<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรวจสอบไฟไหม้คลังแสงกองร้อยอส.สุรินทร์ ที่1 M16ถูกเผาเรียบกว่า100กระบอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62-ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า กรณี &amp;nbsp;ไฟไหม้อาคารกองร้อย อส.จ.สุรินทร์ที่ 1 ทำให้อาคาร 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ชั้นล่างเป็นปูน ชั้นบนเป็นไม้ โดยชั้นบน เป็นที่เก็บอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน โดยจุดต้นเพลิง เป็นห้องเก็บอาวุธปืนเอ็ม 16 กว่า 100 กระบอก เป็นอาวุธปืนที่ใช้สำหรับการปฏิบัติงานของ อส.จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยเครื่องกระสุน และปืนพกสั้น ปืนลูกซองยาว กว่า 10 กระบอก เครื่องใช้สำนักงาน รถยนต์เก่า อีกหนึ่งคัน กลายเป็นเถ้าถ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.25 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริเวณเกิดเหตุเพลิงไหม้กองร้อย อส.จ.สุรินทร์ ที่ 1 พร้อมนำเชือกมาขึงรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ยังสั่งห้ามสื่อมวลชนเข้าไปภายในพื้นที่กองร้อย อส.จ.สุรินทร์ ที่ 1 ให้สังเกตการณ์และทำข่าวได้นอกรั้วเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27206</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์, อส.จ.สุรินทร์, ไฟไหม้M16กว่า100กระบอก, ไฟไหม้คลังแสง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c469baa91384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุรินทร์วอนรัฐปราบรังต่อ ปล่อยเผชิญชะตากรรมโดนไล่ต่อยผวาทั้งหมู่บ้าน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกข์ชาวบ้าน &amp;nbsp;เด็ก ผู้หญิง คนชรา เจอรังต่ออาละวาดไล่ต่อยไม่กล้าออกจากบ้าน &amp;nbsp;แต่หน่วยงานรัฐเงียบโยนความรับผิดชอบ ปล่อยเผชิญชะตากรรม จนผวาไม่กล้าออกจากบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
10ก.ย.61-ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ที่ 2 ต.รัตนบุรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ว่า ที่ บริเวณถนนศรีนคร หน้าวัดเหนือ ชาวบ้านพบรังต่อขนาดใหญ่ห้อยอยู่บนเสาไฟฟ้าริมถนน ซึ่งชาวบ้านได้แจ้งขอความช่วยเหลือกับทางเทศบาลรัตนบุรีแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แต่ทางเทศบาลรัตนบุรี กลับแจ้งให้ชาวบ้านไปทำหนังสือขอให้การไฟฟ้ารัตนบุรีดำเนินการตัดไฟให้ก่อน จึงจะสามารถช่วยเหลือได้ ซึ่งชาวบ้านไม่มีใครทำหนังสือราชการเป็น จึงทำให้ปล่อยล่วงเลยมาหลายวัน จนกระทั่งเมื่อวานนี้มีพายุฝนพัดแรง ทำให้รังต่อถูกพายุพัดจนรังบางส่วนหลุดร่วงตกลงมา &amp;nbsp;ตัวต่อจึงได้แตกฮือออกมาทำร้ายชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาในบริเวณนั้นจนได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;แต่โชคดีที่ชาวบ้านวิ่งหนีทัน &amp;nbsp;จึงไม่ถูกต่อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอำนาจ น้อยนพกล้า แม่ค้าที่ขายของอยู่ในบริเวณใกล้ๆกับที่พบรังต่อ &amp;nbsp;กล่าวว่า ทุกวันนี้ชาวบ้านไม่มีใครกล้าที่จะผ่านมาแถวนี้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะคนในคุ้มวัดเหนือซึ่งต่างพากันหวาดผวา &amp;nbsp;กลัวว่าสักวันรังต่ออาจจะถูกลมพัดตกลงมาทั้งรัง &amp;nbsp;แล้วตัวต่อจำนวนมากก็จะแตกฮือไล่ต่อยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีชาวบ้านเคยร้องขอความช่วยเหลือกับเทศบาลรัตนบุรีไปแล้ว &amp;nbsp;แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด &amp;nbsp;บอกแต่เพียงว่าให้ชาวบ้านไปแจ้งกับการไฟฟ้าอำเภอรัตนบุรี เพื่อให้ทำการตัดไฟฟ้าให้ก่อน &amp;nbsp;แต่พอชาวบ้านไปติดต่อที่การไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าต้องทำเป็นหนังสือมาจึงจะสามารถดำเนินการให้ได้ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่มีใครทำหนังสือราชการเป็น &amp;nbsp;จึงทำให้ไม่ได้ดำเนินการติดต่อมาหลายวัน &amp;nbsp;จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ต่อไล่ต่อยชาวบ้านดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านทุกคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ &amp;nbsp;อยากจะวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ได้เร่งมาให้การช่วยเหลือด้วย &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา ไม่รู้ว่าวันไหนรังต่อจะถูกลมพัดหล่นลงมา &amp;nbsp;แล้วไล่ต่อยชาวบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งในชุมชนมีทั้งเด็กและคนชรา &amp;nbsp;และพระที่อยู่ในวัดเหนือซึ่งอยู่ใกล้รังต่อที่สุด &amp;nbsp;ทุกวันนี้ต้องปิดหน้าต่างนอน &amp;nbsp;เพราะกลัวต่อจะเข้าไปทำร้าย &amp;nbsp;จึงอยากจะฝากขอความเห็นใจและได้รีบมาช่วยเหลือชาวบ้านด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17195</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์, รังต่อหัวเสือ, รังต่ออาละวาด, ัจังหวัดสุรินทร์, เทศบาลรัตนบุรี, ไล่ต่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b95ec8891ed5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยรถสิบล้อต้นเหตุทำสายเคเบิ้ลขวางถนน-เกี่ยวคอสาวขอนแก่นดับสยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดกล้องวงจรปิดพบรถสิบล้อเกี่ยวสายเคเบิ้ลห้อยตกลงมา เกี่ยวคอสาวใหญ่ขี่จยย.จนเกือบขาดเสียชีวิตกลางเมืองขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระเดช ซาตา ผู้อำนวยการโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย พาสื่อมวลชนร่วมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณริมรั้วของโรงเรียน ใกล้จุดเกิดอุบัติเหตุขณะที่น.ส.มณีเนตร เจริญเหง่า อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ 8 ตำบลพระลับ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน 1กม-1357 ขอนแก่น มาตาม ถนนเหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกี่ยวกับสายเคเบิ้ลสีดำที่ห้อยตกลงมาจนคอเกือบขาดเสียชีวิตคาที่เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ นั้นพบรถของผู้ตายขับอยู่ช่องทางด้านซ้ายฝั่งหน้าโรงเรียน และมีรถบรรทุกสิบล้อ มีคนนั่งอยู่บนหลังคารถ ที่ขับสวนมาได้เกี่ยวเข้ากับสายสัญญาณเคเบิ้ลดังกล่าวจนหย่อนตกลงกลางถนน จังหวะนั้นได้เกี่ยวเข้ากับคอของผู้เสียชีวิตจนตกลงมาจากรถและเสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกมุมสามารถบันทึกภาพขณะที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายพุ่งปีนฟุตบาทด้านซ้ายแล้วล้มลงโดยที่ไม่มีคนขับ ซึ่งในภาพวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้อย่างชัดเจนและชี้ชัดว่ารถยนต์บรรทุกสิบล้อคันดังกล่าวเป็นต้นเหตุเนื่องจากได้เกี่ยวสายสัญญาณเคเบิ้ลตกลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.สิงหา &amp;nbsp;หงส์อ่อน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อเก็บรวบรวมพยนหลักฐานเพิ่มเติมในการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภายในวัดป่าเทพนิมิตวนาราม บ.หนองไฮ หมู่ 8 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งศพของ น.ส.มณีเนตร เจริญเหง่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้เคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลขอนแก่นมาถึงวัดเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. โดยมีญาติๆและพระสงฆ์ช่วยกันจัดสถานที่เพื่อเตรียมประกอบพิธีทางศาสนา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าเนื่องจากคนในครอบครัวและญาติพี่น้องยังคงรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. กนกวรรณ ปัญญาพิมพ์ อายุ 21 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครอบครัวยืนยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะแม่เป็นเสาหลักของบ้าน ตอนนี้ตายายป่วย ครอบครัวเดือดร้อนมาก แม้ตนเองจะทำงานแล้วแต่ก็ไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด ที่ผ่านมาแม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่พอแม่เสียชีวิตลง ตนเองก็จะต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิมเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่รอดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ร.ต.อ.สิงหา หงษ์อ่อน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้เก็บสายสัญญาณเคเบิ้ลดังกล่าวกลับไปตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นได้ทำหนังสือประสานงานไปที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อขอข้อมูลของผู้ที่เดินสายสัญญาณคู่กับเสาไฟฟ้าในจุดเกิดเหตุว่ามีสายอะไรบ้าง สายโทรศัพท์ สายเคเบิ้ลหรือสายสัญญาณอื่นๆ เมื่อทราบข้อมูลที่ชัดเจนแล้วจึงจะเรียกเจ้าของมาสอบปากคำ พร้อมกันนี้จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นมีรถบรรทุกหรือรถยนต์ขนาดใหญ่ขับผ่านแล้วเกี่ยวสายดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดในจุดนี้ต้องตรวจสอบจากพยานที่เห็นเหตุการณ์รวมทั้งกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7922</URL_LINK>
                <HASHTAG>กล้องวงจรปิดเมืองขอนแก่น, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์, สภ.เมืองขอนแก่น, สายเคเบิ้ลเกี่ยวคอสาวใหญ่, เทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae18cba6a9d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2018 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครัวเรือนใหม่นับแสนหลังคาไร้ไฟฟ้าใช้&#039;ครม.&#039;อนุมัติ&#039;กฟภ.&#039;ใช้งบ6.5พันล้านขยายเขตไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 61- &amp;nbsp;ในการคณะรัฐมนตรี(ครม.)วานนี้ ได้มีมติอนุมัติ โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ ระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ แล้วมีมติดังนี้ 1. อนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ ระยะที่ 2 วงเงินลงทุน 6,565 ล้านบาท โดยใช้เงินรายได้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำนวน 1,642 ล้านบาท และเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกู้เงินในประเทศ ภายในกรอบวงเงิน 4,923 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินลงทุนโครงการดังกล่าว โดยให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคใช้เงินรายได้ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นอันดับแรกก่อนการกู้เงิน ทั้งนี้ เมื่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความจำเป็นต้องใช้เงินกู้ในประเทศเพื่อดำเนินโครงการ ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการกู้เงิน วิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียด ตามความเหมาะสมและจำเป็น ตามความเห็นของกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในกรณีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความจำเป็นต้องดำเนินโครงการฯ ในพื้นที่ซึ่งบางส่วนอาจจะเป็นที่ดินของรัฐหรือเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น พื้นที่อุทยานแห่งชาติ พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ป่าชายเลน พื้นที่ป่าไม้ถาวร เป็นต้น ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และให้คำนึงถึงความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ในแต่ละพื้นที่ด้วย
3. ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งรัดดำเนินโครงการฯ ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้บ้านเรือนราษฎรมีไฟฟ้าใช้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และให้นำปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการฯ ในระยะที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาปรับแก้ไขเพื่อใช้ในการวางแผนการดำเนินโครงการ ระยะที่ 2 เพื่อให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาและวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาครับความเห็นของกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยรายงานว่า1. โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ (ระยะที่ 1) มีเป้าหมายขยายเขตไฟฟ้าให้ครัวเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ จำนวน 131,629 ครัวเรือน ในพื้นที่รับผิดชอบของ กฟภ. (74 จังหวัด) ทั่วประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ ปี 2556 &amp;ndash; 2560 มีผลความคืบหน้าทั้งโครงการสามารถขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้า ให้ครัวเรือนได้ 127,734 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 97.04 ปัจจุบันโครงการดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ (คาดว่าแล้วเสร็จประมาณเดือนธันวาคม 2561)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมกันและต่อเนื่อง และเนื่องจากมีครัวเรือนใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี กฟภ. จึงได้จัดทำโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ ระยะที่ 2 บรรจุไว้ในแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 &amp;ndash; 2564) พร้อมทั้งได้จัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมโครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนราษฎรรายใหม่ ระยะที่ 2ซึ่งคณะกรรมการ กฟภ. ในคราวประชุมครั้งที่ 13/2559 เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ได้ให้ความเห็นชอบโครงการ ระยะที่ 2 แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7816</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟภ., การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์, ครัวเรือนใหม่, มติครม., ไม่มีไฟฟ้าใช้, ไร้ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5adfeed59f7d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านสุรินทร์ผวามา10ปี!กฟภ.รับปากเร่งแก้เสาไฟฟ้าเอียงใน7วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้า กรณีนำเสนอข่าว ปัญหาความเดือนร้อนของ ชาวบ้านละเอา ม.18 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ว่า ที่ได้รับความเดือนร้อน และผลกระทบจากเสาไฟฟ้าแรงสูงเอนเอียง จำนวน 1 ต้น บริเวณทางโค้ง หน้าโรงเรียนบ้านละเอา &amp;nbsp;ชาวบ้าน ครู นักเรียน และผู้สัญจรผ่าน ไป-มา ต่างหวาดผวาดเมื่อต้องเดินผ่านเสาไฟฟ้าที่ล้มเอียงเป็นเวลานับสิบปี โดยมีสายสัญญาณต่างๆ พาดรั้งระเกะระกะ แถมกำลังใกล้จะหักล้มทับคนทุกขณะ ไร้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แก้ปัญหา
&amp;nbsp;
นายสนิท สุวรรณเย็น อายุ 61 ปี ชาวบ้านละเอาะ กล่าวว่า เสาไฟฟ้าจะล้มทับคนอยู่แล้ว เป็นแบบนี้มานานกว่า 10 ปี ชาวบ้านพากันไปร้องเรียน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ก็แล้ว กลับไม่ได้รับการเหลียวและแก้ไข ตนอยากวิงวอนผ่านสื่อไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยากจะให้เขามาดูแลเรื่องเสาไฟฟ้าเอียงด้วย อันตรายมาก เพราะถนนเส้นนี้ รถสัญจร ไป-มา เยอะ กลัวจะล้มทับคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายบัญชา ผองแก้ว ผู้ใหญ่บ้านละเอาะ กล่าวว่า ชาวบ้านร้องเรียนมาที่ตนอยู่ แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า ทางการไฟฟ้า ในหมู่บ้านละเอาะมีเสาไฟฟ้าเอียง 2 จุด ทั้งชาวบ้านร้องเรียน ตนก็บอกการไฟฟ้า แต่ก็ไม่ทราบว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณาความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้ติดตามความคืบหน้า หลังจากมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อ ขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ เปิดงาน โครงการ &amp;ldquo;74 ชุมชนปลอดภัยใช้ไฟ PEA&amp;rdquo; ปี 2561 ณ ชุมชนเทศบาลอนุสรณ์ 1 และ 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความมาตรฐานปลอดภัยใช้ไฟฟ้า โดยให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญ และลูกจ้างของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าไปตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข และเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดภายในบ้านเรือน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ในชุมชนพื้นที่เสี่ยง จำนวน 74 ชุมชนทั่วประเทศในพื้นที่รับผิดชอบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน กล่าวว่า ไฟฟ้าไม่เคยเข้ามาดูแลแบบนี้มาก่อน เพิ่งเห็นปีนี้เป็นปีแรก ตนเข้ามาอยู่ชุมชนนี้ถึง 10 ปี เพิ่งเคยเห็น ตนและชาวบ้าน ได้รับประโยชน์มีความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า ช่วยประหยัดค่าไฟขึ้น เวลามีปลั๊กรั่ว หรือสายไฟชำรุด ก็จะได้รู้ พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์เข้ามาช่วยจริง ตนอยากฝากขอบคุณผ่านสื่อ และอยากให้ &amp;nbsp;การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ เข้ามาดูแลทุกๆปี ตนก็ไม่คิดว่าการจัดงานครั้งนี้ เป็นการจัดงานเพื่อสร้างภาพแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน กล่าวว่า ปลั๊กไฟ หลอกไฟนีออนที่บ้าน มันหลวม พอพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์เข้าตรวจสอบ ก็ช่วยเปลี่ยนไห้ฟรี เต้าปลั๊ก สำหรับเสียบพัดลม และแม่หุ่งข้าวให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศฤงคาร เจริญวัฒนากุล ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวจากสื่อในวันนี้ ตนได้ประสานให้เจ้าหน้าที่สื่อสารต่างๆ จากภาพเสาไฟฟ้าเอียงที่ปรากฏ พบเห็นเป็นสายเคเบิ้ลของสื่อสารมวลชนของหลายบริษัท เพราะถ้าหาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์ จะเข้าไปโดยพละการ จะทำให้การสื่อสารสะดุด หยุดลง และเสียหายได้ ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลภายในสัปดาห์นี้ จากรูปการเสาไฟฟ้า ที่บ้านละเอา ม.18 ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ หักทับคน เสาไฟฟ้าสามารถรับแรงดึงได้เป็นอย่างดี หากสื่อถามว่า มันสุ่มเสี่ยงไหมที่จะหักลงมาทับคน ที่สัญจร ไป-มา แต่เพื่อความมาตรฐาน ตนรับปากว่า จะเข้าไปเปลี่ยนเสาไฟฟ้าต้นใหม่ให้ชาวบ้านแน่นอน โดยต้องประสานงานเจ้าของสายเคเบิ้ลสื่อสารต่างๆให้ทราบก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7742</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์, ต.เฉนียง, บัญชา ผองแก้ว, สุรินทร์, เสาไฟฟ้าเอียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adecd6004597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
