<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอ็กโกโชว์9 เดือนโกยรายได้กว่า 8พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เอ็กโก กรุ๊ปโชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกกวาดรายได้กว่า 8,000ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;เผยยังคงเติบโตและมีความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ &amp;nbsp; ในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย. 62- นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ผลการดำเนินงานในช่วง &amp;nbsp;9 เดือนแรกของปี 2562 เติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามแผนงาน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ &amp;nbsp; ก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า จำนวน 8,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวน 1,060 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 15 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ของปี 2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัทฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกำไรก่อนผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี และการรับรู้รายได้แบบสัญญาเช่า จำนวน 2,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จำนวน 15 ล้านบาท&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโรงไฟฟ้าในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา ประเทศฟิลิปปินส์ ได้เริ่มเดินเครื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี สปป.ลาว ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ซึ่งโรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูราเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3 และโรงไฟฟ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไซยะบุรีจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป สำหรับความสำเร็จด้านการลงทุนใหม่ เอ็กโก กรุ๊ป &amp;nbsp; ได้ลงทุนสัดส่วนร้อยละ 44.6 ในบริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด เพื่อดำเนินโครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้ลงนามในสัญญาผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาจัดหาเงินกู้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2563 ในขณะที่ การก่อสร้างมีความก้าวหน้า ประมาณร้อยละ 19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน เอ็กโก กรุ๊ป มีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง &amp;ldquo;กังดง&amp;rdquo; ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2563 และโรงไฟฟ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พลังงานน้ำ &amp;ldquo;น้ำเทิน 1&amp;rdquo; ใน สปป.ลาว ซึ่งคาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2 ปี 2565 นอกจากนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีโครงการที่เป็นธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ธุรกิจให้บริการขนส่งน้ำมันโดยระบบขนส่งทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในไตรมาส 4 ปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ล่าสุด เอ็กโก กรุ๊ป ยังได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เป็น 1 ใน 98 บริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จดทะเบียน ที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2562 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในประเภทกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร สะท้อนให้เห็นว่าเอ็กโก กรุ๊ป ตระหนักและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่กับการใส่ใจดูแลชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับผู้ลงทุน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance - ESG)&amp;rdquo; นายจักษ์กริช กล่าวสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำจัดขยะด้วยโรงไฟฟ้า, จักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ฟิลิปปินส์, เอ็กโก, โรงไฟฟ้าซานบัวนาเวนทูรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcba0e714d71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2019 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2019 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดหลักทรัพย์ฯ เสนอเปิดเสรีโรงไฟฟ้าขยะ   ผนวกกลไกตลาดทุน เชื่อสิ่งปฏิกูลหมดใน 20 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยที่หน่วยงานทุกภาคส่วนต่างให้ความสนใจและพยายามที่จะแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งการกำจัดขยะด้วยพลังงานความร้อน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ก๊าซชีวภาพ รวมทั้งการแปรรูปผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งในการกำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์อย่างมาก แต่ถ้ามองถึงสาเหตุของปัญหาขยะในสังคมไทย ส่วนหนึ่งคือค่ากำจัดขยะที่ประชาชนจ่ายนั้นไม่ได้สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงในการกำจัดขยะ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำจัดขยะในแต่ละพื้นที่ ไม่สามารถบริหารจัดการและกำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ผู้คนส่วนใหญ่มองว่าขยะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ แต่กลับละเลยว่าขยะที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่ทุกคนมีส่วนร่วมกันก่อให้เกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัว และชุมชนหากไม่สามารถกำจัดขยะได้อย่างถูกวิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากประเด็นดังกล่าวทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมนักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุน และสถาบันวิทยาการตลาดทุน โดยคณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 27 (วตท.27) เตรียมจัดงานสัมมนาวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;20 ปี ปัญหาขยะประเทศไทยหมดไปด้วยกลไกตลาดทุน&amp;rdquo; เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะ และบทบาทของตลาดทุนซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่จะสนับสนุนให้กำจัดขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 4 ก.พ.นี้ ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.กฤษฎา เสกตระกูล รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นักศึกษาสถาบันวิทยาการตลาดทุนในแต่ละรุ่น เราจะส่งเสริมให้นักศึกษาทำงานวิชาการที่มีคุณภาพสูง และส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมแล้วก็สิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละรุ่นก็จะมีงานที่นำเสนอออกมาสู่สาธารณะ ให้นำไปสู่เรื่องการเปลี่ยนแปลงต่างๆ และรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกที่นำเสนอประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะเป็นปัญหาหมักหมมของชาติ ที่เกิดขึ้นทั้งจากภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม ที่สร้างขยะวันละประมาณหลายล้านกิโลกรัม แต่มีการแก้ปัญหาการกำจัดขยะด้วยวิธีเดิมๆ ที่ยังได้ประสิทธิภาพไม่ดีพอ นั่นคือการนำขยะไปทิ้งรวมในบ่อขยะเพื่อฝังกลบ ซึ่งบ่อขยะในประเทศไทยทราบมาว่ามีมากกว่า 2,000 บ่อ แต่วันๆ หนึ่งเราทิ้งขยะกันจำนวนมาก การนำไปฝังกลบหรือกำจัดด้วยวิธีอื่นๆ แบบถูกต้องได้แค่ไม่กี่ล้านตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่หลายภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ปัญหาเหล่านี้ จากการศึกษาข้อมูลมีการรายงานว่า ในอาเซียนติดอันดับประเทศทิ้งขยะลงทะเลมากสุด ไทยก็ไม่แพ้ใคร ถูกจัดอันดับให้อยู่อันดับ 5 ของโลก ยังไม่รวมขยะบนบกอีก ซึ่งไม่ใช่อันดับที่น่าภูมิใจนัก การจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ถ้ามีทุนสนับสนุนก็จะสามารถนำไปรีไซเคิล นำขยะไปเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ หรือต่อยอดด้านอื่นๆ ได้อีก ฉะนั้น กลไกด้านตลาดทุนอาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้แต่ละหน่วยงานและประชาชนทุกคนเข้าใจถึงปัญหาและแนวทางปฏิบัติ ช่วยกันทำให้ประเทศดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคณพศ นิจสิริภัช ประธานนักศึกษาวิทยาลัยตลาดทุน รุ่นที่ 27 และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด กล่าวว่า สำหรับการสัมมนาครั้งนี้ประกอบด้วยเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ของขยะที่เป็นปัญหาระดับชาติตอนนี้ และแนวทางแก้ไขที่ควรจะทำให้ได้ รวมถึงนโยบายกำจัดขยะด้วยโรงไฟฟ้า ตัวบทกฎหมายต่างๆ ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญว่า ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ปฏิบัติจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร รวมถึงการออกใบอนุญาตเรื่องการใช้ไฟฟ้าจากขยะ และเรื่องเกี่ยวกับตลาดทุน ซึ่งเรื่องเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ทุนอย่างมหาศาล จะมีการจัดสรรระดมทุนอย่างไร เพราะไม่มีเงินก็ทำไม่ได้ ซึ่งการสัมมนาดังกล่าวผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับมุมมองจากผู้กำกับดูแลนโยบายเกี่ยวกับการกำจัดขยะ การผลิตไฟฟ้า การผลิตไฟฟ้าจากขยะ ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน รวมทั้งรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาการกำหนดราคาค่ากำจัดขยะที่ไม่เป็นธรรม รูปแบบในการใช้กลไกตลาดทุนในการจัดการกับปัญหาขยะ ซึ่งมีได้ทั้งการออกหุ้น หรือการใช้หุ้นกู้ประเภทกรีนบอร์ด เพื่อจัดหาเงินทุน การสัมมนา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายทวี จงควินิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด เผยว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ส่งผลให้การบริโภคของประชาชนมีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าที่มีแพ็กเกจสวยหรู ซึ่งส่งผลต่อการสร้างปริมาณขยะ โดยจากการศึกษาข้อมูลพบว่า เราทิ้งขยะกันถึงวันละประมาณ 75 ล้าน กก. ซึ่งเป็นเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้ว ยิ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่ทำให้ตัวเลขลดลงแม้แต่น้อย ตัวเลข 75 ล้าน กก.ต่อวัน ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนคือ ใน 1 ปี คนไทยทิ้งขยะทั้งสิ้น 27.5 ล้านตัน เท่ากับตึกใบหยก 140 ตึก หรือปริมาณรถสิบล้อที่วิ่งตามถนนจำนวน 1.2 ล้านคันต่อปี ต้องคิดว่าจำนวนนี้ไม่ใช่น้อยๆ และการแก้ปัญหาของเรายังเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือ การนำไปฝังกลบ โดยเก็บขยะในบ้านไปทิ้งเพื่อให้เกิดความสบายใจ มองไม่เห็นขยะในบ้าน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วต่อให้เอาไปทิ้งไกลแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเป็นขยะที่อยู่รอบตัวเราเช่นเดิม ไม่ว่าจะอีก 10-30 ปี ก็ตาม ขยะที่เราไปทิ้งรวมฝังกลบ ยังสร้างมลภาวะให้กับสิ่งแวดล้อม เช่น ส่งกลิ่นเหม็น เกิดก๊าซมีเทนไปทำลายชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการซึมลงไปในน้ำ ทำให้น้ำใต้ดินมีปัญหา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เราเรียกการแก้ปัญหานี้ว่า &amp;lsquo;waste to waste&amp;rsquo; ซึ่งก็คือ เอาขยะไปแก้ปัญหาโดยการฝังกลบ สิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นขยะที่อยู่กับเรา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวี กล่าวต่อว่า จากประเด็นดังกล่าว ทำให้เราอยากจะนำเสนอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องหันกลับมามองแล้วก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ว่าจะทำอย่างไรที่จะกำจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป ที่ผ่านมามีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณของรัฐในการดูแล ถ้าลองจินตนาการดูว่า 75 ล้าน กก.ต่อวัน งบประมาณที่ได้แต่ละครั้งจะต้องผ่านคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นคนกวาดขยะ คนเก็บขยะ รถขนขยะไปยังสถานที่ฝังกลบ จากนั้นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นลงตารางบันทึกรายละเอียดเบิกเงินจากภาครัฐออกมา แต่เงินที่เบิกออกมาได้จริงๆ เก็บได้จากภาคครัวเรือนได้เพียงหลังละประมาณ 10-20 บาทต่อเดือนเท่านั้น ในขณะที่ค่ากำจัดขยะค่อนข้างสูงมาก ซึ่งเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ทางหลักสูตรก็ได้ทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อชี้ให้เห็นประเด็นว่า เป็นปัญหาใหญ่ที่หมักหมมมานาน ทั้งวิธีการแก้แบบ waste to waste ควรจะต้องค่อยๆ ลดบทบาทลงเอาทฤษฎีศาสตร์ 3R (Reduce Reuse Recycle) แล้วทำให้ได้ หากเหลือไม่สามารถกลับไปรีไซเคิล นำไปใช้ใหม่ได้อีก ก็จะมีการเสนอให้ทำ waste to energy คือสิ่งที่เหลือแทนที่จะเอาไปฝังกลบในที่ดิน ซึ่งกินพื้นที่ในการทำเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศจำนวนมาก การทำ &amp;nbsp;west to energy จะทำให้เราได้พลังงานกลับมา ลดปัญหาเรื่องมลภาวะต่างๆ ให้หมดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในเรื่องของกลไกตลาดทุน ที่จะเข้ามาช่วยเสริมเรื่องการแก้ปัญหาขยะนั้น ศ.ดร.อาณัติ ลีมัคเดช ศาสตราจารย์ระดับ 10 ภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การระดมทุนนั้นสำคัญ ประเด็นเรื่องกลไกตลาดทุนก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญในการช่วยบริหารจัดการเรื่องงบประมาณและการระดมทุน ตนอยากให้มีการแข่งขันในการดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าจากขยะอย่างเสรี ลดการผูกขาด เพื่อให้เอกชนมีการแข่งขันในการคัดแยกขยะ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ก็จะช่วยให้มีการจัดการขยะในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมามีการผลักดันให้นำขยะมาเป็นพลังงานไฟฟ้าแล้ว กพช.มีการอนุมัติแผนผลิตฟ้าใหม่ปี 2561-2580 รับนโยบายกำจัดขยะ เปิดโควตารับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนเพิ่มจาก 500 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นอีก 400 เมกะวัตต์ เป็น 900 เมกะวัตต์ เพื่อให้มากพอที่จะกำจัดขยะได้ทั่วประเทศตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีการศึกษาร่วมกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งในการเพิ่มขึ้นหากพูดถึงเงินลงทุนเรื่องนี้ประเมินคร่าวๆ ก็อยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท แน่นอนว่า คนที่จะมีเงินจำนวนมากขนาดนี้มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม ถ้าเราปล่อยให้กลุ่มใหญ่ๆ สามารถที่จะครอบครองอำนาจในการกำหนดเรื่องพลังงานพวกนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะฉะนั้นในเรื่องของการนำกลไกทางตลาดทุนเข้ามาใช้ จึงไม่ใช่แค่การประหยัดจากภาคเงินทุนเพื่อที่จะสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะ แต่เป็นเรื่องของการเพิ่มอำนาจในการแข่งขันเพื่อที่จะทำให้ผลตอบแทนกระจายเข้าสู่ทุกๆ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนต่อมาคือเรื่องของเครื่องมือทางการเงิน เช่นการนำกรีนบอนด์เข้ามาใช้ หรือพันธบัตรสีเขียว เหตุที่เรียกว่าสีเขียว เนื่องจากกรีนบอนด์เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ใช้ในการระดมทุนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนหรือสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Project) การออกกรีนบอนด์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในระยะหลัง สะท้อนถึงความต้องการของนักลงทุนยุคใหม่ที่ต้องการลงทุนในเครื่องมือทางการเงินอย่างกรีนบอนด์ รวมถึงเจตนารมณ์ของภาคสังคมและการเมืองที่ต้องการสนับสนุนการดำเนินการด้านความรับผิดชอบต่อผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมาสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมที่มีส่วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังช่วยตอบโจทย์ของนักลงทุนในปัจจุบันที่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ยั่งยืน โดยใช้เกณฑ์การวิเคราะห์ในมิติทางด้าน ESG เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่ง Blockchain ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์มาใช้ อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งในการระดมทุนสมัยใหม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ การจัดงานสัมมนาก็เพื่ออยากให้ทุกคนได้เข้าใจว่าทำไมจึงจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้ากำจัดขยะ ทำไมพวกเราต้องลดการทิ้งขยะ ทำไมพวกเราถึงต้องแยกขยะก่อนทิ้ง ผลที่ทำสุดท้ายก็จะกลับมาที่ตัวเราเอง ฉะนั้น ต้องช่วยกันทำให้อีก 20 ปีปัญหาขยะหมดไป&amp;rdquo; ศ.ดร.อาณัติ กล่าวทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29215</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำจัดขยะด้วยโรงไฟฟ้า, ตลาดทุนกำจัดขยะ, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ปัญหาขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66a79b74d5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
