<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 09:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 09:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีซีพีจีโชว์กำไร Q3 ทะลุ 1.2 พันล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บีซีพีจี ปลื้มกำไรไตรมาส 3 ทำกำไรทะลุ 1.2 พันล้านบาท หลังจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทุน &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นไปตามแผน ด้านโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นทำ EBITDA โต 4% หรือกว่า 634 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในไตรมาส 3 ของปี 2561 บริษัทฯสามารถทำกำไร 1,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สาเหตุมาจากการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่น และได้จำหน่ายสินทรัพย์ประเภทโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ Nikaho และ โครงการ Nagi ขนาดกำลังการผลิตรวมประมาณ 27.6 เมกะวัตต์ ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นไปตามแผน ส่งผลให้มีผลกำไรเพิ่มจากปีที่แล้ว 344 ล้านบาท ส่งผลให้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้บีซีพีจีทำกำไรรวมกว่า 1,244 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนฯ ในราคา 3,372 ล้านบาท หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆ แล้ว เป็นเงินที่ได้รับสุทธิจากกองทุนทั้งสิ้น 3,046 ล้านบาท และบริษัท BCPG Engineering ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำสัญญาราย 5 &amp;nbsp;ปีให้บริการดำเนินการและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งกับกองทุนฯโดยการขายสินทรัพย์ครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้นให้สูงที่สุด ทำให้บริษัทฯ มีเงินสดในมือรองรับการลงทุนในโครงการใหม่ๆ&amp;rdquo;นายบัณฑิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา(EBITDA) ประมาณ 634 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณ 4% ในขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์มีผลการดำเนินงานดีขึ้นมากจากไตรมาสที่แล้ว &amp;nbsp;ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซียซึ่งรับรู้ผลกำไรเต็มไตรมาส ก็มีการปฏิบัติงานที่มีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลงทุนทั้ง 2 แห่งประมาณ 222 ล้านบาทหรือสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณ 83% &amp;nbsp;เป็นผลให้บริษัทฯ มี EBITDA รวมส่วนแบ่งการลงทุนดังกล่าวประมาณ 856 ล้านบาทหรือสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณ 17% &amp;nbsp;ทั้งนี้ กำไรสุทธิไม่รวมการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สินและรายการพิเศษคิดเป็นเงินประมาณ 412 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 14%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21588</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไรไตรมาส 3, บัณฑิต สะเพียรชัย, บีซีพีจี, โรงไฟฟ้าญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6b88b7474d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
