<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2020 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปปส.เหนียวแน่น!ร่วมวันครบรอบวันเกิด&#039;กำนัน&#039;คับคั่ง รปช.-ปชป.แห่อวยพรเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค.63- นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ทำบุญเนื่องในวันเกิดครบรอบ 71 ปี ที่วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ปากเกร็ด โดยมีบรรดาคนใกล้ชิดมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำพรรครวมพลังประชาชาติไทย น.ส. อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย น.ส.จุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย นายสุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร รวมพลังพรรครวมพลังประชาชาติไทย นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขาธิการพรรครวมพลังประชาชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายวิทยา แก้วภราดัย นายเจือ ราชสีห์ นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเอนก ได้มอบพระพุทธรูปบูชา &amp;quot;พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภาตถาคต&amp;quot; พร้อมอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70727</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, ครบรอบวันเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200707/image_big_5f03f2ef774d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039; เผยเบื้องลึก ลาออกพ้นสมาชิกพรรค รปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - &amp;nbsp;นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตผู้บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตนคิดจะลาออกพักหนึ่งแล้ว และได้คุยกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครปช. ว่า การทำงานในเชิงวิชาการของตน คือการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงมายืนยันหักล้างข้อมูลที่บิดเบือนของกลุ่มการเมือง ที่ใช้ข้อมูลเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นงานวิชาการที่ต้องค้นคว้าหาข้อมูล ซึ่งมีนักวิชาการจำนวนมากที่เต็มใจช่วย แต่ไม่เต็มใจสังกัดพรรค จึงทำให้การช่วยงานขาดความต่อเนื่องและทำงานลำบาก ถ้าจะหานักวิชาการมาช่วยเขาก็ไม่อินกับพรรค ดังนั้น จึงตัดสินใจลาออกเพื่อความคล่องตัว เพราะเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและใช้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าน้อยใจที่พลาดตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค จึงลาออก นายวรงค์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน คนละเรื่อง ยืนยันว่าไม่ได้น้อยใจลาออกตามที่ลือกันว่าพลาดตำแหน่ง เพราะคุยแต่แรกกับนายสุเทพแล้วว่ามาช่วยงานที่พรรคไม่ได้คาดหวังตำแหน่งอะไร และมั่นใจว่าถ้าไม่ลาออกจากการเป็นสมาชิกรปช. ในการประชุมใหญ่สามัญของพรรค ในวันที่ 5 ก.ค.นี้ ก็จะมีสมาชิกพรรคเสนอตำแหน่งหรือเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารในพรรคแน่นอน &amp;nbsp;ตนจึงขอลาออกก่อน เพื่อการทำงานด้านวิชาการและให้ข้อมูลที่เป็นจริง และหากไม่สังกัดพรรคก็จะมีคนมาช่วยงานและสบายใจมากขึ้น เมื่อออกมาแบบนี้ตนก็จะตั้งกลุ่มทำงานด้านการเมือง แต่ยังไม่คิดว่าจะตั้งชื่อกลุ่มอะไร เบื้องต้นมีผู้มีอุดมการณ์พร้อมทำงานจำนวนมากอยู่แล้ว แต่ในช่วงนี้ขอพักระยะหนึ่งก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69592</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, รปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dddeb32b251c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดอย่ากังวล!&#039;กำนันสุเทพ&#039;เผยไม่ได้เจอครอบครัวของลูกเขยมานาน2เดือนแล้ว ลั่นสู้โควิด-19ไปด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63- นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) และอดีตแกนนำกปปส. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban ว่าผมขอกราบขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงและส่งกำลังใจมายังครอบครัวผม ขอเรียนชี้แจงดังนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผมพักอาศัยอยู่คนละที่กับครอบครัวของลูกเขย และไม่ได้เจอครอบครัวของลูกเขยมานานสองเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ส่วนครอบครัวลูกสาว และหลานๆ ของผม รวมถึงพ่อแม่ของลูกเขยและคนในบ้าน 10 กว่าคน กำลังรอผลการตรวจจากแพทย์จาก โรงพยาบาลรามาธิบดีอยู่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวันนี้ผมต้องไปสู้คดี กบฏ ที่ศาลอาญา แต่ก็ยังประสานงานในเรื่องการดูแลรักษาพยาบาลลูกๆและครอบครัวไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเราตรวจพบโรคนี้ในครอบครัวของลูก ทำให้ผมรู้สึกเห็นใจคณะแพทย์พยาบาลและบุคลากร ที่เขาทำงานกันหนักมาก และรู้สึกเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีที่ต้องรับภาระของคนทั้งชาติ ผมบอกลูกสาวและลูกเขยว่าเราจะสู้ด้วยกัน เราจะเผชิญหน้ากับปัญหานี้ด้วยกัน สู้ด้วยหัวใจและสติที่มั่นคงไม่หวั่นไหว ซึ่งหลานของผมอายุเพียงสองขวบและอีกคนสามเดือนเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้หนักจริง แต่พวกเราจะไม่ยอมแพ้ ขออนุญาตเรียนถึงพี่น้องชาวไทยทุกคน ใครเจอปัญหาแบบครอบครัวของผม ขออย่าท้อแท้ เราจะสู้ไปด้วยกันครับ ผมรักครอบครัวและรักครอบครัวพี่น้องคนไทยทุกคน คนที่สัมผัสใกล้ผม อย่าเพิ่งกังวลนะครับ ผมอยู่คนละบ้านกับลูกเขยและลูกสาว ถ้าผมติดเชื้อจะรีบบอกทันที โปรดอย่ากังวลครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e702c8c91818.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลุงกำนัน&#039;ข้องใจ&#039;ธนาธร&#039;ปลุกม็อบป้องตัวเอง ไม่ยุติธรรมกับประเทศประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17ธ.ค.62- &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นแกนนำการชุมนุม นัดลงถนน ว่า ตนก็ติดตามการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีจุดประสงค์อะไรแน่ ทำเพื่อหวังผลอะไร สำหรับตนถือว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเคลื่อนไหว ถ้าการใช้สิทธิเสรีภาพนั้นเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติ สิ่งที่ตนติดตามอยู่ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าเป้าหมายที่อ้างว่าทำเพื่อประเทศชาติ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า ตนเห็นเฉพาะเรื่องที่นายธนาธรถูกดำเนินคดี หรือพรรคของนายธนาธรถูกดำเนินคดี กรณีบริจาคเงินให้พรรค ต้องดูว่าเมื่อไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร ต้องว่าไปตามกฎหมาย เพราะกฎหมายห้าม ไม่ต้องการให้ใครคนใดคนหนึ่งไปครอบงำพรรคการเมือง เรายังเป็นห่วงเรื่องทุนสามานย์ที่เอามาใช้ในทางการเมืองอยู่ เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุอย่างนั้น กฎหมายก็ห้ามไว้ แต่ถ้าการกระทำของนายธนาธร ทางศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีเจตนาหลบหลีกกฎหมาย ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน นายธนาธรและพรรค อนค. ก็ไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าคุณธนาธรและชาวพรรคอนาคตใหม่เกิดกลัวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย มีคำสั่งตามตัวบทกฎหมาย แล้วจะเกิดผลเสียหายกับพรรคอนาคตใหม่กับคุณธนาธร แล้วก็จะมาชวนประชาชนให้ลงถนนไปช่วยด้วย อย่างนี้ก็ไม่ค่อยยุติธรรมกับประเทศ ไม่ยุติธรรมกับประชาชนเท่าไหร่&amp;quot; นายสุเทพ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52658</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, แฟลชม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df849a757fcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2019 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2019 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูล&#039;สุเทพ-ปทีป&#039; ดคีโรงพัก-แฟลตตำรวจ ฟันกก.ประกวดราคาฮั้วประมูล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.62- ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง เป็นเหตุให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้รับความเสียหาย เป็นเงิน จำนวน 1,728 ล้านบาทนั้น เรื่องนี้มีการกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กับพวก ว่าอนุมัติให้ สตช.เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง จากเดิมจัดจ้างแบบรวมการที่ส่วนกลางโดยแยกการเสนอราคาเป็นรายภาค (ภาค 1 &amp;ndash; 9) จำนวนหลายสัญญา เป็นรวมการจัดจ้างก่อสร้างที่ส่วนกลางในครั้งเดียวและเป็นสัญญาเดียวโดยไม่เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้างเสียก่อน โดยรู้อยู่แล้วว่าแนวทางที่อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงดังกล่าวการก่อสร้างจะไม่แล้วเสร็จนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ได้ดำเนินการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจนเสร็จสิ้นแล้ว สรุปผลการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ ดังนี้ คณะทำงานร่วมกับหน่วยงานภายนอก ศึกษาและพิจารณาแนวทางการจัดจ้างเพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการและประชาชนที่มาใช้บริการ ได้ข้อสรุปว่าวิธีการที่เหมาะสมต้องให้ สตช.เป็นผู้ดำเนินการเอง โดยวิธีจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงเสนอแนวทางการจัดจ้างดังกล่าวต่อนายสุเทพ และครม.ให้ความเห็นชอบและให้ดำเนินการตามที่เสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฏว่าต่อมา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีบันทึกลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ถึงนายสุเทพ ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดจ้างจากเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้กระจายการจัดซื้อ จัดจ้างไปตามตำรวจภูธรภาค หรือตำรวจภูธรจังหวัด เปลี่ยนเป็นกองโยธาธิการ สำนักงานส่งกำลังบำรุง เป็นหน่วยงานจัดจ้างก่อสร้างทุกอาคารรวมกันในครั้งเดียว โดยอ้างว่าเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยถูกต้องตาม ซึ่งนายสุเทพ พิจารณาแล้วได้อนุมัติให้ สตช.เปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดจ้าง โดยไม่นำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงเสียก่อน จึงเป็นการอนุมัติโดยไม่มีอำนาจ และโดยรู้อยู่แล้วว่าแนวทางที่ตนอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงดังกล่าวการก่อสร้างจะไม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา สตช.ได้ดำเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวงเงิน 6,298,000,000 บาท ตามประกาศ สตช. ซึ่งตามประกาศประกวดราคาดังกล่าวแบบรูปรายการละเอียดกำหนดขนาดความยาวเสาเข็มตอกซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างที่มีนัยสำคัญต่อคดีนี้ไว้ที่ความยาว 21 เมตร ต่อต้น ปรากฏว่าบริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยเสนอราคาต่ำที่สุด เป็นเงิน 5,848,000,000 บาท และได้จัดทำบัญชีแสดงปริมาณวัสดุและราคา (BOQ) ส่งให้คณะกรรมการประกวดราคาภายใน 3 วัน ตามที่กำหนดไว้ในประกาศประกวดราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของเสาเข็มตอกขนาดความยาว 21 เมตรนั้น บริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ระบุราคา จำนวน 2,520 บาท ต่อต้น ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาด โดยตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ราคาต้นละ 8,151.15 บาท และต่ำกว่าราคากลางของ สตช. ซึ่งกำหนดไว้ต้นละ 6,360 บาท ซึ่งการระบุราคาเสาเข็มตอกให้ต่ำกว่าราคา ตามท้องตลาดและราคากลางดังกล่าว โดยมีเจตนาจะให้ สตช.หักลดค่าเสาเข็มที่ตอกไม่ครบถ้วนตามแบบได้น้อย หรือต่ำกว่าราคาที่แท้จริงและตนได้ประโยชน์จากการกระทำดังกล่าว จึงเป็นการเอาเปรียบผู้เสนอราคารายอื่น ซึ่งต้องเสนอราคาตามความเป็นจริง ทำให้การเสนอราคาไม่มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 8 เสียง (น.ส.สุภา ไม่ได้เข้าร่วมพิจารณา) ดังนี้ &amp;nbsp;1.การกระทำของนายสุเทพ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และการกระทำของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) (5) และ (6) 2.การกระทำของคณะกรรมการประกวดราคา ได้แก่ การกระทำของ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ และ พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2552 มาตรา 10 และมาตรา 12 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) (5) และ (6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.1.การกระทำของ พ.ต.อ.จิรวุฒิ จันทร์เพ็ญ พ.ต.อ.สุทธี โสตถิทัต พ.ต.อ.พิชัย พิมลสินธุ์ พ.ต.อ.ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ และ พ.ต.อ.ณัฐชัย บุญทวี มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 78 (1) (2) และ (9) 3.บริษัท พีซีซี ดีเวลล๊อปเมนท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยนายวิษณุ วิเศษสิงห์ กรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท และนายวิษณุ ในฐานะส่วนตัว มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ถูกกล่าวหาอื่นได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ดามาพงศ์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ และ พล.ต.ท. สุพร พันธุ์เสือ ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ให้ส่งเรื่องรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และส่งรายงาน เอกสารหลักฐานพร้อมความเห็น ไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 แล้วแต่กรณีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี กับพวกทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย (แฟลต) จำนวน 163 หลัง เป็นเหตุให้ สตช.ได้รับความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 3,994 ล้านบาท นอกจากนั้น ปรากฏมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับเงินจากผู้รับจ้าง เป็นเงินจำนวน 91,678,000 บาทนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 8 เสียง ดังนี้ 1.การกระทำของนายสุเทพ เป็นกรรมเดียวกันกับกรณีอนุมัติให้ สตช.เปลี่ยนแปลงแนวทางการจัดจ้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) จำนวน 396 แห่ง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยแล้วว่าการกระทำดังกล่าวมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 2.การกระทำของคณะกรรมการประกวดราคา ได้แก่ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิติวัฒน์ พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ พ.ต.อ.ปัทเมฆ สุนทรานุยุตกิจ พ.ต.อ.จิรวุฒิ จันทร์เพ็ญ พ.ต.ต.สิทธิไพบูลย์ คำนิล พ.ต.ต.พิชัย พิมลสินธุ์ และพ.ต.ต.สมาน สุดใจ มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 12 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) (5) และ (6)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การกระทำของดาบตำรวจ สายัณ อบเชย มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) (5) และ (6) 4..การกระทำของ พ.ต.ท.คมกริบ นุตาลัย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง ต่อ 3 เสียง ว่ามีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 79 (1) (5) และ (6) 5.การกระทำของ บริษัท พีซีซีฯ โดยนายพิบูลย์ อุดมสิทธิกุล กรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ และนายพิบูลย์ ในฐานะส่วนตัว มีมูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา 10 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้ส่งเรื่องรายงาน เอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา ตามมาตรา 97 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และส่งรายงาน เอกสารหลักฐานพร้อมความเห็น ไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย ตามมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 92 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 192 แล้วแต่กรณีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, คดีสร้างโรงพัก, ป.ป.ช., พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d494a74e7068.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดท้ายก็โดน!ป.ป.ช.ชี้มูล‘สุเทพ-ปทีป’คดีสร้างโรงพัก 396 แห่ง 5.8 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.62- สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) กับพวก คดีการก่อสร้างสถานีตำรวจ (โรงพัก) ทดแทน 396 แห่ง วงเงินกว่า 5.8 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งองค์คณะไต่สวน (กรรมการ ป.ป.ช. 9 รายเป็นองค์คณะ) เพื่อไต่สวนกรณีดังกล่าว หลังจากนั้นองค์คณะฯได้มีความเห็นในคดี ก่อนส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา และมีมติชี้มูลดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. อย่างน้อย 3 ครั้ง โดยยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ในการชี้แจงครั้งที่ 3 ระบุว่า กรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา และบริษัทที่ชนะการประมูลไม่สามารถสร้างสถานีตำรวจทั้ง 396 แห่งได้ทันตามกำหนดเวลานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำสัญญา หรือการอนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการประมูล เพราะการทำสัญญาว่าจ้างดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบงบประมาณแผ่นดินของสำนักนายกรัฐมนตรีทุกขั้นตอน แต่เรื่องการก่อสร้างล่าช้าเสร็จไม่ทันกำหนด เป็นเรื่องของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการเปลี่ยนวิธีประมูลแบบรายภาคมาเป็นแบบรวมศูนย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ชี้แจงไปหลายรอบแล้วว่า ตอนอนุมัติโครงการครั้งแรก พิจารณาตามที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ขณะนั้น เสนอมา เห็นว่ามีเหตุผลเรื่องการแยกสัญญาออกเป็น 9 ภาค จึงอนุมัติให้ดำเนินการ แต่ต่อมาสมัย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. ได้เสนอแก้ไขสัญญาว่าจ้างใหม่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายงบประมาณปี 2553 ที่ออกมาจากหลังการอนุมัติโครงการครั้งแรกแล้ว โดยระบุว่า หากเป็นโครงการเดียวกันไม่สามารถแยกเป็นหลายสัญญาได้ จึงเป็นที่มาของการแก้ไขสัญญาใหม่ให้ถูกต้องตามระเบียบงบประมาณปี 2553 ทุกโครงการก็ทำตามระเบียบดังกล่าว (อ่านประกอบ : พลิกคำชี้แจง&amp;lsquo;สุเทพ&amp;rsquo;อนุมัติสร้างโรงพัก 5.8 พันล. ผ่าน ผบ.ตร.3 ยุค ทำตาม กม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยแพร่รายชื่อผู้ถูกกล่าวหา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กล่าวหา นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กับพวก กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ในการก่อสร้างจำนวน 396 แห่ง วงเงิน 5,848 ล้านบาท เนื่องจากมีเอกชนรายหนึ่งเป็นผู้รับจ้างในปี 2554 โดยยกเลิกแนวทางการจัดจ้างแบบแยกการเสนอราคา เป็นรายภาค และอนุมัติให้รวมสัญญาก่อสร้างเป็นสัญญาเดียว อันเป็นการกีดกัน และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กล่าวหา พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รรท.ผบ.ตร.) และคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่พักสถานีตำรวจทดแทน จำนวน 396 แห่ง ของตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนใต้ กับพวก.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41670</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, คดีสร้างโรงพัก, ป.ป.ช., สำนักข่าวอิศรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d3657242ad6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนัน&#039;นำทีมขึ้นศาลคดี&#039;กบฏกปปส.&#039;ลั่นไม่มีใครหนีไปไหน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62- &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมแกนนำและแนวร่วม กปปส. เดินทางมาศาลในการนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีกบฏ กปปส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า พวกตนเป็นจำเลยในคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม ล้างผิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วันนี้สืบพยานโจทก์ครั้งแรก เรามาครบกันทุกคนไม่หลบหนีไปไหน มาสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ข้อหาที่ถูกดำเนินคดีคือกบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ซ่องโจร ผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บุกรุกสถานที่ราชการ ขัดขวางการเลือกตั้ง เฉพาะข้อหาขัดขวางการเลือกตั้งถูกดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายกว่า 3,100 ล้านบาทด้วย เท่าที่ดูวันที่ศาลได้กำหนดวันสืบพยานโจทก์จำเลย ดูเหมือนว่าศาลจะพยายามให้คดีนี้เสร็จสิ้นภายใน ธ.ค.2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นธรรมดาคนที่ถูกดำเนินคดีทุกคนต้องมีความวิตกกังวล แต่ว่าเราเป็นพลเมืองที่ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราก็สู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม รวบรวมพยานหลักฐาน เหตุเกิดมาตั้ง 5-6 ปีแล้ว บางทีเราก็ลำบากเหมือนกันในการหาพยานหลักฐาน หนักใจ แต่ก็ไม่ประมาท พี่น้องประชาชนที่เคยเห็นเหตุการณ์รู้ว่ามีอะไรที่จะเป็นประโยชน์กับคดี เป็นพยานหลักฐานให้พวกเราได้ ช่วยกรุณาส่งมาหรือบอกมานะครับ&amp;rdquo; นายสุเทพ กล่าวตอบผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่ามีความกังวลกับคดีหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35792</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันสุเทพ, กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ, ขึ้นศาล, คดีกบฏ กปปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda2d784bf14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
