<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กาแฟฟีเวอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอสเอ็มอี หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม&amp;nbsp; ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และเป็นที่รู้กันดีว่าปัญหาหลักของกลุ่มนี้คือการขาดตลาดเพื่อระบายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ผ่านมานั้นหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลือและส่งเสริม ซึ่งล่าสุดสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ได้ร่วมมือกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) และหน่วยงานพันธมิตร จัดทำโครงการ &amp;ldquo;เชื่อมผู้ผลิต เชื่อมผู้ส่งออก และผู้ซื้อในต่างประเทศ&amp;rdquo; เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และสร้างแรงขับเคลื่อนการเติบโตของภาคการส่งออกของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น จะมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านการส่งออก สร้างเครือข่ายธุรกิจและหาโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรมการเจรจาจับคู่ธุรกิจ ให้ผู้ส่งออกสามารถส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มสัดส่วนการค้าของผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าสินค้าโดยมุ่งเน้นในตลาดกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี&amp;nbsp; (CLMV) ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งยังช่วยกระตุ้นการส่งออก โดยหาลู่ทางขยายการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพ โดยเน้น 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องสำอาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) &amp;nbsp;ที่นำทัพโดยอธิบดี สมเด็จ สุสมบูรณ์ ที่ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ถึงสถานการณ์ธุรกิจร้านกาแฟและชานมไข่มุกในตลาดกัมพูชา ที่กำลังได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ที่ไม่ใช่แค่กระแส แต่ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนกัมพูชาไปแล้ว ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตสูงต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า เหตุผลที่บอกว่าร้านกาแฟและชานมไข่มุกไม่ใช่แค่กระแส&amp;nbsp; เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคชาวกัมพูชาเปลี่ยนไป วันหยุดโดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน จะไปนั่งจิบกาแฟ พบปะสังสรรค์หรือนัดคุยธุรกิจตามร้านกาแฟที่มีบรรยากาศดีๆ น่านั่งกันมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจร้านกาแฟได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และมีแบรนด์ต่างชาติทยอยเข้ามาเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนชานมไข่มุก เป็นสินค้าที่กลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา กลุ่มซื้อกลับบ้านและซื้อแบบเดลิเวอรีให้ความนิยม และปัจจุบันก็มีแบรนด์ชานมไข่มุกจากต่างชาติเข้ามาทำตลาดในกัมพูชามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันมีร้านกาแฟและชานมเปิดให้บริการกว่า 300 ร้าน ในกรุงพนมเปญ และประมาณ 500 ร้านทั่วประเทศ โดยแบรนด์ของไทยมีเข้ามาเปิดให้บริการแล้วกว่า 10 แบรนด์ เช่น Amazon, Black Canyon, True Coffee, Inthanin, Arabitia, ดอยช้าง, ดอยหล่อ และชาวดอย เป็นต้น โดยครองส่วนแบ่งตลาด 45% จากร้านกาแฟทั้งหมดในกัมพูชา Amazon และ ส่วนชานมไข่มุก มีแบรนด์ชื่อดัง เช่น Tiger Sugar, The Alley, Dakasi, KOI, The Xing Fu Tang และ Chatime เป็นต้น และแบรนด์ของไทย เช่น Fire Tiger, Crown, ชาตรามือ, Kamu, Moma&amp;rsquo;s bubble tea, Rin Rin Bubble Milk Tea และ Nobicha เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากข้อมูลดังกล่าวถือว่าเป็นโอกาสในการลงทุนของผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปลงทุน แต่สิ่งสำคัญต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจที่จะลงทุนก่อน หรือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือสอบถามมายังสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศก็ได้ และควรจะเดินทางไปสำรวจตลาด พบปะหน่วยงาน บริษัท หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามข้อมูลและหาโอกาสทำธุรกิจและทำการประเมิน วางแผนการทำธุรกิจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เพื่อให้ร้านของตนเองมีเอกลักษณ์หรือแตกต่างจากคู่แข่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบใด ทั้งลงเอง 100% หรือร่วมทุนกับร้านในท้องถิ่น หรือขายแฟรนไชส์ ทำสัญญาให้ละเอียดชัดเจนและรัดกุม และระวังในเรื่องผู้ซื้อแฟรนไชส์ไม่สามารถทำตามเงื่อนไข ก็อาจทำให้แบรนด์เสียหายได้ รวมถึงสถานที่ตั้งที่มี 2 ทางเลือก คือ ตั้งในห้างสรรพสินค้า มีข้อดีคือ มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีคนสัญจรไปมา แต่ค่าเช่า ค่าส่วนกลางค่อนข้างสูง และตั้งร้านแบบนอกห้างสรรพสินค้า (Stand Alone) มีอิสระในการดำเนินกิจการ แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูง และต้องศึกษาศักยภาพของพื้นที่ด้วยตนเอง. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.....................................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74836</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, กาแฟฟีเวอร์, บุญช่วย  ค้ายาดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
