<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 00:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 00:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกานัดเช้าพฤหัสฯนี้อ่านคำพิพากษาลับหลัง &#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039; คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 ม.ค.นี้ ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบุกรุกที่ดินเมืองกาญจน์หมายเลขดำ อ.4849/54 ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 1 เป็นโจทก์ฟ้องนายประชาโพธิพิพิธ และนางเขมพร ต่างใจเย็น 2 สามีภรรยา เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก แผ้วถางที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ม.2 ต.ช่องด่าน และม.2 ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เกินกว่า 50 ไร่ เมื่อระหว่างวันที่ 29 พ.ย.44 - 8 ก.พ.45&amp;nbsp; ตามประกม.ที่ดิน ม.9,108 ทวิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยปฏิเสธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 10 ปี 16 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ&amp;nbsp; ให้ยกฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นการอ่านคำพิพากษาฎีกาลับหลัง จำเลยทั้งสอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ จำเลยหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ ปรับนายประกันไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26780</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, คดีบุกรุกที่ราชพัสดุ, ประชา โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลออกหมายจับ&#039;กำนันเซี๊ยะ-เมีย&#039;เบี้ยวนัดฟังฎีการุกที่ธนารักษ์ปี 44-45</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก&amp;nbsp;ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.4849/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็น โจทก์ยื่นฟ้อง นายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ&amp;nbsp;อายุ 75 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี และนางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยา อายุ 52 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐในความครอบครองดูแลของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา&amp;nbsp;9 , 108&amp;nbsp;ทวิ และให้จำเลยทั้งสองกับบริวารออกจากที่ดินพิพาทด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2544 - 8&amp;nbsp;ก.พ.&amp;nbsp;2545 ทั้งสองร่วมกันบุกรุกและยึดถือ ครอบครองที่ดินของรัฐ มากกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในความดูแลของสำนักงานธนารักษ์ พื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยแผ้วถางป่าและไถปรับพื้นที่ทำถนน สร้างบ้านพักอาศัย บ้านพักคนงานและคอกปศุสัตว์ในที่ดินเนื้อที่เกินกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่ โดยไม่มีสิทธิและไม่ได้รับอนุญาต ที่หมู่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.ช่องด่านและหมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ต.หลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;โดยอัยการโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;พ.ย.&amp;nbsp;2554 ในความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา&amp;nbsp;9 (1)&amp;nbsp;และมาตรา&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ทวิ &amp;nbsp;ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะเป็นเนื้อที่เกินกว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ไร่ , ฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ และฐานร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีมาโดยตลอดว่าไม่มีเจตนาบุกรุกที่ดินพิพาทดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2558&amp;nbsp;ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เดือน และให้จำเลยทั้งสอง รวมทั้งบริวารออกจากที่ดินดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ให้นับโทษนายประชา&amp;nbsp;จำเลยที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;รวมกับคดีหมายแดง อ.2830/2557&amp;nbsp;กรณีบุกรุกที่ดิน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ที่ศาลอาญาให้จำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีโดยไม่รอลงอาญาด้วย ขณะที่จำเลยยื่นอุทธรณ์คดีซึ่งระหว่างอุทธรณ์จำเลยทั้งสองได้ประกันตัวคนละ 1 ล้านบาท และมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถึง 2 ครั้งเนื่องจากจำเลยไม่มาศาล กระทั่งวันวันที่ 8 ส.ค. 2559 ศาลได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องจำเลยทั้งสองเนื่องจากพฤติการณ์มีเหตุให้จำเลยทั้งสองเข้าใจโดยสุจริตว่า จำเลยมีสิทธิที่จะกระทำได้ จึงขาดเจตนาในการกระทำผิดฐานบุกรุกเข้าไปยึดครองที่ดินของรัฐ จำเลยจึงไม่ผิดตามฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์จึงยื่นฎีกา ซึ่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งแรกในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลานัดปรากฏว่าจำเลยไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ศาลจึงเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปเป็นวันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 09.00 น. โดยให้ออกหมายจับติดตามตัวจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษาฎีกาตามกำหนดนัดดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากถึงกำหนดอ่านคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวแล้ว ทั้งสองไม่มาปรากฏตัวต่อหน้าศาล ตามกฎหมายเมื่อศาลออกหมายจับให้ติดตามตัวภายใน 1 เดือนแล้วยังติดตามตัวจำเลยไม่ได้ ศาลก็จะพิจารณาอ่านคำพิพากษาลับหลัง (โดยไม่มีตัวจำเลย) ได้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับนายประชาและนางเขมพรนั้น ปัจจุบันมีหมายจับติดตัวในคดีที่ต้องติดตามจับตัวมารับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาถึงที่สุดคดีฮั้วประมูลโครงการต่างๆ ใน จ.กาญจนบุรีปี 2542 -2544&amp;nbsp;หมายเลขดำ อ.4077/2546 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ถือเป็นที่สุดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2559 ให้จำคุกนายประชาเป็นเวลา 5 ปี และนางเขมพรเป็นเวลา 4 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประชาก็ถูกหมายจับตามตัวมารับโทษคดีหมายเลขดำ อ.55/2555&amp;nbsp;ที่อัยการฟ้องบุกรุกที่ราชพัสดุพื้นที่ ต.จรเข้เผือก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และพื้นที่&amp;nbsp;ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องติดต่อกันทั้งหมด รวมเนื้อที่ทั้งหมด&amp;nbsp;1,199&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตารางวา&amp;nbsp;84&amp;nbsp;งานอีกด้วย ซึ่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อ วันที่ 18 เม.ย. 2560 ให้จำคุกนายประชา 2 ปี 8 เดือนด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, ประชา โพธิพิพิธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc45e1932b4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัดเพื่อพ่อ!2ลูกชายกำนันเซี๊ยะทิ้ง&#039;ปชป.&#039;ซบพลังประชารัฐ-มาร์คทำใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธรรมวิชญ์-&amp;nbsp;อัฎฐพล โพธิพิพิธ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.61 - แหล่งข่าวเผยถึงกรณีที่นายธรรมวิชญ์ และนายอัฎฐพล&amp;nbsp;โพธิพิพิธ บุตรชายของนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี๊ยะ อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐว่า กรณีดังกล่าวมีการเจรจาโดยใช้เงื่อนไขคดีบุกรุกที่ดินราชพัสดุจังหวัดกาญจนบุรีถึงราชบุรีของนายประชา &amp;nbsp; ที่ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน และหลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยยื่นข้อเสนอผ่าน &amp;ldquo;ซ้อเขม&amp;rdquo; หรือ นางเขมพร ต่างใจเย็น ภรรยากำนันเซี๊ยะ ที่หลบหนีไปพร้อมกับสามี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าจะปักธงที่กาญจนบุรีให้ได้ ใช้เวลาประสานนานกว่าสองสัปดาห์ ให้นายธรรมวิชญ์และนายอัฎฐพล ตัดสินใจให้ทำ เพื่อพ่อจะได้กลับมารักษาตัวระหว่างรับโทษในประเทศไทย อีกทั้งกำนันเซี๊ยะอยากกลับเมืองไทยเพราะสูงอายุแล้วและมีโรคประจำตัว ซึ่งมีการอ้างถึงผู้มีอำนาจว่าจะช่วยดูแลให้&amp;quot; แห่งข่าวอ้างและว่าคล้ายกรณีกำนันเป๊าะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวอ้าง อ้างอีกว่า นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามที่จะดึงอดีตสส.กาญจนบุรีพรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน คือ นายปารเมศ โพธารากุล หรือกำนันบอย และนายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ให้ไปร่วมงานด้วย โดยนางเขมพร ต่างใจเย็น เป็นผู้ประสานงาน ขอร้องให้ตัดสินใจเพื่อช่วยกำนันเซี๊ยะให้กลับประเทศไทยเร็วขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปารเมศ โพธารากุล (กำนันบอย) อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ ว่าถูกทาบทามจากผู้มีอนาจหลายด้านทั้งตำรวจ ทหารและผู้ใหญ่ที่นับถือว่าขอให้ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ จะได้พัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีเป็นกลุ่มจังหวัดในทิศทางเดียวกันจะได้ไม่มีความขัดแย้ง ซึ่งตนยังไม่ได้ตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร อดีตสส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่ามีการทาบทามตนให้ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐจริง แต่ตัดสินใจที่จะยืนหยัดอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อ เนื่องจากพรรคการเมืองนี้ให้โอกาสตนได้เกิดทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า รับทราบถึงสถานการณ์และเงื่อนไขของอดีตสส.กาญจนบุรีทั้งสองคนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากพูดอะไรมาก ขอให้ไปสัมภาษณ์นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคกลางแทน&amp;nbsp;อย่างไรก็ตามไม่หนักใจต่อกระแสดูดที่ยังคงมีการดึงตัวอดีตสส.ของพรรคไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19970</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันเซี๊ยะ, ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ, นายอัฎฐพล โพธิพิพิ, ประชา โพธิพิพิธ, พลังประชารัฐ, เขมพร ต่างใจเย็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc46dc398f94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
