<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 16:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการโต้&#039;ชูวิทย์&#039;ข้อมูลคลาดเคลื่อน หา&#039;ว.&#039;เป่าคดีวิคตอเรียซีเครท จี้แสดงความรับผิดชอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 62 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงข่าวชี้แจงกรณีปรากฏข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ กับผู้ต้องหาคดีวิคตอเรียซีเคร็ท ในส่วนของนายกำพล และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ สามี-ภรรยา เจ้าของวิคตอเรียซีเคร็ท ซึ่งพาดพิงทำนองว่า &amp;quot;นาย ว. ซึ่งกำลังจะไปทำงานใหญ่โตแถวถนนแจ้งวัฒนะ&amp;quot; โดย นาย ว. ดังกล่าวหมายถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และเป็นว่าที่อัยการสูงสุด เข้าไปเกี่ยวข้องการสั่งคดีนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวว่า ขอชี้แจงข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง โดย นาย ว. หรือ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และเป็นว่าที่อัยการสูงสุด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดในการดำเนินคดีดังกล่าวเลย เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่อยู่ในความรับผิดชอบในสำนักงานคดีพิเศษ อีกทั้งไม่มีคดีที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับคดีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคดีพิเศษแต่อย่างใด คดีที่กล่าวหานายกำพล, นางนิภา และบริษัท วิคตอเรียซีเคร็ท จำกัด นั้นอยู่ในอำนาจดำเนินคดีของพนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของสำนักงานคดีพิเศษที่นายวงศ์สกุลเป็นอธิบดีอัยการอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนรายละเอียดคดีที่กล่าวหานายกำพล, นางนิภา &amp;nbsp;และบริษัท วิคตอเรียซีเคร็ท จำกัด กับพวกอีกหลายคน ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์รับผิดชอบอยู่จำนวน 2 เรื่อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องทั้ง 2 คดี แต่นายกำพลได้หลบหนี ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องภายในอายุความ 20 ปีแล้ว โดยในส่วนผู้ต้องหาอื่นๆ อีกหลายคน พนักงานอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์ ในศาลอาญาในข้อหาค้ามนุษย์ โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาและสมคบ โดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวด้วยว่า ต่อมาทั้ง 2 คดี ศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2561 และ 24 ก.ย. 2561 ยกฟ้องจำเลยทุกคนในข้อหาค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในการค้าประเวณี เป็นธุระจัดหาและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ &amp;nbsp;แต่ให้ลงโทษในข้อหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามฯ นอกจากนี้คำพิพากษายังมีการวินิจฉัยด้วยว่านายกำพล และนางนิภา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดที่ศาลลงโทษจำเลยคนอื่นๆ ดังกล่าว ซึ่งหลังจากศาลมีคำพิพากษาทั้งนายกำพลและนางนิภา ได้ร้องขอความเป็นธรรมขอให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ เพื่อให้ทบทวนคำสั่งโดยส่วนหนึ่งอ้างอิงคำพิพากษาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีค้ามนุษย์ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า หนังสือร้องขอความเป็นธรรมฟังขึ้นในส่วนของนางนิภาจึงกลับความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งรองอัยการสูงสุดเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาแล้วเห็นพ้องด้วย โดยไม่แย้งในการกลับคำสั่งดังกล่าว คดีจึงถึงที่สุดตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ในส่วนของนายกำพล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ยืนยันฟ้องนายกำพลไปตามคำสั่งเดิมทั้ง 2 คดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษติดตามตัวนายกำพลมาให้พนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องภายในอายุความต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าสำนักงานอัยการสูงสุดและนายวงศ์สกุล จะมีการดำเนินคดีกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่ได้เขียนบทความเผยแพร่ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาส่วนหนึ่งอ้างถึง นาย ว. ซึ่งให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า การแถลงข่าวนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่คาดเคลื่อน เพราะถือเป็นความเสียหายร้ายแรง โดยเรื่องทางกฎหมายนั้น ว่าที่อัยการสูงสุดยังไม่ได้ประสงค์ที่จะดำเนินการใดๆ ในทางกฎหมาย อย่างไรก็ดีในส่วนของนายชูวิทย์ หากเห็นว่าสิ่งที่ได้ดำเนินการมานั้นมีข้อผิดพลาด ก็ควรที่จะออกมาดำเนินการใดๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีข้อน่าสงสัยหรือไม่ว่าเหตุใดจึงพุ่งเป้ามาที่ว่าที่อัยการสูงสุด นายประยุทธระบุว่า นายวงษ์สกุลเองก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าเหตุใดจึงพุ่งเป้ามาที่ตน ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีอำนาจสอบสวนคดีดังกล่าว และไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำถึงการดำเนินคดีกับนายกำพลและนางวิภา นายประยุทธระบุว่า ในส่วนของนายกำพล ก็มีระยะเวลาในการติดตามตัวมาดำเนินคดีภายในอายุความ 20 ปี ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเป็นผู้ดำเนินการติดตามตัว หากพบว่าได้หลบหนีไปต่างประเทศและมีข้อมูลที่อยู่ในต่างแดน ก็จะต้องประสานมายังสำนักงานอัยการต่างประเทศ เพื่อจะดำเนินการขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46422</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำพล วิระเทพสุภรณ์, ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, วงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์, วิคตอเรียซีเคร็ท, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8889a91dc04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๊อดไซด์ไลน์&#039;อู้ฟู่355ล. ปปช.คุ้ยเงินกู้เสี่ยกำพล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เปิดคลังสมบัติ &amp;quot;บิ๊กอ๊อด&amp;quot; หลังพ้นเก้าอี้ สนช. ยังรวย 355 ล้าน ลดลงแค่ 4.8 แสน ไร้ร่องรอยเงินกู้ 300 ล้าน ป.ป.ช.เผยอดีต ผบ.ตร.ส่งคำชี้แจงแล้ว รอสถาบันการเงินแจ้งกลับมา จ่อเรียก &amp;quot;เสี่ยกำพล&amp;quot; ให้ข้อมูล ดีเอสไออ้างคดีไม่คืบ เหตุสอบเส้นทางเงินจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ได้มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และนางพจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง คู่สมรส กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจ้งว่า มีทรัพย์สินทั้งหมด 358,683,700 บาท โดยเป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ จำนวน 262,802,209 บาท ของคู่สมรส จำนวน 95,881,491 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ ได้แก่ เงินฝาก 6,223,731 บาท, เงินลงทุน 74,285,877 บาท, เงินให้กู้ยืม 109,000,000 บาท, ที่ดิน 40,792,600 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท, ยานพาหนะ 500,000 บาท, ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 30,000,000 บาท ส่วนทรัพย์สินของนางพจมาน ได้แก่ เงินฝาก 8,415,241 บาท, เงินลงทุน 8,822,300 บาท, ที่ดิน 45,300,300 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 23,343,950 บาท, ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) 10,000,000 บาท ขณะที่หนี้สินนั้นเป็นของ พล.ต.อ.สมยศ โดยเป็นในส่วนเงินกู้จากธนาคารและสถาบันอื่นจำนวน 3,313,473 บาท ดังนั้น จึงมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355,370,227 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ พล.ต.อ.สมยศยื่นกรณีเข้ารับตำแหน่ง สนช. เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2557 แจ้งว่า พล.ต.อ.สมยศและคู่สมรสมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355,857,726 บาท เป็นทรัพย์สินทั้งสิ้น 374,679,849 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 18,822,122 บาท โดยแบ่งเป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ มูลค่า 246,455,152 บาท ได้แก่ เงินฝาก 11,544,651 บาท, เงินลงทุน 53,117,900 บาท, เงินให้กู้ยืม 109,000,000 บาท, ที่ดิน 40,792,601 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 30,000,000 บาท มีหนี้สิน 13,947,446 บาท ส่วนทรัพย์สินของคู่สมรสมูลค่า 128,224,696 บาท ได้แก่ เงินฝาก 27,790,529 บาท, เงินลงทุน 1,280,216 บาท, ที่ดิน 65,810,000 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 23,343,950 บาท, ทรัพย์สินอื่นฯ 10,000,000 บาท มีหนี้สิน 4,874,676 บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเทียบระหว่างกรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง พบว่า ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ และคู่สมรส มีทรัพย์สินลดลง 487,499 บาท นอกจากนี้ยังพบว่าหนี้สินลดลง 15,508,649 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สมยศไม่ได้มีการแจ้งเรื่องกู้ยืมเงินหรือการคืนเงินนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรีย ซีเครท มูลค่า 300 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าว ไว้ในบัญชีทรัพย์สินในส่วนของหนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือหนี้สินอื่นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. กล่าวว่า หากไม่พบสิ่งผิดปกติในการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินของ พล.ต.อ.สมยศ เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินจะส่งเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณา ก่อนที่ตนเองจะลงนามเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รับรองว่าบุคคลดังกล่าวได้ดำเนินการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอย่างถูกต้อง แต่หากพบว่ามีการแสดงบัญชีทรัพย์สินที่ไม่ตรงกับที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบความมีอยู่จริง ที่มาที่ไปของทรัพย์สิน และดำเนินการตรวจสอบในชั้นแสวงหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยหากมีแนวโน้มว่าเป็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ จะต้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อตั้งอนุกรรมการไต่สวนขึ้นมาพิจารณา
ปปช.สอบไม่แจ้ง 300 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่ไม่ปรากฏหลักฐานการยืมและคืนเงิน 300 ล้านบาทให้นายกำพล ตามที่ พล.ต.อ.สมยศเคยระบุไว้ว่าได้แจ้งในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.แล้ว ว่า การยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินฯ ของ พล.ต.อ.สมยศต่อ ป.ป.ช.นั้น จะต้องยื่นในรายการบัญชีทรัพย์สิน 2 ตำแหน่งคือ สนช.และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยตำแหน่ง ผบ.ตร.นั้น ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ แต่การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนั้น ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเด็นที่สังคมสนใจนั้นคือเรื่องการยืมเงิน 300 ล้านบาทจากนายกำพล เบื้องต้น ป.ป.ช.ได้ให้ พล.ต.อ.สมยศชี้แจงข้อมูลมา ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศได้ส่งคำชี้แจงมาถึงสำนักงาน ป.ป.ช.แล้วภายในสัปดาห์นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบกระแสการเงินที่ได้ส่งหนังสือไปยังสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องแล้ว เพียงรอให้เขาชี้แจงมา อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า พล.ต.อ.สมยศได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช.มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง เพราะต้องขอให้เจ้าหน้าที่สำนักตรวจสอบทรัพย์สินได้ตรวจสอบเสียก่อน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่ พล.ต.อ.สมยศยืมเงินนายกำพลในช่วงที่เป็น ผบ.ตร. นายวรวิทย์กล่าวว่า ไม่ขอตอบเรื่องนี้ แต่เมื่อในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ปรากฏ ดังนั้นสื่อมวลชนต้องไปวิเคราะห์กันเอง แต่ทาง ป.ป.ช.ต้องตรวจสอบทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้สถาบันการเงินชี้แจงกลับมายัง ป.ป.ช. เมื่อได้พยานหลักฐานแล้วจะให้เจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลเบื้องต้น แล้วรายงานมาให้ตนทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปกติให้เวลาสถาบันการเงินส่งเอกสารหลักฐานมาชี้แจงภายใน 30 วัน แต่ตอนนี้ได้ส่งหนังสือไปยังสถาบันการเงินนาน 2 เดือนแล้ว จึงมีบางส่วนที่แจ้งกลับมาแล้ว และบางส่วนยังไม่ได้แจ้งกลับมา รวมถึงบางส่วนที่ ป.ป.ช.จะต้องสอบถามเพิ่มเติมไป ซึ่งในการตรวจสอบหากในกรณีจำเป็นต้องประสานความร่วมมือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย สำหรับเรื่องดังกล่าวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่ถึงขั้นตั้งอนุกรรมการไต่สวน และในการรวบรวมพยานหลักฐานต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลและถ้อยคำ แต่หากนายกำพลไม่สามารถมาให้ข้อมูลได้ จะต้องดูที่พยานหลักฐานอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีที่มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ระบุว่าดีเอสไอได้เชิญ พล.ต.อ.สมยศไปสอบสวนขยายผล กรณีปรากฏหลักฐานการรับเงินจากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาของดีเอสไอ ในความผิดเรื่องค้ามนุษย์ แต่เวลาผ่านไป 3 เดือน ดีเอสไอไม่เคยแถลงข่าวให้สาธารณชนทราบความคืบหน้าว่า เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานของดีเอสไอ และทราบผลการดำเนินการ จึงชี้แจงดังนี้
ดีเอสไอแจงเหตุคดีล่าช้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.สืบเนื่องจากดีเอสไอได้ดำเนินคดีอาญากับนายกำพล กับพวก ในความผิดฐานร่วมกันค้ามนุษย์ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท โดยรับเป็นคดีพิเศษที่ 5/2561 ซึ่งคดีดังกล่าวสอบสวนเสร็จสิ้น และสรุปสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.จากการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 5/2561 ปรากฏข้อเท็จจริงอันน่าเชื่อว่า นายกำพลกับพวกมีการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ไปดำเนินการเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว รวมทั้งกระทำด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อปกปิด อำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือยักย้ายถ่ายเท จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินดังกล่าวไปยังบุคคลประมาณ 40 ราย จึงมีการแยกการสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 10/2561 และเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวนถึงพฤติการณ์ในการโอน รับโอนเงิน ว่ามีมูลหนี้หรือที่มาอย่างไร มีลักษณะที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติหรือไม่ รวมทั้งมีการสอบสวนสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อทราบข้อเท็จจริง ซึ่งบุคคลตามข่าวเป็นหนึ่งในบุคคลที่ดีเอสไอเชิญมาสอบสวนปากคำด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีพิเศษที่ 10/2561 ตามข้อ 2 ซึ่งมีจำนวนธุรกรรมที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นที่สนใจของสาธารณชน ดังนั้น หากคดีมีความคืบหน้าที่สำคัญ ดีเอสไอจะได้ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.สุภัทร์ ธรรมธนารักษ์ ผอ.กองคดีค้ามนุษย์ กล่าวว่า หลังการสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดีค้ามนุษย์และคดีค้าประเวณีซึ่งเป็นความผิดหลัก ในชั้นสอบสวนดีเอสไอได้อายัดทรัพย์ไว้ประมาณ 400 ล้านบาท หลังจากนี้จะตรวจสอบรายการทรัพย์สินของกลางกับรายการอายัดทรัพย์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท เพื่อไม่ให้มีการอายัดซ้ำกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.ขอเวลาตรวจสอบคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อีก 2-3 เดือน ว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม ทั้งที่คดีนี้ไม่น่าจะมีความสลับซับซ้อนอะไรมาก การส่งสัญญาณเช่นนี้ ประชาชนอาจตั้งคำถามว่า เป็นการยื้อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องหรือไม่ จะถือว่าไม่สนองวาระแห่งชาติในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ได้ปฏิรูปอย่างเร่งด่วนก่อนการเลือกตั้งตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศไว้หรือไม่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9030</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำพล วิระเทพสุภรณ์, คสช., ดีเอสไอ, บิ๊กอ๊อด, ป.ป.ช., พ.ต.ท.สุภัทร์ ธรรมธนารักษ์, พจมาน พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, วรวิทย์ สุขบุญ, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af59b932df1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2018 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2018 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีวราห์&#039;โยนปปง.สอบ&#039;บิ๊กอ๊อด&#039;ยืมเงินเสี่ยกำพลเพื่อนรัก300ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 ก.พ.61-ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตกเป็นข่าวมีส่วนพัวพันเงิน 300 ล้านบาท ที่ทางนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท ได้โอนเงินให้ในช่วงที่นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังไม่ได้ประสานมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้ามีการประสานมาก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ถึงแม้หน่วยตำรวจจะทำหนังสือไปถึงปปง. เพียงแต่เขาเอาเราไปร่วมตามที่เรามีหนังสือไป เพราะอำนาจสอบสวนเป็นของ ปปง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองผบ.ตร. กล่าวว่าไม่จำเป็นต้องเข้ามาพบตน ตอนแรกเลขคดีค้ามนุษย์เป็นของตำรวจ เมื่อคดีค้ามนุษย์อยู่ในมือตำรวจในเบื้องต้นเราก็ทำหนังสือแจ้งไปที่สรรพากรให้ตรวจสอบเรื่องภาษี เพราะเราทำเองไม่ได้ตามประกาศคณะปฏิวัติ ห้ามไม่ให้ตำรวจทำให้สรรพากรทำ ส่วนในเรื่องของการยึดทรัพย์ความผิดมูลฐานเราก็แจ้งไป ปปง. ผู้ที่ทำหน้าที่คือ ปปง. ส่วนจะเอาหน่วยไหนไปร่วมก็เป็นเรื่องของ ปปง. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าบุคคลใดที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ พนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จะเป็นคนดำเนินการ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ปฏิเสธว่าไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ตำรวจรับเรื่องเบื้องต้น ตอนดีเอสไอจับมาไม่ได้กล่าวหาค้ามนุษย์ ตำรวจเป็นคนกล่าวหาค้ามนุษย์และได้รายงานให้ ปปง. รับทราบแล้ว ดีเอสไอเป็นเจ้าภาพจับเรื่องการค้าประเวณี ส่วนเรื่องของ พล.ต.อ.สมยศ เป็นเรื่องของ ปปง. ที่จะต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการแค่ไหนอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2512</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำพล วิระเทพสุภรณ์, ค้ามนุษย์, ปปง., พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, ยืมเงินเพื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180206/image_big_5a79566605525.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
