งและพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ซึ่งในปี 2563 ที่ผ่านมา กปภ. ร่วมสนับสนุนน้ำประปาฟรีแก่ประชาชนที่ประสบภัยแล้งจำนวน 165 ล้านลิตร มูลค่า 3.1 ล้านบาท รวมทั้ง กปภ. จะสำรวจและประเมินปริมาณน้ำดิบสำหรับใช้ผลิตน้ำประปาอย่างใกล้ชิดผ่านการประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจของ กปภ. ที่มีการประชุมอยู่เป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่ามีน้ำประปาเพียงพอตลอดช่วงแล้งนี้ พร้อมจัดเตรียมกำลังคน เครื่องสูบน้ำ รถยนต์บรรทุกน้ำ ให้บริการประชาชนทุกเมื่อ สอดคล้องไปกับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ให้แต่ละจังหวัดเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;รักษาการแทนผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. จะเดินหน้าและเร่งรัดโครงการการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่อยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า ปิดน้ำเมื่อไม่ใช้ พบท่อแตกรั่วให้รีบแจ้งทันที และหากประชาชนในพื้นที่ใดประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค สามารถติดต่อได้ที่ กปภ.ทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศ หรือ PWA Contact Center 1662 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กองทัพบก, การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ประชาชนผู้ประสบภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041a29fb72f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แกงส้ม ธนทัต&#039;ควงคู่พ่อ พาไปท่องเที่ยวทั่วไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ่อหนู-สุรศักดิ์ ชัยอรรถ&amp;nbsp; พร้อมด้วยลูกชายสุดหล่อ แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ &amp;nbsp;พาไปท่องเที่ยวชมบรรยากาศธรรมชาติ และในยามค่ำคืนก็มีแสงไฟสว่างไสวสวยงาม ในรายการ JOURNEY TO BRIGHTNESS แสงสว่างแห่งการเดินทาง &amp;nbsp;โดยมีรูปแบบรายการเป็นสารคดีสั้นเชิงท่องเที่ยวของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่มาพร้อมกับความรู้ สาระ และสร้างคุณภาพชีวิตดี ๆ ทั่วไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในแต่ละจังหวัดที่รายการนี้จะพาไปก็จะเป็นจังหวัดที่คนชอบเที่ยวธรรมชาติต้องอยากไปแน่นอน อาทิ ชลบุรี ตรัง น่าน และเชียงใหม่ โดยการเที่ยวของรายการนี้จะเป็นการเที่ยวผ่านเรื่องราวที่มีสาระของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในแต่ละตอน เช่น ในเมืองพัทยามีการปรับเปลี่ยนตัวเมืองเป็นเมืองที่ทันสมัยในเรื่องเทคโนโลยีที่มีการจัดวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบด้านไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และเพื่อทัศนียภาพที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง SMART METER หรือ มิเตอร์อัจฉริยะ แทนการใช้มิเตอร์แบบจานหมุน ที่เข้ามามีบทบาทในการจัดการเรื่องของไฟฟ้าภายในบ้าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งสองพ่อลูกยังได้เดินทางไปยังเมืองที่มีการนำสายเคเบิลลงใต้ดิน ในจุดสำคัญของเมือง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้มองเห็นทัศนียภาพและความสวยงามของสถานที่นั้น ๆ และยังมีสาระความรู้สอดแทรกอยู่ตลอดทั้งการเดินทาง รวมไปถึงจะมีการแข่งขันในการนำเสนอสถานที่ที่เป็นที่สุดของแต่ละทริป ระหว่างคู่พ่อลูกแบบไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว งานนี้รับรองว่าสนุกแน่ ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครชอบรายการท่องเที่ยวธรรมชาติที่แฝงไปด้วยสาระความรู้ ก็ต้องติดตาม รายการ JOURNEY TO BRIGHTNESS แสงสว่างแห่งการเดินทาง ทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.58 &amp;ndash; 18.00 น. เริ่มทริปวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ ทางช่อง 3 กด 33&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71009</URL_LINK>
                <HASHTAG>JOURNEY TO BRIGHTNESS แสงสว่างแห่งการเดินทาง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, พ่อหนู-สุรศักดิ์ ชัยอรรถ, แกงส้ม-ธนทัต ชัยอรรถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f07e4c5c3b1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมยื่นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินคุ้ยโครงการ กฟภ.มูลค่า887ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ในเวลา 10.00 น.จะได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ประกวดราคาจัดซื้อพร้อมติดตั้งระบบและการจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสารแบบรวมศูนย์ของ กฟภ.(IT Infrastructure Design and Consolidation for PEA : ITiDC) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 887 ล้านบาท ซึ่งมีข้อพิรุธหลายประการ โดยการจัดทำทีโออาร์โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ในสมัยผู้ว่าการฯคนก่อน แต่เนื่องจากโครงการนี้มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก เลยมีการชะลอโครงการออกไป และได้ริเริ่มนำโครงการกลับมาดำเนินการอีกครั้งในปี 2562 โดยได้ดำเนินการแก้ไขร่างโครงการฯในส่วนของคุณสมบัติของผู้เสนอราคาและแก้ไขข้อกำหนด หรือ Spec ใหม่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เนื่องจากการประกาศร่างทีโออาร์ครั้งที่ 1 มีหลายบริษัทสนใจ แต่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม ทำให้ กฟภ. ยกเลิกการจัดหาเพียง 1 วัน ก่อนวันยื่นซองประมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีการประกาศร่างทีโออาร์ครั้งที่ 2 ของการประกวดราคา มีบริษัทจำนวนมาก แต่ก็ยังมีการร้องเรียนในเรื่องของความไม่โปร่งใสเช่นเดิม แต่ กฟภ.ยืนยันที่จะดำเนินการต่อไป โดยไม่มีการตรวจสอบหรือทบทวนข้อร้องเรียนต่าง ๆ ว่าเป็นไปตามข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนหรือไม่ อย่างไร จนกระทั่งมีการเปิดการยื่นประกวดราคาตามวิธีการ e-bidding โดยมีบริษัทจำนวนหนึ่งสนใจเข้าร่วมประกวดราคาในวันที่ 27 เม.ย.63 ที่ผ่านมา อาทิ 1)กลุ่มบริษัท ยิบอินซอย จำกัด 2)บริษัท IOT innovation 3)บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SAMART) 4)บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เทชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AIT) และ 5)บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า จำกัด
โครงการนี้มีการดำเนินการสอบราคากลางกันหลายครั้ง ซึ่งมีผู้เสนอราคาเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่า อุปกรณ์หลักที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น VMware ซึ่งเป็นอุปกรณ์บริหารจัดการข้อมูลในศูนย์ข้อมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปัจจุบัน กลับไม่ได้ถูกเสนอให้เป็นอุปกรณ์หลักในโครงการครั้งนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาในระหว่างการโอนย้ายข้อมูลเดิมจากศูนย์ข้อมูลปัจจุบัน ไปยังศูนย์ข้อมูลใหม่ ที่กำลังประกวดราคาจัดซื้อในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัย เพราะเจ้าหน้าที่ของ กฟภ. ย่อมไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการบำรุงรักษา ดังจะเห็นได้จากโครงการของ กฟภ. ส่วนใหญ่ต้องซื้อการบำรุงรักษา หรือ MA ไม่น้อยกว่า 5 ปี พ่วงไปกับโครงการเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกวดราคาดังกล่าว อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางรายที่กำหนดไว้แล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อแนวทางปฏิบัติที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ (คณะกรรมการวินิจฉัย) ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง (2) ที่บัญญัติให้การจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐต้องโปร่งใส โดยต้องกระทำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66401</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟภ., กระทรวงมหาดไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ศรีสุวรรณ จรรยา, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec482d29992f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอลงอาญา&#039;เติ้ล ธนพล&#039;เจอคุก 2 ปี 6 เดือน คดีลักไฟหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สืบเนื่องจากเมื่อปี 2560 ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ส่งเจ้าหน้าที่นิติกร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้ดำเนินคดีกับ พระเอกหนุ่มคนดัง เติ้ล-ธนพล นิ่มทัยสุข ที่ขโมยไฟหลวงมาใช้ในคาร์แคร์ขอตนเองเป็นเวลานาน 2-3 ปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้มีคำสั่งพิพากษาจำคุก เติ้ล ธนพล เป็นเวลา 5 ปี แต่ทางพระเอกหนุ่มยอมรับสารภาพผิด จึงลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โทษจำคุก ไม่รอลงอาญา และในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทางทนายความของพระเอกคนดังได้ยื่นคำร้องเพื่อขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ได้ วางหลักประกันเป็นเงินสดจำนวน 135,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @ tle_tanapol&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42470</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟภ., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แปดริ้ว, ติดคุก, พระเอก, ลักไฟหลวง, เติ้ล ธนพล, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190801/image_big_5d4280764d05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2019 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและนิสสัน ร่วมมือเตรียมความพร้อมรองรับการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และนิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าประกาศความร่วมมือผ่านข้อตกลงร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจในการเตรียมความพร้อมรองรับการชาร์จพลังงานสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภาคครัวเรือน เพื่อลูกค้า นิสสัน ลีฟ ในพื้นที่ต่างจังหวัด ทั่วประเทศ โดยบันทึกความเข้าใจระหว่างสองหน่วยงานฉบับนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกัน เพื่อทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสามารถเข้าถึงคู่มือการใช้งานและบริการสำหรับระบบอัดประจุไฟฟ้า การฝึกอบรมทักษะทางเทคนิค รวมถึงจุดบริการอัดประจุไฟฟ้าในพื้นที่สาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;สมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า กฟภ. ได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บท ซึ่งสนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์จ ให้มีความครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งฝึกอบรมพนักงานของเราให้มีทักษะและประสบการณ์ เพื่อสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการติดตั้งอุปกรณ์ และระบบการชาร์จรถไฟฟ้าด้วยไฟบ้านได้อย่างมืออาชีพ อีกทั้งยังให้การสนับสนุนในการเตรียมความพร้อมของระบบพลังงาน เพื่อเดินหน้าส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มที่นอกจากนี้ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทในเครือของกฟภ. จะเป็นผู้เดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับจ่ายไฟให้แก่รถยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ตู้แผงสวิตซ์ถึงเต้ารับอุตสาหกรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ข้อตกลงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องในการสร้างความร่วมมือ ระหว่างนิสสัน ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน เพื่อสนับสนุนแผนงานด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำระดับโลกด้านรถยนต์ไฟฟ้าของนิสสันมาสู่ประเทศไทยเราได้เริ่มต้นส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ ใหม่ ให้แก่ลูกค้าชาวไทยแล้ว โดยลูกค้านิสสัน ลีฟ กว่าร้อยละ 20 เป็นลูกค้าในต่างจังหวัด ซึ่งความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ อย่าง กฟภ. ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้สามารถเข้าถึง โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บันทึกข้อตกลงร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครั้งนี้ เป็นการต่อยอดกลยุทธ์การสร้างระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งนิสสันได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อดำเนินการเตรียมโซลูชั่นรองรับการชาร์จในที่พักอาศัยสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปี พ.ศ. 2561 และเมื่อเดือนที่ผ่านมา นิสสัน ประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ สำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ ในประเทศไทย นอกจากนี้ นิสสัน ยังได้พัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ โดยปัจจุบัน มีโชว์รูมที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายนิสสัน ลีฟ อย่างเป็นทางการ 32 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีผู้เชี่ยวชาญรวมถึงมีทั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้สำหรับรองรับบริการโดยเฉพาะ เรามั่นใจในอนาคตที่สดใสสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยนิสสัน ได้ทำงานร่วมกับบริษัทวิจัย ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีแผนในการสนับสนุนรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อเข้าสู่ยุคแห่ง EV โดยตั้งเป้าผลักดันให้มีรถยนต์ไฟฟ้า 1.2 ล้านคันบนท้องถนน ทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2579 และเรามีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนไปสู่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39098</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, นิสสัน, ราเมช นาราสิมัน, สมพงษ์ ปรีเปรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190621/image_big_5d0c58e020a60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวขอนแก่นแห่ขอรับสิทธิใช้ไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังคงทยอยกันมาขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ตามมาตรการค่าไฟฟ้าฟรีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่บริเวณสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. สาขา อ.สีชมพู พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนผู้มีสิทธิ์นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาทำการขอขึ้นทะเบียนรับสิทธิจากมาตรการดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ กฟภ.คอยให้คำแนะนำและชี้แจงรายละเอียดในการอรับสิทธิ์ดังกล่าวตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิชล นามรัตนฅ์ ผู้จัดการ กฟภ.สาขา อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลได้ให้การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในกลุ่มผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าค่าไฟฟ้าฟรี นั้นคือการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ขณะนี้ กฟภ.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้มีสิทธิได้รับทราบและทยอยกันมาขึ้นทะเบียนขอรับสิทธิดังกล่าว เนื่องจากมาตรการที่รัฐบาลกำหนดนั้นบังคับใช้ตั้งแต่ ธ.ค.2561-ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากที่รัฐบาลประกาศนโยบายดังกล่าวนี้ขึ้นมาพบว่า ประชาชนทยอยเดินทางมาขอขึ้นทะเบียนและตรวจสอบสิทธิกันอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 50 ราย ทั้งที่เดินทางมาด้วยตนเองและมอบหมายให้คนในครอบครัวนำบัตรมาทำการขึ้นทะเบียน ซึ่ง กฟภ.จะตรวจสอบข้อมูลและสิทธิการครอบครองในภาพรวมเพื่อป้องกันการตกหล่นและการใช้สิทธิซ้ำซ้อน โดยจำกัดที่ 1 ครัวเรือนต่อ 1 สิทธิต่อ 1 บิลเท่านั้น หากครัวเรือนใดมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2 ใบ เจ้าหน้าที่ กฟภ.ก็ได้มีการชี้แจงถึงระเบียบการดำเนินงานทังหมด ซึ่งประชาชนนั้นล้วนเข้าใจและต้องการเข้าร่วมรับสิทธิตามมาตรการดังกล่าวที่รัฐบาลกำหนด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิทธิชล กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจเพราะนึกว่ารัฐบาลหรือ กฟภ.จะจ่ายเงินค่าไฟฟ้าให้ หรือการไม่ออกบิลเรียกเก็บเงิน แต่ขั้นตอนการดำเนินงานนั้นหลังจากที่ผู้มีสิทธิมาขึ้นทะเบียนและรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่แล้ว จากการตรวจสอบข้อมูล โดย กฟภ.พบว่าแต่ละเดือนนั้นหากเข้าหลักเกณฑ์คือ การมีค่าไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาท หรือที่ประมาณไม่เกิน 69 หน่วยต่อเดือน แต่ละครัวเรือนก็จะต้องชำระเงินให้ กฟภ.เช่นเดิม ซึ่งรัฐบาล โดยกรมบัญชีกลาง จะทำการคืนเงินค่าไฟฟ้าเข้าบัตรให้กับผู้ที่มาขึ้นทะเบียนในจำนวนค่าไฟฟ้าที่ได้ชำระคือ ต่อคนต่อครัวเรือนและต่อบิล ซึ่งเดือนใดหากใช้ไฟฟ้าเกิน 230 บาทก็จะไม่ได้รับเงินคืน อย่างไรก็ตาม กฟภ.ได้กำหนดระยะเวลาของการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของผู้มีสิทธิที่ไม่เกินวันที่ 31 ม.ค.2562 นี้เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, จ.ขอนแก่น, ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, มาตรการค่าไฟฟ้าฟรี, มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติม, ไฟฟ้าฟรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18be586c029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
