<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2019 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2019 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง&#039;กำนันไข่&#039;ยิงล้างครัวทวงหนี้ 10 ล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย. 62- จากกรณี &amp;#39;กำนันไข่&amp;#39;หรือ นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง บุกทวงหนี้กว่า 10 ล้าน ที่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 7 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร แล้วเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงไม่ยั้งจน นางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน จนตายคาที่บริเวณโต๊ะรับแขกหน้าบ้าน และยิงลูกสาวของนางพรทิพย์อีกหนึ่งรายจนเสียชีวิต นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่สภ.เมืองชุมพร ได้มีภรรยา ลูกๆ และเพื่อนของ&amp;#39;กำนันไข่&amp;#39; &amp;nbsp;มารอเยี่ยมกว่า 20 คน หลังจากทราบข่าวว่าตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังผลัดแรกต่อศาลจังหวัดชุมพร ขณะที่ พ.ต.อ.ภาณุเดช ณ พัทลุง รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เดินทางมาสอบปากคำ เพิ่มเติมซึ่งกำนันไข่ ยังยืนยังให้การเหมือนเดิมจากการไปทวงหนี้สินนับ 10 ล้านบาท ที่ผู้ตายคือนางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี สองเป็นแม่ลูกได้สร้างตัวละครว่ามีเพื่อนชื่อว่า &amp;ldquo;นางกนกวรรณ&amp;rdquo; หรือนก หรือนางฟ้า &amp;nbsp;ได้สามีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่สามีชาวต่างชาติเสียชีวิตแล้วต้องการขายที่ดินมรดกกว่า 50 ล้านบาท นำกลับมาลงทุนทำธุรกิจที่ประเทศไทย จึงขอยืมเงินให้กับเพื่อนคนดังกล่าวเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องภาษีและอื่นๆ แต่ตลอด 5 ปีก็ยังขายไม่ได้และได้ขอยืมเงินต่อเนื่องเรื่อยมา รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท จนมาเริ่มรู้ว่าถูกหลอกไม่มีคนชื่อ&amp;ldquo;นางกนกวรรณ&amp;rdquo; ที่ได้สามีอยู่ต่างประเทศจริง จึงทวงถามเรื่อยมา แต่ถูกบ่ายเบี่ยงไม่จ่ายคืนให้ตามนัดหมายหลายครั้งและวันเกิดเหตุได้ถูกฝ่ายผู้ตายพูดจารุนแรงจึงบันดาลโทสะจึงชักปืนยิงไม่เลือกหน้าว่าใครเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น &amp;#39;กำนันไข่&amp;#39;ยังได้ให้ญาตินำหลักฐานเป็นสัญญาเงินกู้หลายฉบับรวมเป็นเงินประมาณ 5 ล้านบาท มามอบให้กับตำรวจ เพื่อยืนยันว่าฝ่ายผู้ตายได้เป็นหนี้จริง รวมทั้งหลักฐานการขอยืมอีกจำนวนหนึ่งผ่านทางไลน์โทรศัพท์มือถือโดยไม่ได้มีการทำหลักฐานการกู้ยืมเพราะความเชื่อใจ เมื่อรวมกับหลักฐานสัญญาการกู้ยืมแล้วมีมากกว่า 10 ล้านบาท มอบให้กับเจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ใช้ฟ้องร้องต่อญาติผู้รับมรดกของฝ่ายตายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำเพิ่มเติมเสร็จ ได้คุมตัวกำนันไข่ขึ้นรถไปฝากขังผลัดแรกต่อศาลจังหวัดชุมพร โดยแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา พยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง ในหมู่บ้าน ที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร(ปืนมีใบอนุญาต) พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนนท์ รามดร อายุ 39 ปี ลูกชายของกำนันไข่ กล่าวว่าวันนี้ได้นำหลักทรัพย์มาด้วยเพื่อประกันตัวพ่อ แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะยื่นต่อศาลจังหวัดชุมพรขอประกันหรือไม่ เพราะว่าพ่อบอกว่าไม่ต้องประกันตัวขอชดใช้กรรมที่ก่อไว้เนื่องจากพ่อคงจะรู้ตัวเองว่าได้กระทำอะไรลงไปโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ สำหรับตนเองขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่สูญเสียคนอันที่รักไปจากการกระทำของพ่อตน ซึ่งครอบครัวเราทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านรู้จักกันดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ด้านนางมาลี รามดร อายุ 62 ปี ภรรยากำนันไข่ กล่าวว่า ตอนนี้ตนต้อมารับภาระหนี้สินที่สามีไปกู้มาจากคนอื่นและหนี้อีกจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งสามี ได้นำโฉนดที่สวนทุเรียนไปจำนองกู้ยืมจากธนาคาร ธกส. โดยที่กำนันไม่ได้เอามาลงทุนของตัวเองเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งได้เอาไปให้กับ นางจินดา และนางพรทิพย์ หรือ เอม สองเป็นแม่ลูกที่มาหลอกสามีตนว่าชื่อนางกนกวรรณที่อยู่ต่างประเทศเพื่อใช้จ่ายดำเนินการทางด้านภาษีและอื่นๆในการขายมรดกที่ดินของสามีชาวต่างประเทศที่ตายไปเพื่อนำเงินก้อนโตกลับมาประเทศไทย แต่ได้ขอยืมเรื่อยมาโดยอ้างโน่นอ้างนี้ติดขัดปัญหาต่างตลอดเวลาจนนานถึง 5 ปี จนเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งกำนันก็หาให้ตลอดเพราะอยากให้เขาดำเนินการให้เสร็จจะได้เงินที่ยืมไปกลับคืนมาทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมาลี กล่าวต่อว่าคนที่เคยโทรศัพท์มาหากำนันสามีตนเองที่อ้างว่าอยู่ต่างประเทศเพื่อขอกู้ยืมเงินผ่านสองแม่ลูก สามีตนเองยังเคยให้ฟังเสียงการพูดคุยกันด้วย ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงจำได้ว่าเป็นคนเดียวกันกับ นางพรทิพย์ หรือเอม ลูกสาวของนางจินดา และได้บอกมามีไปแล้วแต่ก็ไม่เชื่อ ซึ่งทั้งสองแม่ลูกจะต้องรู้เห็นในการหลอกสามีอย่างแน่นอน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันไข่, ยิงล้างครัว, สภ.เมืองชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191111/image_big_5dc90e15ea426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49939</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2019 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2019 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบเครียด “กำนันไข่” เศรษฐีสวนทุเรียน ยิงล้างครัว 3 ศพ อ้างถูกเบี้ยวเงิน 10 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ย. 2652 จากเหตุการณ์ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; หรือ นายสุนันท์ รามดร อายุ 65 ปี อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง บุกทวงหนี้กว่า 10 ล้าน ที่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 7 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร แล้วเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงไม่ยั้งจน นางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน และนางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน จนตายคาที่บริเวณโต๊ะรับแขกหน้าบ้าน แล้วยังบุกเข้าไปในบ้านจ่อยิง เด็กหญิงนัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 ลูกสาวของนางพรทิพย์ ขณะนั่งกินข้าวอยู่ในครัวเพื่อเตรียมจะไปเรียนพิเศษที่โรงเรียนในตัวเมืองชุมพร ตายอย่างอนาถคาจานข้าว ส่วนพี่สาวอายุ 15 ปี และน้องชายอายุ 12 ปี ซึ่งนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันวิ่งหลบหนีออกประตูหลังบ้านได้ทันและยังถูกผู้ตายยิงไล่หลังแต่ไม่ถูกทำให้รอดตายอย่างหวุดหวิดตามข่าวที่เสนอนั้น

&amp;nbsp;ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 10 พ.ย.62&amp;nbsp; พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร เดินทางมาที่ สภ.เมืองชุมพร ได้นำตัว &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; หรือ นายสุนันท์ รามดร อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง ออกมาจากห้องควบคุมผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดร่วมกับ&amp;nbsp;พ.ต.ท.วิชัย แสงวิเชียร&amp;nbsp;รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร

&amp;nbsp;นายสุนันท์ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้การว่าตนกับนางจินดาเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทกันเหมือนญาติช่วงแรกๆเคยมาหยิบยืมเงินครั้งละแสนสองแสนไปลงทุนทำสวนทุเรียนตนก็ให้ไปไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเมื่อปี 2557 นางจินดาและนางสาวพรทิพย์สองแม่ลูกได้มาอ้างชื่อบุคคลที่ 3&amp;nbsp;ชื่อว่า &amp;ldquo;นางกนกวรรณ&amp;rdquo; หรือนก ได้สามีอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสามีชาวต่างชาติได้เสียชีวิตลง จึงต้องการจะขายมรดกที่ดินมีมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท เพื่อนำเงินกลับมาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายที่ดินไม่พอจึงขอยืมตนเพื่อนำไปให้กับคนกับนางกนกวรรณก่อน โดยมีการโทรศัพท์โอนสายให้ตนพูดคุยกับนางกนกวรรณด้วย ตนก็เห็นว่าเขาจะขายที่ดินนำเงินกลับมาทำธุรกิจที่ประเทศไทยโดยครั้งแรกตนให้ยืม 2 แสนบาท จ่ายเงินสดผ่านให้กับนางจินดาโดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมแต่อย่างใดเพราะเชื่อใจกัน จนกระทั่งครั้งต่อๆมาทั้งสองแม่ลูกก็ยังมาอ้างปัญหาต่างๆนาๆ และยังให้นางกนกวรรณโทรมาพูดคุยด้วยเกี่ยวกับความจำเป็นเรื่องการที่ดินในต่างประเทศที่ยังขายไม่ได้ และขอยืมเงินตนเรื่อยมา

&amp;nbsp;กำนันไข่กล่าวต่อว่าตนมีอาชีพทำสวนทุเรียนกว่า 30 ไร่ ขายผลผลิตได้ปีละ 3-4 ล้านบาท ตลอดเลา 5 ปี ทั้งสองแม่ลูกใช้วิธีพูดจาว่านล้อมตนและยังอ้างตัวละครที่ชื่อนางกนกวรรณ หรือนก ให้โทรมาอ้อนวอนตนเกี่ยวกับขอยืมเงินอ้างปัญหาสารพัด ซึ่งตนเป็นคนขี้สงสารก็ให้ยืมครั้งละ 1 แสนบ้าง 2 แสนบ้าง เมื่อนับรวมแล้วประมาณ 13 ล้านบาท ที่ตนต้องให้ยืมมาตลอดก็เพราะหวังว่าเขาจะขายที่ดินในต่างประเทศได้ เงินที่ยืมไปก็จะได้กลับคืนมาด้วย ระยะหลังตนมีปัญหาหนี้สินที่ไปกู้ยืมเพื่อนๆมา และได้เอาโฉนดไปค้ำเงินกู้ไว้กับธนาคารแห่งหนึ่งกว่า 3 ล้านบาท

&amp;nbsp;กำนันไข่กล่าวต่อว่าระยะหลังๆตนเริ่มสงสัยและรู้สึกแปลกใจว่าทุกครั้งที่ตนขายทุเรียนได้ครั้งละ3-4 ล้านบาท ทำไมคนชื่อนางกนกวรรณซึ่งอยู่ต่างประเทศจึงรู้และได้โทรมาอ้อนวอนขอยืมเงินตนตลอด ทั้งๆที่ตนไม่เคยเห็นหน้าและรู้จักมาก่อนและตนก็ใจอ่อนให้ยืมโดยนำเงินสดไปมอบให้กับนางจินดาเพื่อโอนไปให้ทุกครั้ง จึงมาคิดว่าตนคงถูกหลอก และนางกนกวรรณก็น่าจะไม่ได้มีสามีอยู่ต่างประเทศแน่นอน จึงไปทวงหนี้กับนางจินดาอยู่หลายครั้งแต่ถูกบ่ายเบี่ยงต่างๆนาๆเรื่อยมา จนกระทั่ง 2 วัน ก่อนเกิดเหตุนางจินดาบอกว่านางกนกวรรณจะโอนเงินทั้งหมดประมาณ 10 ล้านบาทมาให้นางจินดาเพื่อคืนให้กับตน แต่ก็ไม่มีการโอนมาให้แต่อย่างใด จนกระทั่งวันเกิดเหตุตนบุกไปทวงถึงบ้านแล้วเกิดมีปากเสียงกันแถมยังถูกด่าว่า &amp;ldquo;อยากโง่เองไปให้เขายืมทำไมและถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา&amp;rdquo; ตนโมโหสุดขีดจึงชักปืนยิงออกไม่ยั้งโดยไม่ได้คิดว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กเพราะความรู้สึกตอนนั้นอะไรขวางหน้ายิงหมด หลังเกิดเหตุได้สติจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวที่ สภ.เมืองชุมพร ดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ภ.จ.ชุมพร&amp;nbsp;กล่าวว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุยิงกันตายในครั้งนี้มาจากมูลหนี้ประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนพฤติกรรมตามที่ผู้ต้องหาอ้างในลักษณะดังกล่าวจะมีการกู้ยืมเงินกันจริงหรือไม่ หรืออาจจะเป็นการหลอกลวงฉ้อโกงกันอย่างไรก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็อยู่ที่ญาติของผู้ต้องหาจะไปดำเนินการเอง อย่างไรตามต้องรอสอบปากคำทางพยานและญาติของฝ่ายผู้ตายด้วยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างโศกเศร้าและทำพิธีศพ แต่กรณีที่ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงผู้อื่นตายถือว่าพฤตกรรมโหดเหี้ยมเป็นความผิดทางอาญา ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; ฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ,พยายามฆ่าผู้อื่น , พกอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเหตุอันควร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49939</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันไข่, คดีฆ่ายกครัว, จ.ชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191110/image_big_5dc7d95684bca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2019 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหี้ยม!อดีตกำนันบุกทวงหนี้ไม่ได้ รัวยิงดับ 3 ศพไม่เว้นเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย 62 - เมื่อเวลา 08.00 น.ร.ต.ท.นันทิยา รักดี รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันตายหลายศพที่บ้านเลขที่ 9/2 หมู่ 7 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.ธานี นากหกวิ ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.ท.ปนินทร โชติ รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ต.ชนะภัย บุญนาค สวป. พร้อมกำลังชุดสายตรวจ สายสืบ ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นถนนหมู่บ้านสายทุ่งเบี้ยห่างจากถนนเอเชีย 41 ประมาณ 5 กม.บ้านหลังเกิดเหตุอยู่ในซอยขุนศรี เป็นบ้านปูนชั้นเดียวหลังใหญ่หลังคาทำเป็นดาดฟ้า รอบๆเป็นสวนทุเรียนและกล้วยหอมทอง รวมพื้นที่กว่า 15 ไร่ ตรวจสอบที่หน้าบ้านมีรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนด์ ทะเบียน กง 585 ชุมพร จอดอยู่ บริเวณโต๊ะนั่งรับแขกใกล้ประตูเข้าบ้าน พบศพทราบชื่อคือ นางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน สภาพนอนตายอยู่โต๊ะนั่งรับแขก มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม.ที่ใบหน้า 3 นัด ส่วนอีกศพอยู่ใกล้ๆกัน ทราบชื่อคือ นางพรทิพย์ ทองพรหม อายุ 38 ปี เป็นลูกสาวของนางจินดา ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันที่ใบหน้า 2 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในห้องครัวในบ้านพบศพทราบชื่อคือ เด็กหญิงนัยปพร ภูวิชิต อายุ 13 ปี ลูกสาวของนางพรทิพย์ และเป็นหลานของนางจินดา นอนตายอยู่ใต้โต๊ะกินข้าว ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกันที่ศีรษะและใบหน้ารวม 5 นัด ส่วนบนโต๊ะมีจานข้าว 3 จานพร้อมกับข้าวลักษณะกำลังนั่งกินกันอยู่ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนตั้งแต่หน้าบ้านเข้าไปถึงในบ้าน กว่า 10 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีผู้รอดชีวิตอีก 2 คน เป็นเด็กหญิงอายุ 15 ปี และเด็กชายอายุ 12 ปี ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกสาวของนางพรทิพย์ผู้เสียชีวิต ซึ่งวิ่งหนีได้ทันขณะมือปืนไล่ยิงไม่เลือกหน้าออกไปขอความช่วยเหลือจากญาติๆ ในละแวกใกล้เคียง เนื่องจากทั้ง 2 คน ยังเป็นเด็กและอยู่ในอาการตกใจ เจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำตัวออกไปเพื่อสอบปากคำเป็นพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายอนนต์ ภูวิชิต อายุ อายุ 38 ปี สามีของนางพรทิพย์และเป็นลูกเขยนางจินดาผู้ตายกล่าวว่า ช่วงเช้าตนได้รีบขับรถออกไปทำงานแถวสี่แยกปฐมพร ส่วนแม่ยายกับภรรยาได้เตรียมหาอาหารให้ลูกๆตนทั้ง 3 คน ได้กินเพื่อจะไปส่งที่โรงเรียนซึ่งลังเรียนอยู่ชั้น ม.3, ม 1. และ ป.6 &amp;nbsp;โรงเรียนเอกชนในตัวเมืองชุมพร &amp;nbsp;หลังจากตนกำลังขับรถไปที่ทำงานได้ไม่นานลูกสาวคนโตอายุ 15 ปีที่รอดชีวิตกับน้องชายวัย 12 ปี โทรมาบอกตนว่าแม่กับยายและน้องสาวอายุ 13 ปี ได้ถูก &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; อดีตกำนันตำบลขุนกระทิงบุกมายิงตายทั้ง 3 คน แล้ ส่วนพี่สาวกับน้องชาวคนสุดท้องวิ่งหนีตายรอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด ตนตกใจมากจึงรีบขับรถมาที่บ้านทันทีก็พบว่าทั้งแม่ยายภรรยาและลูกสาวคนกลางของตนถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยมแล้ว ซึ่งมือปืนคือ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; มีบ้านอยู่ห่างกันประมาณ 3 กม. เคยมาที่บ้านบ่อย และเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาก่อนเกิดเหตุก็ได้มาหาแม่ยายตนส่วนจะพูดคุยกันเรื่องอะไรนั้นตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุวพิศ เกตุสถิต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ตำบลขุนกระทิงกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุคือ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง รู้จักสนิทกับตนก่อนเกิดเหตุได้มาปรึกษาพูกคุยกับตนว่า นางจินดาเจ้าของบ้านเป็นหนี้อยู่หลายล้านบาท ได้มาทวงหลายครั้งก็ผัดผ่อนเรื่อยมา ตอนนี้ตนเองกำลังย่ำแย่เดือนร้อนเรื่องเงินไม่รู้จะไปหาที่ไหน ส่วนสาเหตุจะมาจากเรื่องอะไรนั้นตนไม่ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ภัคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่าหลังเกิดเหตุได้ไม่นานตอนนี้ &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; หรือ นายสุนันท์ รามดง อายุ 65 ปี อดตีกำนัน อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 7 ตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร มือปืนที่ก่อเหตุยิง 3 ศพ ได้ขับรถยนต์กระบะไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพรแล้วพร้อมปืนขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ เบื้องต้นได้รับรายงานว่าสาเหตุมาจากปัญหาเรื่องหนี้สินที่ผู้ตายกู้ยืมจาก &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; มือปืนซึ่งต้องรอผลการสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียดถึงสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสอบสวนของตำรวจหลังผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวทราบว่า นายสุนันท์ รามดง หรือ&amp;rdquo; กำนันไข่&amp;rdquo; อดีตกำนันตำบลขุนกระทิง ช่วงเช้าได้เดินทางมาหา นางจินดา พรหมทอง อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน เพื่อมาทวงหนี้ที่กู้ยืมไปลงทุนทำสวนทุเรียนและกล้วยหอมทองจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2558 และได้ทยอยจ่ายเป็นเบี้ยหัวแตกมาเรื่อยๆจนเหลือประมาณ 8 ล้านบาท ประกอบกับช่วงหลัง &amp;ldquo;กำนันไข่&amp;rdquo; มีความเดือนร้อนเรื่องเงิน และที่ดินซึ่งจำนองไว้ก็กำลังจะถูกยึด จึงมาตามมาทวงหนี้อีก แต่ผู้ตายยังไม่มีให้จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้นอย่างรุนแรง จึงชักปืนยิงรัวใส่นางจินดาและนางพรทิพย์ซึ่งกำลังนั่งอยู่ด้วยที่โต๊ะรับแขกหน้าบ้าน เพื่อจะขับรถเก๋งออกไปส่งลูกๆทั้ง 3 คน ไปส่งที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หลังจากรัวยิงทั้ง 2 ศพที่หน้าบ้านแล้ว กำนันไข่ได้ถือปืนวิ่งเข้าไปในบ้านยิง เด็กหญิงนัยปพร อายุ 13 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 ที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่จนตายคาจานข้าว ส่วนพี่สาวอายุ 15 ปี เรียนชั้น ม.3 และน้องชายอายุ 12 ปี เรียนชั้น ป.6 กำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกันได้วิ่งหนีออกไปทางตูหลังบ้านได้ทัน แล้วไปขอความช่วยเหลือจากญาติในละแวกใกล้เคียง &amp;nbsp;หลังจากก่อเหตุได้ไม่นานกำนันไข่มือปืนได้ขับรถยนต์ไปมอบตัวกับตำรวจ สภ.เมืองชุมพร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนอย่างเคร่งเครียดก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะต้องรอสอบปากคำพยานและญาติฝ่ายผู้ตายด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49898</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนันไข่, ทวงหนี้, สภ.เมืองชุมพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191109/image_big_5dc67f8ab5fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
