<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับกาแฟแชร์ลูกโซ่ โกงกว่า3พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับ 2 ผู้บริหารกาแฟแคชแบ็ค ขายกาแฟลักษณะแชร์ลูกโซ่ฉ้อโกงประชาชน มีผู้ตกเป็นเหยื่อนับพันราย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 พันล้านบาท เหยื่อบางคนเครียดหนักถึงเสียชีวิต อีก 2 สาวร่วมแก๊งอยู่ระหว่างหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรตำรวจ วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) แถลงข่าวจับกุมนายทรงทรัพย์ การะภักดี นายฉัตรคชายัน วงศ์ธนะพัชระ สืบเนื่องจาก ศปอส.ตร. ได้รับร้องเรียนจากประชาชนซึ่งตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ เปิดบริษัทขายกาแฟในลักษณะแชร์ลูกโซ่ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 3,000 ล้านบาท เข้าข่ายกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนทราบว่า มิจฉาชีพกลุ่มนี้มีนายทรงทรัพย์ การะภักดี, นายฉัตรคชายัน วงศ์ธนะพัชระ, นางประทุมทิพย์ ประเสริฐ และนางสาวทิพย์ภาภรณ์ พรมประกอบ มีพฤติการณ์ร่วมกันเปิดบริษัทขายกาแฟใช้ชื่อว่า บริษัท กาแฟแคชแบ็ค จำกัด แถลงข่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 อ้างว่าจับมือกับหน่วยงานราชการหลายหน่วย คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กระทรวงพาณิชย์, กรมสรรพากร, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีกทั้งกรรมการบริษัทอ้างว่ารู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งหน่วยงานและนายตำรวจที่ถูกแอบอ้างไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้ชักชวนประชาชนให้สมัครเป็นสมาชิกกับบริษัทผ่านทางเว็ปไซต์ www.cofcashback.com ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท จะได้รับรหัสสมาชิกและกาแฟ 3 กล่อง กล่องละ 350 บาท หรือสินค้าตัวอื่น เช่น ครีม หรือกระทะจักรพรรดิ และจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินจำนวน 2,050 บาท ต่อ 30 วัน แบ่งเป็น 6 งวดจ่ายทุกๆ 5 วัน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกจำนวนมากกว่า 86,000 รหัส ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบกลับมาเพียงเล็กน้อย บางรายชักชวนญาติพี่น้องมาสมัครด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 23 ตุลาคม 2561 บริษัท กาแฟแคชแบ็ค ประกาศในเว็ปไซต์ว่าบริษัทมีปัญหาจ่ายเงินให้สมาชิกไม่ได้ ขอคืนเงินทุนให้และเพิ่มอีก 20% ของเงินทุน โดยแบ่งจ่าย 4 รอบ ช่วง 27-31 ตุลาคม 2561 แต่ไม่มีสมาชิกได้รับเงิน จากนั้นบริษัทได้ปิดตัวลงและปิดเว็บไซต์ พร้อมทั้งข่มขู่สมาชิกว่าถ้าใครไปแจ้งความจะฟ้องกลับฐานทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง และระงับจะรหัสไม่จ่ายเงินให้ มีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ได้รับเงินเครียดถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายกลุ่มแรกจำนวน 25 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ.จนมีการขออนุมัติต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ในความผิดฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป้นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนายทรงทรัพย์ และนายฉัตรคชายัน ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว และจากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวต่อไป ในส่วนของผู้เสียหาย มีข่าวว่าอีกกว่า 1 พันคนจะทยอยเข้าแจ้งความ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22850</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟแคชแบ็ค, ฉ้อโกงประชาชน, หนังสือพิมพ์, แชร์ลูกโซ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc03ec3cded.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
